กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=137)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=9709)

ตัวเล็ก 28-08-2023 18:04

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๖
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๖



เถรี 29-08-2023 00:53

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ กระผม/อาตมภาพออกเดินทางจากวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ตี ๓ เพื่อมุ่งตรงไปยังงานตรวจประเมินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบที่จังหวัดตราด

แต่ด้วยความที่ออกเช้ามาก ทำให้รถไม่ติด มาถึงจังหวัดจันทบุรีเพิ่งจะ ๗ โมงครึ่งเท่านั้น จึงแวะเข้าไปยังที่พัก คือบ้านวิวน้ำรีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี เพื่อขอที่พักให้เรียบร้อยก่อน แล้วนอนพักผ่อนประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงได้วิ่งตรงไปยังบ้านดงกลาง หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เพื่อร่วมในการตรวจประเมินยกบ้านดงกลางขึ้นเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ

เมื่อไปถึง กระผม/อาตมภาพก็เดินดูนิทรรศการต่าง ๆ เป็นการหาข้อมูลไปก่อน ปรากฏว่าส่วนที่ชอบใจที่สุดก็คือ ทางด้านนี้มีการเลี้ยงแมงชันโรง หรือบางคนเรียกว่าขี้สูด แมงตังนี แมงชันโรงนั้นจัดเป็นผึ้งชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นผึ้งขนาดเล็ก ไม่มีเหล็กใน ไม่มีน้ำพิษ ทำให้ไม่มีอะไรที่ทำให้ต้องเป็นที่กลัวเกรง

แมงชันโรงนั้น ถ้าหากว่าเป็นชันโรงใต้ดิน พวกเราซึ่งเป็นนักนิยมเครื่องรางของขลังก็จะทราบว่า ถ้าหากว่าการสร้างเบี้ยแก้แล้วอุดด้วยรังชันโรงใต้ดิน เขาจะถือว่ามีความขลัง มีความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง

แต่ว่าแมงชันโรงโดยทั่วไปแล้ว มักจะทำรังอยู่ในดินบ้าง ในโพรงหินบ้าง โพรงไม้บ้าง หรือแม้กระทั่งข้างฝา กระผม/อาตมภาพในฐานะเด็กซน ๆ ก็เคยงัดข้างฝาเพื่อดูรังของแมงชันโรงมาแล้ว ปรากฏว่าแมงชันโรงนั้นอาศัยอยู่ในข้างฝา แล้วก็ทำรัง มีลักษณะเหมือนอย่างกับถ้วยที่หงายขึ้น เอาไว้สำหรับบรรจุน้ำผึ้ง

แต่ว่าน้ำผึ้งของแมงชันโรงนั้น ไม่ได้หวานหอมอร่อยเหมือนอย่างกับน้ำผึ้งมิ้ม หรือว่าน้ำผึ้งหลวง น้ำผึ้งของแมงชันโรงนั้นผ่านการหมักมาเป็นอย่างดี มีคุณค่าทางสมุนไพรสูงมาก แต่ว่าจะมีรสออกเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งด้วยความซนของเด็กก็ไม่ได้ใส่ใจ ว่าอีกฝ่ายต้องใช้ความพยายามเท่าไร ถึงได้เก็บน้ำหวานได้ขนาดนั้น เจอเข้าก็เอาช้อนตักมาทีเดียว ๕ ถ้วย ๑๐ ถ้วย ใส่ปากตัวเองเลย..!

เถรี 29-08-2023 00:55

ต้องบอกว่าเด็กบ้านนอกเกือบทุกคนก็ต้องมีประสบการณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะการยิงนก ตกปลา เบียดเบียนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ส่วนใหญ่แล้วก็ทำไปเพราะต้องการอาหาร ดังนั้น..จะว่าไปแล้ว ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ว่าเมื่อรู้จักรักษาศีล ๕ แล้ว ก็จะทำให้เริ่มรู้ว่า ทำอย่างไรที่เราไม่ต้องเบียดเบียนชีวิตคนอื่น ?

สำหรับกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงของบ้านดงกลางแห่งนี้นั้น จะใช้วิธีต่อชันโรงมาจากรังธรรมชาติ เพราะว่าชันโรงก็เหมือนกับผึ้งทั่วไป คือต้องมีตัวนางพญา ถ้าไม่มีตัวนางพญา ชันโรงก็จะไม่ทำรัง

ทางกลุ่มผู้ศึกษาและเลี้ยงแมงชันโรงนั้น ก็จะใช้วิธีสร้างรัง เป็นห้องที่อยู่ เป็นห้องที่เก็บน้ำหวาน และเป็นห้องสำหรับตัวนางพญาอาศัย เมื่อถึงเวลาก็นำเอาท่อยาง ซึ่งเท่าที่ดูก็อยู่ในลักษณะเหมือนอย่างกับท่อแก๊สที่ใช้ในห้องครัวนั่นเอง เอาไปเสียบที่รูของชันโรงใต้ดิน แล้วก็ให้ผ่านเข้าออกตามรังที่ตนเองสร้างไว้

เมื่อถึงเวลา เห็นว่าสถานที่ซึ่งเราสร้างนั้น มั่นคงแข็งแรง น่าอยู่มากกว่า ตัวนางพญาก็จะย้ายเข้ามา ทำให้สามารถที่จะยกรังไปที่ไหน ๆ ก็ได้ เนื่องเพราะว่านางพญาผึ้งนั้น จะควบคุมบรรดาผึ้งงานด้วยกลิ่น หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ฟีโรโมน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บรรดาผึ้งงานก็จะต้องตามไปอยู่ด้วย

แล้วก็มีห้องจำเพาะที่ใส่ขวดเอาไว้ เพื่อให้ชันโรงนั้นได้ทำการเก็บน้ำหวาน เมื่อเห็นว่าได้มากพอสมควรแล้ว ก็ใช้วิธียกขวดออกมาแล้วเปลี่ยนขวดใหม่เข้าไปแทน ก็จะสามารถได้น้ำผึ้งชันโรงเอามาใช้งาน ซึ่งราคาจะแพงกว่าน้ำผึ้งปกติหลายเท่า อย่างเช่นว่าถ้าขนาดขวดเบียร์อย่างที่จำหน่ายกันทั่ว ๆ ไป ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้ก็ประมาณ ๒๕๐ - ๓๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งชันโรง ราคาถึงขวดละ ๑,๒๐๐ บาท..!

บรรดาญาติโยมชาวบ้านดงกลางนั้น เห็นว่าถ้าหากว่าเบียดเบียนแมงชันโรงด้วยการฉีดยาฆ่าเสียหมด ก็จะไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ตรงส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะแมงชันโรงนั้นเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ - ต้นหญ้าทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงมีการส่วนในการผสมเกสรที่สูงมาก โดยเฉพาะถ้าหากว่าเป็นผลไม้แล้ว มีโอกาสติดลูกเพิ่มขึ้นอีก อย่างต่ำก็ ๓๐ เปอร์เซ็นต์

เถรี 29-08-2023 00:57

ทางด้านกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงของบ้านดงกลางนั้น ได้รับคำแนะนำจากพัฒนาการอำเภอ ตลอดจนกระทั่งผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงแมงชันโรง จึงทำเป็นอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอาศัยพื้นที่ของวัดมัชฌิมวัน หรือวัดดงกลางนั่นเองเป็นที่เลี้ยง

ดังนั้น..ในสถานที่รอบ ๆ วัด ก็จะเห็นมีแมงชันโรงบินเข้าบินออกอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ว่าต้องช่างสังเกตสักหน่อย ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่สามารถที่จะเห็นได้ เพราะว่าแมงชันโรงนั้นค่อนข้างจะตัวเล็กถึงเล็กมาก เมื่อซักถามจนเป็นที่พอใจแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปร่วมฉันเพลกับทางคณะ หลังจากนั้นก็เป็นการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ภายในวัดมัชฌิมวัน

เมื่อเจริญพระพุทธมนต์และถ่ายรูปหมู่ร่วมกันแล้ว ทางด้านพระคุณพระเทพปวรเมธี, รศ., ดร. (ประสิทธิ์ พฺรหฺมรํสี, ป.ธ.๙) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หน (กลาง) ก็นำพวกเราฟังเด็กนักเรียนสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ ขณะเดียวกันก็เดินดูนิทรรศการอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะไปติดอยู่ตรงที่การเลี้ยงแมงชันโรงกันนานมาก

เมื่อแจกรางวัลให้กับเด็ก ๆ และผู้ที่เข้าร่วมนิทรรศการแล้ว พวกเราก็ทำการประเมินบ้านดงกลาง เพื่อยกขึ้นเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ ซึ่งกระผม/อาตมภาพเห็นว่าทางวัดดงกลางนี้ มีระบบการจัดการเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมที่ดีมาก ก็คือนอกจากร่วมกับทางโรงเรียนจัดให้เด็กมีการถือศีลปฏิบัติธรรมแล้ว ยังร่วมกับสำนักปฏิบัติธรรมวัดท่าโสมในการจัดปฏิบัติธรรมอีกด้วย

แต่ว่าในส่วนที่สอบถาม ก็คือถามทางด้านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ว่าในส่วนนี้มีการสนับสนุนอย่างไรบ้าง ? แม้ว่าท่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด จะตอบมาอยู่ในลักษณะที่เรียกว่า "ขี่ม้าเลียบค่าย" ก็คือเลาะข้างไปเรื่อย โดยที่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าช่วยเหลือในเรื่องอะไรบ้าง

เถรี 29-08-2023 00:59

โดยเฉพาะบอกว่าไม่ได้ใช้งบประมาณ เพราะว่าส่วนใหญ่ก็ส่งกำลังคนลงไปช่วย แต่พวกเราก็ถือว่าในส่วนของการปฏิบัติธรรมนั้น แม้ว่าไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง แต่วัดก็จัดได้เต็มที่แล้ว

เมื่อเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็มีการถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก หลังจากนั้น ก็รับของที่ระลึกจากทางด้านเจ้าของพื้นที่ โดยเฉพาะที่นี่นั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราดมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส รับการตรวจรับด้วยตนเอง

ต้องเจริญพรขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ที่เห็นแก่ความสำคัญของงานจนกระทั่งลงมาด้วยตนเอง ไม่เหมือนกับหลายแห่ง ที่ส่วนใหญ่ก็มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดมาทำหน้าที่แทน

พวกเราก็ลาเจ้าของที่ วิ่งกลับมายังบ้านวิวน้ำรีสอร์ทที่ตัวเมืองจันทบุรี ต้องค้างที่นี่อีก ๑ คืน เพราะว่าพรุ่งนี้จะต้องไปตรวจประเมินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบที่วัดทองทั่ว ซึ่งห่างจากสถานที่นี้แค่ไม่กี่กิโลเมตร ดังนั้น..ในส่วนของรีสอร์ตด้านนี้ ที่โดนพระภิกษุสงฆ์ โดยเฉพาะคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านศีล ๕ หน (กลาง) เหมาไปทั้งแถบ ก็แปลว่าจะต้องโดนเหมาต่อไปจนกระทั่งถึงเที่ยงตรงในวันพรุ่งนี้ จึงจะสามารถคืนพื้นที่ให้กับเขาได้ เพราะว่าพวกเรายังต้องพักอาศัยอยู่ จนกว่าจะโยกย้ายออกจากจันทบุรี ไปตรวจประเมินที่จังหวัดระยอง ถึงจะหาที่พักใหม่กันอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:06


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว