กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=20)
-   -   สุโขทัย - ตามเส้นทางที่ไม่มีใครไป (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3568)

ลัก...ยิ้ม 12-10-2012 17:16

สุโขทัย - ตามเส้นทางที่ไม่มีใครไป
 
สุโขทัย - ตามเส้นทางที่ไม่มีใครไป

เรื่องเล่าโดย พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต

ธรรมทานโดย ท่านมุนินโท




ด้วยประโยคที่ว่า "ของคุณต้องเดินไป.." จึงได้ยินยอมลำบากอีกครั้งกับประสบการณ์ในป่ากว้าง ภูเขาสูงชัน แมกไม้หลากพันธุ์ สัตว์ป่าชุกชุม ซึ่งทำให้ได้บันทึกมาอีก ๑ เล่มเล็ก ๆ (ยังไม่เคยเผยบันทึก) รวมถึงเรื่องของพระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ครั้งเมื่อเดินไปเมืองลับแลแม่สาน.. มาเป็นของแถมพิเศษ


ลัก...ยิ้ม 12-10-2012 17:18


ลัก...ยิ้ม 12-10-2012 17:20

ยิ้มยังอยากจะได้เล่มนี้อยู่นะคะ..หนังสืออนุสรณ์ในการพระราชทานเพลิงศพคุณอ๋อย ที่แต่งโดยท่านเจ้ากรม พล.อ.ท.ม.ร.ว.เสริม ศุขสวัสดิ์


อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ คฤหัสถ์ (โพสต์ 100483)
หนังสืออนุสรณ์ในการพระราชทานเพลิงศพคุณอ๋อย ที่แต่งโดยท่านเจ้ากรม พล.อ.ท.ม.ร.ว.เสริม ศุขสวัสดิ์
สุขสวัสดิ์ :4672615:

ของเดิมถูกต้องแล้วครับ เพราะเป็นราชสกุลซึ่งเนื่องมาแต่ พลโท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศุขสวัสดี กรมหลวงอดิศรอุดมเดช เป็นองค์ต้นราชสกุลครับ

http://i117.photobucket.com/albums/o...asawasdee2.jpg
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศุขสวัสดี กรมหลวงอดิศรอุดมเดช

มุนินโท 15-10-2012 06:04

1 Attachment(s)

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด (โพสต์ 99525)
ในกระทู้ "พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต" ผมคิดว่าตัวอักษรน่าจะอยู่ได้นานกว่ารูป เลยพิมพ์มาให้ครับ หวังว่าจะช่วยไม่มากก็น้อยนะครับ (อ่านในเว็บมานานแล้ว เลยอยากทำอะไรให้เว็บบ้าง ถ้าที่พิมพ์มีจุดผิดพลาดก็ขออภัยด้วยครับ)

วันนี้ข้าพเจ้าจะขอเล่าเรื่องการเดินทางของข้าพเจ้าไปยังสุโขทัยให้ท่านฟัง แต่ไม่ใช่ไปในฐานะนักศึกษา นักประวัติศาสตร์ หรือนักล่าของเก่า สุโขทัย ไม่ใช่สุโขทัยในอดีต ไม่ใช่สุโขทัยเมืองหลวงในศตวรรษที่ ๑๓ ซึ่งหมดความเจริญรุ่งเรืองไปแล้ว กษัตริย์ของสุโขทัยในอดีตได้เป็นที่เลื่องลือในความดีงาม ความกล้าหาญ อัจฉริยภาพ และความสูงส่ง ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวเกี่ยวกับโบราณสถานอันสง่างาม แต่จะขอเล่าเรื่อง "สุโขทัย-ตามเส้นทางที่ไม่มีใครไป"


มุนินโท 15-10-2012 06:10

1 Attachment(s)

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด (โพสต์ 99525)
ข้าพเจ้าได้เข้าไปเยี่ยมหมู่บ้านที่ห่างไกลที่สุดของสุโขทัย ซึ่งไม่ปรากฏในแผนที่ นายอำเภอต้องวาดแผนที่เอง เพื่อให้ข้าพเจ้ารู้ว่าจะไปทางไหน แต่ก่อนที่จะเริ่มเรื่องของข้าพเจ้าซึ่งเกี่ยวกับป่าที่ศรีสัชนาลัย ข้าพเจ้าขอเล่าประวัติสั้น ๆ ของสุโขทัยและศรีสัชนาลัยราชอาณาจักร ซึ่งมีเมืองแฝดคือสุโขทัยและศรีสัชนาลัยนั้น ตั้งอยู่ทางเหนือของพื้นที่ราบส่วนกลางตอนบนของแม่น้ำยม อาณาเขตของราชอาณาจักรนี้


มุนินโท 16-10-2012 05:35

1 Attachment(s)

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด (โพสต์ 99525)
ปกคลุมไปถึงพิษณุโลก น่าน ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์

ราชอาณาจักรนี้ก่อตั้งขึ้นโดยพ่อขุนบางกลางท่าว ซึ่งภายหลังทรงพระนามว่าพ่อขุนศรีอินทราทิต พระองค์ท่านและวีรบุรุษคนอื่น ๆ ได้ขับไล่พวกเขมรซึ่งครอบครองประเทศของเราออกจากเมืองแฝด และทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกในราชวงศ์พระร่วงแห่งสุโขทัย หลักศิลาจารึกที่มีชื่อเสียงของสมัยนั้นซึ่งสร้างขึ้นโดยพระโอรสคือพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้กล่าวถึงความเจริญรุ่งเรืองของสุโขทัยในรัชสมัยกษัตริย์แห่งสุโขทัยว่า


มุนินโท 18-10-2012 05:29

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1350513344

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

เมืองสุโขทัยนี้ดีหนักหนา
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว
ไพร่ฟ้าหน้าใส

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้จารึกไว้ด้วยว่า ราชอาณาจักรของพระองค์ขยายกว้างไปถึงแหลมมลายู แต่ ถึงที่ใดแน่ไม่ได้แจ้งไว้ อิทธิพลทางด้านการเมืองของพระองค์แผ่ไปถึงทางใต้ของพม่าในปัจจุบันก็เป็นที่รู้กันดี แต่เรามีกษัตริย์เอกราชของสุโขทัยเพียงห้าพระองค์เท่านั้นองค์สุดท้ายคือพระเจ้าลิไทซึ่งสวรรคตใน ค.ศ. ๑๓๗๐ หลังจากนั้นสุโขทัยได้กลายเป็นเมืองขึ้นของราชอาณาจักรใหม่แห่งอยุธยา แม้จะยังคงมีกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงครองเมืองอยู่




มุนินโท 19-10-2012 07:57

2 Attachment(s)

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

รู้กันน้อยมาก


เรื่องราวของสุโขทัยนั้นมีกล่าวถึงน้อยมาก ในสมัยอยุธยาช่วงระยะเวลาราว ๔๐๐ ปี เมื่ออยุธยาถูกพม่าโจมตีใน ค.ศ. ๑๗๐๗ สุโขทัยก็ถูกทำลาย ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงย้ายพระพุทธรูปที่เป็นที่สักการะมากที่สุดบางองค์จากเมืองสุโขทัย ซึ่งได้กลายเป็นป่าไป ลงมากรุงเทพฯ พระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดที่ทรงย้ายมากรุงเทพฯ คือ พระศรีศากยมุนีซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์ แต่ฐานอิฐใหญ่ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั้นยังมีเหลือให้เห็นอยู่ที่วัดมหาธาตุ ซึ่งปัจจุบันสลักหักพังและอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์สุโขทัย

ทีนี้จะขอกล่าวถึงปัจจุบัน ตามที่ท่านทั้งหลายทราบดี สุโขทัยเป็นจังหวัดทางทิศเหนืออยู่ห่างจากกรุงเทพฯ:875328cc:



มุนินโท 21-10-2012 06:11

1 Attachment(s)

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด
ถ้าจะขับรถไปก็ใช้เวลาราว ๖ ชั่วโมงครึ่ง หรือถ้าจะนั่งรถไฟไปก็ราว ๑๐ ชั่วโมง คือเป็นระยะทางราวสองในสามส่วนของทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ศรีสัชนาลัยเมืองแฝดนั้น ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย

บัดนี้ ข้าพเจ้าจะขอพาท่านไปยังป่าของศรีสัชนาลัย ซึ่งเมื่อ ๗๐๐ ปีก่อนเคยเป็นเช่นใด ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ต้นไม้ล้วนแต่สูงใหญ่ห้าคนโอบไม่รอบ เพื่อจะไปที่นี่ ท่านจะต้องเดินข้ามทิวเขาไปมากมาย ท่านคงสงสัยว่าเหตุใดเล่าข้าพเจ้าจึงเลือกไปยังที่แห่งนี้ ที่ซึ่งชาวสุโขทัยเองไม่รู้จักและไม่มีในแผนที่ ที่ซึ่งไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งสุโขทัยคนใดเคยไปเยี่ยมเยียนนอกจากเมื่อปีที่แล้วโดยเครื่องเฮลิคอปเตอร์ เพราะ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จที่นั่น จากเชียงใหม่เพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรและเปิดโรงเรียน

ข้าพเจ้าจะเล่าให้ท่านฟังว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร เรื่องราวนั้นเหมือน
เรื่องไพด์ ไพเปอร์ แห่งแฮมลิน ซึ่งเริ่มขึ้นด้วยหนู หนูเป็นจำนวนมาก แต่มันไม่ได้สู้กับสุนัขหรือฆ่าแมวหรือกัดทารกในเปล ไม่หรอก มันไม่ร้ายถึงขนาดนั้น


มุนินโท 22-10-2012 05:39

1 Attachment(s)

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด (โพสต์ 99525)
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนโดยไม่คาดฝัน วันหนึ่ง เพื่อนของข้าพเจ้าได้โทรศัพท์มาหาและถามว่า จะขอส่งนายอำเภอศรีสัชนาลัยมาหาข้าพเจ้าได้หรือไม่ เมื่อมาถึงนายอำเภอไม่รู้จักข้าพเจ้าแต่ก็เคยได้ยินชื่อข้าพเจ้ามาก่อน เขามีฎีกาเปิดที่อยากจะถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเคยนำเรื่องไปร้องทุกข์ที่อื่นแต่ไม่ได้ผล พวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างโดยเร็ว เขากล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขา


มุนินโท 24-10-2012 05:46

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351032840

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

กองทัพหนู

เรื่องมันเป็นดังนี้ เขาเล่าว่า คืนวันหนึ่งเมื่อสอง
สามอาทิตย์ก่อน กองทัพหนูได้บุกเข้ามาในหมู่บ้านป่า ๔ หมู่บ้านในเขตอำเภอของเขา และกินข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักเมล็ด เมื่อข้าพเจ้าถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าเป็นหนูและไม่ใช่อย่างอื่น เช่น ตั๊กแตน เขารีบเอาภาพถ่ายหลายใบมาให้ดู แสดงให้เห็นรอยทางเดินของหนูที่มีตัวใหญ่หลายตัวนอนตายอยู่กลางทุ่งนา ซึ่งอาจถูกเหยียบตายในขณะที่มีการตื่นตูมขึ้น เพื่อตัดเรื่องยาวให้สั้นขึ้น หลังจากการตรวจสอบโดยตำรวจตระเวณชายแดน ซึ่งยืนยันรายงานของนายอำเภอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงโปรดเกล้าฯ ส่งหน่วยพระราชทานซึ่งเป็นหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ส่วนพระองค์ เดินทางไปยังถิ่นที่เกิดเหตุ โดยมีข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าหน่วยซึ่งประกอบด้วยตำรวจตระเวณชายแดน แพทย์ พยาบาลและเลขานุการ ตำแหน่งละ ๑ คน รวมทั้งข้าหลวงของข้าพเจ้าและข้าวอีกหลายตัน เกลือและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยารักษาโรคด้วย



มุนินโท 25-10-2012 21:00

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351174095

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

เรามีผู้เชี่ยวชาญทางเกษตรเดินทางไปกับเราด้วย
พร้อมทั้งเมล็ดพันธุ์พืชชนิดโตเร็วเพื่อช่วยชาวบ้าน และขจัดให้ความอดอยากและทุพภิกขภัยหมดสิ้นไปโดยเร็ว โครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีนโยบายช่วยชาวบ้านให้ช่วยตัวเองได้เสมอ

ที่ศรีสัชนาลัยมีหมู่บ้านที่อดอยากอยู่ ๔ หมู่บ้าน บ้านป่าคาและบ้านหอกตะเคียน ตำบลแม่แก่น ชาวบ้านเป็นคนไทย ส่วนหมู่บ้านที่ ๓ และ ๔ นั้นชาวบ้าน เป็นชาวเขากะเหรี่ยงแดง ที่ว่าแดงนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นคอมมูนิสต์ แต่เพราะพวกผู้หญิงชอบสวมเสื้อผ้าสีแดง เราเดินทางไปสุโขทัยโดยรถยนต์และค้างคืนแรกที่ศรีสัชนาลัย


มุนินโท 26-10-2012 05:59

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351206423

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

ขึ้น เราออกเดินทางแต่เช้าโดยรถแลนด์โรเวอร์ ไปยังหมู่บ้านแรกซึ่งอยู่ไกลออกไปราว ๕๒ กิโลเมตร แต่เราใช้เวลาเดินทางตั้ง ๑๐ ชั่วโมง เพราะถนนนั้นไม่น่าเรียกว่าถนนเลย ไม่มีสะพานอะไรทั้งสิ้น รถแลนด์โรเวอร์ต้องบุกลงไปในลำธารหลายแห่ง และครั้งหนึ่งก็กลับขึ้นมาไม่ได้เพราะฝั่งลำธารสูง ชันและลื่น เราจึงต้องส่งสัญญาณ เอส.โอ.เอส. ไปให้ควาญช้างที่มีช้างทำงานอยู่ไม่ไกลนักมา ช่วยฉุดขึ้น หลังจากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปได้

เมื่อมาถึงหมู่บ้านแรก แพทย์ของเราก็เริ่มทำงานงานโดยใช้โรงเรียนของหมู่บ้านเป็นคลินิก ประชาชนจากหมู่บ้านที่สองก็มาด้วย เราเริ่มแจกสิ่งของพระราชทาน ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้มสำหรับทุกคน

สำหรับการอาบน้ำ เราเดินไปที่น้ำพุร้อนและเย็นซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก การใช้ไฟฟ้าเป็นแสงสว่างนั้น ยังไม่มีครเคยรู้จัก เขาจึงทำเชิงเทียนอันใหญ่ด้วยไม้ไผ่อย่างสวยงามพอที่จะปักเทียนได้ ๒ โหล แล้วตั้งไว้ที่โต๊ะซึ่งวาง


มุนินโท 27-10-2012 19:32

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351338057

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

อยู่ที่ระเบียงบ้านครูโรงเรียน ด้วยแสงสว่างจากเชิงเทียนไม้ไผ่ซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าเรา เราก็วางแผนการเยี่ยมเยียนกับชาวบ้าน ในวันรุ่งขึ้นเรากะจะไปเยี่ยมหมู่บ้านที่สามและที่สี่ หมู่บ้านหนึ่งชื่อบ้านห้วยหยวก ส่วนอีกหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านชาวเขาเช่นเดียวกันชื่อบ้านแม่สาน ตำบลแม่สาน ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูง แต่ก่อนที่เราจะไปถึงที่ราบสูงนั้น เราจำต้องปีนข้ามทิวเขาหลายลูกไปราว ๑๒ กิโลเมตร แล้วเดินต่อไปอีกสองกิโลเมตรจึงถึงหมู่บ้าน มีทางที่จะไปได้สองทาง


มุนินโท 28-10-2012 05:21

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351373412

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

ต้องเดินไปทั้งสองทาง เขาให้ข้าพเจ้าเลือกว่าจะไปทางช้างเดินหรือจะไปตามทางเดินของหมี ทีแรกข้าพเจ้าคิดว่าเขาพูดเล่น แต่กลายเป็นว่าเขาพูดกันอย่างจริงจัง ทางช้างเดินนั้นไม่สู้สูงชันแต่เป็นป่าทึบ เราต้องตัดกิ่งไม้ไปตามทางเพื่อผ่านไป ข้าพเจ้าคิดดูแล้วก็เลือกเส้นทางเดินของหมี ซึ่งอาจไม่สู้มีอันตรายมากนัก ชาวเขาที่อยู่ที่นั้นก็ไปตามทางเดินของหมีซึ่งใช้ได้เฉพาะในหน้าแล้ง ในฤดูฝนทางนี้จะกลายเป็นน้ำตกเล็ก ๆ และมีน้ำเชี่ยว ฉะนั้นหมู่บ้านบนที่ราบสูงนั้นจึงถูก ตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลาราวห้าถึงหกเดือนต่อปี


มุนินโท 28-10-2012 21:54

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351433006

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจตระเวน
ชายแดนซึ่งผู้ช่วยของข้าพเจ้าขอให้มาจากตากก็มาถึง เพื่อมาช่วยขนส่งกระสอบข้าว เกลือและสิ่งของหนัก ๆ อย่างอื่น สำหรับของส่วนตัวของเรา เราจ้างชาวเขา ๒๐ คน มาช่วยหาบของ ส่วนอาหารกลางวันและน้ำดื่มเราหิ้วไปเอง เมื่อเราทำงานที่หมู่บ้านที่สามเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็พร้อมที่จะออกเดินทาง

หลังจากกล่าวอำลากลุ่มชาวบ้านแล้ว เราก็ออกเดินทาง
อย่างสง่าผ่าเผยโดยสะพายเป้ไว้บนหลัง และกระติกน้ำไว้ข้าง ๆ ตัว แต่เราไม่ดูสง่างามอยู่นาน หลังจากข้ามลำธารสามหรือสี่ครั้ง และหกล้มลงครั้งหรือสองครั้ง ตามทางเดินที่ลื่น เราก็เปียกปอนและเปื้อนโคลนไปตาม ๆ กัน


มุนินโท 29-10-2012 06:11

2 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351462785 http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351462785

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด
เราทุกคนต้องถือไม้เท้าที่ทำจากไม้ไผ่ตัดสด ๆ มิฉะนั้น เราจะหกล้มกันทุกครึ่งนาที

หลังจากเดินมาจากหมู่บ้านราวครึ่งชั่วโมง ป่าก็
ทึบมากจนทำให้เรานึกถึงคบไฟ แม้จะเป็นเวลากลางวันแสก ๆ เพราะทางนั้นมืดและชื้นจนน่ากลัว ข้าพเจ้าทราบทันทีว่าจะต้องรีบไปให้ถึงหรือหันหลังกลับ จะรั้งรออยู่ไม่ได้ เพราะเราอยู่ในป่าดงดิบเดินอยู่ตามทางของหมี ซึ่งแคบ ลื่นและอันตราย ข้างหนึ่งเป็นเขาสูงชัน และอีกข้างหนึ่งเป็นหน้าผาสูง

เราต้องเดินกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยบุกลำธารซึ่งมีน้ำไหล หรือปีนไปตามโขดหินสูงชัน เป็นการเดินทางที่ขรุขระและลำบากมาก ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่มีใครที่จะสนุกกับการเดินทางเช่นนี้ ผู้ช่วยของข้าพเจ้าอุตส่าห์ช่วยรับเอากระติกน้ำและถุงย่ามไปถือให้ เพราะดูเหมือนว่าของทั้งสองอย่างจะหนักเกินไปสำหรับข้าพเจ้า เราหยุดรับประทานข้าวกลางวัน แล้วในที่สุดก็เดินทางถึงจุดมุ่งหมายหลังจากเดินด้วยความลำบากมาราวหกชั่วโมง


มุนินโท 29-10-2012 20:35

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351514638

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด
หลังจากผ่านทิวเขามาหลายทิวและมาถึงยอดเขาลูกสุดท้าย ข้าพเจ้ามีความรู้สึกที่วิเศษสุดที่มองลงไป
เห็นหมู่บ้านที่เป็นจุดมุ่งหมายของเรา แต่ก็ต้องรู้สึกผิดหวังอีกครั้งเพราะก่อนที่จะถึงหมู่บ้านนั้น เราต้องลงเขา ซึ่งเป็นการลงเขาที่ชันที่สุดที่เราได้ผ่านมา ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าภูเขาลูกสุดท้ายนั้นมีลักษณะเหมือนตั้งฉาก

หลังจากเดินผ่านทุ่งนาข้าวเวลาที่มีแสงแดดแผด
ร้อนที่สุด อีกสองกิโลเมตร เราก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ทุกคนรู้สึกเหนื่อยอ่อนและหมดกำลัง แต่มันก็คุ้มกับความยากลำบากทั้งหมดในโลก บ้านแม่สานเป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงแดงที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ถ้าไม่ใช่เพราะหนูพวกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คงจะไม่ทรงทราบเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้ ข้าพเจ้าก็คงไม่ได้ไปที่นั่น แล้วก็คงไม่มีใครมาเล่าเรื่องหมู่บ้านนี้ให้ท่านฟัง

แต่อย่างไรก็ดี สิ่งแรกที่เราสังเกตเมื่อขึ้นไปถึงที่
นั่นคือ ไม่ค่อยมีสัตว์ มีหมูผอมโกโรโกโสอยู่สองหรือสามตัว และสุนัขหงุดหงิดอีกสองตัว ชาวบ้านดูซูบผอมอิดโรย เด็ก ๆ ก็ดูน่าสงสาร ข้าวที่นายอำเภอส่งมาช่วยเมื่ออาทิตย์ก่อนก็หมดแล้ว ชาวบ้านกำลังขุดหาอาหารในดินกันอยู่


มุนินโท 30-10-2012 05:35

2 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351546982http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351547002

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

ชาวบ้านยากจนอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ เสื้อผ้าทอ
อย่างสวยงามแต่สกปรก เสื้อของเด็กสาวที่ควรเป็นสีขาว
ท่านคงนึกออกว่าเป็นสีอะไร ชาวบ้านเหล่านี้คงพอเลี้ยง
ตัวได้ถ้าไม่มีเรื่องหนู เขามีนาข้าว สัตว์ป่า ผลไม้ป่า ผัก และปลา ซึ่งชุกชุมในลำธารไว้กินเป็นอาหาร เขาปลูกมะพร้าวและกล้วยด้วย คืนนั้นเรานอนในกระท่อมหลังเล็กน่ารัก ซึ่งเขาปลูกขึ้นเป็นพิเศษให้เราที่ปลายหมู่บ้านข้างลำธาร เราทราบภายหลังว่าที่อยู่อันน่ารักของเรานั้นปลูกอยู่กลางป่าช้าของชาวกะเหรี่ยง เราได้อาบน้ำในลำธารใกล้ ๆ ซึ่งมีน้ำไหลรินและเย็นเจี๊ยบ

เราทำทุกอย่างที่สามารถจะทำได้ให้แก่หมู่บ้านนี้
รวมทั้งตั้งโรงเรียนชั่วคราวขึ้น เราเกือบจะหาครูให้ไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าก็โชคดีด้วยเผอิญมาพบชายคนหนึ่งอายุราว ๔๐ ปี หน้าตาหมดจดและเคยเป็นครูอยู่ที่ศรีสัชนาลัยชื่อครูคล้อม หลังจากชักชวนกันอยู่นาน ข้าพเจ้าจึงจัดการให้เขามาอยู่แม่สานหนึ่งปีได้สำเร็จ ข้าพเจ้าสัญญาที่จะให้เงินรายปีและทุกสิ่งที่เขาต้องการ ส่วนเงินเดือนเขาจะได้รับจากผู้ว่าราชการจังหวัด เขาจึงยอมมาเป็นครูสอน

เป็นความสุขอย่างหนึ่งของข้าพเจ้าที่ได้เดินกลับ


มุนินโท 30-10-2012 06:57

2 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351551715 http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1351551715

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

ไปยังหมู่บ้านนี้อีกทุกปีตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าได้กลับไปที่นั่นเป็นครั้งที่ ๕ แล้วเมื่อต้นเดือนนี้เอง การพัฒนาหมู่บ้านนั้น ทำได้เร็วแทบไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้เพราะครูคล้อมของข้าพเจ้านั่นเอง ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านพูดไทยได้แล้ว เด็กนักเรียนพูดไทยชัดโดยไม่มีสำเนียงเหน่อเลย เวลาเจอเราก็สวัสดีและไหว้อย่างเรียบร้อย ชาวบ้านอยู่ในกระท่อมสะอาดและบริเวณบ้านก็เป็นระเบียบเรียบร้อย เขาพากันเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย ม้าภูเขา หมู เป็ดและไก่

เป็ดและไก่มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ครั้งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าไปที่นั่นเมื่อสามสัปดาห์ก่อน คุณหมอของเรา หลังจากทำงานเสร็จกลับไปที่ห้องก็พบว่ามีใครเอาไข่ไก่ที่ออกใหม่ ๆ มาวางให้บนหมอน ๑ ฟอง



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:42


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว