ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 02-02-2012, 08:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,557
ได้ให้อนุโมทนา: 94,311
ได้รับอนุโมทนา 4,004,275 ครั้ง ใน 28,072 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จุดที่สองที่ต้องการให้พวกเราสังเกตก็คือว่า กำลังใจของเราพอทรงตัวแล้ว เราไปพบกับสิ่งที่ควรแก่การยินดีหรือยินร้าย อย่างเช่นว่า เจอเพื่อนฝูงเข้าก็คุยกันสนั่น ลืมรักษาอารมณ์ตัวเอง หรือไม่ก็กระทบกระทั่งกับอารมณ์บางอย่างที่ไม่ชอบใจ โทสะกรุ่นขึ้นมา เคยสังเกตไหมว่า อารมณ์ที่เรารักษาได้หล่นหายไปตอนไหน ? ถ้าเราไม่เคยสังเกต ให้ตั้งใจสังเกตตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะไม่รู้ว่าผลที่เกิดนั้น เกิดขึ้นเพราะเหตุอะไร ในเมื่อเราหาเหตุไม่เจอ เราไม่สามารถจะสร้างผลครั้งต่อไปได้ บางทีก็เปะปะถูกโดยบังเอิญ อยู่ ๆ ก็ได้ผลมา ไม่รู้ว่าได้มาอย่างไร เหมือนอย่างกับมีผลไม้รสดีอยู่ในมือ ตั้งหน้าตั้งตา กิน..กิน..กิน.. กินหมดแล้วก็หาใหม่ไม่เป็น จนกว่าจะมั่วได้ถูกอีกทีหนึ่งแล้วค่อยหาได้

ดังนั้น..ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ไม่ว่าจะอยู่ในงานอะไร หน้าที่ของเราก็คือ รักษากำลังใจของเราให้มั่นคง ไม่ยินดี ไม่ยินร้ายกับสิ่งรอบข้าง

เมื่อวานนี้ท่านมหากวีศิลป์* ที่อยู่ข้างผมอารมณ์เริ่มบูด ท่านกวางเห็นก็น่าจะรู้ ก็เพราะว่าท่านไปดู ดูว่าคนนั้นเร็ว ดูว่าคนนี้ช้า ก็เลยกลายเป็นว่า คนเร็วน่าแจกวัตถุมงคลให้ คนที่ช้าไม่น่าให้

แล้วไปดูอีกจุดหนึ่งว่า คนนั้นทำบุญ คนนี้ไม่ทำบุญ คนทำบุญก็จะให้เขา คนไม่ทำบุญก็ไม่อยากจะให้ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า กำลังใจของเราปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา ถ้าจิตสังขารทำงานเมื่อไรก็ รัก โลภ โกรธ หลง ทันที ไม่เป็นอัปปมัญญาพรหมวิหาร**คือ เมตตาแบบหาประมาณไม่ได้

เราต้องทำกำลังใจของเราให้เป็นอัปปมัญญาพรหมวิหาร คือสามารถสงเคราะห์คนโดยเสมอหน้ากัน รักคน รักสัตว์เสมอหน้ากัน คือ รักเหมือนกับรักตัวเรา เรารักสุขเกลียดทุกข์อย่างไร เขาก็รักสุขเกลียดทุกข์อย่างนั้น เรายินดี พอใจ ชอบใจ ต้องการอะไร เขาก็ยินดี พอใจ ชอบใจ และต้องการอย่างนั้น

ถ้าหากว่าสามารถรักษากำลังใจอย่างนี้ได้ จิตใจจะไม่เศร้าหมอง จะไม่ขุ่นมัว รู้อยู่อย่างเดียวว่า เขาต้องการการสงเคราะห์จากเรา เราก็ให้การสงเคราะห์เขาไป แล้วก็ทำหน้าที่สักแต่ว่าทำ ทำอยู่แค่ตรงจุดนั้น ทำเสร็จแล้วก็แล้วกันไป เลิกแล้วเลิกเลย ไม่ได้เก็บเอามาคิด ไม่ได้แบกเอามาเครียด

หมายเหตุ :

*พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธกุโล(ป.ธ.๓ ; พธ.ม.) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ๓๔๔ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

**องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๑๙๒/๒๕๒; อภิ.สํ. ๓๔/๑๙๐/๗๕;วิสุทฺธิ. ๒/๑๒๔
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-02-2012 เมื่อ 14:13
สมาชิก 85 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา