กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๐ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5794)

เถรี 04-09-2017 20:30

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๐
 
ถาม : เวลาไปงานศพมักจะมีวิญญาณตามมา โดยจะเห็นหรือรู้สึกได้ในช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่น หลังจากไปงานศพมาในวันนั้น อยากทราบว่าเกิดจากอะไรคะ เกี่ยวข้องกับที่เคยผ่าตัดมะเร็งมาหรือไม่ ?
ตอบ : เกิดจากวิญญาณตามมา..! บางทีคนเราในช่วงคับขันของชีวิต สภาพจิตก็จะลงล็อก สามารถเห็นภพหน้าได้ ลักษณะของทิพจักขุญาณที่เกิดแบบคนใกล้ตายจะ เห็นก่อนล่วงหน้าประมาณ ๗ วัน คราวนี้เราไม่ตาย สมบัติที่ได้มาแล้วเขาก็ไม่ทวงคืน เราก็เลยเห็นอยู่เรื่อย

ถาม : จะแก้ไขอย่างไร ?
ตอบ : ไม่ต้องแก้ ถ้ามาก็ขอหวย เดี๋ยวเขารำคาญก็ไปเองแหละ..!

เถรี 04-09-2017 20:35

ถาม : โดนอาจารย์บังคับให้สอนแล็บฯ แทนตัวเองค่ะ เพราะว่าเขาทำไม่เป็น โดยที่หนูไม่ได้อยากสอนเลยแต่ปฏิเสธไม่ได้ บอกว่าจะให้ค่าตอบแทนตามอัตราค่าจ้างของคณะ สุดท้ายโอนให้น้อยกว่าอัตราค่าจ้างคณะ ๒ เท่า หนูทวงไปแล้วเขาก็ไม่ให้ บอกว่าคิดเงินตามหน่วยกิต แล้วก็ส่งวิธีคิดแบบมั่ว ๆ มาให้ หนูโกรธเขามากค่ะ ทำไมเขาเห็นแก่ตัวแบบนี้ ถ้าหนูไม่สอนแทนอาจารย์ก็สอนเองไม่ได้เลยค่ะ เขาใช้เด็กสอนแทนมาตลอด ?
ตอบ : แสดงว่าเหมือนกับอาจารย์ของอาตมา อาจารย์ของอาตมาให้สอนภาษาอังกฤษแทนท่าน โดยบอกว่าไม่ต้องสอบ จะให้เกรดเอเลย ปรากฏว่าถึงเวลาแล้วให้แค่เกรดบี ก็เลยบอกท่านว่า ถ้าให้แค่นี้แล้วผมจะไปสอนให้เหนื่อยทำไม ? ถึงเวลาผมสอบเองก็ต้องได้เกรดเออยู่แล้ว แต่ท่านก็ให้แค่นั้น

ถาม : ตอนนี้หนูกลัวมากค่ะ เพราะว่ามีเรื่องกับอาจารย์คนนี้อยู่ หนูกลัวเขาเอาไปนินทากับอาจารย์คนอื่นทั้ง ๆ ที่หนูไม่ผิด หนูควรทำอย่างไรดีคะ ?
ตอบ : ไม่ผิดแล้วจะกลัวเขานินทาทำไม ? แสดงว่าหลงผิด ก็คือเข้าใจว่าตัวเองผิด ไม่ผิดต้องไปกลัวเขานินทาทำไม ? คนทำผิดต่างหากที่ต้องกลัว

เถรี 04-09-2017 20:39

ถาม : ตามพระราชประวัติพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ทรงเป็นที่รักมากของพระมเหสี พระชายา ตลอดจนพระสนมหลายพระองค์ แม้ทรงเสด็จสวรรคตแล้ว ก็ยังคงมีความรักและจงรักภักดีตลอด ไม่เสื่อมคลาย การที่ผู้ชายคนหนึ่งเป็นที่รักจริงและยอมสยบของผู้หญิงหลายคนแบบนี้ ทรงสร้างบุญบารมีด้วยอะไร ? อย่างไร ?
ตอบ : บารมีเก่าอย่างต่ำต้องมีเนกขัมมบารมีอย่างอ่อนมา ขณะเดียวกันพระมหากษัตริย์ทุกท่าน ก็คือพระโพธิสัตว์ที่มาบำเพ็ญบารมี แปลว่าท่านต้องมีพื้นฐานบารมี ๑๐ มาก่อนทั้งนั้น เพราะฉะนั้น...อยากได้อย่างพระองค์ท่าน ก็ต้องทำอย่างพระองค์ท่านนั่นแหละ

เถรี 04-09-2017 20:43

ถาม : สมมติว่า เราจะบอกบุญสร้างพระพุทธรูป ในราคาองค์พระห้าหมื่นบาท แล้วเราออกเงินจ่ายไปก่อนครบห้าหมื่นบาท ได้พระพุทธรูปมาเรียบร้อยแต่ยังไม่ได้ถวาย แล้วเรามาบอกบุญเรี่ยไรสร้างพระพุทธรูป เมื่อปิดกองบุญได้เงินร่วมบุญสร้างพระมาสองหมื่นบาท หลังปิดกองบุญจึงได้นำพระพุทธรูปไปถวายวัด อยากทราบว่าในกรณีเช่นนี้ ผู้บอกบุญที่ออกเงินสร้างพระไปครบถ้วนแล้วห้าหมื่นบาท สามารถนำเงินที่เขาร่วมบุญสมทบมาทีหลังสองหมื่นบาทไปใช้จ่ายตามอัธยาศัยได้ไหม จะมีโทษหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ได้...เรามีสิทธิ์บอกบุญได้ถึง ๔๙,๙๙๙ บาท จะให้มากกว่านั้นก็ยังไหวนะ เอาอีก ๙๙ สตางค์ก็ได้...! แต่ทีนี้อัตราสตางค์เขาไม่ค่อยจะใช้งานกันแล้ว จึงให้แค่นั้นแหละ

เถรี 04-09-2017 20:46

ถาม : บ้านที่ปล่อยว่างไม่ได้อยู่อาศัย หมอผีที่อยู่บ้านติดกันใช้อำนาจของเปรต และ อสุรกายที่เลี้ยงไว้ ได้ทำคุณไสยใส่ตัวบ้านในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ฝังลงดินในบริเวณบ้าน ซึ่งมีผลกระทบให้ผู้ที่เคยอยู่บ้านหลังนั้นโดนคุณไสยไปด้วย ถ้าใช้ตะกรุดมหาสะท้อนแก้คุณไสยและอาถรรพ์ ให้หมดไปจากตัวบ้าน โดยการฝังลงดินหรือแขวนติดตัวบ้าน จะมีผลไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าจะฝังดินแก้อาถรรพ์ใช้ตะกรุดโสฬสจะตรงกว่า แต่ขณะเดียวกันสงสัยว่าจะทำใส่บ้านไปทำไม ? เป็นหมอผีที่ว่างมากใช่ไหม ถ้าจะทำก็ทำใส่คนสิวะ...!

ถาม : และควรฝัง หรือแขวน ตะกรุดไว้ที่ตำแหน่งใดของตัวบ้านครับ ?
ตอบ : ถ้าฝังก็ฝังที่ดิน ตรงไหนก็ได้ของที่ตั้งบ้านหลังนั้น ไม่ได้ฝังที่บ้าน

ถาม : มีทิศกำหนดไหมคะ ?
ตอบ : ให้อยู่ในเขตพื้นที่นั้นก็พอ แค่ดูว่าเป็นที่ซึ่งเราไม่ได้เดินข้ามก็ใช้ได้แล้ว

เถรี 05-09-2017 15:57

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้ที่กำลังกระหึ่มอยู่ในโลกโซเชียลอยู่สำหรับพระ ไม่ใช่เรื่องอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์หนีนะ แต่เป็นเรื่องของคนที่สักลายแล้วบวชไม่ได้ พระอุปัชฌาย์ไม่ให้บวช เกิดน้อยใจขึ้นมาก็เลยไปโพสต์ระบายอารมณ์

อาตมาขอยืนยันว่าพระอุปัชฌาย์ท่านทำถูกแล้ว เพราะว่าตัวอาตมาเองก็เป็นพระอุปัชฌาย์ การบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนานั้น พระอุปัชฌาย์มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว หลักเกณฑ์เหล่านี้คัดเลือกกุลบุตรที่มีสมบัติ ก็คือความสมบูรณ์ที่สมควรแก่การบวช อันจะประกอบไปด้วยวัตถุสมบัติ ก็คือร่างกายของตนเอง กรรมวาจาสมบัติ ความถูกต้องในการสวดเพื่อที่ญัตติเป็นสงฆ์ สีมาสมบัติ ความถูกต้องในสีมา แล้วก็ปริสสมบัติ ความสมบูรณ์พร้อมของคณะสงฆ์

คราวนี้วัตถุสมบัตินั้น ที่ท่านกำหนดขึ้นมาด้วยสาเหตุหลายประการด้วยกัน ประการแรก...เพื่อให้สามารถทำสังฆกรรมได้ ที่ว่าทำสังฆกรรมได้ก็คือ ถ้ามีร่างกายที่พิกลพิการจนไม่สามารถที่จะไปทำสังฆกรรมได้ ตนเองก็จะต้องอาบัติ (ศีลขาด) เพราะว่าสังฆกรรมบางอย่าง ถ้าเราไม่เข้าร่วมถือว่าศีลขาด อย่างเช่น การลงพระปาฏิโมกข์ทุกกึ่งเดือน เป็นต้น

ประการที่สอง...เพื่อไม่ให้นักบวชศาสนาอื่นเอาไปเป็นข้อตำหนิติเตียน หรือเยาะเย้ยพระภิกษุในพระพุทธศาสนา อย่างเช่นมีร่างกายพิกลพิการ จนกลายเป็นจุดอ่อนที่ศาสนาอื่นเขายกมาตำหนิติเตียนพระพุทธศาสนาของเราได้"

เถรี 05-09-2017 16:00

"ประการต่อไป...เพื่อความเลื่อมใสของบุคคลที่ยังไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เพื่อความเลื่อมใสมากยิ่งขึ้นของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ตรงจุดนี้ก็คือควรที่จะมีอวัยวะครบสมบูรณ์ หน้าตาไม่ขี้ริ้วขี้เหร่จนรับไม่ได้ อย่างวัดเบญจมบพิตรฯ มีสิ่งปฏิบัติที่ไม่ถือว่าเป็นทางการแต่เป็นทางการอยู่อย่างหนึ่ง ที่ในวงการสงฆ์เขาพูดกันก็คือ “รูปไม่หล่ออยู่วัดเบญจฯ ไม่ได้”

โดยเฉพาะสมัยสมเด็จพระสังฆราชกิตติโสภณมหาเถระ ใครเอาพระเณรมาฝากนี่ พระองค์ท่านพิจารณารูปร่างหน้าตาก่อนเป็นอันดับแรกเลย เพราะพระองค์ท่านถือว่าเป็นวัดหลวง เป็นวัดของสมเด็จพระสังฆราช บุคคลที่มาอยู่ สมณสารูปต้องเป็นที่น่าเลื่อมใสของผู้ที่พบเห็น

หรืออย่างในปัจจุบันวัดสุทัศน์เทพวราราม ถ้าคุณสักลายโผล่ออกมานอกจีวร ไม่มีทางได้เป็นเจ้าคุณอย่างเด็ดขาด เก่งแค่ไหนก็ไม่ได้เป็น นี่คือหลักการที่ทางวัดถือปฏิบัติเลย"

เถรี 05-09-2017 16:03

"คราวนี้พ่อหนุ่มคนนั้นไม่ได้สักลายเฉย ๆ แต่สักมายันหน้ายันตาเลย มีกระทั่งตาที่สามบนหน้าผากด้วย ลักษณะนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการสักลายของคนคุก แม้แต่ที่วัดของอาตมาก็มีที่สักประเภทเขียว ๆ แดง ๆ ทั้งตัว แต่ท่านสักแค่ตัว เวลาห่มผ้าเข้าไปแล้วมองไม่เห็น อย่างนั้นก็ไม่ว่ากัน พระอุปัชฌาย์พิจารณาแล้วว่าบวชได้ เพราะคนอื่นไม่เห็นว่าเป็นของน่ากลัว

แต่คราวนี้เมื่อสักลายมาถึงใบหน้า ไม่สามารถที่จะป้องกันได้ ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ พระอุปัชฌาย์พิจารณาแล้วว่าคุณไม่สมควรที่จะบวช ก็ถือว่าท่านทำถูก เพราะว่าเข้าไปก็เป็นที่รังเกียจของเพื่อนฝูง เป็นที่หวาดกลัวของเพื่อนฝูง โดยเฉพาะบุคคลที่ใส่บาตรมักจะเป็นสุภาพสตรี ค่อนข้างจะขวัญอ่อน ถ้าเห็นพระเดินมาในลักษณะนั้น ดีไม่ดีก็อุ้มขันข้าววิ่งหนีเลย คิดว่าเจอโจรปลอมมาจะปล้นบ้านหรือเปล่า ?

โดยเฉพาะว่าบุคคลท่านนี้ที่จะไปบวชนั้น ท่านก็ไม่ได้บวชด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจริง ๆ แต่จะไปบวชแก้บน ซึ่งในลักษณะนี้ พระอุปัชฌาย์อาจจะพินิจพิจารณารับให้บวช แต่ต้องมีกำหนดสัญญาอย่างชัดเจน อย่างเช่นว่า ถึงวันนั้นเวลานั้นแล้วต้องสึกหาลาเพศไป ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นที่รังเกียจของชาวบ้าน แล้วนาน ๆ ไปก็จะมีประเภทเดียวกันมามากขึ้น วัดก็จะกลายเป็นแหล่งซ่องสุมไป

ดังนั้น...ในส่วนที่พระอุปัชฌาย์ไม่ให้บวช ถือว่าท่านทำถูกต้องทั้งพระธรรมวินัย และทั้งในส่วนของการรักษาพระศาสนา แต่ว่านักวิชาการหลายท่านออกมาตำหนิติเตียนว่า ไปตัดรอนสิทธิของบุคคลอื่น นักวิชาการเหล่านี้นอกจากไม่รู้จริงแล้ว บางคนก็ยังว่าไปตามอารมณ์ด้วย ลักษณะของการว่าไปตามอารมณ์แล้วไม่รู้จริง เป็นการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น โดยที่ตนเองขาดความรับผิดชอบ จะว่าไปก็คือ ผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ด้วย"

เถรี 05-09-2017 16:05

"ส่วนอีกหลายท่านที่ลงความเห็น หรือที่เรียกว่าคอมเมนต์อยู่ในลักษณะเอามัน ก็คือเอาความสะใจเขาว่า อย่างเช่นว่า “ทีไอ้พวกเข้าไปบวชแล้วทำเหี้.. ๆ ให้ชาวบ้านเขาเสื่อมศรัทธา กลับให้บวชได้ ทีคนมีความเลื่อมใสเขาอยากจะบวชกลับไม่ให้บวช” ถ้าลักษณะอย่างนี้ อาตมาถือว่าพูดแบบคนไร้ปัญญาและไร้ความรับผิดชอบ

คำว่า ไร้ปัญญาก็คือไม่ได้ดูในประเด็น พระที่ท่านบวชเข้าไปแล้วทำความเสื่อมเสียนั้น ก่อนบวชท่านมีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่ได้ทำอะไรเป็นที่เสื่อมเสีย แต่เมื่อบวชเข้าไปแล้ว ไม่สามารถที่จะต้านทานอำนาจกิเลสได้ จึงไปสร้างความเสื่อมเสียทีหลัง เป็นคนละประเด็นกับการที่พระอุปัชฌาย์คัดเลือกผู้ที่เข้าไปบวช

ดังนั้น...ท่านทั้งหลายเหล่านี้ถ้าจะเอาความมันหรือความสะใจ ก็โปรดระมัดระวังว่าจะสร้างโทษใหญ่ให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง เพราะว่าเราไปตำหนิถึงพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระมหาเถระแล้วทั้งนั้น ก่อนที่จะลงความเห็นอะไรกันไป ควรที่จะไตร่ตรองให้รอบด้านเสียก่อน จะได้ไม่สร้างความเสียหายให้กับพระศาสนาด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เกิดโทษเดือดร้อนแก่ตัวเองด้วย"

เถรี 05-09-2017 16:07

"ประการสุดท้ายที่มีการคัดเลือกตัวผู้ที่เข้ามาบวชนั้น ท่านกำหนดคุณสมบัติไว้หลายอย่าง เช่น ห้ามนักโทษเด็ดขาด ห้ามนักโทษหนีคดี เหล่านี้เป็นต้น

ในส่วนนี้เมื่อท่านมาขอบวช โดยสักลายมาถึงหน้าตา พระอุปัชฌาย์ท่านก็ต้องคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน ว่าลักษณะของการสักตัวแบบนักโทษอย่างนี้หนีคดีมาหรือเปล่า ? เพราะหลายคนมาบวชเพื่อหลบซ่อนตัวเอง จนกว่าคดีจะหมดอายุความ ถ้าอาตมาเป็นพระอุปัชฌาย์เอง ก็จะต้องสอบสวนทวนความกัน ต้องหาพยานหลักฐานกันอุตลุด เพื่อที่จะยืนยันว่าท่านเป็นผู้ที่พ้นโทษแล้วจริง ๆ เท่านั้น

แต่ถ้าสักลายมาถึงขนาดหน้าลายหมดแบบนี้ แม้แต่อาตมาเองก็ไม่รับ
บวชให้ เพราะว่าจะเกิดโทษหลายอย่างกับพระศาสนาซึ่งเป็นที่รักของพวกเรา ไม่ใช่ว่าเอาอกเอาใจบุคคลคนเดียวแล้วทำให้ส่วนรวมเสียหาย ดังนั้น...เรื่องนี้ใครก็ตามที่ยังไม่กระจ่าง ก็ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย ว่าเรื่องของการคัดกรองตัวผู้บวชนั้น เกิดจากหลายสาเหตุดังที่ได้กล่าวมา เราต้องศึกษาให้รู้จริงก่อน อย่าไปเที่ยวลงความเห็นโดยอาศัยความรู้สึก ซึ่งเป็นอารมณ์โดยไม่ได้เอาเหตุเอาผลกัน"

เถรี 06-09-2017 08:14

ถาม : หากภาวนาคาถามหาสะท้อนขึ้นแล้ว คนในครอบครัวหรือคนสนิทที่มาหยอกล้อ หรือล้อเล่นด้วยการตบก็ดี หรือต่อยเล่น ๆ ก็ดี จะมีอันตรายใด ๆ หรือไม่ขอรับ ?
ตอบ : มี...เขาถึงได้ห้ามไม่ให้เด็กใช้ เพราะกลัวว่าเราจะเผลอไปตีเด็กเข้า ตัวอย่างก็คือ เพื่อนต่อยเพื่อนแบบหยอก ๆ แล้วตัวเองแขนหัก ก็ไม่รู้ว่าสะท้อนอีท่าไหน คนใช้ตะกรุดก็ไม่ได้ทำอะไร เพื่อนมาต่อยเปรี้ยง คนต่อยแขนหักเลย

เถรี 06-09-2017 08:34

ถาม : ถ้าหากว่าเราบวชพระภิกษุ แต่ปรากฏว่าพระที่ร่วมนั่งหัตถบาสนั้นต้องอาบัติปาราชิก แล้วถือว่าบวชพระไม่ขึ้นใช่หรือไม่ ?
ตอบ : เป็นได้แค่เณร

ถาม : หากว่าในระหว่างที่บวชอยู่นี้ (สามเณรที่บวชพระไม่ขึ้น) ไปต้องอาบัติสังฆาทิเสส คิดว่าตัวเองยังเลวเกินไป อยากจะสึกเป็นเพศฆราวาส จะต้องไปเข้าปริวาสก่อนสึกหรือไม่ หรือสามารถสึกได้เลย ?
ตอบ : ของสามเณรไม่มีอาบัติสังฆาทิเสส แต่ศีลขาดต้องไปต่อศีลก่อนแล้วค่อยสึก พูดง่าย ๆ ว่าไปขอศีล ๑๐ ก่อนแล้วค่อยสึก

ถาม : วิบากกรรมของสามเณรรูปดังกล่าวจะเป็นอย่างไรบ้าง ? ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
ตอบ : ชาตินี้ก็หาความเจริญไม่ได้ เพราะในขณะที่เป็นพระเป็นเณรอยู่หาความบริสุทธิ์ไม่ได้ ชาติหน้าเศษกรรมตามไปก็คงจะเดือดร้อนอีกหน่อย

เถรี 06-09-2017 08:36

ถาม : เนื่องจากงานเป่ายันต์เกราะเพชรที่ผ่านมา กระผมไม่มีเงินค่ารถไปที่วัด เลยรับยันต์อยู่ที่บ้านแทนในเวลา ๑๐ โมงเช้า ทีนี้ปัญหามีอยู่ว่า ในขณะที่ผมภาวนาโดยมือถือธูปและเทียนนั้น ก็รู้สึกหนักบริเวณฝ่ามือ ซึ่งในขณะที่ภาวนานั้น จิตใจผมก็ฟุ้งซ่านไปด้วยภาวนาพุทโธไปด้วย สักพักหนึ่งกระผมรู้สึกแน่นท้องอึดอัด เลยวางธูปเทียนไว้บนพานแล้วไปนอนภาวนาต่อบนที่นอนจนเผลอหลับไป อยากทราบว่ากระผมจะได้รับยันต์หรือเปล่าขอรับ ?
ตอบ : ตื่นขึ้นมามีอะไรติดมือมาหรือเปล่า ? ถ้าไม่มีก็ไม่ได้รับ อันนี้พูดเล่นนะ ...(หัวเราะ).... ถ้าตั้งใจรับด้วยความเคารพ จะฟุ้งซ่านขนาดไหน พระท่านก็สงเคราะห์ให้

เถรี 06-09-2017 08:37

ถาม : ยายผมให้คาถาตอนเด็ก คาถาปัญญาดี มีเนื้อความว่า อินทะปัญญา อินทะเขมัง อินทะตัปปัง มะออ มะแอ อยากทราบว่าพระอาจารย์รู้จักที่มาไหมครับ ?
ตอบ : ไม่รู้...ไม่เคยใช้ เพราะว่าเกิดมาปัญญาดีมาตั้งแต่เกิดแล้ว...!

เถรี 06-09-2017 08:40

ถาม : วันเสาร์ ๕ หลังจากรับยันต์เกราะเพชร ผมไปที่โรงเรียนประถม เก็บเงินได้ ๑๐ บาท ผมนึกขึ้นได้ว่าเป็นของสาธารณะ แต่มีความคิดว่าก่อนเราเคยเรียนที่นี้ ๕ บาท ๑๐ บาท ก็ต้องประกาศคนมารับ แต่ตอนนี้ไม่มีใครจะแจ้งได้ ความคิดตีกัน ผมก็เลยตัดสินใจว่าเอาไปทำบุญวิระทะโย วันละ ๑ บาท ปรารถนาพุทธภูมิดีกว่า ยันต์เกราะเพชรผมจะหายไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าเป็นทรัพย์ที่ตกหล่นอยู่ แล้วเจ้าของเขายังคิดจะตามหา ก็แปลว่ายันต์ของเราหายแน่ แต่ถ้าเจ้าของไม่รู้ตัวหรือตัดใจไม่เอาแล้ว ก็เป็นอันว่าไม่เป็นไร

เถรี 06-09-2017 08:43

ถาม : การแก้ไขมีดหมอที่ขึ้นสนิม ควรใช้วิธีใดในการลบสนิมออกจากใบมีดครับ ?
ตอบ : มีสองวิธี ถ้าไม่เสียดายของก็แช่โซดาไฟ รูดปรื๊ดเดียวก็สะอาดแล้ว แต่ถ้ากลัวเสียของก็ใช้น้ำยาบรัสโซค่อย ๆ ขัด

ถาม : ควรดูแลรักษามีดหมอต่อไปอย่างไรให้อยู่กับเราอย่างคงทนยาวนานครับ ?
ตอบ : จริง ๆ ถวายพระจะดีกว่านะ แต่ถ้าจะให้อยู่กับตัวเอง ภาษาฝรั่งเขาบอก keep it clean and dry คือทำความสะอาดและดูแลให้แห้งอยู่เสมอ

เถรี 06-09-2017 09:02

ถาม : อยากทราบวิธีพิจารณาให้เห็นความทุกข์ในกามครับ เพราะเท่าที่ผ่านมา ในเรื่องของกามส่วนใหญ่จะเห็นแต่ทุกข์หลังจากเสร็จกิจกามไปแล้ว เพราะรู้สึกว่าเมื่อความสุขจากกามหายไป อารมณ์ใจมักจะมีความรู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาแทนที่ทุกครั้ง อันนี้พอจะทราบได้บ้างว่ามันคือทุกข์ แต่ทุกข์ที่เกิดจากสุขในกามทั้งสองช่วงเวลา คือ

๑) วินาทีความสุขที่ร่างกายได้รับในขณะที่ร่างกายของทั้งสองฝ่ายเกิดการเสียดสีกัน ๒) วินาทีที่ความสุขจากกามนั้นพุ่งถึงจุดสูงสุด ซึ่งเป็นจุดที่คนเราส่วนใหญ่ไปติดในรสของกามก็เพราะจุด ๆ นี้ ซึ่งกินเวลาแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น

อยากทราบว่าเราจะต้องพิจารณาอย่างไรถึงจะเห็นความทุกข์จากความสุขที่ได้รับจากกามใน ๒ เรื่องที่ว่ามานี้ครับ ?

ตอบ : เขาเรียกว่าพยายามจะยิงแต่เล็งผิดเป้า ในเรื่องของกามต้องพิจารณาเห็นโทษตั้งแต่ก่อนจะมีอะไรกัน ไม่ใช่กำลังขย่มกันแล้วจะไปพิจารณาให้เห็น มีมนุษย์ที่ไหนทำได้ ? เรื่องพวกนี้เราต้องพิจารณาให้เห็นทุกข์เห็นโทษจริง ๆ จัง ๆ ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่ม จึงจะเกิดอาการเบื่อหน่ายคลายกำหนัด ไม่ใช่ไปจุดไฟติดแล้วค่อยมาพิจารณา กามราคะมาปัญญาไม่เกิด

ให้เราดูในธัมมจักกัปปวัตนสูตร พระพุทธเจ้าตรัสถึงอัตกิลมถานุโยคว่า ทุกโข อนริโย อนัตถสัญหิโต ประกอบด้วยทุกข์ ไม่ใช่หนทางแห่งความเจริญ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่พอไปกล่าวถึงกามสุขัลลิกานุโยค พระองค์ท่านบอก หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก ไม่ได้บอกว่าทุกโข ก็คือ เป็นของหยาบ เป็นของต่ำ เป็นของบุคคลผู้ครองเรือน เป็นของปุถุชนผู้หนาไปด้วยกิเลส เหตุที่ไม่ได้กล่าวว่าเป็นทุกข์ เพราะคนไปเข้าใจว่าเป็นสุข

ดังนั้น...ถ้าจะพิจารณาให้เห็นทุกข์ ต้องเห็นตั้งแต่แรก หรือไม่หลังจากนั้นพอจิตใจเศร้าหมองลงมา รู้ว่าเป็นความทุกข์ รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร ก็เร่งพิจารณาตามไปเลย เหมือนกับประเภทพายเรือตามน้ำ
ก็จะง่ายขึ้น

เถรี 06-09-2017 09:27

ถาม : มีวันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังนอนภาวนาอยู่ ดูลมหายใจเข้าออกพร้อมกับนึกถึงพระพุทธเจ้าไปด้วย ตั้งใจว่าตายเมื่อไรจะขอไปนิพพาน ในขณะนั้นจิตก็นึกถึงพระบ้าง นึกถึงบาปที่เคยทำมาบ้าง สลับไปมา แต่ก็พยายามนึกถึงพระให้ได้มากที่สุด

พอจิตใจเริ่มกำลังสบาย ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงคนพูด ดังขึ้นมาข้าง ๆ หู ว่า "อย่างมึงน่ะหรือจะไปนิพพาน อย่างมึงต้องไปนรก" ผมได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ไม่อยากตกนรก ก็เลยพยายามนึกถึงพระพุทธเจ้า แล้วคิดว่าตอนนี้เรากำลังกอดพระบาทของพระพุทธองค์อยู่ ผมกอดไว้แน่น โดยคิดว่าจะตกนรกหรือเปล่าไม่รู้ แต่อย่างไรก็จะขออยู่กับพระพุทธเจ้าแบบนี้แหละ อย่างไรก็ไม่ปล่อย

อยากทราบว่า เสียงที่ผมได้ยินนั้นคืออะไรครับ ? ทั้ง ๆ ที่กำลังนึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่ ทำไมถึงมีเสียงแบบนี้แทรกขึ้นมาได้ครับ ?
ตอบ : มีสองอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือท่านมาทดสอบกำลังใจ อย่างที่สองความจริงจักเป็นเช่นนั้น ทำให้นึกถึงภาษิตจีนที่ว่า ทุกข์มาถึงตัวค่อยกอดบาทพระ เป็นเรื่องจริงเลยนะ

ถาม : การที่ผมนึกให้ตัวเองกำลังกอดพระบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะเป็นการปรามาสพระหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าคิดอีกจะลงนรกง่ายขึ้น...! พระก็คือพระ ถ้าไม่ได้ทำอะไรล่วงล้ำก้ำเกินไปมากกว่านั้น ทำด้วยความเคารพก็ไม่เป็นไร รู้ว่าใจตัวเองหมอง ยังพยายามคิดให้ใจหมองหนักขึ้นอีก แบบนี้ก็ลงนรกง่ายขึ้นเท่านั้น

เถรี 06-09-2017 09:40

ถาม : มีแอปพลิเคชันบางอย่างที่สามารถให้คนเข้าไปไลฟ์สดเพื่อหาเงินได้ และมักจะมีสาว ๆ เข้าไปใช้แอปพลิเคชันนี้ โดยแต่งตัววาบหวิวเพื่อไลฟ์สด หากใครชอบก็สามารถกดให้ถั่วแก่สาว ๆ คนนั้นได้ โดยถั่วที่ให้ไปนั้น สาวคนที่ได้รับ จะสามารถนำไปแลกเป็นเงินสดได้
ตอบ : บอกคนทำแอปฯ เปลี่ยนการให้คะแนนใหม่เถอะ เปลี่ยนเป็นทองคำแท่งก็ได้ ให้ถั่ว...ฟังแล้วตลก...!

ถาม : อยากทราบว่า คนที่เข้าไปดูสาว ๆ แต่งตัววาบหวิว แล้วเกิดชอบ จึงได้กดให้ของในแอปพลิเคชัน เพื่อให้สาว ๆ นั้นนำไปแลกเป็นเงินจริงได้ แบบนี้จะได้บุญไหมครับ ?
ตอบ : ได้นิดหนึ่ง ลักษณะเดียวกับยายแฟง ยายแฟงสร้างวัดคณิกาผล เพราะตัวเองมีอาชีพเป็นแม่เล้า ก่อนหน้านี้เขาเรียกว่าวัดใหม่ยายแฟง แล้วเปลี่ยนเป็นวัดคณิกาผล สร้างวัดเสร็จก็ทำบุญเลี้ยงพระ นิมนต์หลวงพ่อโต วัดระฆัง ไปเป็นประธานสงฆ์

กราบเรียนถามหลวงพ่อโตว่า "ดิฉันทำบุญขนาดนี้ จะได้บุญมากไหมคะ ?" หลวงพ่อโต วัดระฆัง ตอบว่า "ได้สักสลึงเฟื้องนะโยม" เนื่องจากเจตนาไม่บริสุทธิ์ วัตถุทานไม่บริสุทธิ์ ผู้ให้ไม่บริสุทธิ์ แต่ผู้รับบริสุทธิ์ ของยายแฟงนั่นไม่บริสุทธิ์แค่สามในสี่เท่านั้นนะ แต่กรณีนี้ผู้รับไม่บริสุทธิ์ด้วย ...(หัวเราะ)... ของเรานี่ไม่บริสุทธิ์สี่ส่วนเต็ม น่าจะได้ต่ำกว่าเฟื้องหนึ่งกระมัง ?


ถาม : เพื่อเป็นการป้องกันการตกนรก ผมจะพยายามนึกถึงพระพุทธเจ้าให้ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงแบบนี้จะได้ไหมครับ หรือมีวิธีไหนที่ดีกว่านี้บ้างครับ ?
ตอบ : ถ้านึกได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงไม่พลาดเลยก็รอด แต่ถ้าพลาดเมื่อไรก็จะตกวินาทีนั้นแหละ..!

เถรี 06-09-2017 16:12

พระอาจารย์กล่าวว่า "การลงทะเบียนคนจน มีด็อกเตอร์ ๖๙๘ คน ปริญญาโท ๕,๘๑๐ คน ปริญญาตรี ๓๕๙,๕๔๓ คน แบบนี้การแก้ปัญหาความยากจนของคนไทยมาถูกทางแล้วหรือ ?"

เถรี 06-09-2017 16:14

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนที่สร้างหลวงพ่อสมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๘ ศอก บนยอดเขาวัดท่าขนุน ปูนลูกหนึ่งราคา ๖๓ บาท แต่ค่าจ้างแบก ๑๐๐ บาท อาตมาเองว่าแข็งแรง ๆ เอาอิฐบล็อกขึ้นไปได้ครั้งละ ๖ ก้อน เดินได้แค่ ๒ เที่ยวก็หมดสภาพแล้ววันนั้น ส่วนท่านอาจารย์สมพงษ์หนุ่มกว่าครึ่งรอบ เอาอิฐไปสองก้อน ขึ้นได้ครั้งเดียวก็น็อกแล้ว"

เถรี 06-09-2017 17:42

ถาม : ในหมู่พระภิกษุสงฆ์ผู้อาพาธเป็นโรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ ซึ่งพวกยาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่รักษาโรคนี้ โดยปกติบุคคลทั่วไป แพทย์มักจะสั่งจ่ายยาจำนวน ๒ มื้อ คือ เช้าและเย็น หากแต่ในกรณีของพระภิกษุสงฆ์นั้น พระท่านมีวิธีการเลือกฉันยาอย่างไรในกรณีที่ฉันได้แค่มื้อเช้าและเพล ?
ตอบ : ฉันทุกมื้อนั่นแหละ ท่านไม่ได้บอกว่ายาก่อนหรือหลังอาหารนี่นา ถ้าเป็นยาหลังอาหาร พวกปานะต่าง ๆ ก็สามารถฉันรองท้องได้เป็นปกติอยู่แล้ว คุณจะไปเดือดร้อนอะไร ก็ฟาดน้ำส้มไปสักหนึ่งลิตร..!

ถาม : ช่วงมื้อเย็น พระท่านสามารถฉันอะไรได้บ้างที่เหมาะสมแก่สมณสารูป หากแต่ไม่ทำร้ายขันธ์ด้วยอาการของโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ ?
ตอบ : น้ำส้มก็ได้ ไม่หวานอยู่แล้ว ในพระบาลีท่านว่า สัปปิ เนยใส นวนีตัง เนยข้น มธุ น้ำผึ้ง เตลัง น้ำมัน ผาณิตัง น้ำอ้อยหรือว่าน้ำตาล ภายหลังก็อนุญาตอัฏฐปานะ ก็คือ น้ำที่คั้นจากผลไม้หรือเหง้าไม้ทั้งหมด ๘ อย่างด้วยกัน ภายหลังบัญญัติเพิ่มขึ้นว่า ผลไม้ที่โตไม่เกินกำปั้นหรือโตไม่เกินลูกมะตูมก็ทำน้ำปานะได้

ก็เลือกเอาสิว่าอะไรที่ไม่หวานมาก แต่จริง ๆ แล้วความหวานจากน้ำตาลผลไม้กลับดีต่อผู้เป็นเบาหวาน เพราะว่าร่างกายดึงไปใช้ได้เลย โดยไม่ต้องผลิตอินซูลินออกมาเพื่อย่อยสลายก่อน


ถาม : น้ำผึ้งจากเกสรดอกลำไย ถือว่าเป็นคิลานเภสัชตามพุทธบัญญัติหรือไม่ ?
ตอบ : จะเป็นน้ำผึ้งจากดอกอะไรก็ใช่ทั้งนั้นแหละ

เถรี 06-09-2017 17:47

ถาม : มีข้อยกเว้นใดบ้างที่ชาวพุทธจะไม่ทำการเผาศพผู้ที่เสียชีวิต แต่จะใช้การฝังศพแทนครับ ?
ตอบ : ไม่มี...ยกเว้นว่าชาวพุทธนั้นเป็นชาวพุทธมหายาน คือ คนจีนเขาจะนิยมฝังมากกว่า เพราะเขาเชื่อว่าการฝังบรรพบุรุษไว้ในฮวงจุ้ยที่ดี ลูกหลานจะเจริญรุ่งเรือง

ถาม : การฝังศพแทนการเผา จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่เสียชีวิตอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ผู้ที่เสียชีวิตไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอก เพราะว่าตายไปแล้ว แต่ถ้าหากเป็นประโยชน์ ตำราจีนเขาบอกว่า ฮวงจุ้ยที่ดีย่อมส่งผลให้ลูกหลานเจริญรุ่งเรือง

เถรี 06-09-2017 17:53

ถาม : ในกรณีเผาศพ หลังจากที่เผาแล้ว การที่ญาติเก็บกระดูกบางส่วนของผู้เสียชีวิต ไว้ในที่บรรจุที่บ้าน หรือที่วัดเพื่อบูชา จะมีโอกาสทำให้ดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตยังไปสู่ภพภูมิต่อไปทันทีเลยไม่ได้ ยังต้องวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กระดูกของตน คอยอยู่รับเครื่องบูชา และปกป้องคุ้มครองลูกหลาน เป็นความจริงหรือไม่ครับ ?
ตอบ : เป็นความจริงแค่ที่ว่า ผีบางตัวไปไม่ได้เพราะยึดมั่นถือมั่น แต่เรื่องปกป้องคุ้มครองลูกหลานก็แล้วแต่เขาว่าจะมีอารมณ์ไหม

ถาม : การลอยอังคารทั้งหมดของผู้ที่เสียชีวิต จะทำให้ผู้ที่เสียชีวิต หมดห่วงในร่างสังขารตนเอง และมีโอกาสไปสู่ภพภูมิต่อไปได้ง่ายขึ้น เป็นความจริงหรือไม่ครับ ?
ตอบ : เป็นเฉพาะรายที่ยึดติดอยู่ ถ้ารายที่ไม่ยึดติดก็ไม่มีประโยชน์อะไรไปมากกว่าตัวเราที่หมดภาระดูแล ถ้าเป็นในความคิดของอาตมาก็คือ เผาแล้วก็ลอยไปทั้งกระดูก ลอยไปทั้งอังคารนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องมีภาระต่อไป ถึงเวลาครบรอบปีเราก็เอารูปของท่านมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ สะดวกกว่าการเก็บกระดูกเยอะเลย

เถรี 06-09-2017 18:11

ถาม : การสวดพระอภิธรรมในงานศพของวัดท่าขนุน ทางวัดจะเลือกใช้บทสวดใดบ้าง เพื่อสวดในงานสวดศพครับ ?
ตอบ : สวดพระอภิธรรมเขาก็ระบุชัด ๆ ว่าพระอภิธรรม แล้วจะไปเลือกอะไรได้เล่า ? นี่แสดงว่าไม่เข้าใจใช่ไหมว่าการสวดพระอภิธรรมคืออะไร ?

พระอภิธรรมมีอยู่ ๗ คัมภีร์ด้วยกัน ตัวย่อ คือ สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ ก็คือ พระสังคิณี พระวิภังค์ พระธาตุ พระปุคคะละปัญญัติ พระกะถาวัตถุ พระยะมะกะ พระปัฏฐาน ส่วนใหญ่เป็นการแสดงหัวข้อธรรมหลัก ๆ ย่อ ๆ ที่ว่าเราเป็นมนุษย์ฟังแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เหมาะสำหรับคนที่เป็นอุคฆติตัญญู หรือบุคคลประเภทเทวดา นางฟ้า หรือพรหมเท่านั้น

พอพระท่านขึ้น กุสลาธัมมา เทวดา นางฟ้า พรหมก็จะเข้าใจว่าธรรมที่เป็นกุศลมีอะไร ก็มีธรรมที่ประกอบไปด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ธรรมที่เป็นอกุศลประกอบไปด้วยอะไร ก็คือ สิ่งที่ทำไปด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต เป็นต้น

เราฟังแค่นี้เรายังจะตาย แล้วต้องไปขยายว่า กายทุจริตคืออะไร ? คือ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ดื่มสุราเมรัย วจีทุจริตคืออะไร ? คือ การโกหก พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ มโนทุจริตคืออะไร ? คือ โลภอยากได้ของเขา มีความเห็นผิดไปจากสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน เป็นต้น

เราต้องขยายแล้วขยายอีก แต่เทวดา นางฟ้า พรหม ท่านฟังหัวข้อก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งหมด ดังนั้น...ที่สวดกันอยู่ทุกวันนี้ ประโยชน์มักจะเกิดแก่คนเป็นน้อยมาก นอกจากจะได้สมาธิหรือได้ความเคารพในพระรัตนตรัย

เถรี 07-09-2017 20:15

พระอาจารย์กล่าวว่า "ท่านเจ้าคุณปิงรับเป็นเจ้าภาพจัดงานสืบชะตาตอนอาตมาอายุ ๖๐ อีก ๒ ปีข้างหน้า คอยดูกันว่างานจะออกมาเป็นอย่างไร"

เถรี 07-09-2017 20:17

พระอาจารย์กล่าวว่า "ไม่ทันสังเกตว่างานเป่ายันต์เกราะเพชร พระพุทธรูปเหลืออยู่กี่องค์ หมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ? งานวัดท่าขนุนปกติแม่ชีจะสั่งน้ำมาทำเป็นน้ำมนต์เสาร์ห้า ๘,๔๐๐ ขวด แต่ว่าเมื่องานเป่ายันต์ที่ผ่านมา สั่ง ๑๒,๐๐๐ ขวด เหลืออยู่ไม่กี่ขวด เกินไปเกือบเท่าตัวก็ยังเกือบจะหมดเหมือนกัน

ครั้งก่อน ๆ คนทองผาภูมิไม่ได้น้ำมนต์เลย บ่นกันมาก งวดนี้มีเหลือน่าจะเลิกบ่นเสียที เพราะว่าคนทองผาภูมิอยู่ใกล้ ใจเย็น ไปช้า ไม่ทันกินเขาสักงาน"

เถรี 07-09-2017 20:18

พระอาจารย์กล่าวกับโยม "เป็นอย่างไรจ๊ะ ? ใส่ชุดหล่อชุดสวยแล้วอึดอัดไหม ? ต่อไปมาชุดธรรมดา ๆ ก็ได้ ที่นี่ไม่ได้ว่าอะไร เห็นโยมแล้วนึกถึงแม่หรือพี่ ๆ สมัยก่อน เขาจะมีชุดสวยไว้ใส่ไปวัด แบบเดียวกันนี่แหละ พอถึงเวลารู้ว่าจะไปหาพระ ก็เอาชุดสวยที่เก็บเอาไว้มาใส่ ปีหนึ่งได้ใส่ไม่กี่ครั้งหรอก"

เถรี 07-09-2017 20:38

ถาม : การทำบุญ ๑๐๐ วัน มีจุดประสงค์เพื่ออะไร ? และจำเป็นต้องทำในวันที่ ๑๐๐ ตรง ๆ ไหมครับ ? ถ้าจะทำบุญ ๑๐๐ วันในวันเสาร์-อาทิตย์ถัดมา จะต่างจากการทำบุญในวันที่ ๑๐๐ ตรง ๆ อย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ต่างกันตรงที่ไม่ได้ทำวันที่ ๑๐๐ ตรง ๆ นั่นแหละ...! การทำบุญ ๑๐๐ วัน เป็นธรรมเนียมประเพณีที่เกิดจากการรู้จริงของคนโบราณ

บุคคลที่ตายไป ถ้าโชคดีมีโอกาสได้ไปตำหนักพระยายมราช ก่อนที่จะตัดสินความจะมีเวลาอยู่ประมาณ ๓ เดือน ถึง ๓ เดือนเศษ ๆ ของโลกมนุษย์ เนื่องด้วยระยะเวลาที่ต่างกันมาก ๑ วันของที่นั่นเท่ากับ ๕๐ ปีของโลกมนุษย์ ดังนั้นโบราณจึงทำบุญในระหว่าง ๗ วัน หลังจากนั้นก็ทำ ๕๐ วัน ทำ ๑๐๐ วัน เป็นการตอกย้ำประกันความเสี่ยงว่า ผู้ตายจะต้องได้รับส่วนกุศลนั้นแน่ ๆ ถ้าหากผู้ตายมีโอกาสโมทนาในบุญกุศลนั้น ก็จะไปเสวยส่วนของผลบุญเลย โดยที่ไม่ต้องผ่านการตัดสินของพระยายมราช

ดังนั้น..ถ้าไม่สะดวกในวันที่ ๑๐๐ ตรง ๆ ควรจะทำวันก่อนในวันที่ ๙๐ กว่า ไม่ใช่ไปรอทำหลังวันที่ ๑๐๐ ถ้าเกิดท่านตัดสินตอนนั้นไปแล้วก็ซวยไป..!

เถรี 07-09-2017 21:10

ถาม : ผมจะนึกถึงภาพพระทุกวัน แต่ก็มีหลายเวลาที่จิตมักจะคิดไปถึงบาปที่เคยทำมาเสมอ โดยจิตของผมมักจะนึกถึงพระและบาปของตัวเอง สลับกันไปสลับกันมาอยู่ตลอดทั้งวัน จนผมรำคาญ ผมก็เลยใช้วิธีนึกถึงภาพพระพุทธเจ้าให้มีขนาดองค์ใหญ่กว่าโลกมนุษย์ และให้องค์พระนั้นประทับลงบนบาปของผม จนบาปนั้นแบนติดดินไปเลย เมื่อทำแบบนี้ ถึงผมจะนึกถึงบาปแต่บาปนั้นก็แบนอยู่ใต้องค์พระ ซึ่งจะทำให้ผมสามารถนึกถึงพระได้แม้จะนึกถึงบาปก็ตาม ไม่ทราบว่าเมื่อทำแบบนี้แล้ว ถ้าผมตายไปในขณะนั้นผมจะได้ไปเกิดเป็นอะไรครับ ?
ตอบ : เป็นสิ่งที่ทำได้ถูกต้องและควรจะทำเช่นนั้น เพราะถ้ากำลังใจของเราจะเกาะความดีและโดนความชั่วรบกวนจริง ๆ ก็ควรจะหาเทคนิควิธีอะไรสักอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกาะความดี โดยที่ความชั่วกวนได้น้อยที่สุด

อย่างที่ว่ามานั้นเป็นการทำที่ถูกต้อง ส่วนตายแล้วจะไปเกิดเป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่กับกำลังใจตอนนั้น ถ้ากำลังใจต่ำ ทรงสมาธิไม่ได้ แต่เกาะความดีได้ ก็ไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้า ถ้าทรงสมาธิแนบแน่นตั้งแต่ปฐมฌานขึ้นไป ก็ไปเกิดเป็นพรหมตามกำลังฌานของตน

เถรี 07-09-2017 21:14

ถาม : หลังจากที่เราไถ่ชีวิตโคกระบือ คือ ไปซื้อโคกระบือมาแล้ว เราจะต้องนำเอาโคกระบือไปปล่อยไว้ที่ไหนครับ ?
ตอบ : ปล่อยโรงฆ่าสัตว์...! ใช่ไหม ? ถ้าเป็นอาตมาก็เอาเข้าธนาคารโคกระบือของในหลวง ร.๙ ถึงเวลาเขาก็ไปจัดการแทนเราเอง แต่ก็ได้ยินว่ามีพนักงานบางคนเอาวัวควายขายคืนให้โรงฆ่าสัตว์ไปเหมือนกัน ที่มีข่าวว่าไล่ตามหากันอยู่ทุกวันนี้

เอาเป็นว่าพอเรามอบเข้าธนาคารโคกระบือ เขาจะมีใบรับให้กับเรา เราก็เก็บใบรับนั้นไว้ ถ้าคิดถึงเมื่อไรเราก็ไปเยี่ยม ถ้าเขามอบให้ใครเขาจะแจ้งแก่เราเอง เราก็ตามไปเยี่ยมถึงบ้านคนนั้นได้

เถรี 07-09-2017 21:25

ถาม : ข้าพเจ้าและคนในครอบครัว เมื่อมีเวลาว่าง เช่น นั่งเฉย ๆ หรือนั่งรอคนมาเรียก จะทำสมาธิ แต่ข้าพเจ้ามีความสงสัยว่า หากเรียกหรือรบกวนผู้ที่อยู่ในสมาธิ จะเกิดโทษแก่ผู้ที่เรียกนั้นใช่หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าเป็นการรบกวนโดยเจตนาจะให้เขาเสียสมาธิ ก็จะมีโทษเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีเจตนาจะให้เสียสมาธิ โทษก็ลดน้อยลงไป

แต่ถ้าเราอยู่ในสถานที่ซึ่งรอเขาประกาศเรียกชื่อแล้วเราทำสมาธิ โทษของเขาไม่มีเพราะว่าเขาทำตามหน้าที่ของเขา เราก็รักษากำลังใจของเรา เพียงแต่สติให้อยู่เฉพาะหน้า ไม่อย่างนั้นเขาประกาศเรียกชื่อแล้วตกใจ สมาธิหล่น จะกลายเป็นโทษแก่เขาได้


ถาม : มีวิธีป้องกันโทษจากการรบกวนสมาธินั้นอย่างไรบ้างครับ เพราะเป็นการนั่งรอให้ผู้อื่นมาเรียก ?
ตอบ : เข้าฌานสี่ไปเลย ระเบิดลงก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร..!

เถรี 07-09-2017 23:22

ถาม : มีวิธีใดบ้างที่จะกระตุ้นให้เรามีความขยัน และมีวินัย ได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากที่สุดและง่ายที่สุดครับ ?
ตอบ : สร้างอัปปนาสมาธิตั้งแต่ปฐมฌานละเอียดให้เกิดขึ้น หรือ ลุยไปยันสมาบัติแปดได้เลยยิ่งดี ถ้าสมาธิทรงตัวเท่าไร กำลังใจจะจดจ่อปักมั่นกับงานมากเท่านั้น แต่ระวังเจ้านายจะด่า เพราะว่าเขาเรียกแล้วเราไม่ได้ยิน

เถรี 07-09-2017 23:29

ถาม : พระพุทธเจ้าตรัสว่า "บุคคลที่เกิดมาได้พบกัน ในอดีตไม่เคยมีความสัมพันธ์กันเลยไม่มี อย่างน้อย ๆ ต้องเป็นฐานะใดฐานะหนึ่ง เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นหลาน เป็นญาติพี่น้อง เป็นเจ้านาย เป็นลูกน้อง เป็นเพื่อนฝูง เป็นบริวาร จะต้องเป็นสักฐานะหนึ่ง" เช่นนั้นแล้ว มีโอกาสหรือไม่ครับที่จะได้เจอผู้ใดผู้หนึ่งในชาติปัจจุบันนี้เป็นครั้งแรก โดยที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกันมาในอดีตเลย ?
ตอบ : ไม่มี...อย่างน้อยก็ต้องเคยเดินผ่านเห็นหน้ากันมา

เถรี 07-09-2017 23:30

ถาม : มีวิธีการใดบ้างให้ได้เจอเนื้อคู่ของตนเองครับ ?
ตอบ : ไปออกรายการนัดบอด ถ้าเป็นเนื้อคู่ไม่ต้องหาวิธีหรอก กรรมจะจูงมาหาเองแหละ หนีให้ทันก็แล้วกัน ..!

ถาม : เขาหนีกันอย่างไรคะ ?
ตอบ : วิ่ง...ถ้าเป็นอาตมาก็หนีเข้าวัด..!

เถรี 07-09-2017 23:47

ถาม : เนื่องจากได้อ่านคำสอนของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ที่ท่านว่า หากต้องการให้ลูกหน้าตาดี ให้เอารูปของคนที่ต้องการให้เหมือนมาห้อยไว้ให้เห็นง่าย ๆ ตั้งใจจำรูปนั้นเวลาทำบุญให้ทาน อธิษฐานขอให้ลูกถ้าเป็นหญิงขอให้สวยอย่างนี้ อยากทราบว่า การทำเช่นนี้เป็นการเลือกวิญญาณผู้ที่จะมาเกิด ให้เป็นผู้ที่มีบุญที่ทำให้หน้าตาดีอยู่มาก หรือเป็นการเพิ่มบุญให้กับวิญญาณที่อยู่ในครรภ์แล้วครับ ?
ตอบ : จริง ๆ จะว่าไปแล้วตัวนี้เป็นจิตนิยาม ก็คือกำลังใจที่แน่วแน่ปักมั่นของแม่ทำให้เป็นไป ในเมื่อกำลังใจของแม่จดจ่อแน่วแน่ ปักมั่นในความดีขนาดนั้น ก็แปลว่าดวงจิตที่มาเกิด ต้องมีความดีรองรับอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

ถาม : ถ้าต้องการให้ลูกหน้าตาดี ควรนึกรูปไว้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ไม่จำเป็น ส่งไปเกาหลีก็จบแล้ว...!

เถรี 07-09-2017 23:53

ถาม : ปกติเราควรบวงสรวงก่อนเวลา ๙.๐๐ น. เพราะว่าเทวดาจะไปประชุมที่เทวสภา แต่ทีนี้ระยะเวลาของโลกกับระยะเวลาของสวรรค์ต่างกัน ผมลองคำนวณเทียบดู อย่างนี้เทวดาก็ต้องผุดลุกผุดนั่งตลอดสิครับ เพราะไม่ทันจะได้ไปเทวสภา มนุษย์โลกก็เรียกบวงสรวงอีกแล้ว ?
ตอบ : เทวดาเขาไม่ได้โง่เหมือนคุณนี่ จะได้ผุดลุกผุดนั่ง...! อยู่ที่ไหนความเป็นทิพย์ของท่านก็สามารถส่งไปถึงได้ แค่แยกจิตไปทำงานก็พอแล้ว

เถรี 07-09-2017 23:55

ถาม : หนูรู้สึกว่าวิญญาณมาใช้ร่างค่ะ ตอนนี้ทำงานลำบากมาก วิญญาณมาหาทุกวัน พอออกไปดูที ก็ปวดหัวทันที อยากกลับมานั่งสมาธิได้บ้างค่ะ รบกวนชี้ทางให้ด้วยค่ะ
ตอบ : ทำไมเขามาใช้ร่างล่ะ ? ต้องหาเหตุให้เจอ โดยเฉพาะเมื่อเจอเขาแล้วก็ถามกันตรง ๆ ว่าจะใช้อย่างไร ถ้าไม่เกินวิสัยก็ทำตามที่เขาบอกก็จบกันไป แต่ถ้าเกินวิสัยก็จงทนต่อไป

เถรี 07-09-2017 23:58

ถาม : ผมจะเดินทางไปโอกินาว่าปลายเดือนนี้ ควรจะไปขอพรกับท่านใดเป็นพิเศษไหมครับ ?
ตอบ : ขอพรกับพระพุทธเจ้า..!

ถาม : และควรจะไปทำบุญอะไรเป็นพิเศษที่นั่นไหมครับ ?
ตอบ : ไปเยี่ยมศาลเจ้ายาสุกุนิ ถวายสังฆทานให้ท่านนายพลโตโจ บอกว่าช่วงที่อยู่ญี่ปุ่นห้ามแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด

เถรี 08-09-2017 00:00

ถาม : ตกงานอยู่ค่ะ จะบนขอเรื่องงานกับพระหรือเทพองค์ใด จึงจะได้ผลมากที่สุดและเร็วที่สุดคะ ?
ตอบ : ถ้าเป็นปัจจุบันนี้ก็เห็นไปบนกับพ่อปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด ตอนนี้ผีกับเทวดาสบายขึ้น แต่พญานาคลำบากฉิ...หายเลย..!


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:07


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว