กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 21-05-2019, 08:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 20,886
ได้ให้อนุโมทนา: 81,439
ได้รับอนุโมทนา 3,424,070 ครั้ง ใน 24,302 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ชวงทำกรรมฐาน วันศุกร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ ที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ในช่วงเช้าได้กล่าวถึงลูกศิษย์รุ่นเก่า ๆ ของหลวงพ่อวัดท่าซุง ที่แบกเอากิเลสมาพบกับอาตมา วันนี้จึงอยากจะกล่าวถึงหนึ่งในกิเลสใหญ่ ๑๐ อย่าง ที่เป็นตัวร้อยรัดเราให้จมอยู่กับห้วงวัฏสงสาร ไปไหนไม่ได้ นั่นก็คือสักกายทิฐิ

ในเมื่อสักกายทิฐิ แปลว่า ความเห็นว่าเราเป็นเรา ก็คือมีความเห็นว่าร่างกายนี้เป็นเรา เป็นของเรา หรือที่พูดกันภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า ยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกู ความยึดมั่นถือมั่นตรงนี้ทำให้เราไม่สามารถหลุดพ้นได้

อย่างที่อาตมาเคยเปรียบไว้ว่า เหมือนกับว่าเราจะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่เรากอดเสาอยู่ตรงนี้แล้วบอกว่าจะไปเชียงใหม่ ย่อมเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นว่าเราปล่อยการยึดการเกาะจากต้นเสานั้น แล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินทาง จึงสามารถไปถึงเชียงใหม่ได้

แต่ว่าสักกายทิฐิ คือความเห็นว่าตัวกูของกูนั้น ก็เป็นสิ่งละได้ยากมาก เพราะว่าเราอยู่กับร่างกายเช่นนี้มาชาติแล้วชาติเล่า นับชาติไม่ถ้วน จนกระทั่งไปยึดมั่นถือมั่นแล้วว่า ร่างกายนี้เป็นเราเป็นของเรา ถ้ายึดมั่นแค่ร่างกายก็ยังไม่เท่าไร แต่ไปยึดสิ่งรอบข้างว่าเป็นของเราด้วย โน่นพ่อเรา นี่แม่เรา นั่นพี่เรา นี่น้องเรา นั่นสามีเรา นี่ภรรยาเรา เป็นต้น ยิ่งยึดก็ยิ่งมาก เครื่องถ่วงมากขึ้น โอกาสที่จะหลุดพ้นย่อมเป็นไปไม่ได้ มีแต่จะจ่อมจมอยู่ในวัฏสงสารนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2019 เมื่อ 09:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 21-05-2019, 08:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 20,886
ได้ให้อนุโมทนา: 81,439
ได้รับอนุโมทนา 3,424,070 ครั้ง ใน 24,302 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จะทำอย่างไรเราถึงจะไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าร่างกายนี้เป็นเราเป็นของเรา ? ก็ต้องมองเห็นให้ชัดเจนว่า อัตภาพร่างกายนี้ไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเรา ประกอบขึ้นมาจากธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม แยกออกมาแล้วก็ไม่มีอะไรหลงเหลือเป็นเราเป็นของเราเลย

ส่วนที่แข็ง เป็นแท่ง เป็นก้อน เป็นชิ้น เป็นอัน จับได้ต้องได้ ได้แก่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ กระดูก เยื่อในกระดูก อวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้ ปอด ม้าม หัวใจ กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นธาตุดิน แยกเอาไว้ส่วนหนึ่ง

ส่วนที่มีความชุ่มชื้น เอิบอาบ เคร่งตึง ไหลไปมา ก็คือธาตุน้ำ มีเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำตา น้ำลาย น้ำดี ไขมันเหลว ปัสสาวะ เหงื่อ แยกไว้อีกส่วนหนึ่ง

ส่วนที่พัดไปมาในร่างกาย หรือส่วนที่ค้างอยู่ตามช่องว่างของร่างกาย เรียกว่าธาตุลม มีลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมที่ค้างอยู่ในช่องหู ช่องจมูก ลมที่ตกค้างอยู่ในท้องในไส้ ที่เรียกว่าแก๊ส ลมที่พัดขึ้นเบื้องบนสูง พัดลงเบื้องต่ำ พัดไปทั่วร่างกาย ที่เรียกว่าความดันโลหิต แยกไว้อีกส่วนหนึ่ง

ส่วนที่ร้อนให้ความอบอุ่นในร่างกาย คือธาตุไฟ มีไฟธาตุที่กระตุ้นให้ร่างกายนี้เจริญเติบโตขึ้น ไฟธาตุที่เผาผลาญให้ร่างกายนี้เสื่อมโทรมลง ไฟธาตุที่ช่วยสันดาปย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป ไฟธาตุที่ทำให้เรากระวนกระวายยามเจ็บไข้ได้ป่วย แยกเอาไว้อีกส่วนหนึ่ง กองนี้คือดิน กองนี้คือน้ำ กองนี้คือลม กองนี้คือไฟ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2019 เมื่อ 09:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 42 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 22-05-2019, 17:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 20,886
ได้ให้อนุโมทนา: 81,439
ได้รับอนุโมทนา 3,424,070 ครั้ง ใน 24,302 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ย้อนกลับไปดูอีกทีหนึ่ง ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ กระดูก เส้นเอ็น เยื่อในกระดูก อวัยวะภายใน อวัยวะภายนอก ที่จับได้ต้องได้ คือธาตุดิน

ส่วนที่มีความชุ่มชื่น เอิบอาบ เคร่งตึง ไหลไปมา คือ เลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำตา น้ำลาย น้ำดี เหงื่อ ไขมันเหลว ปัสสาวะ

ส่วนที่พัดไปมาในร่างกาย คือ ส่วนที่เป็นลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมที่อยู่ในช่องว่างของช่องหู ช่องจมูก ลมที่เกิดขึ้นในท้องในไส้ ลมที่พัดขึ้นเบื้องสูง พัดลงเบื้องต่ำ พัดไปทั่วร่างกาย นี่แยกเป็นอีกส่วนหนึ่ง

ความอบอุ่นในร่างกาย คือไฟธาตุที่ช่วยร่างกายให้เจริญเติบโต เผาผลาญร่างกายให้ทรุดโทรมแก่เฒ่าลง ช่วยสันดาปในการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายนี้กระวนกระวายยามป่วยไข้ แยกเอาไว้อีกส่วนหนึ่ง

พอแยกออกมาหมดไม่มีอะไรเหลือเลย แสดงว่าตัวเราของเราจริง ๆ นั้นไม่มี แต่พอเราเอามาปั้น ๆ รวมกันเข้า เป็นตัว เป็นหัว เป็นหน้า เป็นตา สภาพจิตคือเรามาอาศัยตามบุญตามบาปที่สร้างไว้ เราก็ไปยึดถือว่าเป็นเราเป็นของเรา ยึดเมื่อไรก็ติดเมื่อนั้น ติดเมื่อไรก็ไปไหนไม่ได้ ไปไหนไม่ได้ก็ย่อมหลุดพ้นไม่ได้

ดังนั้น..เมื่อทุกท่านภาวนาจนอารมณ์ใจทรงตัวแล้ว คลายกำลังใจออกมาก็พิจารณาให้เห็นว่า ร่างกายนี้ไม่มีอะไรเป็นเรา เป็นของเราอย่างไร เมื่อเห็นชัดเจนแล้วก็เอาสภาพจิตสุดท้ายไปเกาะภาพพระหรือเกาะพระนิพพานเอาไว้

ลำดับต่อไปขอให้ทุกท่านภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้ยินสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันศุกร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-05-2019 เมื่อ 09:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:56



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว