|
ใต้ฟ้าอิระวดี การท่องไปในเมืองพม่า โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) |
|
คำสั่งเพิ่มเติม |
#1
|
|||
|
|||
ใต้ฟ้าอิระวดี ตอนที่ ๑๐
ฉันอาหารแต่เช้าก็ดีไปอีกแบบ อันดับแรก พระที่หิ้วท้องมาสิบแปดชั่วโมงจะได้ไม่ต้องทนหิวนาน อีกอย่างคือ จะได้มีเวลาให้อาหารย่อยบ้าง วัดที่ฉันสาย กว่าจะเสร็จจากมื้อเช้า ตกแปดโมงครึ่งถึงเก้าโมง ยังอิ่มตื้ออยู่เลย ต้องฉันเพลอีกรอบแล้ว เจอแบบนี้เข้าบ่อย ๆ อาจจะธาตุพิการอาหารไม่ย่อยเอาง่าย ๆ หรือไม่ก็ฉันมื้อเดียวไปเลย
ที่นี่บิณฑบาตเช้าตอนตีสี่ ฉันเช้าแล้วออกบิณฑบาตตอนเจ็ดโมงครึ่งอีกรอบ เก็บเอาไว้ตอนเพล ไฟฟ้าที่นี่มาตามอารมณ์ของเจ้าหน้าที่เขา คืนก่อนมาตีสาม เมื่อคืนมาเที่ยงคืน โรงไฟฟ้าอยู่แค่มะละแหม่งนี่เอง แต่ไฟมันเดินมากระมัง...? กว่าจะมา ถึงได้ช้านัก หรือจะเป็นการช่วยประหยัดไฟไปในตัวก็เป็นได้ มาตอนที่เขานอนกันหมดแล้วจะได้ไม่เปลือง นกยูง สัญลักษณ์ของประเทศพม่า ที่หน้าวัดป่าวินเส่ง มะละแหม่งเป็นคำเรียกตามลิ้นคนไทย พม่าเขาออกเสียงว่าเมาะละเหมี่ยย(เวลาพูดเร็ว ๆ คล้าย ๆ เมาะลำไย) มาจากคำว่าโมระ ที่แปลว่านกยูง เหมี่ยยคือป่า รวมความว่า ป่าอันเป็นที่อยู่ของนกยูง แปลสวย ๆ ก็ต้องว่ามยุรวัน นกยูงเป็นสัญลักษณ์ของพม่า ขณะที่หงส์เป็นสัญลักษณ์ของมอญ แต่มาพม่าหลายวันแล้ว เพิ่งเจอรูปนกยูงที่วัดป่าวินเส่งที่เดียว นอกนั้นหงส์ล้วน ๆ รถราส่วนมากมีแต่รุ่นเก่า ๆ ชนิดที่เมืองไทยเอาไปปลูกสะระแหน่นานแล้ว รถเมล์คันโตโคร่งเคร่ง รถบรรทุกเป็นไม้ปิดทึบทรงโค้ง ๆ เหมือนกับเรือบรรทุกข้าว ที่บ้านเราเอามาดัดแปลงรับฝรั่งท่องเที่ยว เป็นที่ฮือฮาติดอกติดใจกันอยู่ทุกวันนี้ มอเตอร์ไซค์ สามล้อถีบ เกวียนเทียมวัว รถม้า จักรยาน วิ่งปนเปกับคนจนน่าเวียนหัว
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-04-2010 เมื่อ 17:14 |
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#2
|
|||
|
|||
ขยับไปทางไหนเป็นต้องเจอค่ายทหาร ตอนเย็น ๆ ทหารออกเวรแล้วจะถอดเครื่องแบบ นุ่งโสร่งปั่นจักรยานกลับบ้าน ดูแล้วแยกไม่ออกว่า คนไหนเป็นทหาร คนไหนเป็นชาวบ้าน ที่มีมากพอกับค่ายทหารคือโรงเรียน วิธีแยกนักเรียนตัวโต ๆ ออกจากครูคือ ถ้าเป็นนักเรียนจะสะพายย่าม ถ้าเป็นครูจะถือตะกร้าพลาสติก เป็นตะกร้าสารพัดประโยชน์ เลิกเรียนแล้วสามารถซื้อกับข้าวใส่ไปทำกินที่บ้านได้ ดีกว่ายี่ห้อหลุยส์ติงต๊องเป็นไหน ๆ
ในเมืองมะละแหม่งมีรถตุ๊ก ๆ วิ่งด้วย แต่ของเขาจะจอดรอผู้โดยสารอยู่เป็นจุดเฉพาะ ไม่ได้วิ่งเพ่นพ่านเหมือนของเรา ตัวตึกทำง่าย ๆ เป็นทรงสี่เหลี่ยมแข็งโป๊ก จะทำเหลี่ยมทำมุม หรือกันสาดเชิงชายเพื่อลดความแข็งสักนิดก็ไม่มี เป็นฝาเรียบกริบลงมาตรง ๆ มองไม่เห็นเสาสักต้น ถ้าปิดประตูหน้าต่างมิดชิด ก็เหมือนกล่องกระดาษใบโต ๆ นั่นเอง.. รถตุ๊ก ๆ ของพม่า จอดรอผู้โดยสารตามจุดที่ทางการกำหนดให้ ทุกบ้านจะมีหิ้งพระ โดยเลือกหน้าต่างบานหนึ่งทางตะวันออก ทำเป็นพิเศษสำหรับตั้งพระบูชา ดังนั้นหน้าพระจะหันไปทางตะวันตกทั้งสิ้น ซึ่งถ้าว่ากันตามตำราของหลวงพ่อแล้ว มันเป็นทิศที่ทำกินไม่ขึ้น จะเป็นเพราะเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เขาล้าหลังเราไปตั้งหลายสิบปี พระบูชายอดฮิตคือ พระอุปคุต หลวงพ่อพระมหามุนี พระมหาเจดีย์ ชเวดากอง และพระบรมธาตุอินทร์แขวน ภาพพระสงฆ์ที่ติดรถเจ้าประจำคือ หลวงปู่ตามะยะ หลวงพ่ออุตตะมะ ถ้าเป็นคนลาวจะติดภาพหลวงพ่อคูณ..! ป้ายวงกลมจะแขวนไว้หน้ารถ ไม่ได้ติดไว้กับกระจกหน้าแบบที่เรานิยมกัน คืนแรกที่ผ่านด่านทหารนั้น โกนีเกือบซวยเพราะแทนที่จะแขวนไว้ ดันเอาไปใส่อยู่ในช่องเก็บของซะนี่
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-04-2010 เมื่อ 17:15 |
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#3
|
|||
|
|||
เช็กเงินหักออกมา ๓,๕๐๐ จั๊ต สำหรับเป็นค่ารถกลับเมืองไทย มีเงินเหลือ ๔๐,๕๐๐ จั๊ต ค่าใช้จ่ายประมาณวันละ ๕,๐๐๐ จั๊ต จะไปได้อีกแค่ ๘ วัน เผื่อขาดเอาไว้แค่ ๗ วันเป็นดีที่สุด ตกลงกันว่าอาตมารับจ่ายค่ารถค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นส่วนที่หนักที่สุด สำหรับค่าอาหาร ท่านนาวินกับท่านพรจะผลัดกันเลี้ยงคนละวัน
วินจีมาแจ้งว่าโกวินไม่ไปด้วยแล้ว สาเหตุมาจากการที่อาตมาไปถ่ายภาพค่ายทหาร แกกลัวจะถูกฟ้องร้องยึดใบอนุญาต หรือสถานหนักอาจจะถูกยิงเป้าไปเลย..! รู้แต่แรกแล้วว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ ชาวบ้านกลัวทหารยิ่งกว่าหนูกลัวแมว เห็นท่าไม่ดีเป็นชิงหนีเอาไว้ก่อน จึงให้นายเกลี้ยงไปหารถคันใหม่ให้ด้วย ท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะ รองเจ้าคณะรัฐมอญ (ที่ ๒ จากซ้าย) เพลวันนี้ต้องเลื่อนขั้น มีพระอาคันตุกะมากันอีกหลายรูป อาตมาเป็นพระเถระแล้ว ต้องขึ้นไปร่วมวงกับท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะ การเป็นพระเถระของพม่ามีสิทธิ์เพียบ ไม่ต้องบิณฑบาต ไม่ต้องสวดมนต์ทำวัตร มีพระเณรและเด็กวัดคอยวิ่งรับใช้ ทำอะไรมีแต่คนคอยสนองเจตนา ถ้ากินแทนขี้แทนได้คงทำไปแล้ว..! ท่านอาจารย์ใหญ่กำลังทำกุฏิใหม่ ขนาด ๔ x ๘ เมตร เป็นอาคาร ๒ ชั้น รวมพื้นที่ใช้สอย ๖๔ ตารางเมตร ค่าใช้จ่าย ๒ ล้านจั๊ต..! แพงบรรลัยเลย เพราะอิฐเผาเอง ค่าแรงก็ไม่ต้องจ่าย เกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยกันทำ ถ้าเป็นอาตมาด้วยงบขนาดนี้ ทำกุฏิหลังไม่พอให้แมวดิ้นตาย คงแทบหุ้มทองให้ทั้งหลังเลยล่ะ..!
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-04-2010 เมื่อ 17:15 |
สมาชิก 105 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#4
|
|||
|
|||
ถังกรองและถังพักน้ำของวัดหนองบัวเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ท่านนาวินเองจะสร้างถังกรองน้ำที่วัดหนองบัว เพราะวัดอยู่ท้ายน้ำทำให้น้ำสกปรกมาก ตั้งงบประมาณไว้ ๕๐,๐๐๐ จั๊ต อาตมายินดีถวายเงินเป็น ๑๐,๐๐๐ บาทไทย กลับเมื่อไรตามไปรับได้เลย ถ้าคุณหาทางให้ผมเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ - หนองบัวได้ภายใน ๗ วัน ผมจะมาจำพรรษาช่วยคุณก่อสร้างสักปีหนึ่ง พระเณรพม่าห่มจีวรติดองค์ไว้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนทำงานก่อสร้าง นี่เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะหลวงพ่อย้ำอยู่เสมอว่า เวลาออกนอกกุฏิให้ห่มจีวรทุกครั้ง สมัยอยู่วัดท่าซุงอาตมาก็ปฏิบัติเคร่งครัดดี มาตอนนี้ห่างมือห่างเท้าเข้าชักทำเป็นลืม แบบนี้มันต้องหลังแหวนให้แก้วหูลั่นเปรี๊ยะ รับรองว่าจะจำขึ้นใจไปอีกนาน..! เต็งเมี้ยต อาจารย์หนุ่มใหญ่แห่งโรงเรียนมัธยมพะอ๊อก มากราบท่านนาวิน แกจบปริญญาโทมา เดาถูกหรือไม่ว่าเงินเดือนเท่าไร ? พันสองครับ ดอลลาร์หรือ ? ไม่ใช่ครับ พันสองร้อยจั๊ต ตอนนี้ปรับเพิ่มเป็นพันสามร้อยแล้วครับ ตายห่..! เรือจ้างเมืองพม่าทำไมอเนจอนาถปานนี้ ถ้าอยู่เมืองไทยความรู้ระดับนี้ เงินเดือนไม่หนีสองหมื่นบาท..! เรือจ้างหนุ่มใหญ่รักการปฏิบัติมาก จะมาภาวนาที่วัดทุกวันหยุด อยากจะบวชก็ติดอยู่ที่แม่ซึ่งมีอายุ ๗๓ เข้าไปแล้ว ไม่มีใครช่วยดูแล จะหาสะใภ้ให้ก็กลัวได้คนไม่ดีมาข่มเหงคนแก่ จึงยอมทนเป็น บ่าวเฒ่า อายุ ๔๒ รับเงินเดือน ๑,๓๐๐ จั๊ตไปก่อน ถ้าสิ้นแม่เมื่อไรคงจะได้บวชสมใจซะที อาตมาเห็นเขารักการปฏิบัติมาก จึงมอบลูกประคำ ๑๘ พระอรหันต์ ที่ซื้อมาจากด่านเจดีย์สามองค์ให้ไป ราคาเท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนเชียวนะนี่ ขอให้ก้าวหน้าในการปฏิบัติเถอะเต็งเมี้ยตเอ๋ย คนกตัญญูในที่สุดก็จะพบกับความสุขความเจริญทุกคนแหละ
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-04-2010 เมื่อ 17:15 |
สมาชิก 109 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#5
|
|||
|
|||
วินจีวิ่งหารถขาขวิดทั้งวัน แกตั้งมาตรฐานสูงไปหน่อย คนขับต้องไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ กว่าจะเจอคันที่ราคาพอรับได้ตกค่ำพอดี เป็นโตโยต้าเก่า ๆ สีเขียวปี๋ คนขับชื่อ โซยุนท์ หน้าตาเหมือนท่านอาจารย์จิต คงแก้ว ที่เคยสอนคณิตศาสตร์สมัยอาตมาเรียนอยู๋โรงเรียนมัธยมฐานบินกำแพงแสน อย่างกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ค่ารถวันละ ๒,๗๐๐ จั๊ต ค่าน้ำมันต่างหาก อาตมาควักย่ามวางมัดจำไป ๓,๐๐๐ จั๊ต กำชับให้พรุ่งนี้มาแต่เช้าหน่อย
ท่านอาจารย์ใหญ่จะไปด้วยครับ.. ท่านนาวินบอก หา..ไปทำไมกัน...? วินจีเขานิมนต์ครับ... ไอ้เวลล์เอ๋ย..ทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาหารือกันก่อนวะ ? ผู้ใหญ่ไปด้วยแบบนี้มันจะไปสนุกอะไรออก จะทำลิงทำค่างอะไรก็ติดขัดไปหมด หลวงปู่ครับ..ไม่ต้องให้ท่านอาจารย์ใหญ่ไปด้วยได้ไหมครับ..? จะเอาอย่างนั้นหรือลูก..? ครับผม..! หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค องค์บูรพาจารย์ผู้เมตตาไปทุกเรื่อง เกือบสามทุ่มเสียงอาจารย์ใหญ่เรียกลูกศิษย์ดังขึ้นมาถึงโบสถ์ คะหยิ่นจี..! คะหยิ่นจี..! ท่านนาวินลงไปดูว่าท่านมีอะไรถึงได้เรียกหากันแต่มืดแต่ดึกแบบนั้น หายไปเกือบชั่วโมงกลับมาบอกว่า ท่านอาจารย์ใหญ่ไปด้วยไม่ได้แล้วครับ ท่านรื้อจีวรออกจากตู้มาเตรียมสำหรับเดินทาง ปรากฏว่าปลวกขึ้นเต็มตู้ไปหมด ต้องรื้อกันใหม่ทั้งกุฏิ ไม่มีเวลาไปกับเราแล้วครับ..! อาตมาได้แต่กราบขอบพระคุณหลวงปู่อยู่ในใจ ท่านเมตตาไปทุกเรื่องจริง ๆ คลิกเพื่ออ่านตอนต่อไป
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-03-2012 เมื่อ 17:41 |
สมาชิก 109 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) | |
|
|