ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 20-02-2011, 00:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 20,772
ได้ให้อนุโมทนา: 81,190
ได้รับอนุโมทนา 3,409,845 ครั้ง ใน 24,186 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐานวันอาทิตย์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ขอให้ทุกคนนั่งในท่าที่สบายของตน แล้วกำหนดความรู้สึกทั้งหมดของเรา อยู่กับลมหายใจเข้าออกเฉพาะหน้า หายใจเข้าออกยาว ๆ สัก ๒ – ๓ ครั้ง เพื่อระบายลมหยาบออกให้หมดก่อน แล้วหลังจากนั้นก็หายใจตามปกติ

หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดพร้อมกับคำภาวนา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดพร้อมกับคำภาวนา ไหลตามลมหายใจออกมา

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นการปฏิบัติกรรมฐานต้นเดือนกุมภาพันธ์วันสุดท้ายของพวกเรา เรียกว่าเกือบจะเป็นเดือนสุดท้ายของบ้านอนุสาวรีย์ด้วย เพราะว่าเราจะมาปฏิบัติกรรมฐานอย่างนี้ที่บ้านอนุสาวรีย์ ในต้นเดือนมีนาคมคือเดือนหน้า อีกครั้งเดียวเท่านั้น แล้วหลังจากนั้น จะย้ายไปที่บ้านใหม่คือบ้านวิริยบารมี ที่ซอยวุฒากาศ ๒๔ ฝั่งธนบุรี

วันนี้ช่วงก่อนกรรมฐาน ที่เราได้ปรารภกันว่า กิเลสต่าง ๆ ที่เข้ามาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้น เป็นเครื่องร้อยรัดและดึงเราให้จมอยู่กับวัฏสงสาร ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นไปได้ กิเลสที่เข้ามาทางตาคือรูป เห็นรูปแล้วชอบใจ กิเลสที่เข้ามาทางหูคือเสียง ได้ยินเสียงแล้วชอบใจ กิเลสที่เข้ามาจมูกคือกลิ่น ได้กลิ่นแล้วชอบใจ กิเลสที่เข้ามาทางลิ้นคือรส ได้รสแล้วชอบใจ กิเลสที่เข้ามาทางกาย คือสัมผัส ได้รับสัมผัสแล้วชอบใจ กิเลสที่เข้ามาทางใจ คือ อารมณ์คิด

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้ามาในด้านดี ที่เรียกว่า อิฏฐารมณ์ เป็นอารมณ์ที่น่ายินดี น่าปรารถนา ถ้ามาในด้านที่ไม่ดี ไม่ชอบใจ เรียกว่า อนิฏฐารมณ์ เป็นอารมณ์ที่ไม่ปรารถนา ทั้ง ๒ อย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้น

อารมณ์ที่เราชอบใจก็ก่อให้เกิดราคะ ยินดี อยากมีอยากได้ อารมณ์ที่เราไม่ชอบใจก็ก่อให้เกิดโทสะ กระทบกระทั่งแล้วไม่ชอบใจ ก็พยายามที่จะผลักไสหลีกหนี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างกิเลสให้เกิดกับใจทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นราคะหรือโทสะก็ตาม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นรากเหง้าใหญ่ของกิเลสทั้งนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-02-2011 เมื่อ 02:52
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา