ดูแบบคำตอบเดียว
  #38  
เก่า 21-05-2012, 11:02
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,827
ได้ให้อนุโมทนา: 17,765
ได้รับอนุโมทนา 170,582 ครั้ง ใน 4,842 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

เมาหนเดียวก็เข็ดหลาบ

ครั้งหนึ่งในช่วงที่กำลังเป็นหนุ่มฉกรรจ์ เส้นทางชีวิตของหนุ่มบัวเกือบจะต้องกลายมาเป็นนักสุราอย่างสุดขีด วันนั้น เพื่อน ๆ มาชวนไปกินเลี้ยงที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นและต่างก็ชักชวนให้ดื่มสุรา ท่านเองแม้จะปฏิเสธอย่างไร เพื่อนก็ไม่ฟัง จึงจำยอมโดยคิดให้เหตุผลตนเองว่า เพื่อไมตรีจิตกระชับมิตรภาพ แต่ผลของการดื่มสุรากับเพื่อน ๆ ในครั้งนั้น ถึงกับทำให้ท่านต้องเข็ดหลาบตลอดไปเลยทีเดียวดังนี้

“...เราไม่เคยคิดไว้ก่อนว่าในงานนั้นจะมีอะไรบ้าง เพราะไม่ใช่บ้านเกิดเรา แต่เป็นบ้านเพื่อน ๆ ซึ่งอยู่ห่างกันคนละจังหวัด จึงไม่ทราบว่าประเพณีเขาเป็นอย่างไร มาวางไว้บริเวณรอบ ๆ เราเกิดความสงสัยจึงถามเขาว่า ‘ขวดอะไรมากมายนัก’

เขาต่างก็บอกเราเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘น้ำอ้อยป่า คนไม่มีวาสนา ไม่ได้กินแหละ’ แต่ความจริงเป็นเหล้าเถื่อน ...

เรานึกรู้ทันทีว่าคือน้ำบ้านั่นเอง เพราะเท่าที่เห็น ๆ มา ใครดื่มน้ำประเภทนี้เข้าไป โดยมากต้องเป็นบ้ากันแทบทุกราย ก็เรากำลังตกอยู่ในที่จนตรอกเสียแล้ว ไม่ทราบจะหาทางออกได้อย่างไร ? อีกไม่นานนักต่างคนต่างรินน้ำอ้อยป่านั้น ยื่นมาให้เราดื่มแบบหาทางหลบหลีกไม่ได้

เราเป็นเพียงพูดออกอุบายว่า ‘เพื่อน... เราปวดหัว ไม่ค่อยสบาย อย่าให้ดื่มเลย’

เขาไม่ยอมฟังเสียง แต่กลับจะให้ดื่มท่าเดียว โดยให้เหตุผลว่า ‘นี่คือน้ำยาสำหรับแก้ปวดหัวโดยตรง ดื่มแล้วไม่ต้องไปหายาอะไรมาแก้’ เขาเป็นคนหมู่มากและเป็นคอสุราแบบเดียวกันด้วย เราคนเดียวไม่สามารถจะต้านทานได้ จำต้องยอมรับโดยปริยาย

พอผ่านไปไม่นานนัก เราชักจะเปลี่ยนท่าทาง และอาการทุกส่วนเปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว เพราะไม่เคยมาก่อน... ร้องเพลงกลางวงเลย เราไม่ลืม ร้องเพลงกลางวง ทั้ง ๆ ที่เมาเหล้าอยู่ ร้องเพลงเพราะอยู่นะ...

ความคิดเดิมว่า เพื่อรักษามารยาทและไมตรีจิตกับเขานั้น ได้กลายเป็นว่าทำลายมารยาท และไมตรีจิตปกติของตนเสียสิ้นไม่เหลืออยู่เลย ที่ปรากฏอยู่ชัดแจ้งในเวลานั้นก็คือ มารยาทของคนขี้เมาล้วน ๆ เท่านั้น ร้องลำทำเพลงทั้งคืน... จากขับลำแล้วก็หลับ ...ไม่มีทางทราบเรื่องดีชั่วของตัว และสุดท้ายนอนแผ่อยู่ที่นั่น อย่างไม่มีอาลัยกับอะไร ๆ ...

พวกเพื่อนฝูงเต็มอยู่นั้น เขาหนีกันไปหมดตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว พอตื่นขึ้นยังเหลือแต่เรานอนอยู่บ้านเพื่อนนั่นแหละ เขาปล่อยให้เราหลับจนกระทั่งตะวันขึ้น...

พอรุ่งเช้า จึงรู้สึกตัวขึ้นมา ‘อ้าว..นี่ไม่ใช่บ้านเรา มันบ้านเพื่อนของเรา’

จากนั้นมา ลงจากบ้านเขาแล้วอาย ไม่ไปบ้านเขาอีกเลย... เกิดความละอายเพื่อน ๆ และคนในบ้านอย่างมาก รีบกลับบ้านเพื่อนอีกคนหนึ่งทันที ... แน่ะ..เวลาเมาเหล้ามันไม่ได้อายนะ ร้องเพลงสนุกไปเลย (คนเมานี่) ชอบโม้ชอบคุย คนเมาเหล้า น้ำลายไม่ทราบมาจากไหน พอหายเมาแล้ว ไม่ไปบ้านเขาอีกเลย อายเขา...

นับแต่วันนั้นมา ถ้าใครจะมาเชิญชวนไปบ้านคนอื่นอีกเป็นไม่ไปเด็ดขาด เพราะความเข็ดหลาบเป็นกำลัง...”

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา