ดูแบบคำตอบเดียว
  #40  
เก่า 01-06-2018, 08:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,915
ได้ให้อนุโมทนา: 73,703
ได้รับอนุโมทนา 3,145,903 ครั้ง ใน 22,267 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ฉะนั้น...หลักการจัดวัดง่าย ๆ ก็คือ ให้จัดระเบียบบรรดาศาลา วิหาร โบสถ์ เจดีย์ กุฏิพระ โรงครัว ถ้าเป็นโบราณยังมีชันตาฆระ ซึ่งก็คือเรือนไฟเอาไว้สำหรับอบตัวแก้ไข้ ให้แยกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน ลักษณะของแปลนวัดก็มีหลายอย่างด้วยกัน เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นลักษณะไม้กางเขน หรือว่าเป็นลักษณะตัวแอลในภาษาอังกฤษ ก็แล้วแต่สภาพที่ดินของวัดจะเป็นไป

การบริหารวัดทั้งหมดในปัจจุบันต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทางราชการไม่มีให้ ก็แปลว่าแต่ละวัดอาศัยศรัทธาญาติโยมสงเคราะห์กันเอง แล้ววัดเราปัจจุบันนี้ก็ยังโดนบีบ ทั้งจากผู้เจตนาดีแต่โง่ไปหน่อย กับพวกเจตนาร้าย ตั้งใจให้วัดอยู่ไม่ได้ ด้วยการมาเน้นว่าพระห้ามรับเงินเพราะว่าพระวินัยระบุเอาไว้ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นเมื่อสี่ห้าสิบปีก่อนก็เป็นไปได้ เพราะว่าคนยังให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์พระอยู่มาก เข้าร้านอาหารก็ฉันฟรี ขึ้นรถเดินทางก็ขึ้นฟรี แต่มาในสมัยปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ เข้าร้านอาหาร เข้าโรงพยาบาล ไม่มีใครสงเคราะห์พระ แบบก่อนหน้านี้อีกแล้ว

ขณะเดียวกันก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานก็ทรงอนุญาตไว้ว่า ศีลพระ คือ สิกขาบทไหนไม่เป็นไปตามยุคสมัย สงฆ์พึงหวังก็ให้เพิกถอนสิกขาบทนั้นได้ แต่ปรากฏว่าไม่มีการเพิกถอน เราก็รักษาศีลกันมาในลักษณะของการโกหกตัวเอง ก็คือศีลห้ามรับเงิน แต่เรารับกันเป็นปกติ

เพียงแต่ว่าการรับเงินนี่เราต้องเข้าใจว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าป้องกันไม่ให้พระเกิดความโลภ จึงได้ทรงห้ามการรับเงินเอาไว้ แต่ถ้าหากว่าท่านรับมาแล้ว ใช้จ่ายในส่วนของวัดวาอาราม ในการสาธารณประโยชน์ ถ้าลักษณะอย่างนี้ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้มีโทษตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสห้ามไว้

แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือมีพระธรรมยุตที่ท่านว่าท่านเคร่งครัดมาก ท่านไม่รับเงิน อาตมาจะพูดถึงศีลพระให้โยมฟังว่าในสิกขาบทที่ ๘ ของนิสสัคคิยปาจิตตีย์กัณฑ์ มีการระบุไว้ว่า ภิกษุห้ามรับเงินและทองหรือข้าวของที่ใช้แทนเงินทอง ถ้าหากว่าผู้ใดรับต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ คือต้องสละทิ้ง

สิกขาบทที่ ๙ กล่าวไว้ว่า ภิกษุรับเองก็ดี ให้ผู้อื่นรับแทนก็ดีซึ่งเงินทองหรือสิ่งของที่ใช้แทนเงินทองต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ก็แปลว่ารับเองก็โดน ให้คนอื่นรับก็โดน

อาตมาก็เลยสงสัยว่าพระธรรมยุตที่ว่าเคร่งครัดนักหนา ไม่รับเงินแต่ให้ลูกศิษย์รับแทน ก็แปลว่าโดนอาบัติเหมือนกัน ก็คือศีลขาดเท่ากัน แต่ทำไมท่านไปเข้าใจว่าท่านเองเคร่งครัดกว่า บริสุทธิ์กว่า ซึ่งเรื่องนี้โยมสามารถไปเปิดดูในพระวินัยปิฎก ซึ่งระบุเอาไว้ชัด ๆ ว่าเรื่องของศีลพระเป็นอย่างไร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-06-2018 เมื่อ 16:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 94 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา