ดูแบบคำตอบเดียว
  #3  
เก่า 28-08-2009, 00:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,730
ได้ให้อนุโมทนา: 86,707
ได้รับอนุโมทนา 3,642,563 ครั้ง ใน 26,184 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default อุบัติคู่บารมี

อุบัติคู่บารมี

กล่าวกันว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้อุบัติคนดีของศรีอยุธยาขึ้นสองพระองค์ กาลต่อมาปรากฏมีพระเกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดังในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงมีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบันนี้

พระองค์แรกทรงมีชื่อเสียงในทางราชอาณาจักร คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ผู้ทรงสร้างกรุงรัตน์โกสินทร์ ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี

พระองค์ที่สองทรงมีชื่อเสียงในทางพุทธจักร คือ สมเด็จพระสังฆราช (สุก) องค์ปฐมพระวิปัสสนาจารย์ ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และนับเป็นพระอาจารย์กัมมัฏฐาน ประจำยุครัตนโกสินทร์

เรื่องราวของพระองค์ท่านนั้นได้รับการเล่าลือสืบขานมานาน สองร้อยปีเศษล่วงมาแล้ว ผ่านมาหลายชั่วอายุคน ทั้งในรูปแบบของ จดหมายเหตุของทางราชการ และจดหมายเหตุของชาวบ้าน

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าทั้งสองพระองค์นั้น เป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีสร้างสมมาแต่อดีตกาล และต่างทรงเกื้อกูลซึ่งกัน ด้วยทรงสถาปนาความเจริญให้กับทั้งราชอาณาจักรและพุทธจักร พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กับพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราช (สุก) และธรรมทายาทของพระองค์ท่านทุกองค์ จึงมีปรากฏเรื่องราวมาจนตราบเท่าถึงทุกวันนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 28-08-2009 เมื่อ 09:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 53 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา