กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   สนุกสนานวุ่นวายในเนปาล (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=62)
-   -   สนุกสนานวุ่นวายในเนปาล ตอนที่ ๓ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=4670)

สุธรรม 28-10-2015 16:45

สนุกสนานวุ่นวายในเนปาล ตอนที่ ๓
 
1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446025484
ตั้งแต่ศึกษาเรื่องยันต์ทำน้ำมนต์มาก็ปลุกอยู่ทุกวัน

วันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗


ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน ตื่นขึ้นมาตอนตีสองครึ่งของเมืองไทย รู้สึกว่านอนเต็มอิ่มแล้ว อาการไข้ก็ไม่มี จัดการชัก "ยันต์ทำน้ำมนต์" แล้วภาวนาอิติปิ โสฯ ๓ ห้อง ๗ จบ ต่อด้วยนะมะพะทะ ๑๕ จบ แล้วจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นจัดการกรอกน้ำลงไปครึ่งลิตร ตั้งแต่ "วัยร่ำรวย" มาถึง อาตมาสามารถดื่มน้ำธรรมดา (ไม่แช่เย็น) ได้ ไม่ต้องอาศัยน้ำร้อนตลอดเวลาเหมือนก่อนหน้านี้...

เปิดประตูห้องแง้มไว้ เผื่อใครตื่นแล้วจะได้รู้ว่าอาตมาตื่นเช่นกัน จัดการเปิดไฟตรงโต๊ะญี่ปุ่น แต่เขาพ่วงไว้สามดวง จึงกลายเป็นเปลืองไฟไปโดยปริยาย เปิดโน้ตบุ๊กพิมพ์เรื่องราวของเมื่อวานต่อ อยากจะให้เสร็จของแต่ละวัน จะได้ไม่เป็นภาระมากเมื่อกลับไปวัดแล้ว...

เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านไป ๑ คัน นาน ๆ จะมีเสียงคนเดินผ่านมาคุยกันดังเข้ามา ซึ่งมักจะตามมาด้วยเสียงหมาเห่าทุกครั้ง พอทุกอย่างผ่านไปแล้วถือว่าบรรยากาศสงบเงียบทีเดียว ทำให้ได้ยินเสียงยุงบินเข้ามาด้วย อาตมาจึงต้องดึงประตูปิดลง แต่ก็ไม่ทันแล้ว เจอยุงเนปาลีมาขอชิมเลือดสยามเข้าให้ คันบรรลัยเลย ต้องนั่งพิมพ์หนังสือไปเกาไปด้วย...

สุธรรม 29-10-2015 02:25

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446060309
"ห้องนอนสวยมากค่ะ"

จนตีสี่ครึ่งของบ้านเรา รู้สึกแสบตา จึงปิดโน้ตบุ๊กไปนอนภาวนาต่อ เพิ่งได้อิติปิ โสฯ ๓ ห้อง ๕ จบ ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ฉันยา จึงไปเคาะประตูห้องของลูกปุ๊ก อีกฝ่ายที่ตื่นแล้วเช่นกันรีบเอายามาให้ ซึ่งก็คือวิตามินซี ขนาดเม็ดละ ๑,๐๐๐ มิลลิกรัม อาตมาฉันเฉพาะตอนมาที่นี่เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหวัดจนเสียกำหนดการ...

คุณลูกบอกว่านอนอยู่กับป้ามอย แม่ป๋อมหนีไปนอนกับน้องเก๋และน้องเล็ก ส่วนตนเองท้องเสียเพราะดื่มน้ำขวดของที่นี่เข้าไป อ้าว..คุณลูกพอไม่มีน้ำร้อนเป็นเสร็จทุกที หวังว่าคงไม่ใช่เป็นเพราะไอศกรีมเมื่อวานนี้นะ อาตมาฉันยาแล้วนอนภาวนาต่อ จนตีห้ากว่าของไทยได้ยินเสียงนกร้อง จึงลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ถึงได้รู้ว่าในตู้ไม้ข้างประตูห้องน้ำ มีผ้าเช็ดตัวทั้งผืนใหญ่ผืนเล็กอยู่ด้วย ตูหนอตู..ความไม่ช่างค้นทำให้ใช้ของตัวเองไปแล้ว ยังดีที่แห้งพอดีจึงเก็บลงกระเป๋าได้ แต่ก๊อกน้ำเปิดอย่างไรก็ยังเย็นเจี๊ยบเหมือนเดิม...

สรงน้ำแล้วเปิดโน้ตบุ๊กพิมพ์งานต่อ ได้ยินเสียงห้องอื่นเปิดประตูจึงออกไปดู เห็นน้องเก๋ยืนยิ้มอย่างมีความสุข บอกว่าห้องนอนสวยมาก มีระเบียงให้ชมวิวได้ด้วย อาตมาจึงขอเข้าไปดูบ้าง น้องเล็กก็ตื่นแล้ว ส่วนแม่ป๋อมนั่งสมาธิอยู่ ห้องนี้แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงนอกที่ตรงกับประตูเป็นที่นอนของน้องเล็ก มีหน้าต่างสามบานเปิดออกไปชมวิวได้ ช่วงในเป็นที่นอนของน้องเก๋และแม่ป๋อม ซึ่งอยู่ตรงกับห้องน้ำ มีโถชักโครกแบบเป็นปุ่มดึงไม่ใช่ปุ่มกด...

สุธรรม 29-10-2015 14:20

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446103115
ไม่ใช่อีกาแต่เป็นอีแก (Raven) (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

พออาตมาบ่นเรื่องน้ำไม่ร้อน น้องเล็กบอกว่าต้องเปิดสวิทช์ก่อน แล้วเข้าไปช่วยดูให้ ปรากฏว่าเป็นสวิทช์ตรงกลางจากที่เรียงกัน ๓ อัน กว่าจะรู้ก็เจอน้ำเย็นเข้าไปแล้ว พอดีตีห้าของที่นี่ มีเสียงตีระฆังดังกังวาน ๓ ที แล้วมีเสียงคนเดิน เสียงรถวิ่ง เหมือนกับว่ากิจกรรมการดำเนินชีวิตของที่นี่ต้องรอเสียงระฆังก่อนอย่างนั้นแหละ...

พนักงานโรงแรมเปิดประตูออกมาเห็นอาตมาที่หน้าต่างก็ทักว่า "Good Morning, Sir" อาตมาตอบกลับไปว่า "Good Morning" แล้วบอกน้องเก๋ว่ากว่ารถจะมาก็เก้าโมง เราไปเที่ยวกันที่ไหนก่อนดี อีกฝ่ายบอกว่าเดินแถวนี้แหละ คาดว่ามีสารพัดชีวิตชาวบ้านให้ดู แต่ได้ดูชีวิตนกก่อน เพราะมีอีกาเนปาลีบินมาเกาะบนยอดต้นสนข้างระเบียง แต่พอส่งเสียงร้องก็รู้ว่าเป็น "อีแก" เพราะร้องกา..กา ไม่เป็น...

เอาของออกจากกระเป๋าโน้ตบุ๊ก แล้วใส่สมุดฉีกกับปากกาลงไป คว้าจีวรได้ก็ตะโกนถามไปว่า "มีใครจะไปเดินเล่นบ้าง ?" น้องเล็กบอกว่าแม่ป๋อมออกไปแล้ว ตัวเองยังไม่ได้อาบน้ำ ขอเวลา ๑๐ นาที อาตมาบอกว่าไม่รอ ให้ตามไปสมทบทีหลังก็แล้วกัน พอดีแม่ป๋อมเดินสวนขึ้นบันไดมา บอกว่าไม่ได้เอาเงินติดตัวไป เลยต้องกลับมาก่อน อาตมาล็อกกุญแจห้องแล้วจะเดินลงไปข้างล่าง...

สุธรรม 30-10-2015 03:00

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446148751
Pagoda อยู่ติดกับหน้าโรงแรมเลย

พนักงานทักท้วงว่าล็อกกุญแจผิด อาตมาคิดว่าเขาจะเข้าไปทำความสะอาดห้อง ปรากฏว่าไม่ใช่ ที่แท้อาตมาดึงโซ่มาก็คล้องกุญแจเลย เขาผลักให้ดูว่ากว่าจะสุดสายโซ่นั้นกว้างขนาดช้างลอดได้..! อาตมาจึงต้องเอาโซ่คล้องกับห่วงด้านบนขอบประตูก่อน แล้วกดกุญแจล็อกใหม่...

แต่อาตมามักจะคล้องกุญแจตรงข้ามกับคนอื่นเขา จึงเอารูกุญแจเข้าด้านใน พนักงานบอกว่าควรจะเอารูกุญแจไว้ด้านนอก จึงต้องไขกุญแจใหม่ แต่สงสัยว่าจะไปยุ่งกับชีวิตของมันมากเกินไป ไขเท่าไรก็ไขไม่ออก พนักงานเข้ามาช่วยไขให้ก็ไม่ออกเช่นกัน จนเห็นว่าจะเสียเวลามาก อาตมาจึงปล่อยเลยตามเลย เก็บลูกกุญแจลงกระเป๋า เดินลงไปด้านล่างรอที่หน้าโรงแรม...

สักครู่ป้ามอย แม่ป๋อมกับลูกปุ๊กก็เดินตามมา ที่ลานหน้าโรงแรมมี Pagoda หรือที่น่าจะเรียกว่าวิหารมากกว่า แต่ที่นี่เขาเรียกแบบนี้กันทั้งนั้น ตัว Pagoda เป็นอาคารเล็ก ๆ สูงขึ้นไปสองชั้น ด้านในน่าจะประดิษฐานรูปเคารพในศาสนาฮินดู ที่อยู่ห่างกันออกไปไม่กี่เมตรคือสุเหร่าของอิสลาม ลูกปุ๊กชี้ให้ดูอีกฝั่งของถนนแคบ ๆ ว่ายังมีสถูปเล็ก ๆ อยู่ในซอกตึกอีกด้วย พอเดินเข้าไปก็เห็นหญิงชราชาวทิเบตกำลังเดินวนขวาสวดมนต์อยู่...

สุธรรม 30-10-2015 17:55

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446202418
สถูปเล็ก ๆ ของวัดสุธรรมารามกับคุณยายที่เดินสวดมนต์อยู่

พวกเราเข้าไปเดินทักษิณาวรรตบ้าง การถ่ายรูปของพวกเราอาจจะรบกวนการสวดมนต์ของคุณยาย แกจึงเดินเข้าบ้านไปเลย อาตมาถ่ายรูปไปหลายมุมแล้ว จึงเห็นป้ายที่มีภาษาอังกฤษว่า Sudhammaram Temple อ้าว..นี่วัดของอาตมาเองนี่หว่า ?

ออกจากวัดมาก็เดินสวนทางที่เมื่อคืนรถตู้พาพวกเรามา มีแต่คนเดินสวนทางไป หมาจรจัดหลายตัวรุมกันอยู่ที่กองขยะที่กองออกมาครึ่งถนน ครั้นถึงสามแยกกำลังคิดว่าจะไปทางไหน แม่ป๋อมก็เดินดุ่ย ๆ ไปดูเขาทอดขนมเสียแล้ว แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรติดมือมา แล้วจะไปไหนต่อดีหว่า ? เห็นแสงสว่างวาบแล้วนภิสราเทวีโผล่ใบหน้าสวย ๆ มา ชี้เลยร้านขนมไปหน่อยหนึ่ง มีรั้วสีแดงแข็งแรงและต้นโพธิ์ใหญ่ขึ้นร่มครึ้ม พลางบอกว่า "ตรงโน้นค่ะ" แล้วหายวับไปทันทีตามเคย อาตมาเดินนำเข้าไปก่อน อ้อ..วัดนี่เอง...

เหตุที่มั่นใจเพราะมี Pagoda ขนาดใหญ่ ๗ ชั้น อยู่ด้วย มีคนกำลังเดินทักษิณาวรรตกันอยู่มากมาย อาตมาถ่ายรูปตามซอกมุมต่าง ๆ ด้วยความทึ่งอย่างยิ่ง เพราะ...

๑. งานแกะสลักไม้ละเอียดยิบ ดูก็รู้ว่าเป็นของเก่าแก่อายุเป็นร้อย ๆ ปี
๒. ในนี้มีทั้งรูปพระพิฆเณศวร์ โคนนทิ ศิวลึงค์ อุมาโยนี และมีกงล้อมนต์ของพุทธ

สุธรรม 31-10-2015 04:14

1 Attachment(s)

มีสระน้ำขนาดใหญ่ที่ตอนนี้แห้งผาก มีหนุ่มใหญ่คนหนึ่งกำลังเจิมตัวเองด้วยน้ำ แล้วสูดลมปราณแบบปราณะยะมะของโยคะอยู่ข้างบันไดลงสระ ในสระมีสาวใหญ่กำลังตักน้ำจากหลุมเล็ก ๆ ตรงมุมสระใส่ลงในกาทองแดง มีคนเข้าไปขอน้ำมาเจิมศีรษะตัวเองหลายราย...

รอบขอบสระทั้งด้านในด้านนอก มีรูปปั้นสัตว์หลายชนิด ทั้งสิงโต ลิง งู และที่หน้าตาคล้ายคลึงกับ "คุณพญานาครูปหล่อ" ที่อินโดนีเซีย ส่วนท่อน้ำรูปหัวสิงห์นั้นแห้งไปตั้งชาติหนึ่งแล้ว อาตมาถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ ของ Pagoda ซึ่งมีสิงห์และครุฑที่มีอวัยวะบอกว่าเป็นเพศผู้ขนาดใหญ่มาก ได้ทั้งรูปสลักและศิวลึงค์ไปบูชาในโอกาสเดียวกัน แถมช่างยังมีอารมณ์ขัน แอบสลักตุ๊กแกไต่อยู่ข้างลายขอบประตูอีกด้วย...

เสียงร้อง "แอ้..แอ้.." แล้วอีแกเนปาลีก็โผลงมาเกาะที่ยอดสถูปเตี้ย ๆ จึงเห็นถนัดว่าอีแกแถวนี้ ไม่ใช่อีแกอย่างที่อาตมาเข้าใจ เพราะสีดำหัวเทาแบบนี้คืออีกาฝรั่ง (Raven) นั่นเอง พอยกกล้องขึ้นจะถ่ายรูป ไอ้นกแสนฉลาดก็บินหนีทันที เพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัยของตนเอง...

สุธรรม 31-10-2015 17:09

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446286082
แม่ครับ...อย่าหอบโชคลาภของเขากลับไปหมดนะครับ..!

เดินออกมาทางด้านนอกของประตูอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นประตูทางเข้าจริง ๆ ก็เจอ Pagoda เล็ก ๆ อีกหลัง ลูกปุ๊กตรงเข้าไปที่ประตูทางเข้าซึ่งมีระฆังเล็ก ๆ แขวนเป็นราว กางมือกวาดรวบเข้ามาดังกราว แล้วกอบใส่หัวแบบเดียวกับคนที่นี่ แม่ป๋อมเห็นก็เอาอย่างบ้าง อย่าถึงกับหอบเอาโชคลาภของเขากลับเมืองไทยไปหมดเน้อ..!

เลยไปอีกหน่อยก็เจอตัวอาคารไม้มีลายแกะสลักแบบศิลปะเนวารีสวยงามทั้งหลัง ที่เมื่อคืนเราวิ่งผ่านมานั่นแหละ ด้านหลังอาคารมีสถูปสัมฤทธิ์รูปดอกบัว สูงประมาณ ๑ เมตรครึ่ง มีหญิงชาวฮินดูสองคนกำลังเอาชาดเจิมรูปเคารพต่าง ๆ รอบสถูปอยู่ อาตมาถ่ายรูปแล้วก็พากันเดินมาด้านหน้าซึ่งถนนเป็นตรอกแคบ ๆ มาเดินตอนนี้ยังสงสัยว่าเมื่อคืนรถตู้เข้ามาได้อย่างไร ?

เพิ่งรู้ว่าอาคารสวยหลังนี้เป็นวัดแห่งหนึ่ง แต่เขายังไม่เปิดให้เข้าชม ลูกปุ๊กตะกายขึ้นไปบนขอบหน้าต่างไม้แกะที่ไม่สูงนัก พลางร้องบอกให้ช่วยถ่ายรูปให้ด้วย อาตมารีบยกกล้องถ่ายแบบด่วนจี๋แล้วเร่งให้ลงมา เพราะไม่รู้ว่าเป็นการสมควรหรือเปล่าที่ทำแบบนั้น..?

สุธรรม 01-11-2015 04:40

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446327522
หลุดมาที่จตุรัสดูบาร์แบบไม่รู้ตัว

เลี้ยวซ้ายออกมาหน่อยเดียวก็เจอ Pagoda อีก ๓ หลัง อยู่ฝั่งที่เราเดินมา ๒ หลัง อีกฝั่งของถนนหนึ่งหลัง เรียกว่าทุกซอกทุกมุมต้องมีที่เคารพบูชาของพวกเขา ขนาดบันไดตึกที่ขุดลงไปเจอหินกลม ๆ หน่อย เขายังทำกรอบปูนครอบไว้ให้บูชาเป็นศิวลึงค์...

แม่ป๋อมถ่ายรูปสถานที่แข่งกับอาตมา ขณะที่ป้ามอยกับลูกปุ๊กเดินตามแบบเซ็งชีวิต เพราะไม่คิดจะถ่ายคนกันบ้างเลย จนทะลุออกมาถนนใหญ่ที่มีคนเดินพลุกพล่าน มองเห็น Pagoda ขนาดมหึมาหลายหลัง พร้อมกับสถูป ระฆัง และตัววิหารที่เหมือนบ้านยาว ๆ แต่แกะสลักลวดลายละเอียดมาก ก็รู้ว่าหลุดออกมาถึงจัตุรัสดูบาร์ (Durbar square) แล้ว...

น้องเล็กเดินเข้ามาสมทบ บอกว่ามาที่นี่ตั้งนาน เดินจนทั่วหมดแล้วไม่เจอพวกเราเลย กำลังจะกลับอยู่พอดี จึงพากันเดินชมจตุรัสเก่าแก่แห่งนี้ ดูผู้คนที่เข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และถ่ายรูปกันเป็นระยะไป ช่วงนี้อนุญาตให้มี "คน" เข้าไปมีส่วนร่วมในรูปด้วย เมื่อถ่ายรูปนกพิราบที่ลงมากินเมล็ดข้าวที่เขาเอามาถวายเทพเจ้ากันเป็นร้อยเป็นพันตัวแล้ว ก็เดินต่อไปทางด้านตลาดสด ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งรถเข็นหรือปูผ้าแบกับดิน วางสินค้าจำหน่ายกันตลอดสองข้างทาง...

สุธรรม 01-11-2015 17:22

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446373308
ตลาดสดที่คนแน่นทีเดียว

บรรดาผักหญ้าทั้งหลายนั้น ที่คุ้นตาก็มีกระหล่ำดอก กระหล่ำปลี ต้นกระเทียม ต้นหอม มะเขือเทศ มะเขือม่วง ดูหน้าตาแล้วไม่ชวนกินนัก อาจเป็นเพราะขาดน้ำ จึงเหี่ยวแห้งหงิกงอ กระดำกระด่างพิกล แต่เขาก็เลือกซื้อกันแน่นไปหมด พวกขมิ้น หัวหอม กระเทียม พริกไทย และผักเครื่องเทศอื่น ๆ ก็มาก บรรดาข้าวของเครื่องใช้ ทั้งในครัวนอกครัว ตลอดจนเสื้อผ้าเต็มไปหมด ชุดชั้นในระดับ Big Size มีมากที่สุด...

เดินจนรองเท้ากัด เพราะไม่ได้ใส่ถุงเท้ามาด้วย จึงเดินกลับกับน้องเล็ก เพราะอาตมามัวแต่ถ่ายรูปอยู่ ป้ามอย แม่ป๋อม และลูกปุ๊ก เดินหายเข้าไปในกลุ่มคนแน่นขนัดหมดแล้ว กลับมาถึงห้องไขกุญแจไม่ได้ จึงขอเข้าไปปัสสาวะในห้องของน้องเล็ก แล้วมาลองไขกุญแจใหม่ ทั้งพ่อบ้านแม่บ้านมาช่วยกันก็ไขไม่ออก...

เมื่อไขด้วยลูกกุญแจไม่ได้ก็ต้อง "ไขด้วยใจ" ขอกุญแจกลับมาจากแม่บ้านแล้วไขเอง แกร๊กเดียวก็สิ้นเรื่อง แต่แบบนี้ไม่ดีเลย ถ้าฉุกเฉินขึ้นมาโควตาหมด มีหวังได้เดี้ยงกันทั้งคณะ เข้าห้องไปเปิดโน้ตบุ๊ก พิมพ์งานต่อได้พักหนึ่ง เสียงน้องเล็กทักยายจี๋ดังมาถึงชั้นบน สักครู่ยายจี๋ก็โผล่ขึ้นมา บอกว่าไปมาตั้งหลายแห่งแล้ว ครู่ต่อมาน้องเก๋ก็กลับมาอีกราย ไปกินโรตีจิ้มแกงถั่วมาแล้วด้วย ฮ่วย..ปล่อยตูหิวไส้แขวนอยู่คนเดียว...

สุธรรม 02-11-2015 04:26

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446413075
กินอาหารเช้าที่มาตอนเกือบแปดโมง

น้องเล็กเอาบะหมี่ซองที่น้องเก๋ขนมาเป็นกระสอบชงน้ำร้อนมาถวาย แต่ดันใส่เครื่องปรุงลงไปจนหมด รสชาติเค็มปี๋เลย ยายจี๋เอามะม่วงทั้งในห้องตัวเองและในห้องอาตมา ปอกใส่จานมาเพิ่ม รสเปรี้ยวจืด ๆ พิกล แถมยังมีกลิ่นเหมือน "มะม่วงขี้ไต้" บ้านเราอีกด้วย ส่วนน้องเก๋เอาส้มเช้ง ท้อ และทับทิมที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อครู่นี้ ปอกใส่ชามมาอีก แต่ผลไม้แถวนี้รสชาติไม่เอาไหน ยังไม่ทันจะฉันเสร็จลูกปุ๊กก็มาบอกว่าอาหารเช้าพร้อมแล้ว...

ต้องขึ้นไปรอที่ชั้นสาม โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เขาจัดให้นั่งคู่กัน มีอาตมาไร้คู่อยู่คนเดียว สักพักพนักงานก็เอาน้ำส้ม น้ำชา กาแฟ มาตัดกำลังก่อน ตามมาด้วยผลไม้รวม ขนมปังปิ้ง ๑ คู่ เนยกับแยมสตอเบอรี่อย่างละถ้วยจิ๋ว และไข่เจียว ๑ ชิ้น...

เนื่องจากเขาส่งอาหารมาแบบกลับหน้าเป็นหลัง ของที่ควรจะมาก่อนกลายเป็นมาทีหลังสุด อาตมาจึงต้องรอให้มาจนครบก่อนแล้วค่อยลงมือฉัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เรียบร้อย แล้วขอตัวกลับห้องไปพิมพ์หนังสือต่อ เพื่อรอว่าถ้าปวดท้องขึ้นมาจะได้เข้าส้วมก่อนออกเดินทาง...

สุธรรม 02-11-2015 16:54

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446457939
น้องเก๋ปรึกษากำหนดการวันนี้กับนายกาญจัน (ฝีมือยายจี๋ถ่ายภาพ)

ท้องไส้ปวดมวน ๆ อย่างไรพิกล แถมยังทำท่าว่าจะเป็นไข้อีกด้วย อาตมาจึงปิดโน้ตบุ๊กไปนอนภาวนาแทน ตะโกนบอกลูกปุ๊กว่าถ้ารถมาแล้วให้เรียกด้วย เพิ่งภาวนาพระคาถาชินบัญชรไปได้ ๓ จบ ลูกปุ๊กก็มาเคาะประตูบอกว่าเก้าโมงแล้ว ให้ลงไปรอมัคคุเทศก์ที่ด้านล่าง...

คว้าจีวรมาห่ม หยิบกระเป๋าโน้ตบุ๊กมาสะพาย ทำท่าจะยกน้ำลงไปทั้งแพ็ก แต่แม่ป๋อมที่เข้ามาถึงจัดการเจาะแล้วหยิบออกไปแค่สามขวด อาตมาจึงต้องหยิบเพิ่มอีกสามขวด เพราะปกติก็ฉันน้ำเหมือนอูฐอยู่แล้ว ขืนเอาไปแค่นั้นมีหวังได้แห้งตายกันพอดี...

มือหนึ่งหอบน้ำสามขวด มือหนึ่งใส่กุญแจห้อง จึงทุลักทุเลน่าดู แม่ป๋อมที่ทนดูไม่ไหว จึงฉวยน้ำไป ๒ ขวด ครั้นลงมาข้างล่างเจอพวกเรานั่งกันสลอน น้องเก๋กำลังเจรจากับหนุ่มใหญ่คนหนึ่ง ที่หน้าผากกว้างขึ้นตามอายุ จอนผมและหนวดขาวประปราย ใส่เสื้อเชิร์ตสีแดงลายพร้อย ครั้นเห็นอาตมาก็แนะนำตัวว่าชื่อกาญจัน (Kanchan) บอกว่าถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงกาญจนบุรีก็ได้ เพราะแปลว่าทองเหมือนกัน น่าน..ลูกเล่นไม่เบาทีเดียว...

สุธรรม 03-11-2015 02:46

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1446493488
สงสัยว่าทำไมวัดนี้หน้าตาไม่เหมือนกับที่ค้นมา ?

นายเมืองกาญจน์บอกว่า ช่วงเช้านี้เราไม่ได้ใช้รถ เขาจะเป็นคนพาเดินเที่ยวแถวนี้เอง ดังนั้นทุกคนที่เพิ่งรับน้ำจากแม่ป๋อมไปเพื่อเฉลี่ยน้ำหนัก จึงส่งคืนกันหมด หลายคนทำท่าจะไม่เอากระเป๋าสะพายใบใหญ่ไปด้วย แต่เมื่อเห็นป้ามอยกับลูกปุ๊กยืนยันแข็งขันว่าจะเอาไป จึงเอาแต่น้ำไปเก็บ ส่วนอาตมาหยิบน้ำมาใส่ในกระเป๋าโน้ตบุ๊กตัวเองก่อน ๑ ขวด...

เดินตามกันออกมาหน้าโรงแรม นายทองนำตรงไปทางขวา แต่เลี้ยวแค่แยกแรกตรงสถูปขนาดเล็กรูปโดมที่คืนก่อนมารถติดกันอยู่ เดินย้อนเส้นทางรถตู้ ผ่านร้านขายของที่ระลึกที่เปิดกันหลายร้านแล้ว อาตมาถ่ายรูปอัษฎมงคล ซึ่งมีเงื่อนไร้ที่สุดวางขายอยู่หน้าร้าน เดินตามไปอีกหน่อยก็หยุดถ่ายรูปน้ำตกจำลองเล็ก ๆ ข้างกำแพง กว่าจะเดินตามไปทัน นายกาญจนบุรีก็พาคณะไปยืนรออยู่หน้าวัดที่เมื่อเช้าเรามาเที่ยวกันแล้ว...

ครั้นมัคคุเทศก์หน้าผากกว้างบรรยายว่า นี่คือวัดกุมเภชวาร์ (Kumbeshwer) เป็นวัดฮินดูที่สร้างมานานนับพันปีแล้ว น้องเล็กซึ่งเป็นผู้ค้นข้อมูลก็ทำหน้าพิกล ล้วงเอากระดาษข้อมูลออกมาเป็นปึก เปิดดูส่วนของวัดกุมเภชวาร์ พลางทักท้วงว่าทำไมรูปวัดไม่เหมือนกันเลย? ทำเอานายทองต้องขอดูข้อมูลด้วย แล้วสรุปว่าน้องเล็กค้นมาผิด ในข้อมูลเป็นรูปวัดกุมเภชวาร์ที่อินเดีย ส่วนวัดนี้เป็นวัดกุมเภชวาร์ที่เนปาล..!

สุธรรม 10-11-2015 04:20

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447103933
คุณลุงกำลังพากเพียรจับด้าย

นายทองทำหน้าที่มัคคุเทศก์ บรรยายต่อไปว่า วัดนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยฐิติแห่งราชวงศ์มัลละ (King Jayasthiti Malla) เพื่ออุทิศแด่พระศิวะ จึงเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองปาทาน มีงานประติมากรรมไม้แกะสลักที่หาดูได้ยาก เพราะฝีมือละเอียดประณีตมาก โดยเฉพาะคันทวยนับร้อยอันที่มีลวดลายไม่ซ้ำกันเลย...

กลายเป็นว่าพวกเรามารับข้อมูลเพิ่มเติมจากเมื่อเช้า เพราะถ่ายรูปกันไปทุกซอกทุกมุมแล้ว ยกเว้นยายจี๋ที่ย่องไปถ่ายรูปใน Pagoda ซึ่งเมื่อเช้ามืดยังไม่เปิดเท่านั้น ที่นับว่าได้ของใหม่ เมื่อวนรอบ Pagoda มาทางซ้ายครึ่งรอบ ก็เจอคุณลุงท่านหนึ่ง น่าจะเป็นคหบดีมีเงิน เพราะแต่ง ตัวดูดีมีสกุลมาก กำลังตั้งหน้าตั้งตาจับด้ายเป็นไจเล็ก ๆ แล้วใส่ในกระจาดขนาดเล็กข้างตัว ซึ่งเต็มไปหลายกระจาดแล้ว นายทองเห็นเข้าก็รีบชี้ชวนให้พวกเราดู บอกว่าเป็นของที่เห็นได้ยาก...

สิ่งที่ท่านคหบดีกำลังทำอยู่นั้น เป็นการจับด้ายบูชาเทพเจ้าในวาระพิเศษ ที่ต้องใช้ด้ายถึง ๑๐๘,๐๐๐ ไจ เพื่อให้พระผู้เป็นเจ้าเห็นถึงความอดทนและพากเพียร จะได้ให้พรตามที่ขอ ซึ่งมักจะเป็นเรื่องการจบการศึกษา หรือขอให้คนในครอบครัวหายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย...

สุธรรม 13-11-2015 14:03

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447398166
วงพิธีที่กำลังรอให้ท่านคหบดีจับด้ายเสร็จก่อน

เมื่ออ้อมสถูปขนาดเล็กที่ท่านคหบดีนั่งจับด้ายอยู่ไปแล้ว ก็มาเจอวงพิธีซึ่งมีเก้าอี้สีน้ำเงินวางรอบ มีหญิงและชายแต่งตัวสวยงามดูดีมีสกุลนั่งอยู่หลายคน บนพื้นในวงพิธีมีกองไฟเล็ก ๆ ก่ออยู่บนกองอิฐ ซึ่งเอาผงสีโรยเป็นหลายแฉก มีไม้ฟืนขนาดเล็กที่วางขัดกันอย่างประณีตบรรจง รอบกองไฟมีถาดข้าวสาร ๑ ถาด ดูแล้วข้าวสารเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทุกพิธี...

สาวใหญ่ในชุดส่าหรีสีแดงนางหนึ่ง กำลังบรรจงจัดแจกันดินเผาใบเตี้ย ๆ ผูกผ้าขาวแดงรอบปากแจกัน พร้อมกับเสียบใบไม้บางชนิดลงไปเป็นสามมุม เหมือนกับมีกรวยในแจกันอีกที แล้ววางไว้ในถาดใบเล็ก เอาไปวางรอบวงพิธี เท่าที่เห็นก็ ๖ - ๗ แจกันเข้าไปแล้ว...

เมื่อสาวใหญ่อีกนางหนึ่งในชุดส่าหรีสีแดงเช่นกันเข้ามาถึง สาวใหญ่คนแรกก็ลุกเดินเข้าไปหาแบบดีใจ ก้มศีรษะให้อีกฝ่ายที่เอาสองมือกุมศีรษะไว้เหมือนกับจะให้พร หนุ่มใหญ่ที่กำลังดูแลกองไฟก็ลุกไปก้มศีรษะรับพรบ้าง ดูท่าสาวใหญ่นางนี้จะเป็นคนสำคัญของพิธี...

สุธรรม 14-11-2015 05:17

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447453009
ถ่ายรูปหมู่แบบไม่ครบคน

นายทองอธิบายว่า การทำความเคารพของอินเดียนั้น ถ้าไม่คุ้นเคยสนิทสนมกันก็จะยกมือไหว้ หรือน้อมตัวคำนับ แต่ถ้าคุ้นเคยสนิทชิดเชื้อกันมาก ก็จะยื่นศีรษะให้ฝ่ายที่สูงวัยกว่าเพื่อรับพรอย่างที่เห็นอยู่นี้ ทำเอาน้องเก๋บ่นว่า "สงสัยว่าน้องบัว (ดวงพร สุวรรณธรรมา) ลูกสาวหนูจะเกิดเป็นแขกบ่อย เจอหน้าใครก็พุ่งหัวเข้าไปก่อนทุกที ถ้าไม่ระวังก็โดนโหม่งจนเซไปเลย..."

ขั้นตอนพิธีกรรมคงจะต้องรออีกนาน เพราะท่านคหบดียังจับด้ายไม่เสร็จ พวกเราจึงหันมาถ่ายรูปหมู่กัน แต่ได้ไม่ครบคน เพราะยายจี๋มัวแต่ไปก้ม ๆ เงย ๆ ถ่ายรูปใน Pagoda อยู่ อาตมาจึงตามเข้าไปถ่ายบ้าง พอดีมีสาวใหญ่ในชุดส่าหรีสีแดงถือถาดเครื่องบูชาเดินตามกันมาเป็นพรวน ตรงไปยังวิหารหลังหนึ่งข้าง Pagoda ที่กำลังมีการเผาเครื่องสังเวยควันโขมงอยู่...

สุธรรม 14-11-2015 14:27

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447485952
ในศาลานี้ Full Power ที่สุด

แม่ป๋อมรำพึงกึ่งถามว่า "ถ่ายรูปได้ไหมนี่ ?" แต่อาตมาจัดการถ่ายไปเรียบร้อยแล้ว มัคคุเทศก์หน้าผากกว้างบรรยายว่า สาว ๆ เหล่านี้เอาเครื่องบูชามาสังเวยพระแม่กาลี ที่แต่งตัวสีแดงเป็นการประกาศว่าแต่งงานแล้ว ซึ่งก็น่าจะแต่งงานแล้ว เพราะอายุรวมกันไม่น่าจะต่ำกว่าสี่ร้อยปี..!

การบูชาตามปกติก็จะทำกันแบบนี้ คือใครมีโอกาสก็มา แต่หลังวันพระจันทร์เต็มดวง ๙ วัน ถือเป็นวันสำคัญของศาสนาฮินดู ทุกคนจะเอาเครื่องสังเวยมาบูชาเทพเจ้าต่าง ๆ กันเป็นพิเศษ น้องเล็กสงสัยว่าทำไมต้องเป็นวันแรม ๙ ค่ำ ? ป้ามอยก็ถามว่าเป็นวันขึ้น ๙ ค่ำหรือเปล่า ? นายทองอธิบายซ้ำว่า "9 days after full moon" ซึ่งฟังอย่างไรก็เป็นข้างแรมอย่างที่น้องเล็กว่า ซ้ำแกยังโบ้ยมาว่าให้ถามนักบวชอย่างอาตมาเองก็จะรู้ อ้าว..แล้วตูจะรู้ไหมนี่ ?

เมื่อถามว่าพวกเราเข้าไปข้างในวิหารหลังนั้นได้หรือเปล่า ? นายทองว่าได้และควรที่จะเข้าไปขอพร เพราะที่นั่น "Full power" ที่สุด ใคร ๆ ก็มาขอพรกัน แต่พวกเราไม่อยากอ้อมวัดไปซื้อเครื่องสังเวยข้างนอก จึงได้แต่สิบนิ้ววันทา มีน้องเก๋ถอดรองเท้าเข้าไปชะโงกดูตรงปากประตู กับแม่ป๋อมที่ย่องเข้าไปถ่ายรูประฆังพวงใหญ่ข้างวิหารเท่านั้น...

สุธรรม 15-11-2015 02:59

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447531154
เดินบนถนนดีกว่า (ฝีมือแม่ป๋อม)

พวกเราตามนายทองออกมาทางประตูเดิม เดินผ่านร้านขายเครื่องสังเวยต่าง ๆ ตรงไปยังซอยข้างหน้า ทางขวามือมีร้านขายเนื้อสด ซึ่งน่าจะเป็นเนื้อแพะ เจ้าของร้านกำลังสับกระดูกโคนหางอยู่โครม ๆ ลูกปุ๊กที่ประทับใจเขียงของเขา และเล่าให้คนอื่นฟังหลายรอบเมื่อเช้านี้ รีบชี้ให้ดูว่า ที่บอกว่าเขาเอาไม้ทั้งตอมาทำเขียงนั้นเป็นอย่างไร ?

ร้านค้าเปิดกันมากมาย ทำเอาน้องเก๋แวะซ้ายมองขวา ทำท่าเหมือนกับว่าวิญญาณสาบสูญไปแล้ว อาตมาชี้ให้ดูหินกลม ๆ ที่แทรกอยู่ข้างบันได ซึ่งเขาก่ออิฐถือปูนคร่อมไว้ให้บูชากัน น้องเล็กพูดว่า เหมือนกับเขามีที่บูชากันอยู่ทุกย่างก้าว ทำให้ใจเกาะความดีตลอดเวลา ยายจี๋บอกว่าได้ยินหลายคนเดินไปสวดสาธยายมนต์ไปด้วย แสดงถึงความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติของพวกเขา...

มาถึงวัดที่ลูกปุ๊กตะกายขึ้นไปให้ถ่ายรูปบนขอบระเบียง อาตมาก็เดินอ้อมไปดูสถูปโลหะด้านหลังตัวอาคาร ถ่ายรูปแล้วค่อยกลับมาเดินตามนายทองใหม่ ถนนขรุขระซ้ำรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์วิ่งกันเต็มไปหมด หลายคนต้องโดดขึ้นไปเดินบนบันไดหน้าบ้านเขา จึงเข้าใจว่าทำไมเนปาลีทั้งหลายถึงเดินกันบนถนน เพราะบันไดเดี๋ยวยาวเดี๋ยวสั้น เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ ต้องกระโดดขึ้นกระโดดลงตลอดเวลา สู้ลงไปแย่งรถด้วยการเดินบนถนนไม่ได้ สบายกว่ากันเยอะเลย...

สุธรรม 15-11-2015 17:58

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447585005
สิงห์ที่มีการแบ่งเพศอย่างชัดเจน

แม่ป๋อมผลุบเข้าไปดูสินค้าในร้านแห่งหนึ่ง ขณะที่นายทองเร่งพวกเราให้ไว ๆ หน่อย เดี๋ยวจะไปได้ไม่ครบทุกที่ แล้วพาเข้าซุ้มประตูขวามือซึ่งมีสิงโต ๒ ตัว ที่แบ่งเพศอย่างชัดเจน เพราะตัวผู้มีอวัยวะเพศที่เขาทาสีจนแดงโร่ และตัวเมียมีเต้านมเหมือนคน ทาสีเอาไว้ชัดเจนเช่นกัน...

อาตมาถ่ายรูปลูกปุ๊กกับซุ้มประตูที่เมื่อเช้ายังไม่เปิด แล้วเดินตามคณะเข้าไปในทางเดินที่เป็นตรอกแคบ ๆ ลูกปุ๊กชี้ให้ดูภาพมันดาลาละเอียดยิบที่แกะสลักไว้กลางซุ้มประตูด้านใน พอเดินเข้าไปในตรอกก็เห็น "สาธุ" ของฮินดูท่านหนึ่ง ยกมือไหว้อาตมาพร้อมกับทักทายว่า "นมัสเต" อาตมาก็ตอบรับไปด้วยดี...

ทั้งคณะกำลังมุงนายทองที่อธิบายเกี่ยวกับวัดนี้ แล้วพาเดินไปยังประตู ที่มีกรอบไม้แกะสลักศิลปะเนวารีลวดลายสวยงามมาก ด้านบนเป็นหลังคาเต็มความกว้างของตรอก มีคันทวยไม้ขนาดใหญ่แกะเป็นเทพเจ้าด้านละองค์ ตรงพื้นข้างทางเข้าตั้งสิงห์มีปากเหมือนครุฑและมีปีกด้วย น่าจะเป็น "สิงหปักษิน" แต่ของเราไม่มีเขาเป็นแพะเหมือนสิงหปักษินคู่นี้...

สุธรรม 16-11-2015 03:28

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447619270
รูปหล่อเทวดาขี่ช้าง

ด้านในประตูชั้นที่ ๒ ข้างขวามีโต๊ะขายบัตร น้องเก๋ส่งเงินให้นายทองไปซื้อตั๋วเข้าชม เขาเก็บคนละ ๕๐ รูปี พระอย่างอาตมาไม่ต้องจ่าย เพราะป้ายเขาเขียนไว้ชัดเจนว่า Free entrance for monks and nuns น้องเก๋บอกว่า "น่าสงสารจริง ๆ ไปไหนเขาก็ไม่ให้ความสนใจเลย" ขืนให้ความสนใจด้วยการต้องจ่ายในทุกที่ ก็อย่ามาสนใจกันเลยจะดีกว่า...

แม่ป๋อมยังไม่มา ลูกปุ๊กวิ่งออกไปตามขณะที่นายทองพาพวกเราเดินเข้าประตูไปโผล่ตรงหน้าวิหารทองคำ ซึ่งมีระเบียงคดล้อมรอบ ตรงทางลงไปสู่วิหารเป็นบันไดสามขั้น ข้างบันไดมีรูปหล่อทองเหลืองขนาดใหญ่คู่หนึ่งของเทวดา ที่นั่งบนหลังช้างซึ่งยืนบนแท่นบัวที่ตั้งอยู่บนหลังเต่าอีกที นายทองบรรยายว่า...

สุธรรม 16-11-2015 16:44

1 Attachment(s)
http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1447667014
แผ่นทองเหลืองเป็นเส้นยาวแทนหนทางไปสู่สวรรค์

"วัดทองคำ (Golden Temple) หรือ วัดหิรัญยะวรรณะมหาวิหาร (Hiranya Varna Mahavihan) เป็นวัดในพุทธศาสนาสายมหายานลัทธิวัชรยาน เป็น Pagoda สูง ๓ ชั้น จากชายคาของ Pagoda มีแผ่นทองเหลืองร้อยเป็นเส้นยาวลงมาจรดพื้นดิน สร้างขึ้นตามความเชื่อที่ว่าจะเป็นเส้นทางเดินไปสู่สรวงสวรรค์ องค์ Pagoda ประดับตกแต่งด้วยทองเหลืองและทองแดง ขัดเงาจนเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองปาทาน มีรูปพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ รวมทั้งคัมภีร์โบราณต่าง ๆ อยู่ภายใน Pagoda ด้วย"...

อาตมาขี้เกียจเถียงนายทองว่า "หิรัญ" แปลว่า "เงิน" ต่างหาก จึงลงไปถ่ายรูปวิหารหลังเล็กตรงกลางก่อน มัคคุเทศก์ยังบรรยายแจ้ว ๆ ว่า "วิหารหลังเล็กนี้เป็นวัดฮินดูที่สำคัญมาก ชื่อวัดพระนารายณ์ ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบเนวารีของตระกูลช่างศากยะ ตัววิหารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเสาค้ำยันโดยรอบ ส่วนบนของยอดเป็นทองเหลืองเป็นรูปมงกุฎและฉัตร.."


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:09


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว