กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   มิงกะละบาร์ เมียนมาร์ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=57)
-   -   มิงกะละบาร์ เมียนมาร์ ตอนที่ ๑๕ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3806)

คิมหันต์ 10-07-2013 22:30

มิงกะละบาร์ เมียนมาร์ ตอนที่ ๑๕
 
กราบถวายบูชาพระมหาเจดีย์ชุยดากง และพระมหาเจดีย์มหาวิสะยะเป็นการส่งท้าย กลับมาฉันเช้า หลวงปู่วาระยังไม่ออกมา จัดการมอบที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ไว้กับท่านนันทะสาระแทน...

ท่านนาวินหายไปไหนหว่า ? รออยู่นานสองนานครูบาน้อยจึงโผล่มา บอกว่าท่านวังสะธัมมะรองเจ้าอาวาสชวนคุย ท่านเคยไปอยู่แถวมหาชัยมาเมื่อสี่สิบปีก่อน ยังพอพูดไทยได้หลายคำ...

จับแท็กซี่ไปลงขนส่ง จ่ายค่ารถไปสี่ร้อย แถมยังเดินเสียอานเลย แท็กซี่ไม่รู้ว่ารถไปปะโกอยู่ที่ไหน พอถามทางเขาดันบอกท่ารถสองแถวให้...สองแถวก็สองแถวละวะ..! แหม...มันแย่งผู้โดยสารแทบจะชกกัน... จะชกกันก็เรื่องของเอ็ง ขอให้ข้าไปได้ก็แล้วกัน..!

รถสองแถวพม่าชอบจอดแช่ป้ายนาน ๆ กราบขอท่านปู่พระอินทร์สงเคราะห์ ขอขึ้นถึงพระบรมธาตุอินทร์แขวนในวันนี้ เพื่อประหยัดเวลาไปหนึ่งวัน ท่านปู่รับปากจะช่วย...คราวนี้เอ็งมีปัญญาก็เชิญแช่ไปเถอะ...ข้าจะหลับละนะ..!

คิมหันต์ 10-07-2013 22:33

หลับเพลินมาถึงปะโกไม่ทันจะรู้ตัว จ่ายค่ารถอีกสี่ร้อย เดินหารถเช่าเพื่อไปไหว้พระ เจอรุ่นคุณทวดยังหนุ่ม เขาคิดพันสอง ถังน้ำมันเป็นสายยางจุ่มไว้ในแกลลอน ซ้ำยังใช้สายไฟช็อตกันเพื่อสตาร์ทรถ ไอ้กรรมเผาบ้านเผาเมืองเขาอย่ามาตามทันตอนนี้แล้วกัน ตูขี้เกียจถูกย่างสด..!

ไปกราบหลวงพ่อโตสี่ทิศไจ๊ปอ เขาผูกนั่งร้านทาสีใหม่ ถึงหลวงพ่อพระนอนชุยตาเลียว เขารื้อซ่อมซุ้มทางเดินตลอดแนว แม่ค้าที่นี่พอพูดไทยได้ทุกคน แต่ขายของราคาแพงหูดับ คงจะคิดค่าฝึกภาษาด้วยกระมัง..?

พระราชวังกัมโพชศาสตร์ของพระเจ้าบุเรงนองมหาราช ไม่ได้มีความก้าวหน้าในการบูรณะเลย ภมรบัลลังก์ที่สวยงามมากเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้สีลอกเป็นขี้กลากไปทั้งหลัง..! พระตำหนักสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยายังจมดินจมหญ้าอยู่เหมือนเดิม ขนาดบ้านเรางบประมาณยังมาได้ช้ามาก บ้านเขาก็คงจะไม่ต่างกันนัก...

เข้าร้านอาหารฉันเพล กวาดผักเขาจนหมดถาด เจ้าของร้านต้องเอามาเติมใหม่ จ่ายค่าผักไปเจ็ดร้อย อย่างอื่นคิดเสียว่าเป็นของแถม ฮิ...ฮิ..! หาซื้อดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระมหาธาตุชุยมอดอ พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของหงสาวดี...

คิมหันต์ 10-07-2013 22:37

พระมหาธาตุสุวรรณมุเตานี้ มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยมาก ยอดฉัตรนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกถวายเป็นพุทธบูชาเมื่อครั้งยกทัพมาตีพม่า นับเป็นพระเจดีย์สำคัญองค์เดียวในพม่าที่มียอดฉัตรเป็นแบบไทย..! พม่าเขาไม่กล้าเปลี่ยนยอดฉัตร เกรงว่ายอดวีรกษัตริย์ไทยจะอธิษฐานอะไรเอาไว้ เปลี่ยนส่งเดชเดี๋ยวซวย...!

อธิษฐาน อุทิศส่วนกุศล แล้วให้คุณทวดไปส่งที่ท่ารถไปพระบรมธาตุอินทร์แขวน จ่ายค่ารถเพิ่มให้อีกหนึ่งร้อย แต่ไอ้รถเมล์ไม่ยอมจอดรับ รถสองแถวก็แน่นเป็นปลากระป๋อง ต้องนั่งข้างหลังเบียดไปกับเขา...

เป็นเรื่องละซิ..! ยายหนูผิวเข้มตาคมขึ้นมา ไม่มีที่แม้จะยืน แม่เจ้าประคุณมุดเข้ามา หย่อนสะโพกนิ่ม ๆ ลงบนตักอาตมา คงจะเห็นเป็นที่นั่งเสริม หลบไปทางไหนก็ไม่ได้ ต้องนั่งปลงไปจนกระทั่งแม่คุณลง ค่อยถอนหายใจโล่งอก..!

มาอีกแล้ว..ทีนี้เป็นห้านิ้วสั้น ๆ ตีนครับตีน..! เขาปีนไปนั่งบนหลังคา ดันเห็นหลังพระเป็นบันได เหยียบขึ้นไปหน้าตาเฉย..! ยังไม่ทันจะหายจุก คุณป้าอีกคนมุดพรวดเข้ามาตรงหว่างขา รถเบรกที ทิ้งโค้งที คุณป้าทิ้งน้ำหนักมาทั้งตัวแบบสบายอกสบายใจ “ท่านนาวินโว้ย..ลงเถอะ..ตูไม่ไปกับมันแล้ว..!”

คิมหันต์ 10-07-2013 22:40

ลงกลางทางหารถไม่ได้ ต้องเรียกสามล้อปั่นน่องโป่งไปลงข้างสถานีรถไฟ เจอค่ารถไปเจ็ดสิบ ตรงนี้เป็นท่ารถของเมืองไจ๊โทที่จะขึ้นไปพระบรมธาตุอินทร์แขวน คราวนี้ปีนตามพระพม่าขึ้นไปนั่งบนหลังคา ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า เจอสาวนั่งตักบ่อย ๆ เดี๋ยวปลงไม่ลง..!

รถวิ่งเป็นม้าควบไปตามทางคดเคี้ยว เก้าไมล์ต่อมาถึงเชิงดอยอินทร์แขวน คิดว่าต้องพักที่ร้านประจำเสียแล้ว แต่ท่านปู่พระอินทร์ทำได้ ยังมีรถหลงอยู่อีก ๑ เที่ยว ซื้อตั๋วคนละร้อยห้าสิบ อาตมาเพิ่มค่าที่นั่งตอนหน้าอีกห้าสิบ ไปโลด..! แหม..พอขึ้นนั่งก็ออกรถเลย อยากจะเชื่อว่าเขารออาตมากับครูบาน้อยอยู่จริง ๆ...

รถทหารรักษาด่านสวนมากลางทาง เอะอะสอบถามเป็นการใหญ่ ว่ามืดค่ำแล้วมาได้อย่างไร ? พอรู้ว่าออกตามคิวก็ปล่อยผ่าน ขนาดด่านตรวจยังเลิกแล้ว ไม่รู้ว่าท่านปู่จัดการอีท่าไหนถึงมากันได้ ? กราบขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ...

คิมหันต์ 10-07-2013 22:49

หกโมงสี่สิบห้ามาสุดทางรถแปดไมล์ คราวนี้เดินกันละเน้อ... ทางขึ้นเขาชันดิ่งหนึ่งไมล์เต็ม ๆ เรียกเหงื่อท่วมตัว ทั้งที่อากาศเย็นเอาเรื่อง องค์พระบรมธาตุเหลืองอร่ามกลางแสงไฟ ทำให้เดินได้ไม่รู้จักเหนื่อย...

ถึงแล้ว...หนึ่งทุ่มสี่สิบห้าพอดี ใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าตาเนื้อตัวแบบซักแห้ง ครองผ้าสวดมนต์แล้วปิดทองถวายเป็นพุทธบูชา (ใช้ทองที่ซื้อจากมัณฑะเลย์) จากนั้นเดินหามุมถ่ายรูปงาม ๆ ยามค่ำคืนกันหน่อย...

คราวนี้ถึงเรื่องที่พักบ้าง ร้านจูจูลวินรีบเปิดห้องให้ในฐานะแขกประจำ ร้านนี้เป็นพี่น้องกับมิตตาลวินที่เชิงดอย เขาประมูลร้านนี้มาในราคาห้าล้านสองแสน มีเวลาทำเงินแค่เจ็ดเดือน เพราะต้องปิดร้านช่วงหน้าฝน ปีต่อไปต้องประมูลกันใหม่ อาตมาทั้งสองมุดเข้าห้องได้ก็ไปยาวแบบไม่ร่ำไม่ลากันเลย..!

คลิกเพื่ออ่านตอนต่อไป


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:10


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว