ดูแบบคำตอบเดียว
  #59  
เก่า 04-12-2009, 09:35
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

เราเดินทางอีกไม่นานก็ถึงวัดของท่านพระอาจารย์บุญเริญ ที่วัดแห่งนี้ทางสอน "หนอ" แบบจับอาการของการเคลื่อนไหวมือ แล้วกำหนดเอาความรู้สึกทั้งหมดไปกับการเคลื่อนไหวนั้น ซึ่งพระอาจารย์บุญเริญ มหาปุญฺโญ แห่งวัดโพธิเจริญธรรม
ท่านรับการถ่ายทอดวิชานี้มาจากท่านพระครูกิตติศีลวัตร (หลวงปู่เมฆ กิตฺติสทฺโธ) ซึ่งกระผมจะกล่าวเรื่องนี้โดยละเอียดต่อไป

"หลวงพ่อบอกว่าการปฏิบัติทุกสาย หากมุ่งตรงเพื่อละขันธ์ เพื่อละการเกิด เพื่อพระนิพพานนั้นย่อมเป็นการปฏิบัติที่ดีทั้งหมด"

หลังจากที่กราบพระอาจารย์บุญเริญพร้อมทั้งน้อมถวาย "พระแก้วมรกตใสทรงเครื่องฤดูร้อน" ขนาดเก้านิ้วจากบ้านสายลม เพื่อถวายร่วมกฐินประจำปีวัดโพธิเจริญธรรม พร้อมกับกราบเรียนแนะนำตัวเองต่อท่านแล้ว การสนทนาธรรมก็เกิดขึ้น ด้วยความเมตตาของท่านที่มีต่อกระผมและคุณหม่อมนับเป็นบุญอย่างยิ่ง
ท่านเล่าให้ฟังอย่างคราว ๆ จากประวัติของท่านพระครูกิตติศีลวัตร (หลวงปู่เมฆ กิตฺติสทฺโธ)ว่า

หลวงปู่ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมัยท่านอยู่กรุงเทพฯ ที่วัดบุปผาราม ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในเรื่องของการปฏิบัติมาก ถึงท่านจะอยู่ที่ตึกพระสังฆราช ท่านก็เพียรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ฉันน้อย นอนน้อย กำหนดสติตลอดเวลา กำหนดสติมั่นอยู่กับการเคลื่อนไหว โดยอาศัยการเดินจงกรม
หลวงปู่ท่านเคยกล่าวกับพระอาจารย์บุญเริญว่า "อาตมาธุดงค์ในป่าคอนกรีตภายในตึกพระสังฆราช จับหลักมหาสติล้วน ๆ อยู่ที่ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้รู้ทันอารมณ์ปัจจุบัน เป็นสำคัญ" หลวงปู่ท่านจึงเอาคำว่า หนอ ไปผูกกับการเคลื่อนไหว โดยกำหนดจิตอยู่กลางฝ่ามือ เวลาเคลื่อนไหว ก็เคลื่อนไหวโดยเอาจิตกำหนดรู้ว่ามือเคลื่อนไหว พร้อมกับภาวนา คำว่า "หนอ" ให้ตรงกับจังหวะเคลื่อนไหวของมือ

กระผมเองก็ฟังด้วยความตั้งใจ งานนี้ต้องเอาตัวเองเข้าไปปฏิบัติ มันถึงจะรู้ การที่ผมไปไหนมาไหนก็แฝงด้วยวัตถุประสงค์คือ หนึ่งไปให้รู้ สองไปดูให้เห็นกับตาตัวเองและถึงจะเอาทุกอย่างมาประมวลผล แต่ก็อดนอกประเด็นไม่ได้คือแบบว่า "……..พระอาจารย์ครับ สองตนที่กระผมเห็นเมื่อคืน เอ้อ..คือว่า... "

กระผมก็เล่าท่านไปยืดยาว ท่านก็นั่งฟังด้วยอาการสงบนิ่ง ยังไม่ทันจะเล่าจบ ท่านก็กล่าวบอกกระผมว่า "เป็นเรื่องธรรมดาของนักปฏิบัติ ที่ต้องเจอเรื่องพวกนี้" งานนี้เล่นเอากระผมเงียบสนิทไปเลย หันไปเห็นบทกลอนที่ท่านเขียนติดเอาไว้ว่า "จงหนีของหยาบ จงปราบของเนียน จงเพียรสังวร จงถอนทิฏฐิ จงติตัวเอง จงเกรงเรื่องกรรม จงทำของจริง จงทิ้งสมมุติ จงหยุดเหมือนดิน"...............จงหยุดเหมือนดิน อย่างนั้นหมายความว่ากระผมควรหยุดเล่าถึงเรื่อง"นักเรียนสองตน" นั่นได้แล้ว..........

หลังจากนั้นก็กราบลาท่านเข้าที่พักที่ท่านให้ "หลวงพี่เอ๋" ซึ่งท่านเป็นคนบ้านเดียวกับผม คือเป็นคนภูเก็ต ท่านจัดเตรียมที่พักให้
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 07-12-2009 เมื่อ 19:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา