ดูแบบคำตอบเดียว
  #8  
เก่า 04-01-2010, 19:30
สุรจิตร's Avatar
สุรจิตร สุรจิตร is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 41
ได้ให้อนุโมทนา: 3,263
ได้รับอนุโมทนา 24,621 ครั้ง ใน 789 โพสต์
สุรจิตร is on a distinguished road
Talking

วันที่เจ็ด
บัตรประจำตัวหาย(หายตอนนวด) แต่ไม่ต้องห่วงไม่ต้องใช้กับทหาร เพราะเราน่ารัก ทหารจำได้หมดแล้ว

บิณฑบาตตอนเช้า ชูเงินให้หลวงพี่เทพดูหนึ่งบาท ท่ามกลางความตกใจของพระนวกะ ถามกันใหญ่ว่า เอามาจากที่ไหน บอกว่ามันหลงในย่าม ถวายให้ท่านเทพรับเคราะห์ต่อไป ๕๕๕+
หลวงพี่เทพถามว่า...แล้วมดละ(มดในป่าธุดงค์กัดเจ็บกว่ามดปกติมาก)

เราตอบว่า...ปูนขาว (รอดไป)

เสียงเพลงไม่เคยพลาดโอกาสเลย มาตลอด

เจอเพื่อน คนไข้คนที่เคยช่วยเหลือ ยิ้มให้ตลอดเหมือนนัดกันไว้
พยายามยกย่ามให้ไปที่ใกล้ ๆ มือโยมที่สุด จะได้ให้โยมหยอดได้สะดวก แต่ยื่นย่ามไปแต่ละทีเหมือนหลังจะแตก
ระบมจากการนวดมาก(แต่มีหวังหายแน่นอน ๑๐๐% )

มีโยมเมตตาถวายแผ่นทองเหลืองให้หล่อพระด้วย.....ดีใจจัง

พอเดินกลับกับหลวงพี่เทพ

หลวงพี่เทพพูดสั้น ๆ ว่า"หลวงพี่สมปองตอนบิณฑบาตไม่เคยหลุดยิ้มมา ไม่มีซักนิด"
วันนี้หล่อพระเลยอารมณ์ดีมาก

พอสาย ๆ หน่อย คนจัดกระดูก+นวดมาตรวจอาการ แล้วลงความเห็นว่า ต้องนวดใหม่ตั้งแต่ต้น

เราเห็นด้วย แต่ตำแหน่งนั้นเราไม่อาจจะตรวจด้วยตัวเองได้เลย มั่นใจแค่ ๖๐% ว่ายังไม่หาย

จัดกระดูก+นวดใหม่ตั้งแต่ต้น เพิ่มแรงอีกประมาณ ๔๐% แต่ที่ช้ำในยังอยู่นะ
ฮ่า ๆ ๆ ระบมหนักกว่าเก่าเพียบ กดไปแต่ละครั้งเหมือนค้อนทุบ
ต้องหาที่พิงตลอด เดินขากางตลอด นั่งสมาธิไม่ได้ ต้องนั่งพับเพียบ

ตอนเที่ยงฝึกมโนฯ เต็มกำลัง หลับสนิท คราวนี้หลับลึกมาก
แปลกมาก พอตื่นพละกำลังกลับมาเหมือนอายุแค่ ๒๐ จิตมีความกล้าแข็งอย่างมาก

แต่ยังปวดหลังเหมือนเดิม ^^สร้างความเวทนากับพระนวกะดีนักแล ตอนหลัง ๆ ไม่อาจจะนั่งยอง ๆ ปัสสาวะได้ เพราะนั่งแล้วลุกไม่ไหว เหมือนมีดเสียบจากเหนือก้นกบไปหากลางหลัง ต้องนั่งโถเท่านั้น

ไปปลงอาบัติกับเพื่อนพระเรื่องนั่งปัสสาวะไม่ได้ มีแต่พระนวกะด้วยกันสงสาร เย็น ๆ มีโยมเก็บบัตรประจำตัวได้ ดีจังไม่ต้องไปทำใหม่แล้ว

ตอนไปหล่อพระ โยมนิมนต์พระ-เณร เข้าปราสาททองคำ
เพื่อนพระนวกะอยากไปอยู่ใกล้ ๆ เบ้าหลอม เลยชี้ว่า คุณจะรอดอาบัติไปได้ไหมนี่ โยมหนาแน่นขนาดนี้

มีโยมถวายเงินพอดี...กำลังต้องการ เลยหยอดตู้ปิดทองวิหารทองคำพอดี

ใจสบายมาก เพราะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เท่าที่จะทำได้แล้ว คิดถึงหลวงพี่เล็กว่า น่าจะมาเขกกบาลซักที จะสึกแล้วนะ (ปัจจุบันไปให้หลวงพี่เล็กเขกกบาลมาแล้ว) หันหน้าไปด้านซ้ายตกใจ!!!!
หลวงพี่วิรัช........มาจากไหน
หลวงน้าหมอมาเรียบ ๆ สงบ
แต่เจอพระครูปลัดฯ นิมนต์ไปด้านหน้าเรียบ

ตอนกลับเณรอาสาพยุงเอาบุญ(เหมือนหลวงตาแก่ ๆ เลย)

จุดธูปบอกว่า ให้หลวงปู่หาพระมารับสังฆทานให้หน่อย เพื่อเป็นเจ้าของสิ่งของส่วนตัวของข้าพเจ้า แต่ให้เจอง่าย ๆ โดยผมไม่ต้องเดินตามหา

เรื่องนอนเอนตัวลงไม่ได้ ต้องทิ้งตัวลงแบบไม่มีแรงพยุงเลย

วันที่แปด
เพลงมาตามเคยไม่พลาด ท่ามกลางหลังที่ปวดระบม น้ำตาแทบร่วง
กะจะไม่ยิ้ม แต่ว่าเจอเพื่อนสมัยมัธยมกุลีกุจอ ควักเงินแบบสับสน

เราจะรักษาระเบียบหรือรักษากำลังใจของโยมดี????

คราวนี้ไม่ยิ้มธรรมดา....เอียงคอเอาหน้าให้มันเห็นชัด ๆ
โยมเพื่อนตกใจ พอเห็นป้ายชื่อและรอยยิ้มปัญญาอ่อนของเรา เลยมั่นใจว่า ใช่ ไอ้วรนัสเพื่อนเก่าเราแน่ ๆ

โยมเพื่อนยิ้มแบบน้ำตาคลอเบ้า

พอใกล้ ๆ จะถึงศาลา ๑๒ ไร่แล้วเจอหลวงน้าหมอ เดินตัดหน้าระยะไม่ถึงสิบเมตร เลยบอกว่า "หลวงน้าหมอครับ นิมนต์"
ถวายผ้าพันคอกับหมวกไหมพรม เรียนท่านว่าถวายสังฆทานครับ

มีพระนวกะบางองค์เข้าใจผิดว่า พระที่นวดทำเราอาการหนัก

เลยตอบว่า อาการของผมแต่เดิมนั้น ปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอัมพฤกษ์
เหมือนคนที่จะโดนโทษประหาร แล้วมีคนมาพูดให้เหลือโทษแค่โบย ๓๐๐ ที คุณจะเตะคนบอกหรือขอบคุณเขาดีละ

พอจะเข้าป่าเพื่อผลาญพลังงาน แต่ความจริงรู้สึกอยากเข้าป่าแบบไม่มีสาเหตุ

พอไปถึงป่าได้สักพัก

เจอหลวงพี่วิรัชเดินมา เลยเดินตามท่า่นไปในระยะประชิด

พอหลวงพี่วิรัชเห็นท่านถาม"มาอย่างไร(มายังไง)"

สะกดรอยตามหลวงพี่มาครับ ท่านบอก "เก่ง ๆ "

เลยเอาไฟฉายถวายท่านบอกว่าสังฆทานครับ

ท่านบอก"งั้นก็ใช้คนเดียวไม่ได้นะสิ" ยิ้มเหมือนหลวงพี่เล็กมาก

แล้วท่านถามต่อว่าแล้วหลวงน้องจะใช้อะไรละ (เพราะไฟฉายสำคัญที่สุดในป่าธุดงค์ตอนมืด)

ซึ้งครับ......ไม่เป็นไรครับ ไฟฉายของวัด ริบหรี่หน่อย ผมทนใช้ได้ครับ

ตอนค่ำนิมนต์หลวงพี่เก้ามารับถุงนอน เข้ากองกลางสงฆ์ของหลวงพี่เล็ก

พอถวายแล้วเลยเรียนท่านเก้าว่า ยืมนอนวันหนึ่ง แล้วจะซักส่งคืนสงฆ์(ตั้งใจเอาอานิสงค์ในขณะเป็นพระ)

วันที่เก้า

ตอนเช้าได้เอานาฬิกาปลุกไปถวายเป็นสังฆทานตุ๊พ่อมหาสิงห์ วัดถ้ำป่าไผ่ เอาน้ำของแนนไปมอบแก่สงฆ์

ชนะเพลงได้แล้วสะใจ ดีใจที่วันนี้ได้โปรดโยมจริง ๆ จนผู้อื่นมีความเข้าใจผิดว่าเต้ยดีใจที่ได้สึก

ฉันเช้าคิดว่าอาหารที่เราไม่ฉันนี้ ขอบูชาซึ่งพระพุทธเจ้าทั้งหมด

พอเอาดอกไม้จะไปไหว้ที่สำคัญ ๆ ของวัดท่าซุงหันไปทางซ้าย
สะดุ้ง!!!!!........หลวงพี่วิรัชมาจากทางไหน

ผวาแกมดีใจ เหมือนท่านมาส่งเราจากความเป็นพระ ไม่มีใครสนใจท่านเลย จนกระทั่งเดินเกือบ ๆ จบงานแล้ว

พอสึกแล้วอย่าคิดว่าเรื่องจบแค่นี้
__________________
เต้ย:ทำ(ยังไง)อย่างไรกับอารมณ์ที่อยู่ตรงกลาง ไม่สุข ไม่ทุกข์
หลวงตา:กำหนดรู้ว่ามันอยู่ตรงกลาง
“ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม”

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุรจิตร : 09-01-2010 เมื่อ 03:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 102 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุรจิตร ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา