กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 12-09-2019, 13:18
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Lightbulb อัศจรรย์ใจหลาย

อัศจรรย์ใจหลาย
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 12-09-2019, 13:19
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default นิยาม

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
อธิบายแบบย่อ ๆ
คือ การควบคุมโดย การควบคุมอาหารและการนำพลังงานสะสมมาใช้งาน
- การควบคุมอาหาร คือ การกินอาหารให้พอดี เพื่อร่างกายจะได้นำมาใช้ให้หมดไป
- การนำพลังงานสะสมมาใช้งาน คือ การทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ร่างกายได้ใช้พลังงาน โดยในระหว่าง ที่ทำไม่กินหรือดื่มสารใด ๆ ให้ที่พลังงาน เพื่อร่างกายจะได้นำเอาพลังงานสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาใช้งาน เว้นแต่กินหรือดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่า ส่วนระยะเวลาที่ทำ อยู่ที่ประสบการณ์และความต้องการ
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 12-09-2019, 13:20
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default เหนื่อย ฺ(Burn to Be)

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
อธิบายแบบยาว ๆ
ในวัยเจริญเติบโต ร่างกายต้องการพลังงานจากสารอาหารที่เรากินเข้าไป เพื่อเสริมสร้าง ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและยังใช้เป็นพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ร่างกายต้องการพลังงานมาก และเมื่ออายุมากขึ้น เลยวัยเจริญเติบโต ระบบร่างกายที่เกี่ยวเนื่องกับการเจริญเติบโต บางส่วนหยุด บางส่วนปรับลดการทำงานลง เพื่อความอยู่รอดของชีวิตและ... ความเป็นจริง ร่างกายเริ่มก้าวเข้าสู่สภาวะความเสื่อม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของร่างกาย เมื่อร่างกายเสื่อม การทำงานก็ย่อมไม่เต็มประสิทธิภาพ มีความผิดปกติ จากการที่ร่างกายได้ปรับลดระบบต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน รวมไปถึง ระบบย่อย ระบบดูดซึมและระบบเผาผลาญ เมื่อระบบย่อยทำงานช้าลง การนำไปใช้ก็ช้าตาม เวลานำไปใช้ ก็ใช้หมดบ้าง ไม่หมดบ้าง แรก ๆ ขาด หลัง ๆ เกิน ส่วนมากเกิน เพราะพลังงานเก่าที่ได้กินหรือรับมาใช้ไม่ทันหมด พลังงานใหม่ก็เพิ่ม เติมเข้ามาอีก จึงทำให้มีส่วนที่ตกค้าง สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จะมีสะสมมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับที่เรากินเข้าไป ในแต่ละวันและกิจกรรมที่ทำ สารอาหารที่ร่างกายได้รับ บางส่วนนำไปใช้ได้เลย บางส่วนจะต้องย่อย บางส่วนเปลี่ยนสภาพไปเป็นน้ำตาล เพื่อความง่ายในการดูดซึมและนำไปใช้เป็นพลังงาน และนี่... คือ ที่มาของค่าระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งในปัจจุบัน มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีค่าเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ คือ ไม่เกิน ๑๒๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 12-09-2019, 13:21
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default เพราะว่าดื้อ (Do It Yourself)

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ที่ผ่านมา ผมทำการแก้ไขได้สำเร็จ มี ๒ วิธี คือ ควบคุมอาหารและใช้พลังงาน
- การควบคุมอาหาร คือ การควบคุมปริมาณอาหารและการควบคุมระยะเวลาในการกินอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้ดึงเอาพลังงานที่ได้รับเข้าไปมาใช้งาน ให้พอเหมาะพอดี ไม่เหลือเก็บ ตกค้าง สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากเกินไป
------ การควบคุมปริมาณอาหาร คือ การควบคุมปริมาณสารอาหารที่เรากินเข้าไป เพื่อความเหมาะสมตามความต้องการของร่างกาย

------ การควบคุมระยะเวลาในการกินอาหาร คือ การจำกัดเวลาไม่ให้กินเกินเวลาในแต่ละวัน โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้พลังงาน
------ อาหารที่เหมาะสม ไม่ระบุประเภท กินได้ตามปกติของคนทั่ว ๆ ไปกิน กินให้พอดี อิ่ม ตามการควบคุมปริมาณอาหารและระยะเวลาในการกินอาหาร
- การควบคุมอาหารแบบเข้มข้น คือ การเพิ่มเวลาการอดอาหารหรือเพิ่มระยะห่างของมื้ออาหาร เพื่อร่างกายจะได้มีเวลานานพอที่จะดึงหรือนำเอา พลังงานสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาใช้งาน มีหลายแบบหรือระดับ เรียกตามระยะเวลาของการกินต่อการอดอาหาร หน่วยนับคิดเป็นชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น
------ ๖/๑๘ คือ การกินอาหาร กี่มื้อ ไม่ระบุ ภายใน ๖ ชั่วโมงและอดอาหาร ๑๘ ชั่วโมง
------ ๑/๒๓ คือ การกินอาหารภายใน ๑ ชั่วโมงและอดอาหาร ๒๓ ชั่วโมง เรียกย่อ ๆ ว่า กิน ๑ ชั่วโมง อด ๒๓ ชั่วโมง
----- ในกรณีที่ต้องการเพิ่มความเข้มข้นขึ้นไปอีก ทำได้โดยการเพิ่มระยะเวลาความห่างของมื้ออาหารหรือเวลาอดอาหารออกไปอีก เช่น ๑/๓๖, ๑/๔๘, ๑/๖๐ หรือ ๑/๗๒ หรือ ๑/… ฯ ซึ่งการจะเลือกใช้ระยะ เวลาเท่าไรนั้น ดูที่ความพร้อมของร่างกาย และมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของร่างกายของตนเองให้เหมาะสมตามสภาวะ เพศและวัย ส่วนการเพิ่มเวลาเพื่อเพิ่มความเข้มข้นนั้น ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลา เพื่อให้เวลาร่างกายปรับสภาพเอง และเพื่อให้ร่างกายรู้จักดึงหรือนำเอาพลังงานสะสมออกมาใช้งาน พร้อมกับบันทึกความเปลี่ยนแปลง เปรียบเทียบค่าต่าง ๆ ทั้งวันที่ ช่วงเวลา ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันเลือดและการเต้นของหัวใจ ตามมาตรฐานที่แพทย์กำหนดไว้สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ คำว่า ไม่หักโหม ไม่บีบคั้น ไม่ทรมานร่างกายจนเกินไป ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปรับสภาพ เพื่อความเหมาะสมกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งวัตถุประสงค์ของเรานั้น เพียงแค่ต้องการลดการสะสม ไม่เก็บหรือไม่สำรองพลังงานในร่างกายไว้มากเกินไป
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 12-09-2019, 13:22
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default ต้องเข้าใจ (Just you know why)

- ในการควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือด ที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำ ในที่นี้หมายถึงน้ำสะอาด สำหรับดื่ม กินและที่สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ คือ เรื่องของอุณหภูมิของน้ำ ซึ่งระบบทางเดินอาหารต้องสัมผัสและดูดซึมโดยตรง สรุปผลได้ดังนี้
-----น้ำเย็น มีอุณหภูมิต่ำ เมื่อดื่มน้ำเย็นจะทำให้อุณหภูมิของร่างกายต่ำลงและมีผลให้ผนังของระบบทางเดินอาหารหด บีบ รัด คล้ายการดูดซึมหรือเหมือนกับหลอกระบบดูดซึมให้ทำงานหรือให้ระบบย่อยหลั่งน้ำย่อยออกมาเพื่อดูดซึม ทำให้มีอาการหิว โหย บางครั้งดื่มน้ำเย็นปริมาณมาก ๆ และบ่อยจะมีอาการบีบ บิด ปวดท้อง ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำร่วมด้วย วิธีแก้ หาอะไรกิน เมื่อมีอาหารให้ย่อยแล้วร่างกายก็กลับสู่สภาวะปกติ
-----น้ำอุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิปกติ เมื่อดื่มน้ำบ่อย ๆ จะทำให้หิว เพราะไปกระตุ้นระบบดูดซึมให้เริ่มทำงาน ถ้าไม่บ่อย ไม่ค่อยหิว
-----น้ำอุ่นค่อนข้างร้อน มีอุณหภูมิสูง เมื่อดื่มจะทำให้ภายในร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น ระบบทางเดินอาหารได้รับการกระตุ้น แต่ระบบดูดซึมหยุดการดูดซึมหรือดูดซึมช้า ทำให้ไม่หิว ระงับหิวได้ตามปริมาณที่ดื่ม แรก ๆ ถ้าไม่คุ้น ชิน ถ้าดื่มน้ำอุ่นค่อนข้างร้อนในปริมาณมาก ๆ อาจจะมีผลข้างเคียง คือ มีอาการพะอืดพะอม อยากอาเจียนร่วมด้วยเนื่องจากการดูดซึมน้ำอุ่นค่อนข้างร้อนได้ช้า จึงทำให้แน่น เสียด จุก วิธีแก้ คือ ดื่มพอดี
- เรื่องกิน คือเราจะทำอย่างไร ให้กินอิ่มพอดี ไม่หิวมากในช่วงที่เราอดอาหาร สรุปลงตรงที่ กินมื้อเดียวให้พอดีอิ่ม ง่ายดี ถ้าน้อยไปก็โหยหา ไม่พอย่อย ถ้ากินมากไปก็จุก เสียด แน่น เยอะไปย่อยไม่ทัน หลังมื้ออาหาร หิวหนักกว่าเดิมอีก
- การระงับความหิว
-----ระยะแรก แก้ไขโดยการกินอาหารให้พอดีกับพลังงานที่ต้องใช้
-----ระยะที่สอง แก้ไขโดยการดื่มน้ำอุ่นค่อนข้างร้อน ช่วยได้ระดับหนึ่ง
-----ระยะที่สาม ไม่กิน ไม่ดื่มน้ำ สังเกตอาการ ดื่มน้ำได้ เพื่อดับกระหายเท่านั้น หมายเหตุ ระยะนี้ไม่ดื่มน้ำถี่เกินไป เพราะจะทำให้หิว วิธีแก้ไข ไม่ดื่มน้ำ โดยทิ้งระยะเวลาดื่มน้ำให้ห่างพอสมควร เพื่อร่างกายปรับสภาพ
- ระบบของร่างกายระบบหนึ่ง ที่สามารถกำจัดน้ำตาลในเลือดได้โดยธรรมชาติคือ การอาศัยกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายในรูปแบบของน้ำ ได้แก่ เหงื่อ ปัสสาวะ ซึ่งเราสามารถควบคุมหรือกำหนดเองได้โดยการออกกำลังกายและการดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ แต่ไม่มากจนเกินไป ซึ่งตามธรรมดาระบบปกติของร่างกายจะขับถ่าย ของเสียและส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการออกมา ที่น่าสนใจคือ มีสิ่งที่ร่างกายขับปะปนออกมากับของเสียนั้น ถึงแม้ว่าร่างกายจะยังต้องการหรือจำเป็นต้องใช้ เช่น เกลือแร่ วิตามินซี ฯ
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 12-09-2019, 13:23
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default อย่างไร (Burn)

- การใช้พลังงาน คือ การออกแรง การใช้แรงหรือการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวิถีชีวิต ที่ต้องใช้พลังงานนั้น ๆ ประเภทของการออกกำลังกายนั้น ไม่ระบุ แต่ต้องทำ ซึ่งแต่ละแบบจะมีทั้งการบริหารด้วยมือเปล่าและการบริหารด้วยอุปกรณ์หรือมีน้ำหนักเข้าร่วม ส่วนผลที่ได้และพลังงานที่ใช้ไป เน้นที่การใช้พลังงาน ตามความเหมาะสม ความสะดวก ความถนัด ความชำนาญ ความแข็งแรง ซึ่งความแตกต่างของการใช้พลังงานขึ้นอยู่กับความเข้มข้น และกิจกรรม ตามวัตถุประสงค์การนำไปใช้งาน ของการออกกำลังกายประเภทนั้น ๆ สรุปผลของการออกกำลังกายได้ ดังนี้
-----แบบเข้มข้นต่ำ (Low Intensity Steady State หรือ LISS) คือ การออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ๆ เช่น การเดิน, ปั่นจักรยาน ฯ
-----ข้อดี ทำได้ง่าย, บ่อยและดีต่อการเต้นของหัวใจ ข้อเสีย ใช้เวลานาน
-----แบบเข้มข้มสูง (High Intensity Interval Training หรือ HIIT) คือ การออกกำลังกายหนักเบาสลับกัน เช่น การเดินและวิ่งเร็ว ๆ ระยะสั้นสลับกัน, การยกน้ำหนัก ฯ
-----ข้อดี เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อนั้น ๆ และใช้เวลาน้อย ข้อเสีย ทำได้ยาก, ไม่บ่อยและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ทายก : 12-09-2019 เมื่อ 20:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 12-09-2019, 13:25
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default ความจริง (Important)

- การควบคุมวิธีนี้ จะเน้นไม่ใช้ยาใด ๆ เพื่อควบคุมการทำงานอวัยวะภายในหรือสมุนไพรใด ๆ ตามสมัยนิยม เพียงแต่ ต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ วัดผล แก้ไข ปรับปรุง เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาและฟื้นฟูให้ร่างกายปรับสมดุลตลอดไป
- การอดอาหาร คือ การไม่กินอาหารหรือดื่มน้ำใด ๆ และหรือสารใด ๆ ที่ให้พลังงาน
เน้น... น้ำเปล่าและเพิ่มเกลือได้เล็กน้อย แค่หยิบมือ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อเป็นตะคริว จากการสูญเสียเกลือในน้ำที่ร่างกายขับออกมา
- เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดกลับเข้าสู่สภาวะปกติหรือใกล้เคียงค่ามาตรฐาน ก็ให้รักษาแนวทางนี้ตลอดไป เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ขึ้น ๆ ลง ๆ มากเกินไป ส่วนการดื่มน้ำ ไม่ต้องดื่มทีละมาก ๆ เพื่อขับของเสีย แต่ดื่มตามปกติ ตามความต้องการของร่างกาย
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 12-09-2019, 13:27
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default พูดคุย (Conclude)

-----ความจริงแล้ว บทความนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะขาดความรู้ ความเข้าใจ แถมมีความลังเลอีกต่างหาก เพราะในการสื่อความหมายหรือการบอกกล่าวให้คนอื่นได้เข้าใจ อย่างที่เราเข้าใจนั้นยาก และพึงระลึกเสมอกับคำถามต่าง ๆ ที่ถามขึ้นมาเอง ว่าเรานั้นเป็นใคร, มีความรู้มากน้อยแค่ไหน, พอที่จะเป็นที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่, … ฯลฯ แต่จนถึงปัจจุบัน ปัญหานั้น ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เพียงแต่เมื่อกลับมาพิจารณาบ่อย ๆ ว่า คนที่เขาเป็นและคนที่กำลังจะเป็น จะเสียค่าใช้จ่ายและมีความยากลำบากของการดำเนินชีวิต อย่างไร ซึ่งในการรักษาตามรูปแบบต่าง ๆ นั้น ต้องโน่น นี่ นั่น …ฯ จนไปถึงประโยชน์มากน้อยแค่ไหนจากการได้รับรู้บทความนี้
-----จนเมื่อเร็ว ๆ นี้มีอะไรบางอย่างมาดลใจผม มาแบบถี่ ๆ คือ พยายามทำให้มีความรู้สึกแกมบังคับว่าให้เขียนบทความนี้ให้ได้ และก็ใช่ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยดลใจให้ทำแบบนี้ คือมาเรื่อย ๆ มาพร้อมกับมีความพยายามที่จะให้รู้ ให้เห็น เพื่อความเกี่ยวโยงว่าจะต้องทำอย่างนี้ ๆ “ยังไม่พร้อมและเหตุผลก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะเรียบเรียงในการเขียนบทความได้ครับ” คือ คำตอบที่ผมมักตอบไปกับคำถามในความรู้สึกที่ถาม ๆ มา อีกทั้งไม่เคยมีประสบการณ์ในการเขียนบทความ ที่พอจะเป็นสาระหรือความรู้ใหม่ ๆ เพื่อพอจะได้เป็นแนวทาง ได้แต่ทำตาปริบ ๆ เก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพร้อมจริง ๆ หรือไม่ก็ไม่เขียนเลยจะดีกว่า แรกเริ่มของการมาและการดลใจของผนนั้น มาจากภายหลังที่ผมได้แก้ไขสำเร็จไปแล้ว คือ เมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมาโดยความบังเอิญจากการสงสัยว่านัยน์ตาของผมนั้นพร่ามั่วเพราะเหตุใด ซึ่งอาการนี้ได้เกิดขึ้นหลังจากการที่ได้ไปเที่ยวเล่นน้ำทะเลเพื่อพักผ่อนสองสามวัน ในเบื้องต้น จึงได้ทำการตรวจเลือดจากอุปกรณ์ที่มีและมีมาตรฐานทั่วไปคร่าว ๆ พบค่าระดับน้ำตาลในเลือด ที่มีค่าสูงเกินกว่าปกติของค่าระดับมาตรฐานคนทั่วไป คือ อยู่ที่ประมาณ ๕๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เป็นที่น่าแปลกใจ ที่ระดับน้ำตาลนั้นสูงมากมายขนาดนั้น และจากการเฝ้าดูแลแม่ที่เริ่มป่วยเป็นโรคเบาหวาน พร้อมกับศึกษาเอง เก็บข้อมูลเอง จากสมาคมผู้ป่วยหรือคณะเบาหวาน ที่เป็นมานานหลายสิบปี สรุปการรักษาลงตรงที่ เป็นการรักษาแบบไม่หายขาด เป็นเพียงแค่การประคับประคองระดับน้ำตาลในเลือด โดยใช้ยาอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำตามคำสั่งของหมอเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการลงมือเขียนอย่างจริงจัง เพื่ออธิบายให้เข้าใจในบทความนี้
----- “ช่างมัน ช่างเขา ช่างเถอะ” คือ วลีสั้น ๆ แต่ได้ใจความและเพียงพอในการลงทุนลงแรงในการจัดทำ แถมยังได้มีโอกาสทำให้ผู้ที่อ่านเกิดความฟุ้งซ่านและต้องเสียเวลาในการอ่านบทความนี้ “เพื่อประโยชน์และความสุข” ...นี่ต่างหากที่น่าจะชื่นใจกว่า ผลของคุณงามความดีที่จะพึงมีพึงได้จาก บทความนี้ ผมขอน้อมเกล้าถวายครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ที่เมตตาสั่งสอน อบรม ผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทั้งที่เห็นก็ดี, ไม่เห็นก็ดีและอะไร ๆ ก็ดี ที่ทำให้ผมมีความรู้ความเข้าใจในการเขียนให้สำเร็จหรือเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมานี้จบลงได้ -----
----- สุดท้ายนี้ แม้มีความผิดพลาดประการใด ที่เกิดขึ้น ผมขอกราบงาม ๆ ... ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ และขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว หากมีความเมตตาหรือคำแนะนำใด ๆ จากผู้รู้ยิ่งกว่า หรือผู้ที่สงสัย ได้โปรดกรุณาทักท้วง ชี้แนะ สังสอน ให้แก้ไข ปรับปรุง เพื่อความถูกต้อง กราบ... ขอบพระคุณงามเป็นอย่างสูงครับ

ทายก---- ----- -
ผู้เขียน----- -----
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ทายก : 12-09-2019 เมื่อ 20:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 13-09-2019, 15:05
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 14
ได้ให้อนุโมทนา: 108,547
ได้รับอนุโมทนา 16,037 ครั้ง ใน 850 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ สไบเงิน อ่านข้อความ


เรื่องคงจะน่าสนใจมากขึ้น ถ้ามีการเล่าประสบการณ์ในการอดอาหารหรือควบคุมอาหารพร้อมการวัดค่าระดับน้ำตาลในเลือดมาประกอบเนื้อหาด้วยค่ะ
- ประสบการณ์ในการอดอาหาร หลัก ๆ ก็คือการไม่กินและการตรวจเลือดบ่อย ๆ แค่นั้นครับ เหตุที่ไม่ลงรายละเอียดตรงนี้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลงมือทำถึงจะเข้าใจ แค่ผมหักดิบไม่กินข้าวเลยหลังจากที่รู้ ในการตรวจครั้งแรกและตรวจเลือดซ้ำครั้งที่สองในเช้าวันต่อมา ซึ่งได้ค่าลดลง คนที่เป็นเจ้าของเครื่องและยังตรวจเลือดให้ ยังไม่เชื่อสายตาของเขาเอง และยังไม่เชื่อจนมาถึงปัจจุบัน เคยบอกกล่าวให้กับคนที่พอบอกได้ เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุม แต่ส่วนมากก็ไม่ทำ ทั้ง ๆ ที่รู้ มักอ้างว่าเขาเป็นมานานแล้ว ลดยาก กลับใช้วิธีง่าย ๆ เข้ารับการรักษาและกินยาตามหมอสั่งครับ
- ไฟล์แนบ ผลการตรวจเมื่อปีที่แล้วและล่าสุด แถมค่าความดัน
และชีพจร จากอนามัยใกล้บ้านครับ ผลตรวจระดับน้ำตาลช่วงแรก ๆ ที่ทำ อยู่ในเครื่องเก่าที่ได้ถวายหลวงปู่อยู่วัดใกล้ ๆ บ้าน เพราะทีแรกซื้อเครื่องใหม่ถวาย แต่ใช้ไม่เป็น จึงเอาเครื่องเก่าใช้ง่าย ถวายแทนครับ
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ทายก : 13-09-2019 เมื่อ 21:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:28



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว