กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=20)
-   -   เล่าสู่กันฟัง ภาค ๓ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=1843)

เถรี 19-05-2010 18:59

เล่าสู่กันฟัง ภาค ๓
 
:4672615: เล่าสู่กันฟัง มาถึงภาค ๓ แล้วค่ะ เนื่องจากถ้าต่อจากกระทู้เดิมก็เกรงว่าจะยาวหลายหน้า เลยมาตั้งกระทู้ใหม่อีก เป็นกระทู้ที่สาม

เถรีจะเก็บเอาในส่วนของคำสอนที่ไม่ได้ลงในเก็บตกมาให้อ่านกันนะคะ บางทีก็เป็นคำสอนเฉพาะบุคคล หรือเป็นคำสอนที่พระอาจารย์ได้กล่าวไว้ปีก่อน ๆ (ก่อนที่เว็บวัดท่าขนุนนี้จะเกิดขึ้น) จะพยายามขุด งัดแงะ แคะ เกา หรือล้วงมาให้อ่านไปเรื่อย ๆ นะคะ

เถรี 19-05-2010 19:01

พระอาจารย์กล่าวสอนพระลูกศิษย์ว่า "ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม เราต้องคล่องตัว เวลาทำอะไร จะได้ไม่ไปขายหน้าคนอื่นเขา เดี๋ยวเขาจะว่าครูบาอาจารย์ไม่ได้อบรม เรื่องของการปฏิบัติอย่าให้ต้องบอก ต้องรักที่จะทำด้วยตัวเอง"

เถรี 19-05-2010 19:05

โยม : หนูรู้สึกว่าเบาสบายกว่าเมื่อก่อน
พระอาจารย์ : รักษาเอาไว้ ซ้อมประคอง ให้ความสนใจกับภายนอกให้น้อยที่สุด จะได้ไม่เสียเวลาคลายอารมณ์ออกมาสู่ข้างนอกให้เดือดร้อนแก่ตัวเอง

รับรู้อาการภายนอกเมื่อไร ก็เท่ากับรับทุกข์ แล้วก็เดือดร้อนฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

เถรี 19-05-2010 19:16

พระอาจารย์บอกกับผู้หญิงคนหนึ่งไปว่า พอเริ่มเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนเริ่มขาด ก็เลยเหมือนคนหงุดหงิดง่าย แต่เถรีมองแล้วรู้สึกว่า เขาไม่ใช่แค่หงุดหงิดแต่เหมือนขาดสติเลย

พระอาจารย์หันมาบอกว่า "ไม่ต้องไปกลัว..ถ้าหากกำลังใจปฏิบัติมามั่นคงจริง ๆ รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองจะไม่เป็นอย่างนั้น ในเมื่อรู้ทันเราก็ดับมันซะ"

เถรี 19-05-2010 19:20

พระอาจารย์กล่าวสอนพระว่า "เราเป็นพระ มีหน้าที่สอนชาวบ้านเขาละกิเลส แต่ถ้าตัวเองทำหยาบ ๆ ก็สอนเขาได้ไม่เต็มปาก"

เถรี 20-05-2010 09:42

พระอาจารย์เคยได้กล่าวให้ฟังว่า "หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสอนว่า เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง ถ้าทำจริงทุกอย่างจะมีผล

ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ให้เกิดผลจริง ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม ถ้าใครมีจิตใจที่มุ่งมั่น คือ ฉันทะเป็นปกติ วิริยะเป็นปกติ จิตตะเป็นปกติ วิมังสาเป็นปกติ ย่อมประสบความสำเร็จทุกคน"

เถรี 20-05-2010 09:50

พระอาจารย์กล่าวถึงภาษิตจีนบทหนึ่งให้ฟังว่า "จิตใจทำร้ายคนไม่ควรมี แต่จิตใจระวังคนไม่อาจจะละเลย"

เถรี 21-05-2010 06:59

เวลาที่มีอาหารอยู่ตรงหน้า พระอาจารย์สอนว่า "ถ้าเราภาวนาและทรงฌานให้คล่อง จะไม่รู้สึกอยากกิน ถ้าอารมณ์ใจอยู่กับการภาวนา อยู่กับฌานสมาบัติ พวกอาการต่าง ๆ ทางร่างกาย เราแทบไม่รับรู้เลย"

เถรี 21-05-2010 07:11

พระอาจารย์กล่าวสอนในเรื่องการงานและการปฏิบัติว่า "เริ่มต้นแล้วถ้าไม่ยังเสร็จ...เลิกไม่ได้ ต้องทำให้เสร็จ การปฏิบัติถ้าหากว่าสำเร็จ จะมีปีติเกิดขึ้น เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับที่เราทำ"

เถรี 21-05-2010 14:28

พระอาจารย์กล่าวให้ฟังว่า "บางคนทำเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองทำ ทำตามอารมณ์ตัวเอง นึกอยากจะทำก็ทำ เพราะคิดว่าดี โดยไม่ได้คิดว่าจะส่งผลกระทบต่อส่วนรวมเท่าไร คนทั้งหลายเหล่านี้ถ้ามีมาก ส่วนรวมก็จะเดือดร้อนมาก"

เถรี 21-05-2010 14:31

พระอาจารย์ท่านกล่าวว่า "ระเบียบคือระเบียบ ถ้าเราไม่ผ่อนผัน ไม่กี่ทีก็จะเข้าที่ แต่ถ้าเราไปผ่อนผันตั้งแต่แรก ๆ ก็จะหย่อนยานไปเรื่อย ๆ"

เถรี 21-05-2010 14:48

พระอาจารย์บอกว่า "คนที่มีเส้นผมหนา ส่วนใหญ่มีพื้นฐานนิสัยค่อนข้างแข็ง มักดื้อ พวกนี้เวลาเราจะทำอะไรต้องใช้เหตุใช้ผล ไปใช้อารมณ์กับเขาไม่ได้ โบราณเขาบอกไว้ไม่ผิดหรอก

ส่วนพวกที่มีเส้นผมละเอียดอ่อนเหมือนเส้นไหม เดี๋ยวนี้หายาก รุ่นพวกเรานี่รุ่นดื้อทั้งนั้น..!"

เถรี 22-05-2010 12:58

พระอาจารย์เคยท่องกลอนบทหนึ่งให้ฟังว่า

พวกลิงค่างกลางป่าจับมามัด.........สารพัดฝึกได้ดังใจหมาย
เกิดเป็นคนครูเพียรสอนแทบตาย....ถ้าเอาดีไม่ได้ก็อายลิง.!

เถรี 22-05-2010 13:00

มีคนนำหนังสือคำสอนของหลวงปู่ดู่ มาถวายพระอาจารย์ ท่านจึงกล่าวว่า "หลวงปู่ดู่ท่านเป็นพระบริสุทธิ์จริง ๆ ใครบอกว่าท่านจะมาเกิดใหม่ อาตมาไม่เชื่อ"

ถาม : ท่านนิพพานแล้วหรือครับ?
ตอบ : ไปนานแล้ว

เถรี 22-05-2010 13:13

ช่วงปีใหม่ มีคนส่งข้อความ Happy New Year มาหาพระอาจารย์แทบทุกนาที ท่านบอกว่า "เขาส่งความสุขมาแท้ ๆ แต่ทำไมอาตมาจึงเครียดได้ ? ก็เขาส่งมานาทีละข้อความ อาตมาต้องมาลบจนมือหงิก โดยเฉพาะพวกไม่รู้กาลเทศะ แสดงว่าขาดสัปปุริสธรรมอย่างรุนแรงเลย

สัปปุริสธรรม เป็นธรรมของสัตบุรุษ คือ บุคคลที่เป็นคนดี จะมีอยู่ข้อหนึ่งก็คือ กาลัญญุตา ภาษาไทยแปลว่า รู้กาลเทศะ ขนาดสี่ทุ่มกว่ายังโทรมา Happy New Year คิดว่าตัวเองไม่นอน แล้วคนอื่นต้องไม่นอนด้วยหรือ..?!"


เถรี 22-05-2010 13:34

มีคำพูดหนึ่งที่เรามักได้ยินพระอาจารย์ พูดอยู่เป็นประจำ ก็คือ "หมาเห่า ไมค์หอน เมียหึง เป็นเรื่องธรรมชาติ ห้ามหมาเห่าก็พอ ๆ กับห้ามคนนินทา ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามนั้น"

เถรี 22-05-2010 13:46

พระอาจารย์เคยท่องบทกลอน ของวิสา คัญทัพ ให้ฟังว่า

มีทุกข์ในเรือนกาย.........มีความตายในดวงตา
น้ำนมแห่งมารดา...........ในสายเลือดยังเหือดหาย
ทุกคำคือชีวิต...............ทุกชีวิตอันเรียงราย
คือพรหมอันเกิดกาย........มาร่วมถิ่นแผ่นดินเดียว ฯลฯ

เถรี 22-05-2010 13:53

พระอาจารย์เคยกล่าวให้ฟังว่า

รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้ รู้แท้เอาไว้ทั้งแก้และกัน

เถรี 22-05-2010 14:09

หลวงพ่อสอนน้องคนหนึ่งว่า "ต้นหอม...ต้องพยายามทำอะไรให้เป็นหลาย ๆ อย่าง โบราณเขาบอกว่าพอทำเป็นแล้ว ไม่ขอข้าวเรากินหรอก แต่อาจจะช่วยให้เรามีข้าวกิน"

เถรี 22-05-2010 14:15

มีคนนำหนังสือประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาถวายให้พระอาจารย์ มีจุดหนึ่งที่พระอาจารย์ท่านกล่าวให้ฟัง

" บุญถ้าเจ้าไม่เคยสร้างไว้ ใครที่ไหนเล่าจะมาช่วยได้ ลูกเอ๋ย..."
เขาบอกว่าเป็นโอวาทของสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดระฆัง ขอบอกว่าเป็นโอวาทของร่างทรง ไม่ใช่ของสมเด็จท่านได้กล่าวเอาไว้


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:29


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว