กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #41  
เก่า 15-12-2016, 20:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คนงานที่ร้านมีอาการคล้ายกับโดนของค่ะ ?
ตอบ : หาน้ำมันชาตรีของวัดท่าซุง ให้เขากรอกเข้าไปสักขวดหนึ่ง

ถาม : ตั้งขวดหนึ่ง ?
ตอบ : แค่ช้อนเดียวก็พอ คนงานอายุเท่าไรแล้ว ?

ถาม : เกือบ ๕๐ แล้วค่ะ
ตอบ : ผู้หญิงหรือผู้ชาย ?

ถาม : ผู้ชายค่ะ
ตอบ : บอกเขาว่าให้หาพวกวิตามินบีรวมมากินบ้าง สังขารร่างกายพร่องไปเยอะ หาพวกวิตามินบีรวมให้กินสัก ๔-๕ วันติดต่อกัน เดี๋ยวก็ดีขึ้น

ถาม : ตกลงไม่ได้โดนของใช่ไหมคะ ?
ตอบ : บางทีก็ไม่ใช่โดนของ ประเภทธาตุพร่อง อยู่ในวัยทอง ฮอร์โมนเริ่มขาด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 199 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #42  
เก่า 15-12-2016, 20:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมนำขันทิเบต (Singing Bow) มาถวายพระอาจารย์ ท่านจึงเคาะให้ดู "การเคาะเป็นลักษณะของอิริยาบถและสัมปชัญญะอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะการเคาะปลาไม้ของจีน เคาะไปสวดมนต์ไป จับอาการเคลื่อนไหว จับเสียง และขณะเดียวกันก็กำหนดสติในการสวดมนต์ไปด้วย ทำให้ฟุ้งซ่านได้ยาก เพราะงานทางใจมีเยอะ

การเคาะหัวปลาไม้ของจีนมีที่มาที่ไป ก็คือ เห้งเจียพาพระถังซัมจั๋งขึ้นเต่ายักษ์ข้ามทะเลไป เต่าบอกว่าเมื่อพบพระพุทธเจ้าให้ช่วยถามด้วยว่า ตนเองสร้างกรรมอะไรมาถึงต้องมาเป็นเรือโดยสารจำเป็นแบบนี้ ไม่สามารถที่จะไปไหนได้ ปรากฏว่าพระถังซัมจั๋งลืมถาม ขากลับขนเอาพระไตรปิฎกกลับมา ว่ายมาถึงกลางทะเล เต่าก็ถามว่าตนเองสร้างกรรมอะไรมา พระถังซัมจั๋งบอกว่าลืมถาม เต่าโมโหจึงดำน้ำไปเลย

พอดำน้ำไปข้าวของทุกอย่างก็จมน้ำ บรรดาปลาต่าง ๆ พอเห็นของแปลก ๆ ก็แย่งกันมากิน ดันกินคัมภีร์พระไตรปิฎกเข้าไป เห้งเจียจึงจับปลาขึ้นมาแล้วเอากระบองเคาะหัวให้ปลาคายคัมภีร์ออกมา คนจีนก็เลยถือตรงนั้นเป็นเคล็ด ว่าถ้าอยากได้หลักธรรมก็ให้เคาะหัวปลา จึงมีการสวดมนต์และเคาะมู่อวี๋ ถ้าแต้จิ๋วเรียกบักฮื้อ เคาะป๊อก ๆ ๆ เคาะทีหนึ่งก็ได้อักขระมา ๑ ตัว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #43  
เก่า 15-12-2016, 20:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ของบางอย่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้น ลักษณะแบบเดียวกับพระเจ้าปเสนทิโกศลส่งคนไปหาพระกาฬ งูเหลือมก็สงสัยว่าทำไมตนเองไปไหนไม่ได้ คนที่ไปหาพระกาฬเขาไม่ลืม เขาถามมาให้ ท้ายสุดคนถามก็เลยรวย เพราะงูเหลือมในอดีตเคยเป็นเศรษฐี เอาสมบัติไปฝังไว้ แล้วใจผูกอยู่กับสมบัติ ก็เลยไปไหนไม่ได้ เลื้อยอยู่แถวนั้น พองูเหลือมรู้เข้าก็ยกสมบัติให้คนถาม ตัวเองจึงไปที่อื่นได้ คนถามก็เลยรวยแทน

พระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นตัวอย่างของบุคคลที่ว่า ถึงอายุขัยแล้วแต่ไม่ตาย ก็คือไม่ได้สวรรคตตามที่พระกาฬบอกไว้ เพราะว่าตลอด ๗ วันพระองค์สร้างสาธารณประโยชน์ส่งท้าย ทำแบบทิ้งทวน กลายเป็นสร้างบุญใหญ่ไม่รู้ตัว ทำให้ได้บุญตัวนี้มาต่ออายุได้

การที่คนหรือสัตว์จะตาย ท่านบอกว่า มีอายุขัย ก็คือ อายุหมดลง อาหารขัย อาหารหมดลง ปุญญขัย บุญหมดลง และกัมมขัย กรรมหมดลง

บุญหมดก็ตาย กรรมหมดก็ตาย แบบเดียวกับพระที่เป็นลูกศิษย์พระสารีบุตร ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งได้บวชกับพระสารีบุตรตอนอายุ ๒๐ เศษ ไม่เคยได้กินข้าวอิ่ม สามารถกินเศษข้าวได้ครั้งละ ๗ เม็ดเท่านั้น หลังจากนั้นอาหารตรงหน้าก็จะหายไปหมด ก็ต้องไปเที่ยวควานหา บ้านไหนล้างถ้วยล้างจาน สาดเศษอาหารทิ้งไว้ ไปเก็บเม็ดข้าวเขากิน กินแค่นั้นไม่น่ามีชีวิตรอดอยู่ได้ แต่กรณีนี้กรรมรักษาจึงทำให้อยู่ได้ "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 195 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #44  
เก่า 15-12-2016, 20:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต พระสารีบุตรบิณฑบาตมาเลี้ยงเอง เพราะพาบิณฑบาตแล้วท่านไม่เคยได้ข้าว เดินข้างหลังเขาก็ใส่ข้างหน้าหมดเสียก่อน เดินข้างหน้าเขาดันไปใส่จากข้างหลังมา พอให้อยู่ตรงกลางเขาก็ใส่จากหัวกับท้าย สุดท้ายพระสารีบุตรก็เลยต้องบิณฑบาตแทน

พอวางบาตรให้ท่านก็มองไม่เห็นว่ามีอาหารอะไร พระสารีบุตรต้องใช้มือข้างหนึ่งจับบาตรเอาไว้ ท่านถึงมองเห็นว่ามีอาหาร ได้ฉันอิ่มครั้งเดียวในชีวิต ร่างกายสบาย พิจารณาเห็นโทษว่าตลอด ๒๐ ปีกว่าที่ผ่านมามีแต่ทุกข์เข็ญปานนี้ ขึ้นชื่อว่าการเกิดมาทุกข์เช่นนี้จะไม่มีสำหรับเราอีก สภาพจิตปลดออกจากการอยากได้ใคร่มีในร่างกายและการเกิด กลายเป็นพระอรหันต์และไปพระนิพพานตอนนั้น หมดกรรมก็ตายเหมือนกัน หมดบุญก็ตาย หมดอาหารก็ตาย หมดอายุก็ตาย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #45  
เก่า 15-12-2016, 20:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กรรมรักษาก็คือแบบในนรกใช่ไหมคะ ?
ตอบ : ประมาณนั้นแหละ โดนฆ่าโดนหั่นเป็นชิ้นเป็นท่อนอย่างไรก็ไม่ตาย โดนไฟเผาปกติหน่อยเดียวก็ตายแล้ว นี่โดนเผาอยู่เป็นแสนปีเป็นล้านปีแต่ไม่ตายเสียที
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #46  
เก่า 15-12-2016, 21:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อาตมานี่กรรมรักษา น่าจะตายไปนานแล้ว อยู่ทรมานไปได้เรื่อย ๆ ญาติโยมอาจจะสงสัยว่าอยู่อย่างไร ก็อยู่วันเดียว มีแค่วันนี้ เดี๋ยวก็พ้นไปแล้ว ไม่มีพรุ่งนี้ จึงไม่เห็นว่าจะลำบากตรงไหน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 201 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #47  
เก่า 15-12-2016, 21:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ นี้ เขาจะช่วยกันทำความสะอาดใหญ่บ้านวิริยบารมี ทำความสะอาดจะได้คืนบ้านให้เจ้าของไป ก็น่าจะใหม่เอี่ยม ส่วนบ้านหลังใหม่ก็ไม่ต้องแบกภาระมาก เพราะพื้นที่ทำความสะอาดไม่ได้เยอะแยะขนาดบ้านวิริยบารมีนี้ ตอนนี้ป้ามอยกับป้าเปี๊ยกทำความสะอาดทุกอาทิตย์ ไม่ใช่ทำความสะอาดเฉพาะตอนพวกเรามา ทำความสะอาดกันทุกอาทิตย์ ป้าเปี๊ยกเขาถือว่าดีกว่าไปฟิตเนส

ส่วนบ้านใหม่ทางด้านคุณต๋องกับคุณคมน์ก็จัดการกันอย่างเต็มที่ ทำกันชนิดที่ไม่กลัวเหนื่อย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #48  
เก่า 15-12-2016, 21:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ขอแสดงความยินดีที่รัฐบาลยืนยันว่า วันพ่อแห่งชาติยังคงเป็นวันที่ ๕ ธันวาคมต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แปลว่าเดือนตุลาคมจะมีวันหยุดเพิ่มขึ้น ก็คือวันคล้ายวันสวรรคตที่ ๑๓ ตุลาคม ส่วนวันที่ ๕ ธันวาคมยังคงหยุดปกติเหมือนเดิม แล้วก็ไปหยุดวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ ๒๘ กรกฎาคมอีกหนึ่งวัน ของเก่าไม่หายไปไหน ของใหม่ก็ได้เพิ่มขึ้นมา บ้านเราวันหยุดมากจนฝรั่งงง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #49  
เก่า 15-12-2016, 21:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ปลายปีของเราได้วันหยุด ๔ วันต่อเนื่อง ตอนแรกก็คิดว่าการจัดปฏิบัติธรรมส่งท้ายปีงวดนี้คงจะฉุกละหุก เพราะว่ามีแค่ ๒ วัน ปรากฏว่ารัฐบาลเพิ่มวันที่ ๒ กับวันที่ ๓ ให้หยุดได้สี่วัน เท่ากับว่าปฏิบัติธรรม ๔ วัน ก็น่าจะได้สัก ๓ วันเต็ม ๆ

ในงานสวดมนต์ข้ามปี เป็นอันว่าการลอยโคมของเราต้องเลิกไปโดยอัตโนมัติ เมื่อวันก่อนมีสารวัตรท่านหนึ่งยศร้อยตำรวจเอก มาสอบถามเกี่ยวกับการสวดมนต์ข้ามปี ลักษณะที่เจ้านายให้มาหาข้อมูล แต่จริง ๆ แล้วข้อมูลหาจากอินเตอร์เน็ตก็ได้ ทำไมต้องให้ลูกน้องวิ่งมาถามด้วย ?

ระยะหลังนี้เหมือนกับว่าทางด้านหน่วยงานต่าง ๆ พยายามที่จะแทรกเข้ามามีบทบาทในการทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ สอบถามมาว่าเขาจะจัดกิจกรรมอะไรร่วมกับเราได้บ้างหรือเปล่า ? มีบางหน่วยงานที่น่าทุบมากเลย อย่างวัดท่าขนุนจัดอุปสมบทหมู่ เขามาถึงก็ถวายปัจจัย ๓๐,๐๐๐ บาทร่วมเป็นเจ้าภาพบวชพระ ขอถ่ายรูปด้วย กลายเป็นว่าเขาเป็นเจ้าภาพทั้งหมดเลย อาตมาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะไม่ได้เสียอะไรนี่ ได้สตางค์อีกด้วย เพราะว่าจัดเองอยู่แล้ว เขาเล่นกันง่าย ๆ อย่างนี้แหละ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 16-12-2016 เมื่อ 20:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #50  
เก่า 15-12-2016, 21:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ช่วงที่ผ่านมานี่สาหัสมาก ๓ วันนั่งเป็นพระอุปัชฌาย์บวชพระ ๑๕๐ รูปถ้วน...เกือบตาย โดยเฉพาะของที่อื่นส่วนใหญ่แล้วยังขานนาคยังไม่เป็น ซึ่งถ้าเป็นอาตมาเองจะไม่บวชให้ แต่คราวนี้เป็นวัดในเขตปกครอง โดยปกติแล้วทางคณะสงฆ์มีกำหนดว่า เจ้าคณะตำบลทุกรูปต้องสอบพระอุปัชฌาย์ แต่คราวนี้ท่านสอบตกบ้าง ไม่ได้เข้าสอบบ้าง หรือไม่ก็ถอนตัวจากการสอบเพราะรู้ว่าไปไม่รอดบ้าง ท่านที่สอบได้ก็รับเละไปเถอะ

งานสุดท้ายนี้นาคก็ขานนาคไม่ได้ ต้องบอกทุกคำ คู่สวดก็สวดผิด ๆ ถูก ๆ ต้องคอยแก้อยู่นั่นแหละ สุดท้ายแล้วเป็นการนั่งเป็นพระอุปัชฌาย์ที่เหน็ดเหนื่อยและทรมานสุด ๆ มานึกว่าทางด้านวัดของเรา ค่อนข้างจะมีคุณภาพในเรื่องนี้ เพราะถือตามพระธรรมวินัย คือท่านนำเอาผ้ากาสาวพัสตร์มาร้องขอการบรรพชาอุปสมบท ในเมื่อมาร้องขอก็ต้องว่าด้วยตัวเอง การสอนให้ขอนี่ไม่ใช่แล้ว แต่ที่อื่นส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะนั้น บวชวันนี้ก็เข้าวัดวันนี้ ไม่ได้ซักซ้อมอะไรก่อนเลย

ที่แน่ ๆ คือนัดอาตมาไว้ ๘ โมง เขาแห่นาคกันจน ๑๐ โมง พระอุปัชฌาย์ก็นั่งดูไปเถอะ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ต้องบอกว่าแบบธรรมเนียมเป็นอย่างนั้นไปหมดแล้ว มีแต่วัดท่าขนุน ถ้าคุณแห่นาน โน่น...แห่กลับบ้านไปเลย หรือไม่ก็แห่ไปบวชที่วัดอื่น...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #51  
เก่า 15-12-2016, 21:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ไปงานบิณฑบาตถวายในหลวงเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ ที่สำนักงานเทศบาลทองผาภูมิ อาตมาพาพระไปแค่ ๘๙ รูปพอดี แล้วเหลือไว้ที่วัด ๒๐ กว่าเกือบ ๓๐ รูป บอกกับท่านนายกเทศมนตรีว่า ถ้างานนี้วัดเดียวก็พอแล้ว เพราะปกติเขาต้องนิมนต์พระ ๕ วัดถึงจะได้พอ ท่านนายกฯ บอกว่า วัดเดียวก็ดีแล้วครับ เพราะว่าดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี

ที่อื่นเขาค่อนข้างจะมีอาการกระโดกกระเดก ของวัดท่าขนุนเองขนาดยังไม่ได้อย่างใจของอาตมา ก็ยังดูเรียบร้อยกว่าที่อื่น ถึงบอกว่าค่อย ๆ ฝึก ค่อย ๆ หัด ค่อย ๆ อบรมไป ของบางอย่างขึ้นอยู่กับบารมี สมัยอยู่
ที่วัดท่าซุงก็ดี สมัยบวชที่วัดท่าซุงก็ดี ที่ชอบใจก็คือบรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤๅษีฯ มีความคล่องตัวจริง ๆ สมกับที่จะไปพระนิพพานกัน

ที่ว่ามีความคล่องตัวก็คือ แต่ละคนไปถึงวัดแล้วรู้จักหางานทำเอง พอถึงเวลาไปก็ไปช่วยเขาตรงนั้น ช่วยตรงนี้ ช่วยตรงโน้น จนกระทั่งเป็นหมู่เป็นคณะกันขึ้นมา พอเป็นหมู่คณะขึ้นมา เคยรับหน้าที่ตรงไหน ก็รับหน้าที่ตรงนั้นเป็นประจำ ท้ายสุดก็กลายเป็นงานของตัวเองไป วัดท่าขนุนปัจจุบันญาติโยมไป
แล้วก็รู้จักหางานทำเอง อาตมารู้สึกว่าปลื้มใจหน่อย ไม่ถึงขนาดต้องชี้ ไม่ถึงขนาดต้องไปจ้ำจี้จ้ำไช แล้วที่สำคัญคือไม่ต้องไปเสียเวลาแก้งานอีกด้วย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2016 เมื่อ 12:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #52  
เก่า 17-12-2016, 09:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วันนี้นัดเซ็นสัญญาหุ้มทองจังโกพระเจดีย์ ๘๔ พรรษาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ของวัดท่าขนุน มูลค่า ๙.๘ ล้านบาท เซ็นสัญญาแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องโอนให้เขาก่อน ๒ ล้านบาท อาตมาเซ็นสัญญาทำแก้ผีหลอกเท่านั้นเอง ก่อนหน้านี้จ้างเขาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรก็ไม่เห็นต้องเซ็น แต่พอเป็นทางการขึ้นมาแล้วก็ต้องมี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-12-2016 เมื่อ 10:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 182 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #53  
เก่า 17-12-2016, 09:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ตอนนี้ที่รออยู่แน่ ๆ เลยก็คือพิพิธภัณฑ์เครื่องรางของขลัง ๑๐๐ ปีหลวงพ่อฤๅษี ๔๓.๒ ล้านบาท เมรุก็ยังไม่เรียบร้อย คาดว่าจะทะลุ ๒๐ ล้านบาทแน่นอน เพราะตอนนี้ ๑๘ ล้านกว่าบาทแล้ว แต่ส่วนงานหนักของเมรุก็คือ เทคอนกรีตทำลานจอดรถนั่นเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว หมดไปเกือบ ๆ ๑.๘ ล้านบาท ก็แปลว่าตอนนี้เมรุน่าจะถึง ๑๙ ล้านบาทแล้ว ก็เหลือแต่ลวดลายไทย เพราะว่าอาจารย์สมบัติท่านทำลายนาคสะดุ้งมาเล็กไปหน่อย คือทำมาประมาณ ๕ นิ้ว ไม่ได้ขนาด ต้องกว้างถึง ๘ นิ้ว คราวนี้พวกนาคสะดุ้ง ที่เป็นลายไทยชุดนั้นจึงเสียไปเฉย ๆ ต้องทำใหม่

แต่อาจารย์สมบัติท่านก็รับผิดชอบงานดี เพราะว่าความผิดพลาดอยู่ที่ตัวเองกะขนาดผิดเอง ก็เลยทำให้ฟรีโดยไม่ได้คิดเงินเพิ่ม เรื่องของลายไทยปัจจุบันนี้ราคาจะแพงมาก มีหลายคนถามว่าสร้างพระเจดีย์ทำไมไม่บอกกันบ้างเลย ? พระเจดีย์นั้นมีอยู่แล้ว ๒ องค์ ที่สร้างมาคือเมรุ แต่คนเห็นเป็นพระเจดีย์

รุ่นของเราถ้าทำได้ต้องทำไว้ก่อน ถ้าเห็นว่าฝีมือเขาสุดยอดจริง ๆ เดี๋ยวจะให้หุ้มหลังเล็กบนเขาด้วย ถ้าหากว่าหุ้มทองจังโก เจ้าประคุณเอ๋ย...คงมองเห็นตั้งแต่ ๒๐ กิโลเมตร เพราะว่าสีสันจะจับตามาก หุ้มทองแบบนี้อยู่ได้เป็น ๑๐ ปี รอ ๑๐ ปีถึงจะปิดทองอีกครั้ง แต่ทางด้านพม่านี่อาจจะเป็นเพราะว่าญาติโยมมีศรัทธากันมาก ๒ - ๓ ปีก็ปิดทองกันที เขาจะเอาอานิสงส์กัน ของเราอยู่ได้ ๑๐ ปีก็ถือว่าสุดยอดแล้ว

แต่ว่าสล่าท่านบอกว่ายิ่งเก่าจะยิ่งสวย สีทองจะออกนวลตาไปเรื่อย ใหม่ ๆ สีจะสะท้อนแสบตามาก คราวนี้วัดท่าขนุนจะสร้าง ๘๔ พรรษาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีพระไพรีพินาศ ฯลฯ อยู่ข้างใน แต่พระเจดีย์ไม่ค่อยได้ใช้งานเพราะว่ามีการรั่วซึม พยายามแก้ไขมา ๒ ครั้งก็ไม่สำเร็จ สล่าบอกว่าถ้าหุ้มทองนี่จบเลย เพราะว่าเชื่อมรอยต่อด้วยตะกั่ว ไม่มีทางรั่วอีก ต่อไปเวลาเวียนเทียนสีสันจะจับตามาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-12-2016 เมื่อ 10:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #54  
เก่า 17-12-2016, 09:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทองจังโกเป็นอย่างไรครับ ?
ตอบ : ลักษณะเหมือนกับทองสัมฤทธิ์ แต่มาแผ่เป็นแผ่นแล้วหุ้ม จะบอกว่าเป็นทองเหลืองก็ใช่ แต่ว่าเป็นทองเหลืองแบบเหนือ เขามีสูตรผสมของเขาเอง เป็นภูมิปัญญาของเขาอย่างหนึ่ง อาตมาบอกว่าไม่ต้องมีลายก็ได้ แต่คราวนี้สล่าเขาบอกว่าเอาลายดุนเสียหน่อย จะเอาลายอะไร ? ในเมื่อสร้างถวายสมเด็จพระสังฆราช ก็เลยดุนลายพระนามย่อก็แล้วกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-12-2016 เมื่อ 10:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #55  
เก่า 18-12-2016, 16:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ทางพระสายธรรมยุตมีกองทุนที่อาตมาเรียกว่า กองทุนเชียร์ตัวเอง ทางธรรมยุตเขามีระบบการจัดการที่ดีมาก เขามีการตั้งกองทุนแล้วก็ทำประวัติครูบาอาจารย์สายวัดป่า จะวัดเล็กวัดน้อยอย่างไรก็ต้องมีประวัติเป็นเล่ม ว่าท่านมีคุณความดีอย่างไรบ้าง พยายามที่จะขุดออกมาเพื่อแสดงออกให้คนอื่นเห็นและเกิดความศรัทธา อาตมาก็เลยเรียกว่ากองทุนเชียร์ตัวเอง

แต่มหานิกายของเราไม่มีตรงจุดนี้ จริง ๆ ควรจะทำมาก แต่คราวนี้ใครจะจ่าย ? สำคัญตรงที่ว่าใครจะจ่าย ของเขาร่วมกันตั้งเป็นกองทุนขึ้นมาแจกเป็นธรรมทาน ถือเป็นธรรมะบรรณาการ ห้ามจำหน่าย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-12-2016 เมื่อ 21:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 185 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #56  
เก่า 18-12-2016, 16:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมาลงต้นแบบหลวงพ่อนากเอาไว้ในเว็บวัดท่าขนุน มีใครเห็นบ้างไหม ? เห็นกันแต่หลวงพ่อเงิน...ใช่ไหม ? อยู่หัวกระทู้บอกเล่าเก้าสิบ แอบ ๆ ไปลงไว้ ถ้าไม่ได้บอกบางคนก็ไม่ได้ไปดูกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-12-2016 เมื่อ 21:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #57  
เก่า 18-12-2016, 16:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เวลาเห็นคนรักษามีดหมอดี ๆ แล้วชื่นใจ ไม่อย่างนั้นบางคน โอ้โฮ...เป็นสนิมชักไม่ออก ให้ขยันเช็ดเอาไว้หน่อย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-12-2016 เมื่อ 21:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 182 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #58  
เก่า 18-12-2016, 17:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ไอจนเป็นเลือด ดิฉันแทบจะกลุ้มใจตายเลย ?
ตอบ : ไปนอนให้แอร์หรือพัดลมเป่าใส่ตัวตรง ๆ ถึงได้เป็น ทำอย่างไรที่จะเลี่ยงได้บ้างไหม? อย่าให้พัดลมเป่าใส่ตัวตรง ๆ ขี้ร้อนมากหรือเปล่า ? ประเภทจ่อตัวเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจะไม่หาย

ถาม : ไอเป็นเลือดค่ะ ต้องไปส่องกล้อง ?
ตอบ : เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก เพียงแต่อย่าให้โดนลมเย็น ๆ จ่อใส่ เพราะถ้าโดนก็จะไอไม่หาย พอไอไม่หาย เรื่องเลือดเรื่องแผลก็แก้ไม่ได้ ถ้าหากว่าเปิดเครื่องปรับอากาศก็อย่าให้ลงตรง ๆ ที่เตียงนอนของเรา ถ้าหากว่าพัดลมก็อย่าไปเปิดจ่อใส่ตัว ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแค่นี้ปล่อยให้ป่วยเสียอยู่ได้ พออายุเริ่มมากแล้วไฟธาตุน้อย พอไปเจอลมเย็น ๆ จ่อใส่ก็เสร็จทุกราย เอาเถอะ...อย่างไรก็แก้โดยวิธีนี้ไปก่อนแล้วกัน

ถาม : ส่วนเจ้านี้เมื่อก่อนหมอบอกว่ามีปัญหาทางตามาก เป็นต้อหิน ?
ตอบ : พวกเดียวกัน อาตมาไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัตนิน ทางรัตนินบอกว่าไม่ต้องรักษาหรอกหลวงพ่อ เดี๋ยวก็บอดไปแล้ว แล้วมีหน้ามาบอกอีกว่า "ผมบอกตรง ๆ หลวงพ่ออย่าเครียดนะ" เพราะฉะนั้น...เราพวกเดียวกัน เป็นก็เป็นไป จะไปเดือดร้อนอะไร

ถาม : ต้ออะไรครับ ?
ตอบ : ต้อหิน...แก้ไม่ได้ ที่แก้ได้แต่ต้องเป็นต้อเนื้อ

ถาม : แล้วจะแก้อย่างไรคะ ?
ตอบ : ลองไปหาท่านอาจารย์บ๊ะดู พระอาจารย์บ๊ะบอกว่าที่เป็น ๆ แล้วมาหาผม ไม่เห็นต้องผ่าสักราย เพียงแต่ว่าต้องไปบ่อย ๆ อาจจะน่ารำคาญหน่อย ไปถึงท่านก็จิ้มนั่นนิดจิ้มนี่หน่อย ท่านอยู่อินทร์บุรี อยู่เลยสิงห์บุรีไปนิดหนึ่ง แต่ยังเป็นจังหวัดสิงห์บุรี ไปโน่นท่านจิ้มให้ไม่กี่ที อาตมาเองก็อาศัยท่านอยู่ ตั้งแต่ท่านจิ้มให้นี่รู้สึกว่าตาใสขึ้นจริง ๆ เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีเวลาไปต่อเนื่อง ถ้าเป็นไปได้ก็ไปสักอาทิตย์ละครั้ง ประมาณ ๕ นาทีก็เสร็จแล้ว ท่านรักษาเหมือนอย่างกับไม่ได้รักษา จับหันซ้ายหันขวา จิ้มโน่นจิ้มนี่ไม่กี่ที ก็กลับได้แล้ว เดี๋ยวค่อยมาใหม่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-12-2016 เมื่อ 21:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #59  
เก่า 18-12-2016, 20:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "หลวงพ่อรุ่งเป็นศิษย์รุ่นพี่ของหลวงพ่อเดิม พูดง่าย ๆ ว่าท่านทำมีดหมอมาก่อน แล้วหลวงพ่อเดิมก็ไปศึกษาเพิ่ม คือสมัยก่อนใครสำเร็จวิชามา ก็จะมีคนไปเรียนต่อ หลวงพ่อเดิมไปเรียนกับหลวงพ่อขำ วัดเขาแก้วมาด้วยกัน แต่ยังไม่ได้ทำมีดหมอ หลวงพ่อรุ่งท่านทำสำเร็จก่อน หลวงพ่อเดิมก็เลยไปทำใส่เกวียนเข็นให้หลวงพ่อรุ่งช่วยเสก เพราะฉะนั้น...มีดหมอของหลวงพ่อเดิมจะมีรุ่นที่ฝังเงิน ทอง นากไว้เหมือนกับหลวงพ่อรุ่ง แต่มีอยู่รุ่นเดียว พอมารุ่นหลังช่างทางพยุหะคีรีเขาทำให้ ถึงได้มีเอกลักษณ์ของตัวเอง

คนนครสวรรค์เขามีภาษิตว่า "มีดหมอหลวงพ่อเดิมเอาไว้ขาย มีดหมอหลวงพ่อรุ่งเอาไว้ใช้" เพราะมีดของหลวงพ่อเดิมราคาแพงมาก เขาเอาไว้ขาย ของหลวงพ่อรุ่งเอาไว้ใช้ ของหลวงพ่อรุ่งระดับเงินหมื่นยังพอหาได้อยู่"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-12-2016 เมื่อ 21:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 174 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #60  
เก่า 18-12-2016, 20:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,978
ได้ให้อนุโมทนา: 63,908
ได้รับอนุโมทนา 2,831,411 ครั้ง ใน 20,276 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของกรรมฐานต้องทำต่อเนื่อง ถ้าทำไม่ต่อเนื่องก็จะเสียผล อย่างช่วงนี้พระที่ท่านบวชถวายในหลวง ๘๙ รูป อาตมานำกรรมฐานให้ ๔-๕ วันติดกัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพอไม่อยู่แล้วจะทำเองได้หรือเปล่า ? เพราะว่าที่นำให้จริง ๆ นั้นเป็นการทำของยากให้ง่าย ก็คือเอากรรมฐาน ๔๐ กองมายำรวมกัน คนไม่สังเกตก็ไม่รู้ ทำตามไปเรื่อยเปื่อย

ที่ไหนได้ทั้งอนุสสติ ๑๐ ทั้งอสุภกรรมฐาน ๑๐ ทั้งพรหมวิหาร ๔ จตุธาตุววัฏฐาน อาหารเรปฏิกูลสัญญา หรือกระทั่งอรูป ๔ ก็อยู่ในนั้นหมด อาตมายืนยันว่าในประเทศไทยปัจจุบันน่าจะเหลือวัดท่าขนุนอยู่ที่เดียว ที่สามารถยำกรรมฐาน ๔๐ กองเป็นกองเดียวได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-12-2016 เมื่อ 21:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 177 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:09



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว