กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=39)
-   -   เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3954)

เถรี 22-12-2013 12:48

เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
 
ให้ทุกคนนั่งในท่าสบายของตัวเอง ตั้งกายให้ตรง กำหนดความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออกของเรา หายใจเข้า..ให้ความรู้สึกทั้งหมดไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ให้ความรู้สึกทั้งหมดไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ตามที่เรามีความถนัดมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ ญาติโยมมาปฏิบัติกรรมฐานกันน้อย เพราะว่ามี "ม็อบนกหวีด" กำลังตามยึดสถานที่ราชการต่าง ๆ กันอยู่ ซึ่งความจริงแล้วสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเราให้ความสนใจ ก็จะสร้างความเครียดให้เกิดขึ้น เนื่องจากว่าข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ประดังเข้ามานั้น ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นมุมมองของแต่ละฝ่าย ซึ่งต่างคนก็ต่างเห็นว่าตนเองถูก ถ้าเราให้ความสนใจ ไปมีอารมณ์ร่วมด้วย ก็จะทำให้รัก โลภ โกรธ หลง งอกงามขึ้นมาอย่างน่ากลัว

วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ อยู่กับลมหายใจเข้าออกเฉพาะหน้าของเรา ตาเห็นก็สักแต่ว่าเห็น หูได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน จมูกได้กลิ่นก็สักแต่ว่าได้กลิ่น ลิ้นได้รสก็สักแต่ว่าได้รส กายสัมผัสก็สักแต่ว่าสัมผัส หยุดการครุ่นคิดของใจลง อยู่ที่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น ถ้าเป็นดังนี้ เรื่องอื่นก็จะเป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้อย่างไม่รู้จบ ทนทุกข์ทรมานแบบไม่เห็นต้นเห็นปลาย

ดังนั้น..งานใหญ่ที่สุดของเราก็คือ ทำอย่างไรจะให้ก้าวล่วงออกจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้ ก็แปลว่าเราต้องมาเร่งปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งย่อลงแล้วก็คือ ศีล สมาธิ และปัญญา ทุกคนก็จำเป็นที่จะต้องทบทวนว่า ศีลทุกสิกขาบทของเราบริสุทธิ์บริบูรณ์ดีหรือไม่ ? ถ้าเรารักษาศีลบริสุทธิ์แล้ว เรายังยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นละเมิดศีลหรือไม่ ? เมื่อเรารักษาศีลบริสุทธิ์ ไม่ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นละเมิดศีล เมื่อได้เห็นว่าผู้อื่นละเมิดศีล เรามีความยินดีด้วยหรือไม่ ?

ถ้าเราระมัดระวังรักษาสิกขาบทของเราให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ สภาพจิตที่ประกอบไปด้วยสติสัมปชัญญะ ก็ย่อมทำให้สมาธิทรงตัวได้ง่าย เมื่อสมาธิทรงตัวแล้ว หน้าที่ของเราก็คือ นำเอากำลังสมาธินั้น ไปพิจารณาตัดกิเลส เนื่องจากว่า ถ้าเราไม่นำกำลังสมาธิไปตัดกิเลส กิเลสคือรัก โลภ โกรธ หลง ก็จะขโมยกำลังสมาธินั้นไปใช้ ทำให้เราฟุ้งซ่านไปใหญ่โต ชนิดรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ เพราะกิเลสได้กำลังไปแล้วจะแข็งแรงมาก

เถรี 23-12-2013 20:44

ดังนั้น..พวกเราทุกคนควรจะเข็ด ควรจะกลัว ควรจะเบื่อหน่าย ในสภาพของบ้านเราเมืองของเรา ที่วุ่นวายหาที่สิ้นสุดไม่ได้ มีแต่จะทำให้ประเทศชาติถดถอย มีแต่จะทำให้ต้องลำบากในการทำมาหากินมากขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อเรารู้จักเข็ด รู้จักกลัว รู้จักเบื่อ เราก็ควรที่จะแสวงหาทางหลุดพ้น ซึ่งก็คือเราจะต้องปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ดังที่กล่าวมาแล้ว โดยตั้งกำลังใจเอาไว้ตอนท้ายว่า ถ้าเราตายลงไปเมื่อไร ขอไปอยู่กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระนิพพานเท่านั้น

เมื่อกำลังใจของเราแน่วแน่มั่นคงต่อเป้าหมายแล้ว ก็มาดูลมหายใจเข้าออกของเราเป็นหลัก ถ้ามีลมหายใจอยู่ กำหนดรู้ตามลมหายใจไป จะเป็น ๓ ฐาน ๕ ฐาน ๗ ฐาน หรือไม่เอาฐานเลยก็ได้ ถ้ามีคำภาวนาอยู่ กำหนดคำภาวนาไปด้วย ถ้าลมหายใจขาดหายไป คำภาวนาขาดหายไป ก็กำหนดรู้ไว้เฉย ๆ ว่าตอนนี้ลมหายใจไม่มี คำภาวนาไม่มี อย่าไปดิ้นรนหาลมหายใจใหม่ แล้วในขณะเดียวกัน ก็อย่าอยากให้เข้าไปถึงสภาพอย่างนั้น ให้ทำใจสบาย ๆ ว่าเรามีหน้าที่ภาวนา ส่วนกำลังใจจะได้แค่ไหนก็ไม่เป็นไร ได้มากก็เอามาก ได้น้อยก็เอาน้อย เป็นต้น

ขอให้ทุกคนรักษาสภาพกำลังใจของตน เกาะพระนิพพาน เกาะภาพพระไว้เป็นปกติ จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

(ถอดจากเสียงเป็นอักษรโดยทาริกา)

ชินเชาวน์ 05-04-2014 13:57

สามารถรับชมได้ที่

http://www.sapanboon.com/vdo/demo.ph...ame=2556-11-29

ป.ล.
- สามารถชมบนไอโฟนและแอนดรอยด์ได้
- ห้ามคัดลอกไฟล์ไปเผยแพร่ที่อื่นเด็ดขาด !


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:41


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว