กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 04-11-2009, 18:31
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 12,353
ได้รับอนุโมทนา 44,200 ครั้ง ใน 919 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๑.กิจนิมนต์ "เขื่อนเขาแหลม"

"เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา" ด้วยความบังเอิญหรืออะไรมิทราบ "ท่านปาน" ท่านรับกิจนิมนต์ไปฉันเพลสงเคราะห์ญาติโยมที่บ้าน ก็มีท่านบอย,ท่านเค้ก,ท่านอึ่งและหลวงตาอภิชาติ หลวงตาอภิชาติท่านเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นแต่ด้วยท่านเองชราภาพ แล้วก็มีการเดินทางโดยทางเรือด้วย
ท่านจึงออกปากขอรบกวนกระผมให้ไปแทน งานนี้ได้ขอรับด้วยความยินดีมีอะไรช่วยเหลือกันได้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งขอรับ

หลวงพี่ปาน เดิมท่านมีอาชีพเป็นคนหาปลาในเขื่อนเขาแหลม เป็น "มือฉมวก " ที่มีฝีไม้ลายมือฉมัง งานนี้บวชเรียนทดแทนคุณพ่อแม่ เว้นว่างจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็ขอโมทนากับท่านด้วย อย่างน้อยก็ร่วมเกือบสี่เดือนที่ท่านไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต บางครั้งเราแทบจะเลือกไม่ได้ว่าจะทำมาหากินอะไรเลี้ยงชีพมันเป็นไปตามสภาพ.........

ออกเดินทางจากวัดไม่นานก็ถึงจุดที่ต้องนั่งเรือไปแทน บรรยากาศของริมน้ำและวิถีชาวแพอันสงบ เดินด้วยเรือแค่สิบนาทีก็ถึง เรือนแพกลางน้ำบ้านของท่านปานแล้ว ญาติโยมก็รออยู่พร้อมอาหารที่เตรียมเอาไว้เรียบร้อย

บรรยากาศสงบผิวน้ำราบเรียบชวนให้น่าหลงใหล ไม่นานหลังจากฉันเพลเสร็จก็ได้ออกเดินทางไปชมบรรยากาศของภูมิประเทศสองฝั่งของแนวเขาที่ระดับน้ำในเขื่อนท่วมถึง

ท่านปาน : หากว่าเราแล่นเรือจากนี้ไปอีกประมาณเกือบสองชั่วโมงก็จะถึงสังขละบุรีแล้ว...หลวงพี่สนใจไหมละ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : ถ้ามีโอกาส เดี๋ยวผมต้องขอไปให้ได้ ทางเรือนะ ทางรถใครก็ไปถึงได้.....รอออกพรรษาก่อนดีกว่านะหลวงพี่งานนี้มีทริปแก้ตัวแน่นอนหลวงพี่ปาน

----------------------------------------------------------





"มองกล้องหน่อยสิ เจ้าหน้าย่น" (มันจะกระทบคุณยายที่นั่งข้างหลังหรือเปล่า....)
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 07-11-2009 เมื่อ 06:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 112 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 04-11-2009, 19:19
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 12,353
ได้รับอนุโมทนา 44,200 ครั้ง ใน 919 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๒."พระไม่เอา! ป้าจะเอาหลวงพี่ไปอยู่ที่บ้าน..(งานเข้า)"

ปกติวันพระชาวบ้านญาติโยมจะพากันมาทำบุญที่วัด วันพระทุกวันตอนเข้าพรรษาเป็นที่ทราบกันว่า พระไม่บิณฑบาต ทุกสายบิณฑบาตจะแจ้งญาติโยมก่อนหนึ่งวัน หลังจากทำวัตรเช้ากันเรียบร้อย ประมาณตี ๕.๓๐ น. เสียงระฆังก็จะดังขึ้น เป็นกันทราบกันว่า "นิมนต์ที่โรงครัว ข้าวต้มรออยู่" หลังจากฉันเสร็จก็เตรียมทำความสะอาดกวาดใบไม้เป็นปกติและเตรียมเอาบาตรขึ้นไปไว้บนศาลา เพื่อช่วงแปดโมงกว่าจะได้ให้ญาติโยมตักบาตรกัน

หลวงพ่อเองถ้าท่านอยู่คือไม่ติดกิจนิมนต์อันใดท่านก็จะขึ้นกล่าวต้อนรับทักทายญาติโยมโดยประมาณตั้งแต่ ๘.๐๐ น. พอ ๘.๔๕ น. พระเณรก็ขึ้นศาลา......

หลวงพ่อท่านมักจะหยิบยกเรื่องราวใกล้ตัวในชุมชนหรือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาเป็นหัวข้อในแต่ละวันพระ ญาติโยมเองก็นั่งฟังกันด้วยความเคารพ

ส่วนพระเณรนั้น.....ท่าน ๆ วันนี้หลวงพ่อเอาพระอะไรมาแจกให้ผู้ร่วมทำบุญ,ท่าน ๆ มียี่สิบสองใบหรือเปล่า,ท่าน ๆ วนทำบุญหลายรอบเลยนะ ได้มาหลายองค์ละสิ,ฝาก ๆ "เณรหมี" ดีกว่า,เอา ๆ "เณรเจ" ของหลวงพี่ยี่สิบขอสององค์นะ...... สาละวนทำบุญด้วยหวัง "วัตถุมงคล" ของหลวงพ่อด้วยความเคารพในอนุสสติทั้งนั้น

หลวงพ่อ : ประกาศ ๆ พระเณรท่านใดยังไม่เอาบาตรขึ้นมาบนศาลา ขอความกรุณารีบนำมาด่วน ญาติโยมไม่เห็นบาตรแล้วใจไม่ดี,คิดถึงพระ อย่ามัวแต่จ้องแต่จะทำบุญแล้วรับวัตถุมงคลกัน......

เฮ้ย! "ไพศาล" (เด็กวัดท่านหนึ่งที่คอยขับสามล้อรับข้าวของจากที่พระบิณฑบาตมา) วัตถุมงคลของข้าไม่ช่วยคนกินเหล้าหรอก! เลิก ๆ มันได้แล้ว...

งานนี้ไพศาลยิ้มหน้าบานมาเลย "เห็นไหมหลวงพี่ผมโดนเลย..เอาไปครับของท่านไหนบ้างที่ฝากผมไปทำบุญ"

มีงานอบรมของกรมราชทัณฑ์ คือทางหน่วยราชการส่งเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์มาปฏิบัติธรรมที่วัด หลวงพ่อท่านอ่านกำหนดการดู มีหลายหัวข้อที่ต้องขึ้นไปพูดให้คติธรรมกับคณะผู้มาอบรม ท่านประกาศรับอาสาสมัคร กระผมเองจึงได้รับอาสาไป ในระหว่างการอบรม "พระครูน้อยกับกระผม" ก็รับหน้าที่ สอนเรื่องการเดินจงกรม แบบ "ยุบหนอ-พอหนอ" คณะที่มาอบรมก็ดีมาก...เงียบสนิท,ถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ แบบว่าให้ทำอะไรก็ทำแบบเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีส่วนแสดงความคิดเห็นเท่าไหร่ หลวงพ่อท่านนิมนต์คณาจารย์หลายท่านมาพูดตามหัวข้อต่าง ๆ ที่จัดอยู่ในเนื้อหาวาระของการอบรม....ผมเองเห็นว่า ผู้เข้าอบรมเป็นแบบนี้แล้วเล่นเอาถอดใจ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :ขนาดท่านอื่น ๆ โหพูดตั้งสองชั่วโมง พวกเขายังนั่งกันนิ่งไม่มีส่วนร่วมใด ๆ เลย หลับบ้าง ตาลอยบ้าง แล้วเราจะไหวหรือวะงานนี้ เห็นที่ต้องขอนิมนต์หลวงพ่อท่านจัดการเองดีกว่า...งานนี้จะเจอ "บาทาไร้เงา" ของหลวงพ่อหรือเปล่า...ก็ไปรับอาสาจากท่านมาแล้ว....เครียด...จน...ฉันกาแฟดีกว่า โอ้...มายก็อด....กาแฟเพิ่งเอามาลงส่วนกลางเมื่อเช้าหมดแล้ว....มันฉันกันหรือว่าอาบกันแน่....
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 05-11-2009 เมื่อ 20:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 110 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 04-11-2009, 19:38
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 12,353
ได้รับอนุโมทนา 44,200 ครั้ง ใน 919 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

หากมีการผิดพลาดประการใดกระผมขอแจก "ใบแดง" ตัวเองล่วงหน้าก่อนนะครับ

อดีตชาติคงเคยไปแจกชาวบ้านไว้เยอะ สงสัยเคยเป็นกรรมการ "หมากเตะ"
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 05-11-2009 เมื่อ 06:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 92 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 05-11-2009, 14:09
ป้านุช's Avatar
ป้านุช ป้านุช is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
สถานที่: Bangkok Thailand
ข้อความ: 866
ได้ให้อนุโมทนา: 21,453
ได้รับอนุโมทนา 108,924 ครั้ง ใน 2,785 โพสต์
ป้านุช is on a distinguished road
Talking

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ วาโยรัตนะ อ่านข้อความ
๑๒."พระไม่เอา... ป้าจะเอาหลวงพี่ไปอยู่ที่บ้าน..(งานเข้า)"
เฮ้ย! "ไพศาล" (เด็กวัดท่านหนึ่งที่คอยขับสามล้อรับข้าวของจากที่พระบิณฑบาตมา) วัตถุมงคลของข้าไม่ช่วยคนกินเหล้า..หรอก! เลิก ๆ มันได้แล้ว...
แถมให้อีกใบค่ะ ควรเขียนติดกันนะคะ
"วัตถุมงคลของข้าไม่ช่วยคนกินเหล้าหรอก! เลิก ๆ มันได้แล้ว"


(ใครที่รอเลขรวมจากใบแดง ท่าทางจะได้เลข ๓ ตัวค่ะ )
__________________
เสียงธรรมจากพระองค์ที่ ๑๐
ธรรมพระพุทธเจ้า คือธรรมชาติ ธรรมชาติที่ทุกคนก็มีอยู่ในตัวเอง
เพราะฉะนั้นเธอก็มีธรรมะ ฉันก็มีธรรมะ เธอกับฉันมีธรรมเสมอกันคือความตาย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ป้านุช ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 06-11-2009, 09:12
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 12,353
ได้รับอนุโมทนา 44,200 ครั้ง ใน 919 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หลวงพ่อขอรับ นิมนต์หลวงพ่อขึ้นเทศน์พรุ่งนี้แทนกระผมขอรับ กระผมเห็นว่าผู้อบรมคงจะได้ประโยชน์มากกว่าที่กระผมจะเทศน์ขอรับ......

หลวงพ่อ : ผมต้องดูก่อนว่าผมไหวหรือไม่...คุณเตรียมข้อมูลอะไรมาแล้วก็ว่ามันต่อไปเถอะ

บรรยากาศมันช่างชวนให้เหงื่อตกจริง ๆ เอา! สรุปก็ต้องกลับไปเตรียมตัวเอาไว้งานนี้คงจะรอดยาก และแล้วเมื่อถึงเวลาหลังจากฉันข้าวเช้า

พระครูน้อย : หลวงพี่รัตน์เหมือนเดิมนะ วันนี้เวลาเดิมเดี๋ยวเราจะสอนจงกรมแบบห้าจังหวะและหกจังหวะให้จบไปเลย วันนี้เริ่มตอนบ่ายโมงนะ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : อ้าวหลวงพี่วันนี้ผมต้องขึ้นไปพูดบรรยายหัวข้อธรรมตามที่หลวงพ่อท่านจัดให้นะ

พระครูน้อย : เห็นท่านบอกว่าให้นำเดินจงกรมหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากนั้นท่านจัดการต่อเอง

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :ครับ ๆ หลวงพี่

งานนั้นหลวงพ่อท่านเลยเมตตาสอนกรรมฐานให้คณะผู้อบรมแทน แต่ที่พิเศษคือ หลวงพ่อท่านให้คณะผู้อบรมเอาหมอนมาด้วย หลวงพ่อท่านสอน "นอนทำกรรมฐาน" งานนั้นผมเห็นเป็นที่พอใจของคณะผู้เข้าอบรมมาก ๆ หลวงพ่อบอกว่า "วัดอื่นไม่สอนแต่วัดท่าขนุนสอน หากสนใจก็ส่งคณะมาอบรมกันอีกนะ"
ผมเองแทนที่จะช่วยงานหลวงพ่อได้เต็มที่กลับเป็นว่าต้องให้หลวงพ่อช่วย มันกลับกันจริง ๆ จึงต้องมานั่งคิดทบทวนตัวเองใหม่หลายรอบ

หลวงพ่อท่านจะแจ้งกำหนดการเดินทางของท่านเสมอ ๆ มีหลายครั้งที่ตรงกับวันพระ งานนี้กระผมจึงขออาสาหลวงพ่ออีกครั้งว่าขอขึ้นไปกล่าวต้อนรับญาติโยมแทนหลวงพ่อช่วงหลวงพ่อภาระกิจไม่อยู่ในช่วงวันพระ

หลวงพ่อ : อ๋อ จะขอแก้ตัวว่าอย่างนั้นหรือ เอา ๆ กลับมาแล้วจะเช็ค "เรตติ้ง"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :

หลังจากเตรียมข้อมูลมาพร้อมลุยเต็มที่ แปดโมงตรงก็ถึงเวลา...

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : พระภิกษุ สามเณรท่านใดยังไม่ได้เอาบาตรขึ้นบนศาลาขอนิมนต์นะครับ.......เจริญพรญาติโยมตอนนี้เป็นเวลาแปดนาฬิกาตรงแล้ว ท่านใดที่มาแล้วก็ขอเชิญขึ้นมาบนศาลาได้เลยจ้ะ.......วันนี้หลวงพ่อท่านไม่อยู่ อาตมาภาพเลยรับหน้าที่มากล่าวทักทายต้อนรับญาติโยมแทนจ้ะ อาตมาภาพมาไกลจากภูเก็ตโน่นมาขออยู่ร่วมจำพรรษากับหลวงพ่อ เห็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของญาติโยมที่นี้แล้วก็ชื่นใจ........(แล้วก็จ้อมันต่อไปเรื่อยตามประสาคนบ้าไมค์)

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :ญาติโยมที่มาทำบุญตรงนี้ วันนี้ไม่มีวัตถุมงคลแจกนะจ๊ะ ก็ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะ ให้เจริญ ๆ ในทาน,ศีล,ภาวนาจ้ะ

หลังจากนั้นก็มีคุณป้ารุ่น ๆ หกสิบกว่า ๆ ท่านเดินตรงมา พร้อมธนบัตรใบละยี่สิบบาทหนึ่งใบค่อย ๆ บรรจงหยอดในขันใบใหญ่ที่ไว้รับปัจจัยจากญาติโยม พร้อมพูดว่า "พระไม่เอา...แต่จะเอาหลวงพี่ไปอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ " สีหน้าและแววตาอย่าให้ผมพูดเลยมัน "สะท้าน " รุ่นนี้ต้องเรียกว่า "รุ่นหมากกระจาย" คือประมาณว่าเคี้ยวหมากไม่ไหวต้องขว้างทิ้งเอาแทน หมากเลยกระจาย

หลังจากที่กระผมเกิดอาการ "สะท้าน" ไปถึงทรวงอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ตอบไปว่า

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หากนิมนต์หลวงพี่ไปอยู่ที่บ้าน ต้องไปขอกับหลวงพ่อท่านนะ

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า หลวงพ่อท่านได้รับเรื่องราวหรือคุณป้าท่านไปขออนุญาตจากหลวงพ่อบ้างหรือเปล่า....งานนี้งานเข้าจริง ๆ ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



หลวงพ่อท่านสอนว่า "เป็นพระ" เราก็ต้องเป็นให้สมบทบาท
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 06-11-2009 เมื่อ 11:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 112 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 06-11-2009, 10:21
ใต้ร่มไม้ใหญ่ ใต้ร่มไม้ใหญ่ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 6
ได้ให้อนุโมทนา: 1,813
ได้รับอนุโมทนา 4,718 ครั้ง ใน 107 โพสต์
ใต้ร่มไม้ใหญ่ is on a distinguished road
Default

ได้อ่านเรื่องที่ท่านทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ นำมาเขียนเล่าให้อ่านกันเเล้ว ทำให้ผมต้องกลับมาคิดทบทวนอีกเเปดตลบกว่า ๆ ว่าจะบวชที่วัดท่าขนุนดีหรือไม่ตามที่พวกเพื่อน ๆ ชวนกันบวชหมู่ งานเข้าเเน่ตู

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ใต้ร่มไม้ใหญ่ : 06-11-2009 เมื่อ 17:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 90 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ใต้ร่มไม้ใหญ่ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 07-11-2009, 08:45
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 12,353
ได้รับอนุโมทนา 44,200 ครั้ง ใน 919 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๒."ถ้าจะไปคลิตี้ อย่าลืมภาวนา!"

หลังจากทราบข่าวจากหลวงพี่กวาง ท่านได้ขอแรงพระภิกษุหนุ่มทั้งหลายร่วม ๆ ๑๐ องค์ ก็มี หลวงพี่เก้า,หลวงพี่อึ่ง,หลวงพี่เต้ย,หลวงพี่เค้ก,หลวงพี่ปราโมช,หลวงพี่ต๋อง,หลวงพี่บอย,หลวงพี่ปาน,เณรเจและกระผม โดยมีทิดแก้วเป็นสารถีขับรถมารับที่วัดท่าขนุน งานนี้ไปช่วยกันยกเสาไฟฟ้า (เสาใหม่ใหญ่และสูงกว่า)ที่เกาะพระฤๅษี เสาไฟเก่าหักชำรุด กิ่งไม้ใหญ่ล้มลงมาตีในวันที่ฝนตกลมกระชากก่อนนั้นประมาณสักสองวัน งานนี้พร้อมลุยกันเต็มที่สามัคคีชุมนุมประสาพระพี่พระน้อง

หลังจากปรึกษาหารือกันว่าจะใช้วิธีไหน งานนี้เมื่ออุปกรณ์ครบ,แรงงานพร้อม,ก็ถึงเวลาลุย เสาไฟขนาด ๑๐ เมตรกับพระรวมแล้วทั้งหมด ๑๔ รูป ก็ใช้วิธีแบบดั้งเดิมคือเอาเชือกมัดร้อยไม้คานเข้าไปทั้งหมด ๖ อัน พระจับคู่ซ้ายขวา แล้วก็ค่อย ๆ แบกดังในรูปดู ๆ ไปคล้ายตะขาบตัวใหญ่ค่อย ๆ ลำเลียงเสาไฟมาที่หลุมที่ขุดเตรียมเอาไว้แล้ว โดยมีทิดแก้วเป็นนายช่างใหญ่ ซ้าย ๆ ขวา ๆ หมุนจนได้ที่ได้ทิศทาง คราวนี้ก็หาเชือกผูกดึงกับต้นไม้ใหญ่แล้วแบ่งแรงงานไปดึงเชือกเพื่อจะตั้งเสาให้ลงหลุม.........

เอา ๆ ลุย เสียงหลวงพ่อกวางสั่ง "ระดมกำลัง" เมื่อเสาไฟลงหลุมได้แล้วก็ผูกโยงกับต้นไม้แล้วช่วยกันผสมปูน,หิน,ทรายให้เข้าก็แล้วก็เทก้นหลุมจนเต็มรอจนปูนแห้งทิ้งเอาไว้สักสองวันก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย "โรงเรียนศิษย์หลวงพ่อเล็ก" งานอะไรก็ตามถ้าสามัคคีกันย่อมเสร็จได้โดยง่ายดาย ที่เหลือคืองานเดินสายไฟฟ้าอันนี้เป็นหน้าที่ของ "ทิดแก้ว" ต่อไป หลังจากฉันน้ำ,พักผ่อนกันพอสมควรก็ตกเข้าประมาณบ่ายโมงกว่าแล้วจึงขอตัวกราบลาหลวงพี่กวางและคณะท่าน

ทัดฤทธิ์ -ทิดรัตน์ : ถ้าเราไม่ย้อนกลับไปทางเดิม ทางนี้มันไปออกทางไหนทิดแก้ว?

ทิดแก้ว : ไปได้จนถึงคลิตี้เลยครับหลวงพี่

หลวงพี่ปราโมช :เวลายังเหลือนะหลวงพี่เราลองให้ทิดขับไปทางนี้ก่อนถ้าไปถึงคลิตี้ทันก็ดี ถ้าไม่ทันก็เลี้ยวกลับวัด

ทัดฤทธิ์ -ทิดรัตน์ : ผมขอถามความคิดเห็นพระเพื่อนข้างหลังก่อนนะหลวงพี่......ท่าน ๆ ครับ ทางนี้ถ้าเราขับไปประมาณสองชั่วโมงกว่า ก็จะไปทะลุคลิตี้ได้ท่าน ๆ คิดเห็นว่าเป็นอย่างไร?

พระเพื่อน ๆ ท้ายกระบะ :ลุยเลยหลวงพี่!

ทัดฤทธิ์ -ทิดรัตน์ :ไปเลยทิดแก้วลุย เหยียบสักร้อยยี่สิบ ไม่ต้อง "ดริฟท์" เดี๋ยวจะไปไม่ทันถึง...จะตกเหวไปก่อนทิด ๕๕๕๕

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 08-11-2009 เมื่อ 08:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 102 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 07-11-2009, 12:38
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 12,353
ได้รับอนุโมทนา 44,200 ครั้ง ใน 919 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default





เส้นทางช่วงแรกยังเป็นถนนราดยางมะตอยอยู่ แต่พอเริ่มขึ้นเขาก็เป็นถนนลูกรังดินแดงสองข้างเป็นป่าไผ่สลับกับป่าเต็งรังไปเรื่อย ๆ ให้ผมมาคนเดียวกลางคืนเส้นนี้ก็คงต้องขอบอกว่ามาได้แต่ขอนิมนต์พระรูปท่านมาด้วย ยิ่งมาได้ทั้งวัดเลยยิ่งดี นับเป็นโอกาสดีที่ได้เดินทางมาเห็นกับตาตัวเอง กาญจนบุรี ทองผาภูมิ มันไม่ได้เล็กอย่างที่เคยคิด ความอุดมสมบรูณ์ยังมีอยู่มากถึงแม้จะถูกบุกรุกไปบ้างก็ตาม

เราออกจากเดินทางจากเกาะพระฤๅษีไปเส้นทางที่ทะลุออกบ้านห้วยเสือ เมื่อเราเดินทางมาได้ระยะหนึ่งด้วยเส้นทางที่ต้องขอบอกว่าถ้ามีรถออฟโรดการเดินทางจะสะดวกกว่า แวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตรงจุดชมวิว "เนินสวรรค์" แล้วก็ออกเดินทางกันต่อ
พระเพื่อนทุกท่านโดยเฉพาะที่นั่งท้ายกระบะเมื่อเจอกระแทกเข้าไปเยอะ ๆ ก็ออกอาการเหนื่อยให้เห็นเช่นกัน โดยเฉพาะ "ท่านบอย" ปกติท่านเป็นคนผิวขาวอยู่แล้วแต่งานนี้ผมเองสังเกตุเห็นริมฝีปากท่านมันออกขาว ๆ ซีด ๆ ไปด้วย

เราใช้เวลาในการเดินทางกว่าจะทะลุออกมาที่ "บ้านห้วยเสือ" ไปกว่าสองชั่วโมง ด้วยสภาพของถนนที่ผ่านมาถือว่าทิดแก้วทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ บางช่วงเป็นทางระหว่างไหลเขาข้างทางเป็นเหว แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือเราเจอ "รถกระบะขายกับข้าว" วิ่งสวนไปสองคันแสดงว่าโดยปกติก็มีรถใช้เส้นทางนี้อยู่เสมอ ๆ เมื่อคำนวณเวลาแล้วคงจะไปไม่ทันแน่นอนจึงตัดสินใจบอกทิดแก้วหันหัวออกทางบ้านทุ่งนางครวญ,บ้านทิพุเย,ผ่าน อบต.ชะแล แล้วออกมาทางบ้านเกริงกระเวีย เลี้ยวซ้ายตรงถนนใหญ่กลับเข้าท่าขนุน,ทองผาภูมิ มาถึงวัดท่าขนุนก็ประมาณเกือบห้าโมงยี่สิบมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนสวดมนต์ถวายหลวงปู่สายและทำวัตรเย็นคนละสี่สิบนาที งานนี้เหนื่อยไปตาม ๆ กันแต่ก็ประทับใจกันทุกคน ป่าไม้สีเขียว,ต้นไม้ใหญ่ "ธรรมชาติคือสิ่งที่รับรองความเป็นอยู่ของมนุษย์" น่าเสียดายที่ธรรมชาติในหลาย ๆ ส่วนของประเทศไทยเรามันด้อยค่าลงไปก็เพราะความไม่เอาใจใส่ของพวกเรากันเอง......





บนยอดเขาที่เป็นทุ่งราบชาวบ้านได้รับการส่งเสริ