ชื่อกระทู้: ๒๒ วันก่อนอุปสมบท
ดูแบบคำตอบเดียว
  #19  
เก่า 12-06-2009, 10:41
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,967 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

นั่นทำให้ผมเริ่มรู้สึกเลื่อมใสในพุทธศาสนามากขึ้น จากที่คิดว่าเฉย ๆ ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ช่วงเวลาที่ครองผ้าเหลืองอยู่นั้นก็ใช่ว่าจะสบายเหมือนที่คิดไว้นะครับ ประกอบกับเป็นช่วงที่เข้าพรรษาที่เข้มงวดเรื่องธรรมวินัยอย่างมาก ไหนจะเรื่องกิจนิมนต์ต่าง ๆ ต้องทำวัตรเช้า-เย็นทุกวัน ทำบุญทุกวันพระ ไหนจะต้องท่องบทสวดต่าง ๆ (ซึ่งมีมากมายหลายเท่ากว่าที่ตอนก่อนบวชมาก) ต้องเตรียมตัวสอบนวกะ ต้องเตรียมตัวเทศน์โปรดโยม รวมถึงเทศน์มหาชาติ มากมาย ต้องดูแลวัด เช่น กวาดถูบริเวณวัด
ที่วัดตามต่างจังหวัดจะไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายนักไม่เหมือนในเมือง อยู่กันแบบสมถะ ข้าวปลาอาหารก็ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์เหมือนคนธรรมดา เวลาฉันก็เป็นเวลา จะมาฉันพร่ำเพรื่อก็คงไม่ได้ (แรก ๆหิวแทบตาย)

แต่น่าแปลกว่า ในใจกลับสงบเยือกเย็นรู้สึกเป็นสุขอย่างไรบอกไม่ถูก เวลาไปบิณฑบาตตอนเช้าตลอดทางมีคนตักบาตร,เข้ามากราบไหว้ แสงแดดอ่อน ๆ ทั้งดอกไม้กลิ่นหอมที่ชาวบ้านเขาบรรจงทำมาให้เป็นอย่างดี ข้าวที่กรุ่นไปด้วยควันที่เพิ่งออกมาจะออกหม้อใหม่ ๆ ทั้งแกง ทั้งต้มที่เขาเหล่านั้นทำมาเป็นอย่างดีบรรจงตักใส่บาตร สังเกตสีหน้าที่คนใส่บาตรแล้ว เขารู้สึกถึงความเต็มใจ และอิ่มเอมใจที่ได้เป็นผู้ให้ และเราเป็นผู้รับก็จะต้องให้พรรู้สึกได้ถึงความเอื้ออาทรกันของมนุษย์เราที่แม้แต่เงินมากมายก็หาซื้อไม่ได้
นี่เป็นบรรยากาศทุกเช้าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชุมชนที่ห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ หากแต่เปี่ยมด้วยแรงศรัทธาจิตใจที่เต็มไปด้วยความเป็นมิตร ความอาทรกัน วันไหนฝนตกไปเดินบิณฑบาตไม่ได้ วันนั้นจะมีชาวบ้านมาหาถึงที่วัดเลย พร้อมกับข้าว แกง และอื่น ๆ มาด้วย ด้วยว่ากลัวว่าพระจะไม่มีอะไรฉัน

นี่แหละครับ วิถีชีวิตที่ต่างจังหวัด ในเมืองอย่างกรุงเทพอาจจะหาดูยากซักหน่อย ถึงแม้ในปัจจุบันเราจะเห็นพระที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม เช่นเดินห้างซื้อซีดี ซื้อเครื่องเสียง แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนน้อย ซึ่งโดยส่วนตัว ก็คิดว่าไม่ค่อยเหมาะสม แต่เราชาวพุทธทั้งหลายก็ขอให้มีจิตใจที่เข้มแข่ง นับถือในพระพุทธศาสนาต่อไป อย่างน้อยการได้เป็นผู้ให้ และมีพระรัตนตรัยอยู่ในใจแล้ว เราก็จะเป็นสุขแน่นอน หาเวลาว่างวันพระเข้าไปทำบุญสักวัน ถึงจะไม่บ่อยนักก็ยังดี พาลูกพาหลานไปด้วย ปลูกฝังตั้งแต่เล็กเลย แล้วเด็กจะซึมซับแต่สิ่งดี ๆแน่นอน
ในระยะที่ได้ครองผ้าเหลืองอยู่เป็นเวลา ๑ พรรษา ผมรู้สึกว่าผมได้อะไรมากมายโดยเฉพาะทางใจถึงว่าทำไมแม่ผมถึงรบเร้าให้ผมบวชให้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ดีนี่เองเพราะแม่ปราถนาดีกับลูกเสมอ

สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกก่อนทิ้งท้ายนี้ก็คือ การทดแทนพระคุณพ่อ-แม่ที่ดีที่สุดคือการได้บวช แม้จะเป็นการตอบแทนเพียงแค่เสี้ยวเดียวของพระคุณท่านที่ให้กำเนิดเรามา แต่นั่นเป็นความภูมิใจที่สุด ที่เราจะสามารถมอบให้ท่านได้ ผู้เป็นชายได้เกิดมาแล้ว และได้บวชทดแทนบุญคุณ ถือว่าเป็นคนเต็มคนแล้ว ได้บวชสัก ๑-๒ พรรษา ก็ถือเป็นกุศลอย่างมาก ที่สำคัญคือเราจะต้องเคร่งครัดในกฎวินัย การเป็นพระด้วย ศีล ๒๒๗ ข้อ ที่พระพุทธองค์บัญญัติไว้ให้รักษาไว้ให้ได้มากที่สุด แค่นี้เราก็จะได้รับความนับถือจากสาธุชนทั่วไปแล้วละครับ หากรักษาไม่ได้ หักห้ามตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากปุถุชนทั่วไปเลย
ถ้าเราเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้แล้ว เราจะได้ประโยชน์อย่างมากมายในการดำรงชีวิตครับ......


.......

บทความจาก

http://www.budpage.com
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 13-06-2009 เมื่อ 06:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา