กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องบูรพาจารย์ > ประวัติและปฏิปทาของพระสุปฏิปันโน

Notices

ประวัติและปฏิปทาของพระสุปฏิปันโน รวมประวัติ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์อันเป็นที่เคารพจากทั่วเมืองไทย

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #521  
เก่า เมื่อวานนี้, 14:13
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 3,169
ได้ให้อนุโมทนา: 22,358
ได้รับอนุโมทนา 178,886 ครั้ง ใน 5,198 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

บ้านตาดยุคสุดท้าย (พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๕๔)

เป็นยุคที่เปิดกว้างสู่สาธารณชนสูงสุด เนื่องจากองค์หลวงตาเมตตาออกมาช่วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อ้างอิงตามข้อมูลของวัดเก็บบันทึกไว้มีดังนี้
ปี ๒๕๔๑ จำนวน ๔๖ องค์ ปี ๒๕๔๘ จำนวน ๕๘ องค์
ปี ๒๕๔๒ จำนวน ๔๗ องค์ ปี ๒๕๔๙ จำนวน ๕๖ องค์
ปี ๒๕๔๓ จำนวน ๔๖ องค์ ปี ๒๕๕๐ จำนวน ๕๘ องค์
ปี ๒๕๔๔ จำนวน ๔๙ องค์ ปี ๒๕๕๑ จำนวน ๖๑ องค์
ปี ๒๕๔๕ จำนวน ๕๒ องค์ ปี ๒๕๕๒ จำนวน ๖๓ องค์
ปี ๒๕๔๖ จำนวน ๕๕ องค์ ปี ๒๕๕๓ จำนวน ๖๒ องค์
ปี ๒๕๔๗ จำนวน ๕๗ องค์


ครูบาอาจารย์ที่จำพรรษาร่วมกัน มีรายนามดังนี้
พระอาจารย์สงัด ฐิตธัมโม, พระอาจารย์สมบูรณ์ ปุณณารักโข, พระอาจารย์เสวต จิรธัมโม, พระอาจารย์จำเริญ คุณวโร, พระอาจารย์คัมภีร์ ญาณคัมภีโร,พระอาจารย์สันต์ชัย สันติธัมโม, พระอาจารย์ประพจน์ ทีฆายุโก, พระอาจารย์ปัญญา ฐิตโสภโณ, พระอาจารย์บัญชา เมตติโก, พระอาจารย์สุทธิชัย จักกวโร, พระอาจารย์สมฤกษ์ ญาณวโร, พระอาจารย์สุขกาย พลญาโน, พระอาจารย์สันติ สุปฏิปันโน, พระอาจารย์พอใจ โฆสธัมโม, พระอาจารย์เรือนทอง สันตจิตโต, พระอาจารย์อำพล ฐานุตตโร, พระอาจารย์ชำนาญ อภิชัญโญ, พระอาจารย์ทวี อัตตสาโร, พระอาจารย์ธีระเดช ถิรธัมโม, พระอาจารย์วิมาร เขมาภิรโต, พระอาจารย์ประพบ ลาภิโร, พระอาจารย์ยุทธนา ตันติปาโล, พระอาจารย์ทิพากร สุภาจาโร, พระอาจารย์สมชาย จิตตกาโร, พระอาจารย์นกหวีด กิตติวุฑโฒ, พระอาจารย์อดิศร รตนปัญโญ, พระอาจารย์ฉัตรชัย วิชโย, พระอาจารย์ชวลิต ภูริปัญโญ, พระอาจารย์เฉลิมชัย อธิจิตโต, พระอาจารย์ไพโรจน์ อภิปุญโญ, พระอาจารย์สิงห์โต โฆสโก, พระอาจารย์สมิง ปิยธัมโม, พระแกส รตนญาโณ, พระฉัตรแก้ว ญาณรังสี, พระเขมาสาลา ธัมมเฉโก, พระปิออต จิตตปัญโญ, พระวีระพงษ์ สุจิณณธัมโม, พระจันทร์ญา เปสโล, พระพรเทพ ญาณวุฒโฑ, พระอ้วน ธัมมเฉโก, พระไพโรจน์ อัตตคุตโต, พระฮานส์ ญาณธัมโม, พระปีเตอร์ ฐิตธัมโม, พระพิทักษ์ รตินธโร, พระมหาพิศิษย์ ธีรปัญโญ, พระธงชัย นิรโต, พระวีระพล สัจจวโร, พระไกรวัลย์ ฐานวโร, พระนิรันต์ นิรันตโร, พระมนู กิตติวัณโณ, พระรอนนี่ กันตธัมโม, พระจอห์น กุสโล, พระอาทิตย์เทพ อภิปัญโญ, พระวีระศักดิ์ ถาวรจิตโต, พระเพลินจิต อธิจิตโต, พระ ม.ล.สิทธิโชค สิทธิเตโช, พระหมาย มหัทธโน, พระศุภชัย ภูริปัญโญ, พระพิณโย กาญจโน, พระสมชาย ฐิตธัมโม, พระเจี่ย ปิยสีโล, พระเฮนรี่ หิริวโร, พระกัมพล ขันติพโล, พระพายัพ ฉันทสีโล, พระสัมพันธ์ ถิรโสภโน, พระมณฑล วรจิตโต, พระศุภนิติ คุรุโก, พระวรวุฒิ ภัททธัมโม, พระสารทูล สุชาโต, พระธนเศรษฐ์ สมังคิโก, พระปัญญา นิมมโล, พระมนตรี จัตตสีโล, พระภานุมาศ ฐานิโย, พระสุชาติ ฐิตสุขโข, พระโชติรส, พระดนัย โสภิโต, พระอภิสิทธิ์ สิทธิชโย, พระเกรสัน มนุญโญ, พระวินัย สิริกุโล, พระเจตน์ อาจิตตธัมโม, พระตีต้อง วรปัญโญ, พระโจเซฟ ปิยธัมโม, พระประเสริฐ ขันตโสภโณ, พระธงชัย อธิปัญโญ, พระปีเตอร์ ตปสีโล, พระปิโยรส ฐิตรโส, พระพิศาล วิชโย, พระเนตร สันตจิตโต, พระเดวิด อภิสัทโธ, พระพรชัย นาถธัมโม, พระทรงศักดิ์ ติกขวีโร, พระพยัคฆ์ ปัญญารัตโน, พระนิวัติ สุวัณโณ, พระวรัตน์ วรญาโณ, พระอนุวัฒน์ ปิยวาจโก, พระเดชา จัตตสัลโล, พระสมชาย วรจิตโต, พระบวร (โคคำมา) ฯลฯ


จำพรรษาในระหว่างเป็นสามเณร ไม่ทราบสถานภาพปัจจุบัน
สามเณรจิตติ สุวรรณพฤกษ์, สามเณรกะวีวัฒน์ นาสวัสดิ์, สามเณรนนท์ ยะสุตา, สามเณรเอกชัย ใจสุต๊ะ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
ชุณหพงศ์ (วันนี้), ต้นบุญ (วันนี้), พรรวินท์ (วันนี้), เมฆดำ (เมื่อวานนี้)
  #522  
เก่า เมื่อวานนี้, 16:45
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 3,169
ได้ให้อนุโมทนา: 22,358
ได้รับอนุโมทนา 178,886 ครั้ง ใน 5,198 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

บ้านตาดยุคสิ้นร่มโพธิ์ร่มไทรใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป)

เป็นยุคที่พ่อแม่ครูอาจารย์องค์หลวงตาเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน โดยก่อนละขันธ์.. องค์ท่านบรรจงฝากพระธรรมคำสอนตอนเช้ามืดของวันใหม่ และปีใหม่เวลาตีหนึ่งเศษของวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ โรงพยาบาลศิริราช ไว้เป็นเครื่องระลึกเตือนใจตลอดไป แก่พระอาจารย์สุดใจในนามผู้แทนคณะศิษย์ทั้งปวงว่า
“มือของครูอาจารย์กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตร เพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้ เชื่อใจกันได้ ตายใจกันได้”


องค์หลวงตา ท่านฝากเตือนคณะสงฆ์ศิษยานุศิษย์ของท่านทั้งปวง ให้มีสามัคคีธรรม รักใคร่กลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้รักษาและสืบทอดมรดกธรรม ได้แก่ข้อวัตรปฏิบัติ คำสั่งสอน และปฏิปทาที่ท่านพาดำเนินมา มิให้เสื่อมคลายและสูญหายไป ให้ฝากเป็นฝากตาย ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ทอดทิ้งกันตลอดไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
ชุณหพงศ์ (วันนี้), ต้นบุญ (วันนี้), พรรวินท์ (วันนี้), เมฆดำ (เมื่อวานนี้)
  #523  
เก่า เมื่อวานนี้, 16:49
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 3,169
ได้ให้อนุโมทนา: 22,358
ได้รับอนุโมทนา 178,886 ครั้ง ใน 5,198 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๙. เสาหลักกรรมฐานสมัยกึ่งพุทธกาล

องค์หลวงตามักมีเหตุได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานสำคัญ ๆ ที่ต้องใช้เหตุผล ไหวพริบปฏิภาณและบารมีในการจัดการปัญหา และทุกเรื่องก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เป็นที่ลงใจของทุกฝ่าย ทางด้านปัญหาธรรม องค์หลวงตาก็มีโอกาสได้สนทนา แก้ปัญหาธรรมขั้นละเอียดให้แก่พระสุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจำนวนมาก จนถึงกับเคยได้รับคำยกย่องจากพระมหาเถระที่มีพรรษาสูงกว่าว่า "องค์หลวงตาเป็นอาจารย์ของท่าน" ด้วยเหตุนี้ การแก้ปัญหาทั้งส่วนย่อยส่วนใหญ่ในช่วงชีวิตของท่าน จึงกล่าวขานได้อย่างสมบูรณ์แบบว่า องค์หลวงตาเป็นเสาหลักแห่งวงกรรมฐานสมัยกึ่งพุทธกาล
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
ชุณหพงศ์ (วันนี้), ต้นบุญ (วันนี้), บัวรองพุทธบาท (เมื่อวานนี้), พรรวินท์ (วันนี้), เมฆดำ (เมื่อวานนี้)
  #524  
เก่า วันนี้, 14:05
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 3,169
ได้ให้อนุโมทนา: 22,358
ได้รับอนุโมทนา 178,886 ครั้ง ใน 5,198 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

เสาหลักกรรมฐาน

งานฉลองกึ่งพุทธกาล

เมื่อครั้งที่องค์หลวงตาจำพรรษาที่จันทบุรี ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ชาวจันทบุรีได้เล่าให้ท่านพ่อลี วัดอโศการาม ฟังถึงการเทศนาขององค์หลวงตาชนิดน้ำไหลไฟสว่างเลยทีเดียว ซึ่งแท้จริงแล้วท่านทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อนแล้วตั้งแต่หลวงปู่มั่นยังมีชีวิตอยู่ องค์หลวงตาเล่าว่า
“... ท่านพ่อลีมีนิสัยเด็ดเดี่ยว อาจหาญชาญชัยมากในการประพฤติปฏิบัติ และท่านเคยเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นมาตั้งแต่เริ่มแรกโน้น จนกระทั่งได้พลัดพรากจากกันทั้งหลวงปู่มั่น และท่านเองก็เคยไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ


เท่าที่ได้สังเกตในเวลาท่านไปกราบนมัสการหลวงปู่มั่น ที่วัดป่าบ้านหนองผือนั้น รู้สึกว่าหลวงปู่มั่นท่านแสดงอากัปกิริยาเต็มไปด้วยความเมตตาอย่างมากมาย เห็นได้อย่างชัดเจน แม้ท่านจะไม่ได้พักอยู่วัดป่าบ้านหนองผือเป็นเวลานานก็ตาม แต่สถานที่ให้พักสำหรับท่านพ่อลีเรานี้ ท่านเป็นผู้สั่งเองว่าให้ไปจัดที่นั่น ๆ คือในป่านอกบริเวณรั้ววัด ให้ท่านลีได้พักสบาย ๆ เพราะสงัดดีกว่าที่อื่น ๆ

คำว่าที่นั่น ๆ นั่นหมายถึงในป่าลึก ๆ โน้น แล้วก็สั่งเราเองนี้ให้เป็นผู้ไปดู และจัดสถานที่ที่จะให้ท่านพัก หลังจากนั้นท่านยังตามไปดูสถานที่พักนั้นอีกด้วย นี่ก็เป็นเหตุให้ประทับใจไม่ลืม และการให้โอวาทสั่งสอนใน ๒ – ๓ คืนที่ท่านพักอยู่นั้น รู้สึกว่าประทับใจอย่างมากทีเดียว

เพราะครูบาอาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่าน และเป็นที่เมตตาเป็นที่ไว้วางใจของท่าน นาน ๆ จะได้ไปพบกับท่าน กราบนมัสการท่านครั้งหนึ่ง และได้สนทนาธรรมกัน ท่านจึงได้สนทนากันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มอรรถเต็มธรรมทุกขั้นตอน ซึ่งยากที่จะหาฟังได้ในเวลาอื่น ๆ

นี่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ลืมไม่ได้ เพราะหลวงปู่มั่นนั้นแสดงอาการอันใดออกมา ย่อมเต็มไปด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความหมายที่จะยึดเป็นคติได้ตลอดไป ไม่สักแต่ว่ากิริยาที่แสดงออกมาเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยความหมาย นี่ท่านพ่อลีก็เป็นลูกศิษย์องค์สำคัญองค์หนึ่งของหลวงปู่มั่นเรา...”

จากคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ท่านพ่อลีรู้จักคุ้นเคยกับองค์หลวงตาตั้งแต่สมัยอยู่บ้านหนองผือแล้ว

ต่อมาเมื่อท่านเริ่มสร้างวัดป่าบ้านตาดได้ไม่นาน ปีนั้นเป็นปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ครบกึ่งพุทธกาล ท่านพ่อลีจึงได้จัดเตรียมงานฉลองพระพุทธศาสนาขึ้นที่วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ความตั้งใจของท่านพ่อลีในทีแรก คิดจะจัดงานนาน ๒ อาทิตย์ แต่ก็มีเหตุให้ขยายวันเพิ่มออกไป

เป็นปกติธรรมดาเมื่อทำกิจการงานใด ปัญหาในงานนั้นย่อมเกิดมีขึ้นไม่มากก็น้อย และหากต้องอาศัยคนหมู่มากเข้าร่วมงานกันด้วยแล้ว การตกลงกันในงานเพื่อจะให้มีทิศทางเดียวกัน ย่อมเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้นไปอีก มิฉะนั้น ปัญหายุ่ง ๆ พอให้รำคาญใจย่อมจะเกิดขึ้นได้โดยง่าย แม้ในคราวจัดงานบุญครั้งนี้ก็เช่นกัน

พอเริ่มงานได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง ก็เริ่มมีปัญหาบางประการเกิดขึ้น คือจำนวนแม่ครัวมีไม่เพียงพอ ปัญหาเท่านี้คงไม่ใหญ่โตอะไร แต่เมื่อขยายผลมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ อันเป็นกิ่งก้านสาขาตามมาจนเป็นเหตุให้เกิดการโต้เถียงกันในที่สุด เนื่องจากยังหาจุดลงตัวไม่ได้ งานส่วนรวมจึงเกิดชะงักงันขึ้น กลายเป็นปัญหาโหญ่โต แม้จะมีพระภิกษุครูบาอาจารย์พยายามไปพูดคุยช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่เป็นผลดีขึ้นแต่อย่างใด บางทีอาจซ้ำร้ายลงไปอีก ดังนี้
“... อย่างวัดอโศการามระงับเหตุก็เรา มีงานฉลอง ๒๕๐๐ คนแน่นหมดเลย งานนี้จะให้มีอยู่สองอาทิตย์ ทำประมาณสัก ๖ – ๗ วันเรื่องราวก็เกิดขึ้น ยังไม่ถึงไหนเกิดเรื่องขึ้นแล้วภายในวัด ยุ่งกันฝ่ายผู้หญิง.. แม่ครัวไม่พอบ้าง อะไรบ้างยุ่งไปหมด อโศการาม.. นี่ก็ท่านพ่อลีล่ะ ท่านก็สั่งท่านอาจารย์เจี๊ยะนี้ละ.. ไปหาเราว่า


‘บอกให้มหาบัวไประงับเหตุในครัวเดี๋ยวนี้ คนอื่นไปแทนไม่ได้โดยเด็ดขาด ห้ามไม่ให้ใครแทนเป็นอันขาด ให้มหาบัวเท่านั้นไป’
แล้วก็บอกให้ท่านอาจารย์เจี๊ยะไปหาเรา ให้เราไประงับเหตุการณ์ในครัว เราบอก ‘ไปหาองค์อื่นไม่ได้หรือ’


‘ท่านห้ามเด็ดขาด ให้ท่านอาจารย์เท่านั้นไประงับเหตุการณ์ในครัว’

‘โอ๊ย.. ทำไงอย่างนี้’

‘ก็ท่านสั่งอย่างนี้ จะทำไง’ ตกลงเราก็เลยไป...”
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
พรรวินท์ (วันนี้), เมฆดำ (วันนี้)
  #525  
เก่า วันนี้, 14:31
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 3,169
ได้ให้อนุโมทนา: 22,358
ได้รับอนุโมทนา 178,886 ครั้ง ใน 5,198 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

ด้วยความจำเป็นเช่นนี้ ท่านจึงเข้าซักถามกับแม่ครัว เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไร ต้นสายปลายเหตุอย่างไร เมื่อเข้าใจเหตุผลแล้ว ท่านก็ชี้ปัญหาและการแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา ดังนี้
“... เราเอาอย่างหนัก ๆ เลยทีเดียว เพราะมันไม่ลงกัน แม่ครัวมีแต่เขาโค้ง ๆ ตัวใหญ่ ๆ ตัวทิฐิมานะใหญ่ ๆ ทั้งนั้นอยู่ในครัว พออาจารย์เจี๊ยะพูดคำหนึ่งเขารุมมานี้.. หลงทิศ เมาหมัด พอทางนี้พูด ทางนั้นขึ้น.. ทางนี้ขึ้นเลยนะ ฟาดอาจารย์เจี๊ยะ จนกระทั่งอาจารย์เจี๊ยะได้มากระซิบกับเรา
‘นี่ ๆ ท่านอาจารย์เห็นไหม ผมพูดอะไรไม่ได้นะ’


เราก็นิ่งเฉย.. ฟัง บทเวลาเราจะพูด บอกตรง ๆ เลย เราบอกชัดเจนเลย เอาอย่างเด็ดนี่นะ ไม่เด็ดไม่ได้
‘เอ้า.. ให้พูดคนละฝ่าย ฝ่ายไหนจะพูดเรื่องราวอะไร ให้พูดมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ฝ่ายหนึ่งให้นิ่ง ฝ่ายไหนจะพูดออกมา ทางนี้ให้เงียบหมด พอทางนั้นเสร็จเรียบร้อย เอ้า.. ทางนี้พูด ทางนั้นให้เงียบ ๆ’


ครัวก็มีแต่เขาโค้ง ๆ พูดให้มันชัด ๆ เสีย โอ้โหย.. ไม่ใช่เล่น ๆ นะ นั่นก็เอาอีกแหละ เข้าไปก็ใส่เปรี้ยงเลยเทียว นี่ก็ขบขันดีเหมือนกัน ทางนี้พูด ทางนั้นจะแย็บออกมาไม่ได้ ฟัดเลยนิ่งหมด
‘เอ้า.. ทางนี้มีอะไร เอ้า พูดออกมาให้หมด บอกให้หมด’


พอหมดแล้ว ‘หมดแล้วเหรอ’

‘หมดแล้ว’

เอ้า ทางนี้ขึ้น ทางนี้เงียบ ทางนี้ก็เงียบ ทางนั้นขึ้นเต็มที่ ๆ เราก็เอาทั้งสองเข้ามาประมวลกัน ไม่เอามากละ เอาเด็ดเสียด้วย เราว่า
‘เวลานี้พวกเราทั้งหลาย มากันในนามลูกศิษย์ของท่านพ่อลีนะ เราไม่ได้มาในนามอาจารย์ของท่านพ่อ เมื่อต่างคนต่างไม่ได้มาในนามของอาจารย์ท่านพ่อ เป็นลูกศิษย์ของท่านพ่อด้วยกันทั้งสองฝ่าย การมาทะเลาะเบาะแว้งอย่างนี้ มันเป็นการเสริมเกียรติท่านพ่อ หรือเป็นการเหยียบท่านพ่อลง เอ้าตอบ’ นั่น ขึ้นอย่างนี้นะ ขึ้นงี้เลย


‘เวลานี้ท่านพ่อ ท่านไม่มีอะไร ท่านนิ่ง ๆ ฟังเหตุการณ์ของพวกเราอยู่ซึ่งกำลังกัดกัน.. วาสนาบารมีของท่านพ่อเป็นยังไง.. เราถึงมาทำอย่างนี้ เพราะเราทุก ๆ คนก็มาในนามลูกศิษย์ แล้วทำไมถึงจะปฏิบัติต่อกันไม่ได้ล่ะ ? ทำไมถึงกระทบกระเทือนถึงท่านพ่อ หากว่าท่านพ่อมาว่าแบบนี้จะว่ายังล่ะ ? ท่านพ่อจะไม่พูดกี่คำนะ จะพูด ๒ - ๓ คำแล้วพวกเราจะแก้ได้ไหม ? ...

เอ้า.. นี่หากว่าท่านพ่อ ท่านดำเนินตามความรู้ความเห็นของท่านแล้ว.. ท่านเตรียมบริขาร ๘ เท่านั้น เดินผ่านพวกเราที่เป็นลูกศิษย์ทั้งหลาย อวดอ้างตัวเองว่าเป็นลูกศิษย์ท่านพ่อ ๆ ทั้งวัดนี้น่ะ ท่านเดินผ่านมานี้ว่า อาตมาไม่มีวาสนาแล้วเวลานี้ มีลูกศิษย์เท่าไรก็ไม่สามารถที่จะระงับ หรือจะส่งเสริมวาสนาอาตมาได้
“อาตมาจะไปแล้วนะ อาตมาไม่มีวาสนาบำเพ็ญพาลูกศิษย์ลูกหา พาทำงานคราวนี้ก็ไม่ได้ อาตมาจะไปตาบุญตามกรรมของอาตมา”


สะพายบาตรเดินผ่านออกไปนี้ เอ้า.. ทั้งหมดนี้ใครจะไปเอาท่านกลับคืนมาได้ มีไหม เอ้า ว่าซิ ท่านก้าวออกจากวัดนี้ไป เอ้า.. ใครจะติดตามไปเอาท่านมาได้ไหม ? ถ้าหากว่าพวกเราไม่รีบแก้ไขตั้งแต่บัดนี้.. ก็เวลานี้เหตุการณ์ยังอยู่ในฐานะสมควรที่จะแก้ไข พิจารณากันได้อยู่ในระหว่างลูกศิษย์ทั้งหลาย ที่จะคุยกันเพื่อส่งเสริมครูบาอาจารย์ แล้วปฏิบัติกันไม่ได้เหรอ ? ทำไมจะทำไม่ได้ แล้วจะให้ครูบาอาจารย์ออกหนีด้วยการว่าท่านมีวาสนาน้อย ในขณะเดียวกันพวกเราวาสนาเป็นยังไง ตอนนี้ท่านยังไม่ไป เราจะพิจารณายังไง ไอ้เรื่องแม่ครัวเขาก็มาในนามเป็นลูกศิษย์ทุกคน ไปโรงไหน ๆ ติดต่อโรงไหนก็ได้แม่ครัว ยากอะไร แต่หาครูบาอาจารย์นี้.. หาได้ง่าย ๆ เหรอ’

ในครัวเรียบวุธ นิ่งหมดเลย เห็นโทษของตัวเองหมด ยอมรับตามเหตุผลของเราทุกอย่าง ทีนี้ก็ลงพรึบเลย..”

พอท่านพูดถึงจุดนี้ ก็เหมือนเป็นการกระตุกเตือนใจ.. ให้ระลึกถึงบุญคุณท่านพ่อลี ที่อุตส่าห์เมตตาแนะนำสั่งสอนให้รู้ผิดชอบชั่วดี พอเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา ต่างมีแก่ใจแข็งขันปัดปัญหาเหล่านั้นให้จางไป ไม่เห็นเรื่องขัดอกขัดใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่ากิจการงานของครูบาอาจารย์ ต่างขันอาสารับปากรับคำท่านขึ้นในทันที ดังนี้
“... คนนี้จะไปติดต่อครัวนั้น คนนั้นไปติดต่อครัวนี้พรึบเดียวเลย เพราะเห็นโทษที่ท่านจะเตรียมของออกมาเดินฉากหน้าไปนี้ .. ลงกันทันทีเลย พอเรากลับออกมาแล้วประกาศ


แม่ครัวนี้พรึบเดียว ยังไม่ถึง ๒ ทุ่ม ฟาด ๒ ร้อยคนแล้ว พอ ๒ ทุ่มกว่า ๒ ร้อยกว่าคน พอ ๓ ทุ่ม มีถึง ๓ ร้อยคน พอ ๙ โมงเช้านี้ออกมา ๓ ร้อยกว่า .. เรื่องราวเรียบไปเลย เพราะเห็นโทษที่ท่านจะก้าวหนีจะเป็นยังไง อันนี้มันหนักมากขนาดไหน มันยอม มันเห็นโทษเลยพรึบเลย แม่ครัวเต็มเอี๊ยดเลยพอ เรียบตั้งแต่นั้นไม่มีเรื่องกันเลย จนกระทั่งท่านได้ขยายงานออกไปอีกเป็น ๓ อาทิตย์ โดยไม่มีปัญหาขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น เรื่องต่าง ๆ ก็สงบไปหมด เรียบตลอดเลย

นี่เราก็ไม่ลืม เรื่องราวเราล่ะเข้าระงับเรื่องครัว จากนั้นแล้วเราเอาสองเรื่องนี้มาประมวลกัน ก็ใส่ตูมไปเลย เรียบร้อยไปเลย ก็อย่างนั้นแล้ว นั่นล่ะเรื่องราวมันจึงไประงับ ท่านคงจะเห็นผล ..

ท่านเลยขยายงานออกไปอีกเป็น ๓ อาทิตย์ ทีแรก ๒ อาทิตย์ เห็นว่าเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง ก็ให้เลื่อนงานออกไปอีกเป็น ๓ อาทิตย์ แต่เราไปไหนไม่ได้นะ ท่านเห็นหน้าเราก็ว่า ‘มหาบัวไปไหนไม่ได้นะ ยังไม่เสร็จ.. มหาบัวไปไหนไม่ได้นะ งานยังไม่เสร็จ’

ท่านอาจารย์ลีกับเรามักจะเป็นอย่างนั้นละ ก็เดชะอยู่ไประงับที่ไหนเรียบทุกแห่ง ไม่เคยเหยียบหัวเราไปด้วยงานไม่สงบ ไม่เรียบร้อยไม่มี ไปทีไรก็เรียบร้อยทุกอย่าง อย่างวัดอโศการามก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย อันนั้นก็เรียบไปเลย เป็นอย่างนั้น...”

คงเพราะเหตุการณ์จุดนั้น ด้วยส่วนหนึ่งเป็นผลให้ท่านพ่อลีสงวนท่านไว้ ไม่ยอมให้ท่านไปไหนตลอดระยะงานฉลองครั้งนั้น และเมื่อท่านพ่อลีเจอหน้าท่านครั้งใด มักจะพูดขึ้นแบบคนสนิทคุ้นเคยเช่นนี้

จากนั้นท่านพ่อลีก็พาท่านเดินไปดูที่นั่นที่นี่ ในตอนเช้าเวลาเลี้ยงอาหารกันบ้าง หรือดูเรื่องอื่น ๆ บ้าง ทำให้ทุกคนในงานครั้งนั้น.. เห็นถึงความเมตตาสนิทสนมที่ท่านพ่อลีมีต่อท่านอย่างเป็นกรณีพิเศษ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
พรรวินท์ (วันนี้), เมฆดำ (วันนี้)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:02



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว