กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 30-10-2017, 20:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,478
ได้ให้อนุโมทนา: 71,510
ได้รับอนุโมทนา 3,078,400 ครั้ง ใน 21,819 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันเสาร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐

ขอให้ทุกคนนั่งในท่าที่สบายของตัวเอง ตั้งกายให้ตรง กำหนดความรู้สึกของเราไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ ที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งในระยะนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ รอบข้างบีบรัดเข้ามา โดยเฉพาะในส่วนของพระพุทธศาสนา มีบุคคลจำนวนหนึ่งพยายามที่จะทำลายพุทธศาสนาให้หมดกำลังหรือสูญสิ้นไป ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้กำลังหรือกฎหมาย หรือการสร้างเรื่องเสียหายให้เกิดขึ้นกับพุทธศาสนาก็ตาม

ในส่วนนี้พวกเราทั้งหลายที่เป็นพุทธบริษัททั้ง ๔ ซึ่งจัดอยู่ในส่วนของอุบาสกอุบาสิกาบริษัท จะปล่อยวางนิ่งเฉยโดยประการเดียวไม่ได้ ถ้าท่านทั้งหลายคิดว่าเราเป็นบุคคลเล็กน้อย ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะพูดจะทำแล้วผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมืองจะให้ความสนใจ

อาตมาขอยืนยันว่าเรื่องทั้งหลายเหล่านี้เราสามารถสร้างได้ สามารถทำได้ คือ การฝึกฝนตนเองให้เกิดอภิญญาสมาบัติขึ้นมา เมื่อถึงเวลาแล้วถ้ามีบุคคลใดกล่าวจาบจ้วงพุทธศาสนา ในส่วนของฆราวาสไม่มีศีลเป็นข้อห้ามเหมือนอย่างพระภิกษุสามเณร ของพระภิกษุนั้น ถ้าจะแสดงฤทธิ์ก็ติดด้วยข้อห้ามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสห้ามเอาไว้ แล้วท่านที่มีฤทธิ์ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นพระอริยเจ้าที่ยอมรับกฎของกรรม จึงต้องอาศัยอุบาสก อุบาสิกา หญิงชายของเรานี่เอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-10-2017 เมื่อ 02:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 30-10-2017, 21:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,478
ได้ให้อนุโมทนา: 71,510
ได้รับอนุโมทนา 3,078,400 ครั้ง ใน 21,819 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเรื่องของฤทธิ์อภิญญานั้น มีแนวทางในการฝึกหลายแนวด้วยกัน แนวทางแรกก็คือ วิธีการตั้งแต่สมัยพุทธกาล หรือก่อนพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การฝึกกสิณ ๑๐ เริ่มต้นด้วยกสิณกองใดกองหนึ่ง ที่เรารักเราชอบมากที่สุด หาวัสดุที่เป็นกองกสิณนั้น ๆ มา เสร็จแล้วก็กำหนดการภาวนาพร้อมกับจับภาพวัสดุนั้นไปด้วย

ลืมตามองดวงกสิณ หลับตาลงจดจำไว้ พร้อมกับคำภาวนา เราจะจำได้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วภาพก็เลือนหายไป เราก็ลืมตามอง หลับตาลง จดจำไว้ พร้อมกับภาวนา ทำในลักษณะนี้

การเพ่งกสิณไม่ใช่ไปลืมตาจ้อง แต่เป็นการมอง หลับตาลงนึกถึงภาพ เมื่อภาพเลือนหายไป ก็ลืมตามอง หลับตาลงนึกถึงใหม่ ทำอย่างนี้เป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง จนกระทั่งหลับตาหรือลืมตา ก็สามารถเห็นภาพกสิณได้เท่ากัน ตอนนี้จะเป็นตอนที่ยาก ก็คือเราต้องประคับประคองภาพกสิณให้อยู่กับเราตลอดเวลา จะหลับ จะตื่น จะยืน จะนั่ง สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือภาพกสิณของเรา

ถ้าสามารถรักษาเอาไว้ได้ ภาพนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป จากสีเดิมจะค่อย ๆ จางลง กลายเป็นสีเหลืองอ่อน เป็นสีขาว ค่อย ๆ ใสขึ้น ๆ จนกระทั่งใสสว่างเจิดจ้า

ถ้าถึงตรงนี้ก็ลองอธิษฐานขอให้ภาพนั้นใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง เมื่อสามารถกำหนดได้ดั่งใจแล้ว ก็สามารถอธิษฐานใช้ผลกสิณนั้นได้ เมื่อสามารถใช้ผลได้ดั่งใจแล้ว ก็ค่อยขยับไปทำกสิณกองใหม่ ถ้าหากมีความคล่องตัวในกสิณทุกกองแล้ว จะสามารถแสดงฤทธิ์ทุกอย่างได้อย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะเหาะเหินเดินอากาศ มุดน้ำดำดินอย่างไรก็ได้ ซึ่งเป็นฆราวาสไม่มีข้อห้าม แต่ไม่สามารถจะใช้กสิณนั้นไปในทางผิดศีลผิดธรรมได้ ถ้าใช้เมื่อไรก็จะเสื่อมทันที
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-10-2017 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 51 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 03-11-2017, 08:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,478
ได้ให้อนุโมทนา: 71,510
ได้รับอนุโมทนา 3,078,400 ครั้ง ใน 21,819 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ส่วนอีกวิธีการหนึ่งก็คือ ภาวนาคาถาตามที่หลวงพ่อวัดท่าซุงเคยให้ไว้ ได้แก่ โสตัตตะภิญญาหรือสัมปะจิตฉามิ สองอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องฝึกกสิณ เพราะเป็นเรื่องของพระ ของพรหม ของเทวดา ท่านจะสงเคราะห์

ถึงเวลาเราภาวนาไป ถ้าอารมณ์ใจทรงตัว ก็จะใช้อำนาจของกสิณได้คล้าย ๆ กับผู้ที่ฝึกกสิณ ๑๐ มา ซึ่งเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ เราต้องอาศัยความพากเพียรพยายามระยะหนึ่งโดยไม่ท้อถอย เมื่ออารมณ์ใจทรงตัวตั้งมั่นได้ สิ่งต่าง ๆ ที่คิดจะฝึกคิดจะทำจึงจะเกิดผลขึ้น เมื่อเกิดผลแล้ว ต้องซักซ้อมให้มีความคล่องตัว นึกอยากจะใช้เมื่อไรก็ต้องใช้ได้ทันที

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ถึงเวลาบุคคลของศาสนาอื่นมาจาบจ้วง มาเบียดเบียน ก็ต้องอาศัยอุบาสก อุบาสิกา ญาติโยมหญิงชายทั้งหลาย ใช้กำลังของอภิญญาสมาบัติเหล่านี้แสดงให้เขาเห็นว่า พุทธศาสนาเป็นของจริง เป็นของแท้ ซึ่งเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ พระภิกษุติดด้วยข้อห้าม ติดด้วยศีลที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ เพราะเกรงว่าจะเอาอำนาจของฤทธิ์ของอภิญญาไปแสวงหาชื่อเสียงลาภยศ ทำให้คนยึดติดอยู่แต่ฤทธิ์อภิญญา แล้วไม่มีการอุปถัมภ์อุปัฏฐากพระภิกษุสามเณรที่ไม่ได้มาในสายของอภิญญา ศาสนาของเราก็จะตั้งอยู่ไม่ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-11-2017 เมื่อ 11:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 03-11-2017, 08:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,478
ได้ให้อนุโมทนา: 71,510
ได้รับอนุโมทนา 3,078,400 ครั้ง ใน 21,819 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น...พุทธบริษัท ๔ ของเราในปัจจุบันนี้ ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่อุบาสกอุบาสิกาบริษัท ซึ่งจะช่วยเหลือค้ำจุนพุทธศาสนาของเรา อย่าได้แต่วิตกกังวล เครียด ว่าในสถานการณ์แบบนี้เราจะทำอย่างไรถึงจะช่วยศาสนาของเราได้ แต่ให้เราตั้งหน้าตั้งตาฝึกตน ให้เกิดฌานเกิดสมาบัติขึ้นมา

แม้ว่าโอกาสที่จะใช้ไม่มี ถ้าเราเกิดฌานสมาบัติ เกิดความคล่องตัวขึ้นมา อย่างน้อยคติคือที่ไปในเบื้องหน้าของเราก็จะมั่นคงขึ้น ถ้าท่านสามารถใช้กำลังของอภิญญาสมาบัติมาช่วยในการตัดกิเลสก็จะเป็นไปโดยง่ายขึ้น

เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ จึงขอฝากไว้ว่า ในฐานะอุบาสก อุบาสิกา ท่านทั้งหลายต้องรับผิดชอบพระพุทธศาสนาไปครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งจึงเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสามเณร ในเมื่อเรารับผิดชอบอยู่ครึ่งหนึ่ง ภาระหน้าที่ซึ่งหนักหนานี้ ถ้าไม่มีกำลังของสมาธิ ของสมาบัติ ของอภิญญา เราก็ไม่สามารถจะทำหน้าที่ของเราให้ดีได้

ลำดับต่อไปขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันเสาร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐

(ถอดจากเสียงเป็นอักษรโดยคะน้า)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-11-2017 เมื่อ 11:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 41 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:42



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว