ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 20-01-2011, 00:24
โอรส's Avatar
โอรส โอรส is offline
นายทะเบียน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 926
ได้ให้อนุโมทนา: 36,839
ได้รับอนุโมทนา 201,988 ครั้ง ใน 3,176 โพสต์
โอรส is on a distinguished road
Default

เมื่อถูกลอยต่อไป...บุญของนางยังดีอยู่ ไปเจอนกอินทรีใหญ่ ๒ ตัวผัวเมีย บินมาหากินในทะเลหรือว่าจะบินกลับฝั่งก็ไม่รู้ เห็นนางเข้าก็สงสาร จึงตั้งใจจะช่วย แต่ที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ สมัยนั้นคนกับสัตว์พูดภาษาเดียวกันได้ นกเขาตั้งใจจะช่วย จากนั้นนกอินทรี ๒ ผัวเมียก็แกะเอาไม้แพมาหนึ่งอัน ให้นางปิสุณาวาทีเกาะอยู่ตรงกลาง แล้วพาบินเข้าฝั่ง

ระหว่างที่นกอินทรีใหญ่ ๒ ตัวใช้กรงเล็บขยุ้มไม้หิ้วนางไปอยู่ นางปิสุณาวาทีทนคันปากไม่ไหว ไต่ไปทางอินทรีที่เป็นผัว ทำกระซิบกระซาบอยู่พักหนึ่ง แล้วอีกสักพักก็ไต่ไปทางเมียบอกว่า "ผัวแกน่ะเจ้าชู้เหลือเกิน เผลอหน่อยเดียวเกี้ยวฉันเข้าซะแล้ว" นางนกตัวเมียก็โกรธขึ้นมา แทนที่จะหิ้วนางปิสุณาวาทีต่อไป ก็เลิกแล้วหันไปตีผัวแทน ฝ่ายผัวก็จำเป็นที่จะต้องป้องกันตัว จึงปล่อยไม้ที่ขยุ้มไว้ นางปิสุณาวาทีเลยตกทะเลจมน้ำตาย..!

แต่ถึงตายแล้วก็ยังไม่หมดฤทธิ์ ศพโดนซัดลอยไปติดที่ชายฝั่งหน้าวัดแห่งหนึ่ง พระท่านเห็นเข้าก็สังเวชศพที่ตาย จึงช่วยกันเอาศพไปเผา..ใช่ไหม ? ปรากฏว่าพอซากศพไปอยู่ในวัด พระทั้งวัดก็เลยทะเลาะเบาะแว้งกัน ท่านนั้นว่าควรเผา ท่านนี้ว่าควรฝัง บ้างก็ว่าต้องสืบหาญาติก่อน เมื่อตกลงกันไม่ได้พระก็วางมวยกันเอง..! อะไรจะฤทธิ์มากขนาดนี้..!

พอได้สติว่า คงจะเป็นเพราะศพนี้แน่ ก็หามเอาไปทิ้งที่ป่าช้า จัดการเผาจนเหลือแต่เศษกระดูกและหัวกะโหลก พอดีพวกนักเลงเหล้าเขาไปต้มเหล้ากินกันในป่าช้า หาหินมาทำเชิงตะกอนได้ไม่ครบ คว้าได้หัวกะโหลกมาก็ยัดเข้าไป ปรากฏว่าทุกวันกินเหล้ากันก็ไม่มีอะไร อย่างเก่งก็เมาคลานกลับบ้านไปหลับ วันนั้นตีกันหัวร้างคางแตกหมด แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใครกินเหล้าออกอาการเดียวกัน คือต้องมีเรื่องทะเลาะกันจนได้ทุกครั้ง

ดังนั้น..เราจะเห็นว่า โทษของการกล่าววาจาส่อเสียดนั้นรุนแรงเพียงใด ขนาดเหลือแต่หัวกะโหลกก็ยังมีฤทธิ์

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2011 เมื่อ 00:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 122 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ โอรส ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา