กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 11-01-2017, 16:16
ชยาคมน์'s Avatar
ชยาคมน์ ชยาคมน์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 226
ได้ให้อนุโมทนา: 15,725
ได้รับอนุโมทนา 121,999 ครั้ง ใน 2,233 โพสต์
ชยาคมน์ is on a distinguished road
Default ขอความเห็นเพื่อพัฒนา "บ้านเติมบุญ" หลังจากเปิดให้บริการเดือนแรกครับ



เรียนกัลยาณมิตรทุกท่าน

หลังจากเปิดให้บริการ "บ้านเติมบุญ" ในเดือนแรกไปแล้ว กระผมกราบขออนุญาตขอความเห็นเพื่อพัฒนาบ้านเติมบุญครับ

**ทุกความเห็นสำคัญครับ เพราะเราจะช่วยเติมเต็มให้กันและกัน เพื่อบ้านของเราครับ**

เปิดให้แสดงความเห็นถึงวันที่ ๒๐ ม.ค. ๖๐ นะครับ
หลังจากนั้นจะทำการจัดลำดับความสำคัญ และดำเนินการแก้ไขครับ

โมทนา
__________________
ร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ชยาคมน์ : 11-01-2017 เมื่อ 16:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ชยาคมน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 12-01-2017, 03:03
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 725
ได้ให้อนุโมทนา: 86,290
ได้รับอนุโมทนา 119,493 ครั้ง ใน 4,590 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Default

ห้องน้ำผู้หญิงมีกลิ่นส้วม แม้จะมีช่องลมระบายแล้วก็ตาม และพื้นห้องส้วมมักเปียก ทำให้เลอะเทอะ
อาจต้องปิดป้ายว่า ห้ามล้างเท้าและระวังอย่าให้พื้นเปียก ทำนองนั้นค่ะ
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สายท่าขนุน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 12-01-2017, 03:18
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 725
ได้ให้อนุโมทนา: 86,290
ได้รับอนุโมทนา 119,493 ครั้ง ใน 4,590 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Default

อยากให้เอาคนเก่าแก่ สมัยบ้านอนุสาวรีย์ มาช่วยกันปรับปรุง เพราะมีประสบการณ์จากสถานที่ที่คับแคบกว่านี้มาก, พื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ นอกจากห้องรับสังฆทาน เกือบไม่มีเลย, เวลาทำกรรมฐาน คนเต็มบันไดทุกขั้น, ไม่มีถ่ายทอด, เกือบไม่มีที่จอดรถ ฯลฯ
ท่านเหล่านี้จะทราบดีว่า พระอาจารย์ท่านจะแนะไม่ให้วางอาสนะ เพราะจะเบียดกันไม่ได้ และเปลืองพื้นที่, การขยับนั่งชิดกันเป็นประโยชน์กว่าการเน้นให้เป็นแถวสวยงาม เป็นต้น
ที่บ้านเติมบุญนี้ กว้างกว่า, มีพื้นที่ทำกิจกรรมอื่นมากกว่า, เครื่องอำนวยความสะดวกก็หลากหลาย เป็นที่น่าชื่นชมและอนุโมทนากับทีมงานเป็นอย่างยิ่ง
เสนอให้ลองผสมแนวทางพัฒนาด้วยกันนะคะ เพียงแต่อาจจะระบุตัวยากหน่อย หรืออาจไม่ใช่ท่านที่เล่นเว็บ อาจต้องใช้วิธีสัมภาษณ์พูดคุยขอความเห็นค่ะ
บรรยากาศจะอบอุ่นเลยเชียวค่ะ
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายท่าขนุน : 12-01-2017 เมื่อ 03:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 82 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สายท่าขนุน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 12-01-2017, 12:36
สุเมธ สุเมธ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: กรุงเทพมหานคร
ข้อความ: 6
ได้ให้อนุโมทนา: 625
ได้รับอนุโมทนา 4,811 ครั้ง ใน 127 โพสต์
สุเมธ is on a distinguished road
Default

* อยากให้พิจารณาใช้หลัก logistics ในการทำงานด้วยครับ *

อาคารบ้านเติมบุญถูกออกแบบให้ขึ้นไปที่ชั้น ๒ โดยไม่ต้องผ่านเข้าไปในตัวบ้าน บันไดในตัวบ้านจึงแคบและไม่สะดวกในการเดินสวนกัน

นอกจากนั้น ประตูเข้าห้องถวายสังฆทานของบ้านอนุสาวรีย์และบ้านวิริยบารมีล้วนเป็นประตูกระจกบานใหญ่ ญาติโยม (โดยเฉพาะคนใหม่) เมื่อเห็นภายในห้องผ่านประตูกระจกก็จะทราบได้ว่ามาถูกสถานที่แล้ว แต่ประตูบ้านเติมบุญที่ใช้อยู่เป็นประตูทึบและแคบ ทำให้ญาติโยมไม่กล้าเปิด จนต้องแก้สถานการณ์ด้วยการทำป้ายอธิบาย ความจริงปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะเราใช้งานผิดจากที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบมาให้เราใช้งานหรือไม่? :)

อยากให้พิจารณาใช้ประโยชน์จากการออกแบบของอาคารบ้านเติมบุญตามที่สถาปนิกได้ตั้งใจไว้ครับ ไม่ควรลดพื้นที่ใช้สอยของบ้านไปโดยเสียเปล่า เช่น เปิดให้เข้าห้องถวายสังฆทานทางประตูกระจกด้านหน้า (เปิดผ้าม่านเฉพาะประตู) จะลดความกังวลของญาติโยมในการเข้าห้องสังฆทาน ลดการเดินผ่านเข้าออกบ้าน ลดการใช้งานบันไดแคบในตัวบ้านโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้น ช่วงกรรมฐานยังสามารถนั่งที่ระเบียงใต้กันสาดได้อีกราว ๒๐ คน เหมือนที่บ้านอนุสาวรีย์และที่บ้านวิริยบารมีครับ ใช้พื้นที่กันให้คุ้มที่สุดครับ :) _/|\_

ป.ล. การเปิดให้เข้าทางประตูกระจกด้านหน้า อาจจะทำให้ญาติโยมไม่สามารถนั่งใกล้ ๆ ประตูได้ (เสียพื้นที่ไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กีดขวางคนเข้าออก) แต่ก็เป็นช่วงที่รับสังฆทาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องนั่งเต็มพื้นที่ แต่มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ญาติโยมที่ถวายเพียงสังฆทานจะได้กลับเลย เพราะการใช้บันไดในตัวบ้านขึ้นลงไม่สะดวก ญาติโยมที่ใจไม่ถึงจริง ๆ ก็จะขี้เกียจมาถวายสังฆทาน (ทำบุญไม่สะดวก) และการที่ทำเป็นห้องปิด ทางขึ้นลงแคบ ขึ้นลงลำบาก กลายเป็นการส่งเสริมให้คนนั่งแช่ ถ้าขึ้นลงสะดวก คนที่นั่งแช่ก็จะลดลง ส่วนประเด็นเรื่องพื้นที่นั่งที่หายไปเพราะใช้ในการช่วยให้คนเข้าออกได้สะดวกแทน เมื่อถึงเวลากรรมฐานค่อยขยับขึ้นมานั่งจนเต็มห้องปิดทางเข้าออกประตูกระจกไปก็ได้ครับ (เวลานั้นก็ไม่สมควรที่ใครจะเข้าออกอยู่แล้ว) เป็นการใช้พื้นที่ได้ประโยชน์สูงที่สุด ในเวลาที่สมควรจะใช้ครับ _/|\_

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุเมธ : 12-01-2017 เมื่อ 13:06 เหตุผล: พิมพ์ตกหล่น
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุเมธ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 12-01-2017, 16:39
ญาณวิทย์ ญาณวิทย์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8
ได้ให้อนุโมทนา: 20,146
ได้รับอนุโมทนา 3,509 ครั้ง ใน 76 โพสต์
ญาณวิทย์ is on a distinguished road
Default

๑. บริเวณที่วางรองเท้าอาจจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบ หรือ จัดสัดส่วนเพื่อช่วยให้มีความเหมาะสมกับสถานที่ทำบุญครับ คิดว่าหากวางรองเท้าได้เป็นระเบียบ แลดูสะดวกตาก็อาจช่วยให้ใจสบายเหมาะกับการทำบุญยิ่ง ๆ ขึ้นครับ
๒. แสงสว่างตรงระยะทางเดินขึ้นบันไดไปห้องทำบุญ อยากให้มีความสว่างมากขึ้นครับ ถ้าสามารถทำให้สว่างขึ้นก็น่าจะเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ และป้องกันอุบัติเหตุได้ครับ แต่ถ้าจำกัดด้วยสถานที่ก็ไม่เป็นไรครับ

(ทั้งหมดนี้ผมพิจารณาจากการไปทำบุญในวันศุกร์ และเสาร์ที่ผ่านมาครับ หากทางทีมงานมีจัดการที่เหมาะสมแล้ว ก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ญาณวิทย์ : 12-01-2017 เมื่อ 16:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 68 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ญาณวิทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 12-01-2017, 19:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,125
ได้ให้อนุโมทนา: 54,065
ได้รับอนุโมทนา 2,511,368 ครั้ง ใน 18,330 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

บ้านใหม่ถอดเทปยากกว่าเดิมค่ะ เสียงก้อง เสียงคนถามฟังยากกว่าเดิมค่ะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 12-01-2017 เมื่อ 19:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 12-01-2017, 20:28
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 4
ได้ให้อนุโมทนา: 60,313
ได้รับอนุโมทนา 10,892 ครั้ง ใน 453 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
บ้านใหม่ถอดเทปยากกว่าเดิมค่ะ เสียงก้อง ฟังเสียงคนถามไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ

ถ้าเป็นการรับชมทาง "Sapanboon Channel" เสียงไมค์จากหลวงพ่อเบามากครับ ต้องเพิ่มระดับเสียง ถึงจะฟังชัด แต่ก็จะทำให้เสียงจากไมค์คนถามนั้นดังมาก ถึงขั้นหูฟังที่ฟังอยู่เกิดอาการ "เสียงแตก" หรือดังเกินไปครับ ที่เคยแก้ไขปัญหานี้คือ เพิ่มระดับเสียงไมค์จากหลวงพ่อและลดระดับเสียงไมค์จากคนถามหรือให้คนถามลองถือไมค์ห่างออกอีกนิด เพื่อลดระดับการรับเสียงของไมค์ลง ซึ่งเสียงจากไมค์ทั้งสอง
ต้องทำการปรับแต่งก่อนเข้าเครื่องขยายเพื่อปรับระดับเสียงให้พอเหมาะ ก่อนส่งสัญญาณไปยังห้อง "ที่จะฟัง" และห้อง "Sapanboon Channel" ครับ
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 12-01-2017, 21:59
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 5,686
ได้ให้อนุโมทนา: 73,085
ได้รับอนุโมทนา 238,314 ครั้ง ใน 10,041 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
บ้านใหม่ถอดเทปยากกว่าเดิมค่ะ เสียงก้อง เสียงคนถามฟังยากกว่าเดิมค่ะ
ตอนถามก็ไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเองค่ะ เสียงพระอาจารย์เองก็เบา แต่รู้สึกว่าชั้นล่างจะดังชัดเจน

เข้าใจว่าทีมงานได้เปลี่ยนไมค์ และปรับระบบใหม่อีกครั้งแล้วนะคะ คงต้องรอทดสอบอีกรอบหนึ่งค่ะ
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 61 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 13-01-2017, 08:59
ชยาคมน์'s Avatar
ชยาคมน์ ชยาคมน์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 226
ได้ให้อนุโมทนา: 15,725
ได้รับอนุโมทนา 121,999 ครั้ง ใน 2,233 โพสต์
ชยาคมน์ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ สุเมธ อ่านข้อความ
* อยากให้พิจารณาใช้หลัก logistics ในการทำงานด้วยครับ *

อาคารบ้านเติมบุญถูกออกแบบให้ขึ้นไปที่ชั้น ๒ โดยไม่ต้องผ่านเข้าไปในตัวบ้าน บันไดในตัวบ้านจึงแคบและไม่สะดวกในการเดินสวนกัน

นอกจากนั้น ประตูเข้าห้องถวายสังฆทานของบ้านอนุสาวรีย์และบ้านวิริยบารมีล้วนเป็นประตูกระจกบานใหญ่ ญาติโยม (โดยเฉพาะคนใหม่) เมื่อเห็นภายในห้องผ่านประตูกระจกก็จะทราบได้ว่ามาถูกสถานที่แล้ว แต่ประตูบ้านเติมบุญที่ใช้อยู่เป็นประตูทึบและแคบ ทำให้ญาติโยมไม่กล้าเปิด จนต้องแก้สถานการณ์ด้วยการทำป้ายอธิบาย ความจริงปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะเราใช้งานผิดจากที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบมาให้เราใช้งานหรือไม่? :)

อยากให้พิจารณาใช้ประโยชน์จากการออกแบบของอาคารบ้านเติมบุญตามที่สถาปนิกได้ตั้งใจไว้ครับ ไม่ควรลดพื้นที่ใช้สอยของบ้านไปโดยเสียเปล่า เช่น เปิดให้เข้าห้องถวายสังฆทานทางประตูกระจกด้านหน้า (เปิดผ้าม่านเฉพาะประตู) จะลดความกังวลของญาติโยมในการเข้าห้องสังฆทาน ลดการเดินผ่านเข้าออกบ้าน ลดการใช้งานบันไดแคบในตัวบ้านโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้น ช่วงกรรมฐานยังสามารถนั่งที่ระเบียงใต้กันสาดได้อีกราว ๒๐ คน เหมือนที่บ้านอนุสาวรีย์และที่บ้านวิริยบารมีครับ ใช้พื้นที่กันให้คุ้มที่สุดครับ :) _/|\_

ป.ล. การเปิดให้เข้าทางประตูกระจกด้านหน้า อาจจะทำให้ญาติโยมไม่สามารถนั่งใกล้ ๆ ประตูได้ (เสียพื้นที่ไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กีดขวางคนเข้าออก) แต่ก็เป็นช่วงที่รับสังฆทาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องนั่งเต็มพื้นที่ แต่มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ญาติโยมที่ถวายเพียงสังฆทานจะได้กลับเลย เพราะการใช้บันไดในตัวบ้านขึ้นลงไม่สะดวก ญาติโยมที่ใจไม่ถึงจริง ๆ ก็จะขี้เกียจมาถวายสังฆทาน (ทำบุญไม่สะดวก) และการที่ทำเป็นห้องปิด ทางขึ้นลงแคบ ขึ้นลงลำบาก กลายเป็นการส่งเสริมให้คนนั่งแช่ ถ้าขึ้นลงสะดวก คนที่นั่งแช่ก็จะลดลง ส่วนประเด็นเรื่องพื้นที่นั่งที่หายไปเพราะใช้ในการช่วยให้คนเข้าออกได้สะดวกแทน เมื่อถึงเวลากรรมฐานค่อยขยับขึ้นมานั่งจนเต็มห้องปิดทางเข้าออกประตูกระจกไปก็ได้ครับ (เวลานั้นก็ไม่สมควรที่ใครจะเข้าออกอยู่แล้ว) เป็นการใช้พื้นที่ได้ประโยชน์สูงที่สุด ในเวลาที่สมควรจะใช้ครับ _/|\_
ขออนุญาตตอบ ๓ เรื่องนะครับ

๑. การเข้าถวายสังฆทานชั้น ๒ (ผ่านบันไดหน้าบ้าน)

โดยหลักการควรเป็นเช่นนั้น แต่ทีมงานตัดสินใจให้เดินขึ้นชั้น ๒ ภายในบ้านเนื่องจาก

๑) พื้นทางขึ้นชั้น ๒ หน้าบ้านเป็นพื้นมันและลื่น
๒) ราวบันไดทางขึ้นชั้น ๒ หน้าบ้านไม่แข็งแรง
๓) ราวบันไดทางขึ้นชั้น ๒ หน้าบ้าน ปกติไม่มีช่องกันตก ทีมงานได้ติดช่องกันตกไว้แล้ว แต่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย
๔) ประตูกระจกทางเข้าชั้น ๒ ไม่สามารถผลักเข้าได้เพราะติดราวม่าน ต้องดึงออกเท่านั้น
๕) การเปิดเข้าเปิดออกโดยประตูกระจกทางเข้าชั้น ๒ จะทำให้แอร์ไหลออก ส่งผลให้ห้องสูญเสียความเย็น
๖) บริเวณทางขึ้นชั้น ๒ ทางหน้าบ้านนั้น ไม่เหมาะที่จะนั่งกรรมฐานด้วยเหตุผลข้อ ๑) ถึง ๓) คือ มันเสี่ยงที่จะตกครับ
๗) ได้แจ้งล่วงหน้าไว้แล้วว่า ทุกคนต้องปรับตัว จะเอาความเคยชินแบบเดิมมาใช้ไม่ได้ครับ เราไม่ได้สร้างบ้านขึ้นมาใหม่ แต่เราปรับใช้จากของเดิมที่มีครับ

**แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ตัดสินใจให้เดินขั้นชั้น ๒ ภายในบ้าน คือ เรื่องความปลอดภัยครับ เราไม่ต้องการเสี่ยงในเรื่องนี้ครับ**

๒. การใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า

การใช้พื้นที่บ้านให้คุ้มค่านั้น โดยระบบออกแบบการใช้งานเต็มพื้นที่บ้านชั้น ๑ และ ๒ โดยมีการติดตั้งชุดเครื่องเสียงไว้รอบบ้านและร้านกาแฟ รวมทั้งมีสวนขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่สามารถนั่งได้
อย่างไรก็ดี จะมีการจัดระเบียบการนั่งในชั้น ๑ และ ชั้น ๒ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ครับ ซึ่งในเดือนที่ผ่านมา มีบางท่านถือวิสาสะใช้พื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาตและดำเนินกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม
และจะมีการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ในบริเวณชั้น ๑ โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้พื้นที่ครับ

๓. เรื่องนั่งแช่

โดยระบบออกแบบให้ "นั่งแช่" นะครับ เพราะเราต้องการให้คนมาฟังธรรมด้วย มิได้ต้องการให้มาถวายสังฆทานแล้วกลับ
ทั้งนี้จะมีการจัดระเบียบพื้นที่อีกครั้ง เพื่อสร้างบรรยากาศให้คนอยู่ที่บ้านเติมบุญนานขึ้นครับ และถ้าเราช่วยกันสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติธรรมให้บ้านเติมบุญเต็มพื้นที่
เมื่อมีผู้มาทำบุญก็จะเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเรามีที่นั่งรอบบ้านที่สามารถนั่งได้ทุกจุดครับ (ระบบเสียงตามสายที่วัด เรานั่งฟังตรงไหนก็ได้ การฟังธรรมสามารถฟังได้ทุกที่ครับ)

ถ้าคนเข้ามาที่ชั้น ๑ และชั้น ๒ แล้วเห็นทุกคนตั้งใจฟังธรรมของพระอาจารย์ คนจะอยากอยู่นานขึ้นเพราะมีบรรยากาศที่ดีในการฟังธรรม
แต่ถ้าคนมาบ้านเติมบุญแล้วรู้สึกว่านี่คือ "บ้านพักอาศัย" ไม่ใช่ "สถานปฏิบัติธรรม" อันนี้จะส่งผลเสียต่อบ้านเติมบุญในระยะยาวครับ

ดังนั้นถ้าเราสร้างวัฒนธรรมที่ดีของบ้านเติมบุญตั้งแต่แรก เราจะสามารถต่อยอดความดีในอนาคตได้ ทีมงานมิได้ต้องการให้ "บ้านเติมบุญดังเพราะพระอาจารย์"

เราต้องการทำให้ "บ้านเติมบุญดังเพราะศิษย์ของพระอาจารย์" ลูกศิษย์ คือ กระจกเงาของครูอาจารย์

ถ้าเรารักและเคารพพระอาจารย์เราต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะคนมาใหม่จะมองว่า "ที่นี่สอนศิษย์ได้ดี"
เราจะไม่โยนภาระในพระพุทธศาสนาทั้งหมดให้พระอาจารย์ แต่เราต้องช่วยแบ่งเบาภาระของท่านโดยการทำตัวให้ดี
อย่างน้อยถ้าทำไม่ได้ทุกวัน ใน ๑ เดือนเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ๓ วันที่บ้านเติมบุญก็ได้ครับ

โมทนา
__________________
ร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 70 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ชยาคมน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 13-01-2017, 10:08
ชยาคมน์'s Avatar
ชยาคมน์ ชยาคมน์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 226
ได้ให้อนุโมทนา: 15,725
ได้รับอนุโมทนา 121,999 ครั้ง ใน 2,233 โพสต์
ชยาคมน์ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ สายท่าขนุน อ่านข้อความ
ห้องน้ำผู้หญิงมีกลิ่นส้วม แม้จะมีช่องลมระบายแล้วก็ตาม และพื้นห้องส้วมมักเปียก ทำให้เลอะเทอะ
อาจต้องปิดป้ายว่า ห้ามล้างเท้าและระวังอย่าให้พื้นเปียก ทำนองนั้นค่ะ
ขอบคุณครับพี่

ปัญหาเรื่องกลิ่นเป็นปัญหาสำคัญครับ ตอนนี้ผมซื้อ "จุลินทรีย์กำจัดกลิ่น" มาแล้ว ๖ กิโลกรัมครับ
จะทยอยเทลงไปในท่อเรื่อย ๆ นะครับ คาดว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะ แต่น่าจะดีขึ้นครับ
__________________
ร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 62 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ชยาคมน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 13-01-2017, 15:17
สุเมธ สุเมธ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: กรุงเทพมหานคร
ข้อความ: 6
ได้ให้อนุโมทนา: 625
ได้รับอนุโมทนา 4,811 ครั้ง ใน 127 โพสต์
สุเมธ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ชยาคมน์ อ่านข้อความ
ขออนุญาตตอบ ๓ เรื่องนะครับ

๑. การเข้าถวายสังฆทานชั้น ๒ (ผ่านบันไดหน้าบ้าน)

โดยหลักการควรเป็นเช่นนั้น แต่ทีมงานตัดสินใจให้เดินขึ้นชั้น ๒ ภายในบ้านเนื่องจาก

๑) พื้นทางขึ้นชั้น ๒ หน้าบ้านเป็นพื้นมันและลื่น
๒) ราวบันไดทางขึ้นชั้น ๒ หน้าบ้านไม่แข็งแรง
๓) ราวบันไดทางขึ้นชั้น ๒ หน้าบ้าน ปกติไม่มีช่องกันตก ทีมงานได้ติดช่องกันตกไว้แล้ว แต่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย
๔) ประตูกระจกทางเข้าชั้น ๒ ไม่สามารถผลักเข้าได้เพราะติดราวม่าน ต้องดึงออกเท่านั้น
๕) การเปิดเข้าเปิดออกโดยประตูกระจกทางเข้าชั้น ๒ จะทำให้แอร์ไหลออก ส่งผลให้ห้องสูญเสียความเย็น
๖) บริเวณทางขึ้นชั้น ๒ ทางหน้าบ้านนั้น ไม่เหมาะที่จะนั่งกรรมฐานด้วยเหตุผลข้อ ๑) ถึง ๓) คือ มันเสี่ยงที่จะตกครับ
๗) ได้แจ้งล่วงหน้าไว้แล้วว่า ทุกคนต้องปรับตัว จะเอาความเคยชินแบบเดิมมาใช้ไม่ได้ครับ เราไม่ได้สร้างบ้านขึ้นมาใหม่ แต่เราปรับใช้จากของเดิมที่มีครับ

**แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ตัดสินใจให้เดินขั้นชั้น ๒ ภายในบ้าน คือ เรื่องความปลอดภัยครับ เราไม่ต้องการเสี่ยงในเรื่องนี้ครับ**

๒. การใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า

การใช้พื้นที่บ้านให้คุ้มค่านั้น โดยระบบออกแบบการใช้งานเต็มพื้นที่บ้านชั้น ๑ และ ๒ โดยมีการติดตั้งชุดเครื่องเสียงไว้รอบบ้านและร้านกาแฟ รวมทั้งมีสวนขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่สามารถนั่งได้
อย่างไรก็ดี จะมีการจัดระเบียบการนั่งในชั้น ๑ และ ชั้น ๒ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ครับ ซึ่งในเดือนที่ผ่านมา มีบางท่านถือวิสาสะใช้พื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาตและดำเนินกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม
และจะมีการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ในบริเวณชั้น ๑ โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้พื้นที่ครับ

๓. เรื่องนั่งแช่

โดยระบบออกแบบให้ "นั่งแช่" นะครับ เพราะเราต้องการให้คนมาฟังธรรมด้วย มิได้ต้องการให้มาถวายสังฆทานแล้วกลับ
ทั้งนี้จะมีการจัดระเบียบพื้นที่อีกครั้ง เพื่อสร้างบรรยากาศให้คนอยู่ที่บ้านเติมบุญนานขึ้นครับ และถ้าเราช่วยกันสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติธรรมให้บ้านเติมบุญเต็มพื้นที่
เมื่อมีผู้มาทำบุญก็จะเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเรามีที่นั่งรอบบ้านที่สามารถนั่งได้ทุกจุดครับ (ระบบเสียงตามสายที่วัด เรานั่งฟังตรงไหนก็ได้ การฟังธรรมสามารถฟังได้ทุกที่ครับ)

ถ้าคนเข้ามาที่ชั้น ๑ และชั้น ๒ แล้วเห็นทุกคนตั้งใจฟังธรรมของพระอาจารย์ คนจะอยากอยู่นานขึ้นเพราะมีบรรยากาศที่ดีในการฟังธรรม
แต่ถ้าคนมาบ้านเติมบุญแล้วรู้สึกว่านี่คือ "บ้านพักอาศัย" ไม่ใช่ "สถานปฏิบัติธรรม" อันนี้จะส่งผลเสียต่อบ้านเติมบุญในระยะยาวครับ

ดังนั้นถ้าเราสร้างวัฒนธรรมที่ดีของบ้านเติมบุญตั้งแต่แรก เราจะสามารถต่อยอดความดีในอนาคตได้ ทีมงานมิได้ต้องการให้ "บ้านเติมบุญดังเพราะพระอาจารย์"

เราต้องการทำให้ "บ้านเติมบุญดังเพราะศิษย์ของพระอาจารย์" ลูกศิษย์ คือ กระจกเงาของครูอาจารย์

ถ้าเรารักและเคารพพระอาจารย์เราต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะคนมาใหม่จะมองว่า "ที่นี่สอนศิษย์ได้ดี"
เราจะไม่โยนภาระในพระพุทธศาสนาทั้งหมดให้พระอาจารย์ แต่เราต้องช่วยแบ่งเบาภาระของท่านโดยการทำตัวให้ดี
อย่างน้อยถ้าทำไม่ได้ทุกวัน ใน ๑ เดือนเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ๓ วันที่บ้านเติมบุญก็ได้ครับ

โมทนา
ขอบพระคุณที่อธิบายครับ ทำให้เข้าใจได้ว่าทีมงานคิดอะไรและดำเนินการอย่างไร

นี่ไม่ใช่การตอบข้อโต้แย้งนะครับ แต่คำอธิบายของทีมงาน ทำให้เข้าใจว่าทีมงานกำลังค่อย ๆ ออกนอกจุดประสงค์ของต้นกำเนิดของทุกบ้าน (บ้านอนุสาวรีย์) ครับ

อยากให้ทบทวนดี ๆ ว่าจริง ๆ แล้วบ้านอนุสาวรีย์ เกิดขึ้นเพื่ออะไร (คุณแม่ของพี่ติ๋วเป็นคนดำริ และเลือกนิมนต์พระอาจารย์เล็ก) ก่อนที่จะย้ายมาที่บ้านวิริยบารมี และถูกปรับให้เพี้ยนไปโดยหุ้นส่วนใหญ่ในการสร้างบ้าน แล้วพอย้ายมาบ้านเติมบุญ ก็เลยเพี้ยนเพิ่มขึ้นอีก อยากให้คงเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งที่แท้จริงคือบ้านอนุสาวรีย์ ไม่ใช่ทำตามผู้รับต่อคือบ้านวิริยบารมีซึ่งเพื้ยนไปแล้วบางส่วนครับ

การจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ ขอแนะนำให้คุยกับพี่ติ๋ว ลูกสาวของเจ้าของตึกบ้านอนุสาวรีย์ครับ แล้วจะเข้าใจว่า บ้านอนุสาวรีย์ -> บ้านวิริยบารมี -> บ้านเติมบุญ เริ่ม "กลายพันธุ์" ไปแล้วหรือเปล่าครับ :)

พระอาจารย์ท่านรับนิมนต์มา ท่านก็สงเคราะห์ไปตามที่เราจัดการ เราจึงไม่ควรไปรบกวนท่านเรื่องบ้านเติมบุญให้มากนัก

บ้านอนุสาวรีย์ เดิมไม่ได้สอนกรรมฐาน พระอาจารย์ท่านเมตตาเริ่มสอนกรรมฐานให้ ในช่วงที่บ้านตลิ่งชัน (เปิดกลางเดือน) ปิดตัวลง ผมเข้าใจว่าญาติโยมที่ไปบ้านตลิ่งชันเพื่อฝึกกรรมฐานเป็นประจำขาดที่พึ่ง พระอาจารย์จึงพยายามช่วย ทั้งที่สังขารท่านก็ไม่อำนวยครับ _/|\_

ลองพิจารณาคำครูบาอาจารย์ครับ ที่บ้านวิริยบารมี พระอาจารย์พูดถึงการปรับตัวที่บ้านเติมบุญ พูดถึงการนั่งแช่ ... แต่ทีมงานกลับตั้งใจให้นั่งแช่ ซึ่งไม่ใช่การปรับตัว แต่เป็นการเอาใจคนให้ทำตัวเหมือนเดิมที่บ้านวิริยบารมีครับ

เรื่องประตูเปิดเข้าออกบ่อยแล้วกลัวเครื่องปรับอากาศจะไม่เย็นก็เหมือนกัน จะมาปฎิบัติธรรมยังห่วงสบายกันหรือครับ?

ควร Back to basic กลับไปใช้ model ที่บ้านอนุสาวรีย์ครับ ไม่ใช่บ้านวิริยบารมีครับ เพราะบ้านเติมบุญ มีความคล้ายคลึงกับบ้านอนุสาวรีย์มากกว่าบ้านวิริยบารมี เป็นอาคารที่ถูกสร้างไว้แล้ว ไม่ใช่สร้างใหม่เพื่อนิมนต์พระอาจารย์แบบบ้านวิริยบารมีครับ

เช่น ส่วนตัวได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เครื่องปรับอากาศที่บ้านอนุสาวรีย์พังถึงสองครั้ง แต่ญาติโยมก็ยังอดทน ไปกันด้วยใจจริง ๆ แคบ ร้อน ก็ทน แต่พอมีบ้านวิริยบารมี สบายมาก สบายจนเคยตัวไป แล้วพอย้ายมาบ้านเติมบุญก็เลยแสวงหาความสบายที่เหมือนเดิม? ถ้าไม่สบายก็ไม่อยากจะมา? ถ้าคนเก่า ๆ ที่บ้านวิริยบารมีไม่ตามมาเพราะไม่สบาย ก็เรื่องของเขาครับ ไม่ต้องทำให้เกิดความสบายเพื่อให้เขาอยากมาครับ

ที่บ้านเติมบุญ แค่เดือนแรก (ความจริงโดนถามตั้งแต่ไปช่วยทำความสะอาดบ้านในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ แล้ว) ส่วนตัวได้เจอคนหน้าใหม่ ๆ ที่เขาไม่เคยไปบ้านวิริยบารมี มาถามว่าที่นี่ทำสังฆทานได้ใช่ไหม? คนมาผิดเวลาก็มี ก็ต้องบอกว่ามาถูกที่แต่ผิดเวลาครับ แม้แต่พนักงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็ยังสนใจ ถ้าคนเก่าไม่มาเพราะติดสบาย ก็เรื่องของเขา คนใหม่ ๆ ที่สนใจมีตั้งมากมายครับ

กลับไปที่บ้านอนุสาวรีย์ครับ ตอนนั้นหลาย ๆ คนมาทำสังฆทานแล้วรีบกลับ ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากฟังพระอาจารย์ แต่หลายคน "เกรงใจ" พระอาจารย์และถ้านั่งกันแน่นห้องจะเป็นการ "ขวางบุญ" คนอื่น ถ้าไม่มีคำถามส่วนตัว ถวายสังฆทานแล้วก็เลยกลับ บางคนก็กลับมาอีกครั้งช่วงสอนกรรมฐาน (แต่กลางวันถวายสังฆทานไปแล้ว) ก็คือเสียสละกลับไปก่อนเพราะไม่อยากขวางบุญคนอื่นครับ

ถ้าตามใจคนที่เคยตัวกับบ้านวิริยบารมี เครื่องปรับอากาศเย็น (จะเอาเบาะนั่งด้วย ดีที่พระอาจารย์สั่งห้ามไปแล้ว การใช้เบาะนั่งก็เป็นการขวางบุญทำให้คนนั่งได้น้อยครับ) นั่งสบาย ก็นั่งแช่กัน พวกเขาก็จะทำกรรมโดยไม่รู้ตัวในการขวางบุญคนอื่น

ขึ้นลงยาก เลยนั่งแช่ ไม่คิดหรือครับว่าคนที่เขาอยากมาทำบุญ เจอขึ้นลงยาก ๆ เจอพวกคุณนั่งแช่ ทำให้เขาลำบากใจ คนใหม่ ๆ บางคนมาครั้งแรก ไม่กล้ามาเอง ขอให้มาเป็นเพื่อน พอเจอคนเยอะ ๆ ไปก็ไม่กล้าแล้วครับ แล้วก็เห็นว่าคนเยอะแล้ว ไม่ต้องมาก็ได้ ไปทำบุญที่อื่นที่ขาดแคลนดีกว่า แบบนี้ก็มีนะครับ คุยกับคนเยอะ ๆ ครับ แล้วจะรู้ว่าไม่ได้มีแต่คนเก่าที่บ้านวิริยบารมีที่ควรจะสงเคราะห์ครับ _/|\_

เราสร้างบ้านเติมบุญขึ้นมา เพื่อจะเอาใจคนที่ย้ายมาจากบ้านวิริยบารมีที่เรารู้จัก หรือจะเมตตาต่อทุกคน รวมถึงคนใหม่ด้วย?

กลับไปที่บ้านอนุสาวรีย์อีกครั้งครับ หลายคนพอย้ายจากบ้านอนุสาวรีย์มาบ้านวิริยบารมี ก็ค่อย ๆ ห่างไป ก็เรื่องของเขา พอย้ายจากบ้านวิริยบารมีมาบ้านเติมบุญก็ไม่จำเป็นจะต้องเอาใจคนที่ตามมา ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะได้รับความสบายหรือไม่ครับ "เพราะทุกคนต้องปรับตัว"

เล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งครับ ที่บ้านอนุสาวรีย์ ไม่เฉพาะพวกเราที่รู้จักพระอาจารย์ แต่เคยเห็นคนแปลกหน้า แต่งตัวมอมแมมราวกับคนเก็บของเก่าขาย ขึ้นมาถวายสังฆทานกับพระอาจารย์แล้วก็ลงไปเลย ส่วนตัวยังโมทนาบุญกับเขาที่ฉลาดรู้ว่าสามารถถวายสังฆทานแบบไม่กำหนดราคาได้ที่นี่ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยเจอชายคนนี้อีกเลย แต่ทำให้รู้สึกดีว่าบ้านอนุสาวรีย์ ช่วยเหลือคนให้ได้ทำสังฆทานแม้เงินจะไม่มาก พระอาจารย์เองก็เคยพูดที่บ้านอนุสาวรีย์ว่า ถ้าอยากทำสังฆทาน ให้ยกชุดสังฆทานและพระพุทธรูปมาเลย ไม่ต้องลังเล เงินเท่าไรก็ได้ จะ ๑ บาท ๒ บาทก็ได้ _/|\_

คำแนะนำครั้งแรก ยกหลักวิชาการเรื่อง logistics มาเพราะทีมงานหลายคนก็มีความรู้ในเรื่องนี้ อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมด้วยซ้ำ เข้าใจว่าพูดไปแล้วน่าจะมองออก แต่ก็กลายเป็นมองไม่ออกครับ ผมคงคาดหวังมากเกินไป ขออภัยครับ

ผมไม่ใช้คำว่า logistics แล้ว เอาเป็นขอให้พิจารณาเรื่องการไหล (flow) ในการถวายสังฆทานและการเคลื่อนตัวของคนในการเข้าออกบ้านเติมบุญด้วยครับ (เอากระดาษมาวาดรูปเขียนลูกศร จะเห็นภาพชัดกว่านึกในใจครับ) ขออย่าเอาใจแต่คนนั่งแช่ครับ จะไปส่งเสริมให้เขาสร้างกรรมโดยไม่รู้ตัวครับ เมื่อสถานที่ไม่อำนวยแล้วยังไม่มีจิตสาธารณะ รักสบาย รักสังขาร ลำบากแล้วครับ _/|\_

ส่วนในเรื่องความปลอดภัย ให้ลองถามคนอายุมาก ๆ ว่าจะขี้นบันไดแคบ ๆ (ซึ่งไม่พอให้ประคองขึ้นไปได้) และชัน ปวดหัวเข่าหรือไม่? โอกาสที่จะพลาดมีมากกว่าบันไดที่ไม่ชันและกว้างพอที่จะให้ลูกหลานประกบพาขึ้นบันได้ไปด้วยกันหรือไม่? บันไดด้านหน้าไม่ลื่นหรอกครับ ถ้าถอดรองเท้าไว้ที่ชั้นล่าง เดินขึ้นบันไดไปด้วยเท้าเปล่า เพียงแต่ในตอนกลางวัน อาจจะร้อนเท้า (ตอนไปช่วยทำความสะอาดบ้านเติมบุญ ผมถือวิสาสะสำรวจไปแล้ว) ถ้ากลัวร้อนเท้าก็ค่อยไปขึ้นบันไดที่แคบและชันแต่เป็นพื้นไม้ในตัวบ้านก็ได้ครับ ให้คนมาทำบุญเลือกเองว่าจะขึ้นทางไหนครับ

โอกาสที่คนจะตกลงมามีก็จริง แต่น้อยกว่าการสึกหรอของอวัยวะที่ต้องใช้งานเป็นประจำเมื่อต้องไปบ้านเติมบุญในทุกครั้งแน่ ๆ ครับ มิฉะนั้นหมอคงไม่ต้องเหนื่อยรักษาคนไข้ และธุรกิจประกันคงขาดทุนครับ เพราะคนประสบอุบัติเหตุมากกว่าป่วยครับ _/|\_

เรื่องการนั่งกรรมฐานที่ระเบียงแล้วกลัวอันตราย หลวงปู่มั่นนั่งบนหน้าผาไม่มีราวกั้น ถ้าจะทำความดีแล้วกลัวตาย ก็ไม่ต้องนั่งตรงนั้นก็ได้ครับ หรือจะประกาศห้ามนั่งช่วงกรรมฐานก็ได้ ส่วนใครจะนั่งเพราะที่นั่งเต็ม ก็ไปห้ามใจเขาไม่ได้ เราคิดแทนเขาไม่ได้ครับ เขากล้าเสี่ยงก็เรื่องของเขาครับ ส่วนตัวผมกลับต้องโมทนาบุญกับเขาด้วยครับ _/|\_

ส่วนเรื่องผ้าม่าน เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ครับ ต้องจัดการกันเองครับ

ฯลฯ

อยากให้ทีมงานไปสอบถามพี่ติ๋วถึงเรื่องจุดประสงค์ของการเกิดบ้านอนุสาวรีย์ แล้วพิจารณาดูว่าที่ทำอยู่ปัจจุบัน กลายเป็นตามใจฉัน ตามใจเพื่อน ๆ ฉัน อยู่หรือเปล่าครับ?

ดูว่าจะทำอย่างไรให้ได้ใกล้เคียงจุดประสงค์ของการเกิดบ้านอนุสาวรีย์ ไม่ให้เพื้ยนไปเรื่อย ๆ ไม่งั้นถ้ามีบ้านหลังที่สี่ อาจเป็นบ้านต่อบุญหรืออะไรก็ตาม ก็จะเพี้ยนไปเรื่อย ๆ ครับ พระอาจารย์ถ้าท่านยังอยู่ ก็คงรับนิมนต์มาเหมือนเดิม แต่ท่านก็จะมองเห็นความเสื่อมของพวกเราไปเรื่อย ๆ ครับ _/|\_

ทุกอย่างเริ่มจากทัศนคติ ถ้าทัศนคติผิด การกระทำก็จะผิด แล้วก็หลงทางไปไกล ดังคำสอนของพระพุทธองค์เรื่องมรรค ๘ ข้อแรกเริ่มด้วย สัมมาทิฐิ (ทัศนคติ) เพราะถ้าไม่เริ่มด้วยสัมมาทิฐิ สัมมาอื่น ๆ ก็ไม่มีครับ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ ฯลฯ ไม่มีตามมาแน่ ๆ ผิดทางไปแล้วครับ _/|\_ (ถ้าผมยกข้อธรรมผิดขอให้ผลกรรมลงที่ผมผู้เดียว แต่ถ้าผมเข้าใจถูกขอให้ผลบุญถึงพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ทั้งหมด)

ไม่จำเป็นจะต้องทำตามความเห็นของผมไปทั้งหมดครับ สิ่งที่ขอคือ ขอให้ค้นคว้าและพยายามสานต่อเจตนารมณ์ของคุณแม่พี่ติ๋ว เพราะถ้าไม่มีคุณแม่ ก็ไม่มีบ้านอนุสาวรีย์ ไม่มีบ้านวิริยบารมี ไม่มีบ้านเติมบุญครับ พวกเราเป็นเพียงผู้รับไม้ต่อ ก็ควรทำหน้าที่ของผู้รับไม้ต่อที่ดีครับ

ส่วนตัวระลึกถึงพระคุณของผู้ก่อตั้งบ้านอนุสาวรีย์อยู่เสมอ เพราะถ้าไม่มีบ้านอนุสาวรีย์ ผมก็ไม่ได้พบพระอาจารย์เล็ก ไม่ได้พบครูบาอาจารย์อีกหลายรูป ไม่ได้กลับเข้าสู่ทางธรรม ก็ไม่อยากให้สิ่งที่คุณแม่ของพี่ติ๋วเริ่มต้นไว้ ค่อย ๆ ผิดเพี้ยน ทุกอย่างมีความเสื่อม แต่ขออย่าให้มาเสื่อมด้วยน้ำมือผม (ข้อนี้ไม่เป็นไรเพราะผมไม่ใช่ทีมงานบ้านเติมบุญ) หรือในยุคของผมครับ :) _/|\_

ทั้งนี้ก็ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อำนวยพรให้ทีมงานคิดและกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เกิดบุญสูงสุดครับ

ป.ล. ขออโหสิกรรมทุกท่าน และขอลาไปร่วมอุปสมบทหมู่ถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ ครับ _/|\_

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุเมธ : 15-01-2017 เมื่อ 15:19 เหตุผล: แก้ไขคำว่า "เจตนารมณ์"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 50 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุเมธ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 13-01-2017, 16:07
รัชชสิทธิ์ รัชชสิทธิ์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Dec 2013
ข้อความ: 5
ได้ให้อนุโมทนา: 1,165
ได้รับอนุโมทนา 3,621 ครั้ง ใน 108 โพสต์
รัชชสิทธิ์ is on a distinguished road
Default

ประตูใหญ่ด้านหน้า ชั้น ๒ หากเปิด-ปิดบ่อยจะมีผลพอสมควร
๑.ผลกระทบจากเสียงการเปิด-ปิดประตู ทำให้ความสงบภายในห้องลดลง และอาจกระทบต่อความสงบในภายใน (ทำลายสมาธิ) ของคนที่อยู่ในห้องได้
๒.ฝุ่นละอองไอเสียจากภายนอกเข้ามาที่ ชั้น ๒ มากขึ้น
๓.ช่วงเช้าเป็นด้านรับแดด หากมีแสงแดดบันไดทางเดินด้านหน้าจะสะสมความร้อน พื้นจะร้อนมากเดินด้วยเท้าเปล่าไม่ได้
ู๔.อุณหภูมิในห้องจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มีผลต่อคน และการใช้พลังงาน
ประเด็นสำคัญที่สุดควรเป็นเรื่องของการเอื้อให้เกิดความสงบ (การรบกวนจากภายนอกน้อยที่สุด) และอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สมาธิในการฟังธรรม และปฏิบัติธรรมดีขึ้น
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ รัชชสิทธิ์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 13-01-2017, 16:14
รัชชสิทธิ์ รัชชสิทธิ์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Dec 2013
ข้อความ: 5
ได้ให้อนุโมทนา: 1,165
ได้รับอนุโมทนา 3,621 ครั้ง ใน 108 โพสต์
รัชชสิทธิ์ is on a distinguished road
Default

ขอเสนอเรื่อง การย้ายส่วนให้บูชาวัตถุมงคลด้านขวามือพระอาจารย์ ลงมาไว้ที่ ชั้น ๑ ครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 47 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ รัชชสิทธิ์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 13-01-2017, 16:37
เมทิกา เมทิกา is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Oct 2014
ข้อความ: 2
ได้ให้อนุโมทนา: 134
ได้รับอนุโมทนา 2,353 ครั้ง ใน 67 โพสต์
เมทิกา is on a distinguished road
Default

ก่อนอื่นต้องขอโมทนาบุญกับผู้ดำเนินการเรื่องบ้านเติมบุญทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ
โดยรวมคิดว่าดีมากแล้วค่ะ แค่มีที่ให้หลวงพ่อมารับสังฆทานทุกเดือนก็ถือว่าเป็นบุญแล้วค่ะ แต่ไม่สบายใจเรื่องที่บอกว่า นั่งแช่ทำให้ขวางบุญคนอื่นค่ะ โดยส่วนตัวดิฉันก็นั่งแช่ค่ะ เนื่องจากอยู่ต่างจังหวัด ต้องออกเดินทางไปบ้านเติมบุญตั้งแต่ตีสี่ ก็เลยจะนั่งนานสักหน่อยค่ะ เพราะรู้สึกว่าถ้ารีบกลับกำลังใจยังไม่เต็มค่ะ อยากนั่งฟังธรรมจากหลวงพ่อ และรอโมทนาบุญกับคนอื่นที่มาถวายสังฆทานด้วยค่ะ (อยากให้เห็นใจด้วยค่ะ) ก็ไม่เคยคิดจริง ๆ ค่ะ ว่าจะทำให้ไปขวางบุญคนอื่นโดยไม่รู้ตัว (ต้องขออภัยด้วยค่ะ) คิดแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำบุญอย่างเดียวค่ะ ส่วนบ้านจะเล็ก จะใหญ่ จะร้อน จะเสียงดัง จะสะดวกหรือไม่อย่างไร ไม่ได้สนใจในจุดนั้นเลยค่ะ ได้หมดถ้าสดชื่นค่ะ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เมทิกา ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 13-01-2017, 16:44
ชยาคมน์'s Avatar
ชยาคมน์ ชยาคมน์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 226
ได้ให้อนุโมทนา: 15,725
ได้รับอนุโมทนา 121,999 ครั้ง ใน 2,233 โพสต์
ชยาคมน์ is on a distinguished road
Default

ผมรับฟังทุกความเห็นนะครับ เป็นเสียงสะท้อนจากคนใช้บริการ
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความเห็นได้ตามอัธยาศัยนะครับ


ความเห็นไม่มีผิด ไม่มีถูก แต่รับฟังเพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการครับ

หากแต่การบริหารจัดการหรือตัดสินใจใด ๆ นั้น จำเป็นต้องมองภาพรวมเป็นหลักครับ
แน่นอนว่า การเปิดรับฟังความเห็น "ย่อมมีความเห็นที่แตกต่างในหลายประเด็น"
แต่เชื่อว่า ประเด็นต่าง ๆ ไม่ได้นำไปสู่ "ความแตกแยก" ครับ

ก็เชิญแสดงความเห็นกันได้เต็มที่ครับ เปิดเวทีให้แสดงความเห็นตามอัธยาศัยครับ

ส่วนการบริหารจัดการนั้น ผมเชื่อมั่นใน "ระบบ" ที่วางเอาไว้ และพยายามจะทำออกมาให้ง่าย ๆ ครับ

เหตุผลสำคัญ ที่ ผมไม่กำหนดกฎหรือระเบียบอะไรมากในการเปิดให้บริการเดือนแรก
เพราะตั้งใจดูว่า ถ้าไม่กำหนดอะไรเลยการให้บริการจะเป็นเช่นไร
ซึ่งผลที่ออกมา ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ "ดี" คนส่วนใหญ่พอใจ
และถ้าเพิ่มการจัดระเบียบเล็กน้อย ก็จะทำให้พอใจยิ่งขึ้น

โมทนา

หมายเหตุ : จะเปิดรับฟังความเห็นถึงวันที่ ๒๐ ม.ค. ๖๐ นะครับ ทุกท่านมีสิทธิ์ที่จะเสนอ ขอให้ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดครับ
__________________
ร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ชยาคมน์ : 13-01-2017 เมื่อ 16:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ชยาคมน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 13-01-2017, 16:45
ชยาคมน์'s Avatar
ชยาคมน์ ชยาคมน์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 226
ได้ให้อนุโมทนา: 15,725
ได้รับอนุโมทนา 121,999 ครั้ง ใน 2,233 โพสต์
ชยาคมน์ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เมทิกา อ่านข้อความ
ก่อนอื่นต้องขอโมทนาบุญกับผู้ดำเนินการเรื่องบ้านเติมบุญทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ
โดยรวมคิดว่าดีมากแล้วค่ะ แค่มีที่ให้หลวงพ่อมารับสังฆทานทุกเดือนก็ถือว่าเป็นบุญแล้วค่ะ แต่ไม่สบายใจเรื่องที่บอกว่า นั่งแช่ทำให้ขวางบุญคนอื่นค่ะ โดยส่วนตัวดิฉันก็นั่งแช่ค่ะ เนื่องจากอยู่ต่างจังหวัด ต้องออกเดินทางไปบ้านเติมบุญตั้งแต่ตีสี่ ก็เลยจะนั่งนานสักหน่อยค่ะ เพราะรู้สึกว่าถ้ารีบกลับกำลังใจยังไม่เต็มค่ะ อยากนั่งฟังธรรมจากหลวงพ่อ และรอโมทนาบุญกับคนอื่นที่มาถวายสังฆทานด้วยค่ะ (อยากให้เห็นใจด้วยค่ะ) ก็ไม่เคยคิดจริง ๆ ค่ะ ว่าจะทำให้ไปขวางบุญคนอื่นโดยไม่รู้ตัว (ต้องขออภัยด้วยค่ะ) คิดแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำบุญอย่างเดียวค่ะ ส่วนบ้านจะเล็ก จะใหญ่ จะร้อน จะเสียงดัง จะสะดวกหรือไม่อย่างไร ไม่ได้สนใจในจุดนั้นเลยค่ะ ได้หมดถ้าสดชื่นค่ะ
อย่าไปกังวลครับ ผมเข้าใจว่า "นั่งแช่" คือ นั่งขวางบริเวณหน้าจุดถวายสังฆทานและทำให้คนเดินลำบาก
ส่วนการนั่งฟังธรรมนาน ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ มาทำบุญอย่าเอาแค่ "ทาน" แต่ต้องได้ "ธรรม" กลับไปด้วยครับ

โมทนา
__________________
ร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ชยาคมน์ : 13-01-2017 เมื่อ 17:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 60 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ชยาคมน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 13-01-2017, 16:55
ชยาคมน์'s Avatar
ชยาคมน์ ชยาคมน์ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 226
ได้ให้อนุโมทนา: 15,725
ได้รับอนุโมทนา 121,999 ครั้ง ใน 2,233 โพสต์
ชยาคมน์ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ รัชชสิทธิ์ อ่านข้อความ
ขอเสนอเรื่อง การย้ายส่วนให้บูชาวัตถุมงคลด้านขวามือพระอาจารย์ ลงมาไว้ที่ ชั้น ๑ ครับ
เรียนชี้แจงในจุดนี้ว่า เราได้พิจารณาและจัดสรรพื้นที่ตรงนั้นอย่างเหมาะสมแล้วครับ

๑. พื้นที่ส่วนนั้นดูแลเรื่องวัตถุมงคลและจัดการเกี่ยวกับเงินทำบุญของวัด (เจ้าหน้าที่วัด) ทำหน้าที่เสมือนสำนักงานเคลื่อนที่ครับ
๒. พื้นที่ส่วนนั้นมีของมีค่าของทางวัด จำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่ดี การนำไปไว้ชั้น ๑ จะดูแลยากมากในวันที่ไม่ได้เปิดบ้านครับ
๓. ในการออกแบบการใช้พื้นที่ เราจัดส่วนนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นไม่กระทบต่อการใช้งานของผู้มาทำบุญครับ

โมทนา
__________________
ร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ชยาคมน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 13-01-2017, 20:49
ปกรณ์ ปกรณ์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2015
ข้อความ: 4
ได้ให้อนุโมทนา: 11
ได้รับอนุโมทนา 316 ครั้ง ใน 10 โพสต์
ปกรณ์ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
บ้านใหม่ถอดเทปยากกว่าเดิมค่ะ เสียงก้อง เสียงคนถามฟังยากกว่าเดิมค่ะ
ขออภัยครับ ผมไม่แน่ใจว่าอัดเสียงด้วยอะไร แต่ต่อสายจากมิกเซอร์โดยตรงเข้าคอมพิวเตอร์ จะได้ไหมครับ เสียงที่อัดจะเป็นเสียงจากไมค์ ไม่ได้รับเสียงรบกวน/เสียงบรรยากาศ เช่น เสียงก้อง มากนักครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-01-2017 เมื่อ 03:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปกรณ์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 13-01-2017, 21:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,125
ได้ให้อนุโมทนา: 54,065
ได้รับอนุโมทนา 2,511,368 ครั้ง ใน 18,330 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ปกรณ์ อ่านข้อความ
ขออภัยครับ ผมไม่แน่ใจว่าอัดเสียงด้วยอะไร แต่ต่อสายจากมิกเซอร์โดยตรงเข้าโน๊ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ จะได้ไหมครับ เสียงที่อัดจะเป็นเสียงจากไมค์ ไม่ได้รับเสียงรบกวน/เสียงบรรยากาศ เช่น เสียงก้อง มากนักครับ
ใช้เครื่องบันทึกเสียงแบบปกติค่ะ เพื่อต้องการเสียงคนถามโดยเฉพาะ ส่วนเสียงจากไมค์หรือเสียงจากหลวงพ่อได้ยินชัดเป็นปกติค่ะ เพราะเป็นเครื่องที่ตัดเสียงรบกวน และต่อจากสายมิกเซอร์

พูดง่าย ๆ ว่า เวลาถอดเทปจะมีการถอดสองครั้ง ครั้งแรกถอดเพื่อเอาคำพูดจากหลวงพ่อ ครั้งที่สองถอดเพื่อเอาเสียงคนถาม (ซึ่งก็คือเสียงรบกวน) ฉะนั้นจึงมีเครื่องบันทึกสองเครื่อง เพียงแค่บ้านหลังใหม่นี้ เสียงคนถามได้ยินเบากว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เลยถอดยาก ยังไม่แน่ใจในสาเหตุว่าทำไมเสียงคนถามจึงฟังยากกว่าเดิมค่ะ

ถ้าแก้ไม่ได้ก็ใช้ประโยคเดิม คือ
ถาม : .....(ไม่ชัด)..... ?
ถาม : ....(ไม่ได้ยิน)..... ?
เพียงแต่อาจจะมีมากกว่าเดิมค่ะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 13-01-2017 เมื่อ 21:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 14-01-2017, 10:11
ปกรณ์ ปกรณ์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2015
ข้อความ: 4
ได้ให้อนุโมทนา: 11
ได้รับอนุโมทนา 316 ครั้ง ใน 10 โพสต์
ปกรณ์ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ใช้เครื่องบันทึกเสียงแบบปกติค่ะ เพื่อต้องการเสียงคนถามโดยเฉพาะ ส่วนเสียงจากไมค์หรือเสียงจากหลวงพ่อได้ยินชัดเป็นปกติค่ะ เพราะเป็นเครื่องที่ตัดเสียงรบกวน และต่อจากสายมิกเซอร์

พูดง่าย ๆ ว่า เวลาถอดเทปจะมีการถอดสองครั้ง ครั้งแรกถอดเพื่อเอาคำพูดจากหลวงพ่อ ครั้งที่สองถอดเพื่อเอาเสียงคนถาม (ซึ่งก็คือเสียงรบกวน) ฉะนั้นจึงมีเครื่องบันทึกสองเครื่อง เพียงแค่บ้านหลังใหม่นี้ เสียงคนถามได้ยินเบากว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เลยถอดยาก ยังไม่แน่ใจในสาเหตุว่าทำไมเสียงคนถามจึงฟังยากกว่าเดิมค่ะ

ถ้าแก้ไม่ได้ก็ใช้ประโยคเดิม คือ
ถาม : .....(ไม่ชัด)..... ?
ถาม : ....(ไม่ได้ยิน)..... ?
เพียงแต่อาจจะมีมากกว่าเดิมค่ะ
ครับผม . . คนถามไม่ได้ใช้ไมค์หรือครับ ถ้าคนถามใช้ไมค์อีกตัวหนึ่งแล้วเสียงก็จะออกจากมิกเซอร์ด้วย น่าจะแก้ปัญหาลุล่วงได้นะครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปกรณ์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:16



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว