กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   ซัวสะเดย..เนียงลออ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=59)
-   -   ซัวสะเดย..เนียงลออ ตอนที่ ๑ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3928)

สุธรรม 16-11-2013 14:04

ซัวสะเดย..เนียงลออ ตอนที่ ๑
 
1 Attachment(s)
ซัวสะเดย..เนียงลออ


ระหว่างปี ๒๕๒๔ ต่อปี ๒๕๒๕ อาตมาที่รับราชการทหารอยู่ที่กรมทหารราบที่ ๙ กองพลทหารราบที่ ๙ (ภายหลังเปลี่ยนเป็นกองพลทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์) ค่ายกาญจนบุรี (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นค่ายสุรสีห์) ต้องไปดูแลพื้นที่ชายแดนเขมรต่อจากกรมทหารราบที่ ๑๑ กองพลทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์...

กรมทหารราบที่ ๙ ได้จัดให้แต่ละกองพัน วางกำลังในลักษณะ ๑ กองร้อยแนวหน้า ๒ กองร้อยสนับสนุน อาตมาเองเริ่มจากกองร้อยสนับสนุนที่บ้านแซออร์ อำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดสระแก้ว) กองร้อยสนับสนุนที่บ้านโคกสูง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันเป็นอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว) แห่งละ ๔ เดือน...


http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1384596741
น้ำตกปางสีดา อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว

สุธรรม 17-11-2013 02:25

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1384631138
ละลุ จังหวัดสระแก้ว พื้นที่ลักษณะคล้ายโป่งยุบ หรือ แพะเมืองผี

จากนั้นก็มาเป็นกองร้อยแนวหน้าที่บ้านทับเซียม อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดสระแก้ว) เป็นเวลา ๕ เดือนเศษ เพราะการรบติดพัน ไม่สามารถเปลี่ยนกำลังพลได้ ทำให้ทหารเกณฑ์ผลัด ๑ ปี ๒๕๒๓ ต้องค้างปลดไปตาม ๆ กัน...

เนื่องจากพื้นที่รับผิดชอบติดต่อกับประเทศกัมพูชา หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า "เขมร" บรรดาชาวบ้านล้วนแล้วแต่พูดภาษาเขมรกันเป็นส่วนใหญ่ ทหารจึงต้องฝึกหัดภาษาท้องถิ่น เพื่อไปทำ ปจว. (ปฏิบัติการทางจิตวิทยา) กับชาวบ้าน เพื่อน ๆ หลายคน ถึงกับลงทุนจ้างชาวบ้านมาสอนภาษากัน สนุกสนานเฮฮากับการพูดผิดพูดถูก จนบางทีโดน ผบ.ร้อย (ผู้บังคับกองร้อย เรียกสั้น ๆ ว่า ผู้กอง) สั่ง "ซ่อม" (ลงโทษ) โทษฐานที่ส่งเสียงดังเกินเหตุ..!

สุธรรม 18-11-2013 02:07

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1384716414
หลุมบุคคลสมัยก่อนหลังคาเป็นไม้ธรรมชาติทับด้วยกระสอบทราย

อาตมาเองออกชายแดนในตำแหน่งเสมียนกองร้อยอัตราสิบเอก แค่ทำบัญชีกำลังพล บัญชีเบิกจ่ายเงินเดือน บัญชีเบิกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ ก็อ่วมอรทัยแล้ว หลายครั้งที่ต้องหอบบัญชีโดดลงหลุมบุคคลเพราะฝ่ายตรงข้ามส่ง "ลูกยาว" มาทักทาย แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียนกับเขา...

แต่ด้วยความที่วงสอนภาษาอยู่ใน "เบิร์ม" เดียวกัน เสียงที่กรอกหูอยู่ทุกวันทำให้ซึมซับเข้าไปแบบไม่รู้ตัว เมื่อมีเวลาออกพื้นที่ จึงพอที่จะเจรจากับชาวบ้านเขาได้ ชนิดที่เพื่อน ๆ โกรธกันหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพราะลงทุนจ้างเขามาสอนภาษาแทบตาย คนที่นั่งฟังเฉย ๆ ดันพูดได้ก่อนเสียนี่..!

สุธรรม 19-11-2013 15:50

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1384852269
พี่วิไล (ขวาสุด) สมัยยังอยู่ "แก๊งค์" เดียวกัน

เมื่อลาออกจากราชการมาทำงานส่วนตัว ทำให้มีเวลาไปรับใช้หลวงพ่อวัดท่าซุง (พระราชพรหมยาน, วีระ ถาวโร ป.ธ.๔) ที่วัดมากขึ้น ได้รู้จักคบหากับพี่ ๆ น้อง ๆ "ลูกพ่อเดียวกัน" เป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้มี "พี่วิไล" (คุณวิไลวรรณ ภูมิธเนศ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นจีรภา) ซึ่งคบหากันสนิทสนมเป็น "แก๊งค์" เดียวกัน เพราะชอบที่พี่เขาเป็นคนปากกับใจตรงกัน...

จนกระทั่งไปมาหาสู่กันถึงบ้าน จึงได้รู้จักกับ "พี่ปราณี" (คุณปราณี ภูมิธเนศ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสิริกร) ซึ่งมีนิสัยโผงผางตรงเป็นไม้บรรทัด คบหาง่ายกว่าผู้ชายเสียอีก ทำให้รู้จักไปถึงพี่น้องลูกหลาน และลูกน้องของพี่ทั้งสองจนสนิทสนมกันไปด้วย...

สุธรรม 20-11-2013 05:22

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1384900976
มาอยู่ใกล้กันนิดเดียว แต่กว่าจะเจอกันได้ก็หลายปี..!

เมื่ออาตมาออกจากวัดท่าซุง มาสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเกาะพระฤๅษี ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยติดสัญญากับหลวงพ่อวัดท่าซุงที่ว่า "จะต้องไม่ขอใครแม้แต่บาทเดียว" ทำให้อาตมาต้องทำตัวห่างจากญาติโยมทั้งหลายไปโดยปริยาย เพราะเกรงว่าถ้าไปมาหาสู่กันเหมือนเดิมแล้ว อาจจะเผลอไป "ขอ" ให้เขาช่วยด้วยความเคยชิน...

นั่นทำให้อาตมาไม่รู้ว่า พี่ปราณีและพี่วิไลได้มาซื้อที่สร้างบ้านเอาไว้ที่นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ โดยที่พี่ทั้งสองก็ไม่รู้ว่า "พระน้องชาย" มาอยู่ห่างจากบ้านแค่ไม่กี่ก้าว ขนาดรถไปตกเหวที่โค้งเขาดิน ซึ่งห่างจากเกาะพระฤๅษีแทบจะตะโกนถึง พี่เขายังต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น กว่าจะเปะปะมาจ๊ะเอ๋กันเพราะต่างคนต่างเข้าออก ก็เวลาผ่านไปหลายปี..!

สุธรรม 21-11-2013 06:23

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1384991055
สมเด็จเดโช ฮุน เซ็น และท่านผู้หญิง บุน รานี ต้อนรับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์

ปรากฏว่าช่วงเวลาที่ห่างเหินกันไปนั้น พี่ปราณีและพี่วิไลได้ข้ามไปหากินถึงกัมพูชา ด้วยความที่เป็นช่างตัดเสื้อฝีมือดีทั้งคู่ ทำให้ชื่อเสียงของ "ไทยเจียง" (ช่างไทย) โด่งดังในหมู่ไฮโซของกัมพูชา บรรดาคุณหญิงคุณนายแห่กันมาเป็นลูกค้า จนแทบจะไม่มีเวลาหายใจ ในที่สุดจึงต้องโยกย้ายภูมิลำเนาไปเป็น "ขแมร์คะเนีย" (คนเขมร) เสียเลย...

เพราะมี "โลกจุมเตียว" (ท่านผู้หญิง) บุน รานี เอกภริยาของสมเด็จเดโช ฮุน เซ็น ท่านนายกรัฐมนตรีผูกขาดของเขมรเป็นลูกค้ารายใหญ่ พี่ทั้งสองจึงได้สัญชาติเขมร ซื้อที่สร้างร้านเสียใหญ่โต กลายเป็นคนดังในวงสังคมชั้นสูงกัมพูชา ไม่ว่าผู้ใหญ่ท่านใดของเขมรมีงานอะไรที่ไหน ฝ่ายภรรยาเป็นต้องเชิญพี่ทั้งสองไปงานด้วยเสมอ...

สุธรรม 22-11-2013 03:05

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1385065560
พี่ปราณีกับพี่วิไลทำบุญบ้านที่ทองผาภูมิ

นานทีปีหนพี่ทั้งสองคนจึงได้กลับมา "บ้าน" ที่เมืองไทย เมื่อแวะไปที่บ้านทองผาภูมิ เป็นต้องรบเร้าให้อาตมาไปเขมร เพื่อดูความก้าวหน้าของพี่เขาทุกครั้ง อาตมาที่จับพลัดจับผลูไปเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ต้องพัฒนาวัดที่ทรุดโทรมให้กลับคืนดีมาดังเดิม ซ้ำยังหาเรื่องใส่ตัวด้วยการไปเรียนต่อ จึงไม่มีเวลาไปด้วยสักที...

จนกระทั่งฤกษ์งามยามดี เพราะอาตมาจบปริญญาโทแล้ว ระหว่างที่รอรับปริญญา พอมีเวลาว่างแค่ไม่กี่วัน จึงแจ้งพี่เขาว่าจะไปเยี่ยมถึงเขมรละนะ.. ปรากฏว่าทั้งสองท่านติดงานด่วน ขอให้อาตมากับคณะเดินทางกันเอง แล้วจะไปรอรับที่ "อากาศยานฐาน" (สนามบิน) โปเชงตง "มากี่คนก็ได้นะหลวงพี่..วิไลเลี้ยงไหวอยู่แล้ว" พี่วิไลส่งเสียงมาตามสายระหว่างประเทศ...

คนขี้เกรงใจอย่างอาตมาจะพาคนไปได้สักกี่คน ? ที่มองเอาไว้ก็มีพี่มุกดา (คุณมุกดา เพชรชื่นสกุล) กับลูกปุ๊ก (สุมาลี ตีรเลิศพานิช) ที่เคยอยู่ "แก๊งค์" เดียวกันมาก่อน และที่ขอตามไปด้วยก็คือป้ามอย (มณีวรรณ สัมฤทธิ์) แม่ป๋อม (กนกวลี วิริยประไพกิจ) กับน้องเล็ก (จิราพร ซื่อตรงก่อการ) แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว เพราะถึงเงินบาทไทยจะใหญ่กว่า แต่ค่าใช้จ่ายในกัมพูชาก็ใช่ว่าจะถูก...

สุธรรม 25-11-2013 03:32

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1385326377
เงินเขมรใบเล็กที่สุดที่ควรแลก (เท่ากับ ๑๐ บาทไทย)

ป้ามอยจัดแจงจองตั๋วเครื่องบินให้กับทุกคน ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะใช้บริการของการบินไทย เพราะราคาถูกกว่าของบางกอกแอร์เวย์ แต่พี่วิไลโทรมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญการเดินทางไปกัมพูชา บอกว่าของแอร์เอเชียราคาถูกที่สุด เมื่อลองติดต่อดูก็ถูกอย่างที่พี่เขาว่าจริง ๆ จึงต้องเปลี่ยนใจมาใช้บริการของแอร์เอเชียแทน...

ส่วนการแลกเงินนั้น ใครไปกัมพูชาไม่ต้องแลกเงินไปเลยก็ได้ เพราะสามารถใช้เงินไทยได้เลย อาตมามีดอลลาร์ติดตัวไปด้วยนิดหน่อย เก็บเล็กผสมน้อยจากการที่ญาติโยมถวาย เหลือมาจากการเดินทางไปอินโดนีเซีย เก็บจนขึ้นราหมดแล้ว จะได้เอามาใช้เสียที...


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:51


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว