ดูแบบคำตอบเดียว
  #35  
เก่า 15-03-2019, 08:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,674
ได้ให้อนุโมทนา: 88,787
ได้รับอนุโมทนา 3,785,880 ครั้ง ใน 27,157 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แล้วการทำวัตรสวดมนต์นั้น เท่ากับเป็นการบริหารอวัยวะภายใน เราจะสังเกตว่า หลวงปู่หลวงพ่อที่ขยันสวดมนต์มักจะอายุยืน ๘๐ ปี ๙๐ ปี ๑๐๐ ปี เป็นต้น เพราะว่าส่วนใหญ่ร่างกายของเราบริหารได้แต่ภายนอก อวัยวะภายในต่าง ๆ ไม่ได้บริหาร การสวดมนต์ทำวัตรเป็นการบริหารอวัยวะภายใน ทำให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวในจังหวะที่สม่ำเสมอกัน ตลอดระยะเวลาครึ่งชั่วโมง ๑ ชั่วโมง เมื่ออวัยวะภายในแข็งแรง อายุขัยก็ยืนยาว

ดังนั้น..อย่าเห็นแค่เป็นการสวดมนต์ โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่แปลคำสวดมนต์ได้ แล้วน้อมนำไปปฏิบัติ ก็เท่ากับท่านปฏิบัติตามโอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง ก็แปลว่าจะได้ประโยชน์จากการสวดมนต์อย่างเต็มที่ เพราะว่าเราแปลออก สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

อย่างเช่นว่า “อะเสวะนา จะ พาลานัง” จงอย่าคบกับคนพาลทั้งหลาย “ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา” ให้คบกับบัณฑิต คือผู้มีศีลมีธรรม “ปูชา จะ ปูชะนียานัง” บูชาบุคคลที่ควรบูชา ได้แก่ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เป็นต้น “ปะฏิรูปะเทสะวาโส” ให้อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม คือเป็นสถานที่ซึ่งมีกองบุญการกุศลให้เรากระทำได้ เป็นสถานที่ซึ่งชักชวนให้กาย วาจา ใจ ของเราอยากจะสร้างความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

“ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา” มีการสร้างสมบุญมาแต่ปางก่อน คือถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้สร้างบุญมาตั้งแต่ชาติก่อน ๆ ชาตินี้ท่านก็ไม่มีวันเข้าวัดได้ “อัตตะสัมมาปะณิธิ” แปลว่าตั้งตนไว้ในที่ชอบ ก็คือมีสมบัติเพราะสัมมาทิฐิ เห็นว่าทาน ศีล ภาวนา เป็นของดี เราตั้งใจจะทำ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-03-2019 เมื่อ 08:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา