ดูแบบคำตอบเดียว
  #29  
เก่า 09-11-2012, 06:08
มุนินโท มุนินโท is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Oct 2008
ข้อความ: 733
ได้ให้อนุโมทนา: 22,386
ได้รับอนุโมทนา 60,889 ครั้ง ใน 1,100 โพสต์
มุนินโท is on a distinguished road
Default



อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เด็กฝึกหัด

คืนนั้น เรารับประทานอาหารเย็น
บนโต๊ะและม้านั่งทำด้วยไม้ไผ่ ใช้แสงสว่างจากเชิงเทียนไม้ไผ่ ซึ่งชาวบ้านทำขึ้นเพราะเขารู้ว่าแม่ชอบ เวลานอน ทุกคนต้องนอนกับพื้นในถุงนอนซึ่งอุ่นพอใช้ ตามปกติแม่เป็นคนนอนหลับยาก ต้องมืดและเงียบสนิทจึงจะนอนหลับได้ เวลาเดินทางไปที่ทุรกันดารแม่จึงต้องเตรียมหน้ากากปิดตา (ชนิดที่แจกบนเครื่องบิน) และขี้ผึ้งอุดหู (ซื้อที่อังกฤษ) ไปด้วยทุกครั้งเพื่อกันแสงและเสียง ถ้าคืนไหนนอนไม่หลับ รุ่งเช้าแม่ก็จะทำงานได้ตามปกติโดยไม่บ่นว่าง่วงเลย นอกจากนั้นก่อนนอนแม่จะต้องอัญเชิญพระสัมฤทธิ์ดำสมัยอู่ทองสูงประมาณ ๓ นิ้ว มาตั้งที่หัวนอนทุกหนทุกแห่งที่แม่ไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านนอกหรือเมืองนอก พระองค์นี้แม่บอกว่าเคยเป็นของเสด็จตา เป็นที่น่าพิศวงที่พระองค์นี้อันตรธานหายไปตั้งแต่วันที่แม่ถูกยิงบนเฮลิคอปเตอร์

วันรุ่งขึ้น คณะของแม่เริ่มทำงาน
ทั้งวัน คุณหมอและผู้ช่วยตรวจคนไข้ ฉีดยาปลูกฝี ฯลฯ แม่แจกสิ่งของพระราชทานแก่ชาวบ้าน ข้าพเจ้าก็ได้ช่วงส่งของให้แม่หรือแจกขนมให้เด็ก ๆ พอเมื่อยทีก็ไปดูผ้ากะเหรี่ยง ชาวกะเหรี่ยงแดงนั้นรู้จักทำมาค้าขายแล้วและหอบผ้าผ่อนมาขายเราเป็นพับ ๆ ข้าพเจ้าต้องยอมรับว่าตกใจมากครั้งแรกที่เห็นคนเป็นโรคคอพอก เพราะมีก้อนใหญ่กลม ๆ โป่งออกมาที่ลำคอ เวลานั้นชาวบ้านหลายคนยังเป็นโรคนี้อยู่ ข้าพเจ้ารู้สึกทั้งกลัว ทั้งสงสารและโล่งใจมากที่สุดเมื่อรู้ว่าไม่ใช่โรคติดต่อ
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Desktop65.jpg (71.4 KB, 500 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย มุนินโท : 10-11-2012 เมื่อ 19:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ มุนินโท ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา