ดูแบบคำตอบเดียว
  #69  
เก่า 15-08-2019, 21:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,084
ได้ให้อนุโมทนา: 92,360
ได้รับอนุโมทนา 3,909,932 ครั้ง ใน 27,586 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อันนี้เขาเรียกว่า ทิฏฐิวิปลาส คือ มีความเห็นต่างไปจากปกติ ไปเห็นว่าความทุกข์เป็นความสุข เพราะว่าปัญญาไม่ถึง ก็เลยโดนกิเลสหลอก

อาตมาเดินบิณฑบาตไปก็พิจารณาไปเรื่อยว่า โลกเราโดนหลอกลักษณะนี้มากต่อมากด้วยกัน เราถึงได้เวียนว่ายตายเกิดทุกข์กันอยู่ไม่รู้จบ เขาบอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน เราก็ให้เขามา ๕ ปี เกี่ยวกันหรือเปล่า ? ไม่เกี่ยวสินะ..!

เรื่องพวกนี้ถ้ารู้จักคิด รู้จักพิจารณา คนมีคู่จะเข้าถึงธรรมได้เร็วกว่า เพราะว่าเห็นทุกข์ชัดเจนกว่า อย่างคู่ของปิปผลิมาณพและนางภัททกาปิลานี พ่อแม่ให้แต่ง ไม่กล้าปฏิเสธก็ยอมแต่ง แต่นอนหันหลังให้กัน เอาพวงมาลัยคั่นกลางไว้ ถ้าพวงมาลัยด้านไหนเหี่ยวแปลว่าคนนั้นเกิดจิตกำหนัด ไฟราคะเผาจนพวงมาลัยเหี่ยว ก็จะได้แก้ไขกำลังใจของตัวเองใหม่

ปกติอย่างพวกเรานี่อยู่คนละที่ก็ยังตะกายไปหากัน อันนั้นท่านนอนอยู่เตียงเดียวกัน หันหลังให้กัน แล้วอยู่มาได้ด้วย รอจนพ่อแม่ตายหมด ตัวเองเป็นใหญ่ในบ้าน ปิปผลิมาณพก็บอกนางภัททกาปิลานีว่า “น้องหญิง..เธอจงรับทรัพย์สมบัติทั้งหมดไป ส่วนเราจะออกบวช” นางภัททกาปิลานีก็บอกว่า “สมบัติทั้งหลายประดุจก้อนน้ำลายที่ท่านถ่มทิ้งแล้ว เรื่องอะไรเราจะรับไว้ เราก็จะบวชบ้าง” ต่างคนก็ต่างโกนหัว นุ่งผ้ากาสาวพัสตร์ อธิษฐานว่า ในโลกนี้ถ้ามีพระอรหันต์อยู่ ขอบวชอุทิศเพื่อพระอรหันต์พระองค์นั้น แล้วเสร็จแล้วก็เดินทางออกมาจากบ้านไป ใครอยากได้ทรัพย์สินก็ไปขนกันเอาเอง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 16-08-2019 เมื่อ 12:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 177 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา