กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เรื่องเล่าต่าง ๆ โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > ซัวสะเดย..เนียงลออ

Notices

ซัวสะเดย..เนียงลออ ซัวสะเดย..เนียงลออ โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 25-04-2015, 01:50
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default ซัวสะเดย..เนียงลออ ตอนที่ ๙


จอมคนแห่งกัมโพชกับบริวารมาลา

วันจันทร์ที่ ๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๕


รู้สึกตัวเพราะแสงสว่างส่องเต็มหน้า ลืมตาขึ้นมาเจอจอมคนแห่งกัมโพชทรงเครื่องเต็มยศ สว่างไสวแพรวพราวไปหมด ขาดแต่มหามงกุฎเท่านั้น มาปลุก "หาหอก" อะไรตอนนี้วะ ? "วันนี้พระคุณท่านจะกลับเมืองไทยแล้ว เมื่อวานข้าพเจ้าติดประชุมที่เทวสภา ส่วนวันนี้ก็เป็นวันพระ ไม่มีใครติดตามรับใช้พระคุณท่านได้ เพราะมีภาระเต็มมือด้วยกันทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องไปรวบรวมบัญชีการทำความดีของเหล่ามนุษย์ จึงขอโอกาสมาลาในตอนนี้เลย" เออ..ถ้าอย่างนั้นก็ "โหสิ" ให้ นึกว่าถ้าไม่มีเรื่องสำคัญแล้วมาปลุกแบบนี้ ตูจะงับหูให้เข็ด..!

ตั้งใจน้อมเอากุศลทั้งหมดที่เคยทำมาตั้งแต่ต้น อุทิศให้แก่จอมคนแห่งกัมโพชและบริวารทั้งหลาย เสียงสาธุการดังจนน่าตกใจ เมื่อกำหนดใจ "มอง" กว้างออกไป จึงเห็นบรรดาบริวารของจอมคนแห่งกัมโพชนับแสน แห่ห้อมกันสลอนไปหมด เนื่องจาก "เจ้านาย" อยู่ใกล้ ท่านทั้งหลายเหล่านี้จึงคอยอยู่ห่าง ๆ แต่พอมีบุญให้ก็ไม่มีใครสนใจ "เจ้านาย" แล้ว กูขอรับไว้ก่อน..!

อาตมาขอบพระคุณทุกท่านที่เมตตาสงเคราะห์ อะไรที่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจไป ก็ขอให้เป็นอโหสิกรรมต่อกัน หากมีลูกศิษย์ของอาตมาหลงมาบ้านนี้เมืองนี้ อะไรที่ไม่เกินวิสัยได้โปรดอนุเคราะห์สงเคราะห์ให้ด้วย ทุกท่านสาธุการอีกครั้ง ก่อนที่จะเลือนลับไปพร้อมกับจอมคนแห่งกัมโพช ถ้าเป็นคนทั่วไปก็น่าใจหายอยู่เหมือนกัน...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg JayavarmanVII.jpg (74.1 KB, 1368 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 135 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 26-04-2015, 02:12
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ไปไหนให้นึกถึงพระและครูบาอาจารย์เอาไว้

ห้องกลับมามืดอีกครั้งหนึ่ง แต่อาตมาตาสว่างเสียแล้ว ดูนาฬิกาในกล้องถ่ายรูปเพิ่งจะตีสองเศษ จึงส่งใจไปกราบพระแล้วภาวนาตามปกติ กว่าจะครบชุดก็เกือบตีห้า ลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วสรงน้ำแต่งตัวเลย เพิ่งเดินไปถึงห้องพระแม่ป๋อมก็มาถึงเหมือนกัน กราบพระแล้วคุณแม่เธอนั่งกรรมฐาน ส่วนรอบนี้ของอาตมาเป็นเวลาภาวนาพระคาถาเงินล้าน...

หกโมงเช้าคลายสมาธิออกมา กราบพระแล้วแม่ป๋อมชวนคุยเรื่องไปเมืองจีนอีก บอกว่าต้องรีบสุดชีวิต เพราะสิ้นเดือนหน้าป้าปุ๋มจะย้ายจากเมืองจีนไปยุโรปแล้ว อาตมาจึงตกลงใจว่าเดินทางไปเมืองจีนแน่นอน คุณแม่บอกว่าวันนี้ให้ไปถ่ายรูปขนาด ๒ นิ้วครึ่งฉากขาวเอาไว้เลย พอถึงเมืองไทยให้เอารูป พาสปอร์ต พร้อมบัตรประชาชนมา คุณแม่จะไปจัดการเรื่องขอวีซ่าให้...

"อาหารเช้ามาแล้วค่ะ" พี่วิไลปีนบันไดจากชั้นลอยขึ้นมาพร้อมกับถาดข้าวต้ม แถมข้าวสวยกับผัดผักมาอีกด้วย อาตมารับประเคนแล้วอวยชัยให้พร จากนั้นนั่งฉันที่โต๊ะในซุ้มนั่งเล่นหน้าที่พักนั่นแหละ วันนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไกล จึงฉันแบบสบาย ๆ เสร็จแล้วยกอาหารที่เหลือคืนให้ บอกพี่วิไลว่าถ้าคนขับรถมาแล้ว จะขอออกไปถ่ายรูปหน่อย พี่เขารับทราบแล้วชวนแม่ป๋อมลงไปกินข้าวด้วยกัน อาตมาไปนอนผึ่งพุงภาวนารอให้คนมาเรียก...

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2015 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 121 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 27-04-2015, 02:55
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรจึงออกมาท่านี้

เสียงเคาะประตูเรียก อาตมานึกว่าคนมาตามไปถ่ายรูป เปิดออกมาเจอลูกปุ๊กที่เห็นหน้าก็รีบบอกว่า "หนูขอไปเมืองจีนด้วยนะคะ" เฮ้ย..งานนี้นอกจากจะแพงแล้ว ยังไม่รู้ว่าเจ้าภาพมีที่พักให้หรือเปล่า ? ถ้าไม่มีนี่เจอโรงแรมในเซี่ยงไฮ้อย่างถูก ๆ ก็คืนละ ๓ - ๔ พันบาทเชียวนะ "หนูคุยกับป๋อมไว้แล้วค่ะ ป๋อมบอกว่าไปได้ แต่ให้มาขอหลวงพ่อก่อน" สรุปว่ามาแจ้งให้ทราบ ไม่ได้มาขออนุญาต..ว่าอย่างนั้นเถอะ...

เรื่องผีถึงป่าช้าแบบนี้อาตมาเบื่อหน่ายที่สุด มักจะไปตกลงกันเรียบร้อยแล้วค่อยมาขออนุญาต ถึงไม่ให้ก็จะไป..แล้วมาขอทำไมวะ ? จึงได้แต่พยักหน้าอนุญาตแบบหมดอารมณ์ คอยดูเถอะ..พอคนอื่นรู้เข้าก็จะไปอีกนั่นแหละ แต่ละคนไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าภาพเขาจะเดือดร้อนแค่ไหน เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง คิดถึงแต่ "ตัวกู..ของกู" ไว้ก่อน คนอื่นจะเป็นอย่างไรไม่ต้องคำนึงถึง...

ขี้เกียจจะบ่นจึงหยิบกล้องถ่ายรูปและสมุดบันทึกลงไปข้างล่าง คณะยังไม่ลงมากันเลย ตรงชานหน้าบ้านมีคุณแม่ยังสาวที่น่าจะเป็นคนงาน อุ้มลูกสาวอายุสักขวบกว่ามาด้วย เจ้าตัวเล็กผมหยิกใส่กระโปรงยีนส์ มีเสื้อกั๊กตัวจิ๋วสีชมพูด้วย หน้าตาน่ารักทีเดียว อาตมาขอ "ถอดรูป" หน่อย คุณแม่เลยจับนั่งแปะไว้ข้างตัว ให้อาตมา "ถอดรูป" ตามสบาย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1620.jpg (86.8 KB, 1194 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-04-2015 เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 116 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 29-04-2015, 02:48
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ร้านลออเพ็ญจิต

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อาตมา "เหวอ" ไปพักหนึ่งจึงกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นท่านแบงค์ (พระทรงพล กิตฺติปญฺโญ) โทรมาจากวัดท่าขนุน แจ้งว่าสมัครเข้าเรียนปริญญาโท สาขาวิปัสสนาภาวนา ที่สถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆสแล้ว สรุปก็คือให้พระอาจารย์จ่ายทุนมาเสียแต่โดยดีประมาณนั้น ปกติแล้วอาตมาเป็นคนพูดโทรศัพท์สั้นสุด ๆ จนบางคนบอกว่า "สั้นเหมือน SMS" ขนาดนั้นยังต้องรีบคุยรีบวางสาย เพราะตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ทั้งส่งออกรับเข้าต้องจ่ายสถานเดียว คนโทรก็ไม่รู้เพราะพระอาจารย์ไม่อยู่วัดเป็นประจำ ไม่รู้ว่าโดนไปคนละกี่บาท ?

"สวัสดีครับโลก" หันมาเจอนายลอนยกมือไหว้ พี่วิไลที่พาพวกเราลงมาตอนกำลังคุยโทรศัพท์ บอกว่าวันนี้นายลอนจะเป็นคนขับรถให้ แล้วต้อนพี่มุกดา ป้ามอย แม่ป๋อม น้องเล็กและลูกปุ๊กขึ้นรถ นายลอนพารถตู้เข้าสู่การจราจรย่านถนนหัวไก่ (กะบาลมอนไจย) อาจจะเป็นเพราะออกมาสายถึงแปดโมงครึ่ง รถราจึงแน่นขนัดไปหมด ต้องค่อย ๆ กระดืบ ๆ ไปทีละนิด ดูแล้วลงไปเดินน่าจะเร็วกว่า แต่ก็อาจจะสิ้นชีวิตเร็วกว่าด้วย เพราะรถมอเตอร์ไซค์เยอะเหลือเกิน..!

ยี่สิบกว่านาทีจึงมาถึงร้านถ่ายรูปที่มีป้ายสีขาวภาษาขอมสีแดงว่า "ลออเพ็ญจิต" อาตมาเขียนตามตัวสะกดอักขระขอมเลย ไม่ใช่ภาษาไทยย่อมเขียนไม่ผิด ทุกคนที่เพิ่งรู้ว่าฝ่ารถติดแทบตายเพื่อมาร้านถ่ายรูปที่อยู่ห่างบ้านแค่ไม่กี่ซอย บ่นกันให้ขรมว่ารู้อย่างนี้เดินมาดีกว่า โชคดีที่หน้าร้านมีที่ว่างให้จอดรถ พี่วิไลลงมาแล้วบอกว่า "ไปถ่ายรูปกันเองนะคะ ขากลับนายลอนจะไปส่ง วิไลเองต้องกลับไปทำงานและเตรียมอาหารเพลไว้ถวายหลวงพี่ด้วย" พอถามว่าจะกลับอย่างไร ? พี่เขาบอกว่า "ไปกับ "โมโตตุ๊ก"...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1628.jpg (63.0 KB, 1182 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 113 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 30-04-2015, 02:55
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ดูจากท่านั่งแล้วป้ามอยท่าจะ "เซ็ง" กว่าอีก

ส่งพี่วิไลขึ้นรถสามล้อตุ๊ก ๆ ไปแล้ว อาตมาก็เดินเข้าไปในร้านถ่ายรูป ซึ่งแทนที่แม่ป๋อมจะให้นายลอนเป็นคนสั่ง กลับส่งภาษาอังกฤษบอกพนักงานในร้านว่ามีความประสงค์อย่างไร เมื่อประกาศตัวเป็นนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ก็เลยเจอราคารูปขนาด ๒ นิ้วครึ่งฉากขาวถ่ายด่วน ๔ รูป ๒ ดอลลาร์ พอลูกปุ๊กบอกว่าขอถ่ายรูปด้วยก็เป็นเรื่อง น้องเล็กถามขึ้นมาทันทีว่าจะถ่ายไปทำอะไร ? เมื่อรู้ว่าเอาไว้ทำวีซ่าไปเมืองจีนก็จะถ่ายรูปบ้าง โดยไม่ได้ดูว่าคุณแม่กำลังทำหน้าเหมือนคนใบ้อมบอระเพ็ด อาตมาก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ตัวเองไม่ใช่เจ้าภาพจะไปตัดสินใจแทนได้อย่างไร บอกว่าราคาแพงหรือเจ้าภาพไม่มีที่ให้นอนอะไรไปอีกฝ่ายก็ไม่ฟังแล้ว คิดแต่ว่าถูกทิ้งโดยอาตมาหนีไปเที่ยวฝ่ายเดียว ท้ายสุดก็นั่งหน้าหงิกเป็นมะเหงกไปเลย...

เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งมาตามอาตมากับลูกปุ๊กขึ้นไปถ่ายรูปบนชั้นสอง แม่ป๋อมตามขึ้นไปด้วย ทิ้งน้องเล็กให้นั่งบูดอยู่กับพี่มุกดาและป้ามอยที่นั่งปลงอนิจจังเป็นเพื่อน ขึ้นบันไดแคบ ๆ ไปถึงข้างบนแล้ว รู้สึกว่าร้านนี้ "ซำเหมา" เหลือเกิน ห้องถ่ายรูปเป็นกระดานอัดที่ตีแปะไว้แบบขอไปที ฉากสีขาวก็เป็นสีกระดำกระด่างพิกล ซ้ำช่างถ่ายรูปก็คือเจ้าหนุ่มที่พาขึ้นมานั่นแหละ ใช้คำว่า "นาย" นำหน้าหรือยังก็ไม่รู้ ? เจ้านั่นจัดไฟ เลื่อนฉาก ตั้งกล้องได้ที่แล้ว ก็ชี้ให้อาตมาเดินเข้าไปยืนที่หน้าฉาก มุดไปหลังกล้อง ทำมือทำไม้ให้อาตมาขยับซ้ายขวา จนได้ที่แล้วก็กดชัตเตอร์เลยโดยไม่ให้สัญญาณ ดูท่าว่าภาพคงจะออกมาเป็นธรรมชาติมาก ลูกปุ๊กเข้าไปยืนเป็นคนต่อไป ไม่ถึงนาทีก็เรียบร้อย เจ้าหนุ่มก็พาทั้งสองคนลงมาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์...

พออาตมาควักดอลลาร์ออกมาจ่าย นายลอนก็คว้าหมับไปจากมือ แล้วควักเงินเรียลของตนเองมาจ่ายแทน บอกว่า "เงินดอลลาร์ เงินบาทและเงินเรียล จ่ายคนละราคากัน ถ้าเป็นดอลลาร์จะได้ราคาถูกที่สุด ที่ไหน ๆ ก็เป็นแบบนี้ ผมจึงต้องเก็บดอลลาร์เอาไว้ก่อน" ลูกปุ๊กทำท่าจะควักเงินมาคืนให้ อาตมาบอกว่ากลับถึงบ้านแล้วค่อยมาจ่าย พอรับรูปมาแล้วอาตมาก็ถอนใจเฮือก เป็นรูปที่ "หล่อที่สุด" เท่าที่เคยถ่ายมาเลย นายลอนพารถออกเมื่อพวกเราขึ้นกันเรียบร้อยแล้ว ขากลับไปได้เร็วกว่าขามาหน่อยหนึ่ง ถึงบ้านแล้วอาตมาขึ้นไปพักข้างบนเลย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1626.jpg (87.8 KB, 1131 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 01-05-2015, 03:05
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ไอ้บ้านโหลหลังเท่าแมวดิ้นตายนี่แหละ..หลังละสามสิบกว่าล้านบาท..!

"หลวงน้า..วรรณเองค่ะ" นอนภาวนาเพลิน ๆ ก็โดนปลุก ยายวรรณมากับน้องมิงค์ (กุลนภา ภูมิธเนศ) ลูกสาวคุณณรงค์ ทั้งสองคนกลัวว่ามาทั้งทีจะไม่คุ้มค่าเครื่องบิน จึงมาเกลี้ยกล่อมให้อาตมาไปเที่ยว "ตวลสะแลง" พิพิธภัณฑ์ผลงานโหดยุคเขมรแดงครองเมือง ซึ่งอาตมาไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลยนอกจากความน่าหดหู่ใจ แต่ยายวรรณพยายามจะให้ไปให้ได้ ในที่สุดก็ยอมสารภาพว่า อยากให้อาตมาไปดูอดีตชาติของตัวเอง ที่เกิดเป็นนักศึกษาเขมรแล้วถูกทรมานจนตายที่นั่น "น่า..หลวงน้าไปนะ..นะ..นะ เพื่อน ๆ ของวรรณที่ยังไม่ไปเกิดจะได้รับบุญจากหลวงน้าบ้าง เดี๋ยววรรณกับมิงค์จะเป็นไกด์ให้เอง" อาตมาถอนใจเฮือก..ไปก็ไปวะ..!

สองคนวิ่งโครมครามลงไปข้างล่าง เพื่อรายงานพี่วิไล ว่าหลวงน้า "อยากไป" ดูพิพิธภัณฑ์ตวลสะแลง ทั้งสองคนอาสาพาไปเอง ปรากฏว่าโดนเบรกหัวทิ่ม "ไม่ได้โว้ย แกอยากไปก็พาไปตอนบ่าย เดี๋ยวฉันจะพาหลวงน้าของแกไปดูคอนโดฯ ก่อน" สรุปว่ายายวรรณทำงานไป พี่วิไลกับน้องมิงค์พาอาตมาและคณะไปดูคอนโดมีเนียมที่ซื้อเอาไว้ โดยมีคุณณรงค์เป็นพลขับ ฝ่ารถติดออกไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง มุดผ่านหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง ได้ยินพี่วิไลบอกราคาแล้วคอย่น ไอ้บ้านหน้าตาเหมือน ๆ กันพร้อมพื้นที่เท่าแมวดิ้นตายหลังละ ๑ ล้านดอลลาร์ ตูจะเป็นลม..!

แม้ว่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต แต่บ้านเล็ก ๆ หลังละสามสิบกว่าล้านบาทนี่ก็ "แพงเว่อร์" จนเกินไป รู้สึกว่าทั้งเขมรทั้งไทยจะถูกบริษัทผลิตบ้านจัดสรรขูดเลือดขูดเนื้อด้วยกันทั้งนั้น คุณณรงค์พารถมาถึงคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่ง ที่การก่อสร้างยังไม่เรียบร้อย มีเครื่องมือเครื่องไม้เกะกะอยู่หลายที่ จอดรถแล้วถามยามที่ดูแลอยู่ ปรากฏว่าห้องที่จองไว้อยู่อีกอาคารหนึ่ง ต้องขับรถอ้อมไปจอดด้านนั้น แล้วเดินเข้าไปกัน...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1642.jpg (90.5 KB, 1074 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 02-05-2015, 02:24
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ถมแม่น้ำก่อสร้างกันครึกครื้น..!

เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ. รู้ว่าเป็นลูกค้าที่ซื้อห้องเอาไว้ ก็พาพวกเราไปที่ลิฟท์ซึ่งยังแกะพลาสติกหุ้มออกไม่หมด ถามชั้นถามห้องแล้วกดปุ่มเรียกลิฟท์ให้ อาตมาใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ขณะที่ลิฟท์พาพวกเราขึ้นไปชั้นที่ ๑๘ ของตัวอาคาร ก็ทั้งด้านนอกด้านในของลิฟท์บ่งบอกชัด ๆ ว่ายังติดตั้งไม่เรียบร้อยดี ถ้าไปตายแหง็กอยู่กลางทางตูจะไม่แปลกใจเลย...

รอดออกมาจากลิฟท์ได้ค่อยหายใจโล่งอก ป้ายที่แปะอยู่ตรงหน้าเป็นภาษาขอมเขียนว่า "ช้านที ๑๘ อาคาระ B" หาคำตรงไม่ค่อยจะได้ยังอุตส่าห์ติดป้ายไว้ให้รู้ ห้องที่พี่ปราณีกับพี่วิไลจองเอาไว้คือห้องที่ B 18-03 และ B 18-05 อยู่กันคนละมุมของอาคารแต่ใกล้กัน นับว่าเป็นการเลือกที่ฉลาดมาก เพราะได้วิวไม่ซ้ำกัน ขนาดห้องประมาณ ๓๐ ตารางเมตร ดูกว้างขวางทีเดียว มีห้องครัวกับห้องน้ำด้วย ในห้องนอนแถมตู้ติดผนังบานเลื่อนใบใหญ่ให้ ข้าวของอื่น ๆ ผู้ซื้อห้องต้องจัดหามาเอง พี่วิไลพาเดินออกไปที่ระเบียง มองเห็นบ้านจัดสรรเรียงเป็นตับ ส่วนที่ใกล้กับแม่น้ำโขงมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รถบรรทุกและคนงานเข้าออกขวักไขว่ไปหมด...

"ตรงข้างหน้านั่นเรียกว่า "เกาะเพชร" เขาถมด้านที่ติดกับแผ่นดินจนเป็นผืนเดียวกัน ทำโครงการที่มีทั้งบ้านจัดสรร คอนโดมีเนียม โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า อยู่ในที่เดียวกันหมด คนแย่งกันจองแทบจะตีกันตาย วิไลเองจองไม่ทัน จึงมาเอาที่ตรงนี้แทน" แล้วไปถมเกาะแบบนั้น "กรมเจ้าท่า" เขาไม่เอาเรื่องหรือ ? "คนเซ็นอนุญาตคือสมเด็จเดโช ฮุนเซน จะมีใครกล้าเอาเรื่องล่ะ ?" เฮ้อ..ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกัน พอมีอำนาจขึ้นมาก็ทำอะไรได้ตามใจ คล้าย ๆ กับประเทศที่อยู่ติดกันนี่เลย..!
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1644.jpg (95.8 KB, 1021 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 113 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 03-05-2015, 01:07
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


อาหารเพลที่ยังมาไม่ครบ

อาตมาเห็นว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะเพลแล้ว จึงชวนทุกคนกลับลงมา น้องมิงค์หลงทิศ ออกจากลิฟท์ที่ชั้นล่างแล้ว พาเดินลึกเข้าไปข้างใน แทนที่จะพาเดินออกมาด้านนอก จึงได้เห็นว่าถึงอาคารจะยังไม่เรียบร้อยดี แต่ก็มีคนย้ายเข้ามาอยู่กันแล้วไม่น้อยเลย รถราจอดกันเป็นตับ ส่วนใหญ่เป็น "รถจ่ายตลาด" ยี่ห้อ Lexus สารพัดรุ่น กว่าจะคลำทางออกมาได้น้องมิงค์ต้องโทรถามพ่ออยู่ถึงสองตลบ พอขึ้นรถได้เลยโดนคุณณรงค์เขกกะโหลกไปหนึ่งที..!

กลับมาถึงบ้านเลยเพลไปยี่สิบกว่านาที พี่วิไลนิมนต์ขึ้นไปห้องพระ อาตมาเพิ่งกราบพระเสร็จ ยายวรรณกับน้องมิงค์ก็ลำเลียงอาหารมาประเคน มีทั้งปลาผัดขิง ต้มยำเห็ดฟาง ผักบุ้งไฟแดง ทอดมันขแมร์ ขนมปังไส้เนื้อที่ภาษาขแมร์เรียกให้ชวนสะดุ้งว่า "ขนมปังสัตว์" ของหวานเป็นสาลี่หอม ส้มตราตะวัน ทุเรียนกัมโพช ลำไยกัมโพช ที่ขแมร์ออกเสียงว่า "กัมโป้ด" และน้ำปั่นที่เรียกว่า "ตึ๊กกะรก" ซึ่งประกอบขึ้นจากเนื้อทุเรียน ไข่แดง และผลไม้อีกหลายชนิด อาตมาเรียกไอ้น้ำนี้ว่า "ตึกนรก" ให้หมดเรื่องหมดราวไปเลย...

กว่าจะตักกับข้าวครบทุกชนิดก็จวนอิ่มแล้ว ต้องขยักท้องเอาไว้สำหรับขนมปังและผลไม้ด้วย อาตมาฉันขนมปังรสคล้าย ๆ ซาละเปาไส้หมูแดงไปครึ่งชิ้น ทุเรียนหนึ่งคำ รสคล้ายกับทุเรียนก้านยาวของบ้านเรา แต่เมล็ดใหญ่ เนื้อบาง ส่วนลำไยยิ่งแล้วกันไปใหญ่ เมล็ดกับลูกที่ยังไม่ได้แกะมีขนาดเกือบจะเท่ากัน มีเนื้อบางเป็นกระดาษหุ้มอยู่นิดเดียว พี่วิไลบอกว่าฉันแล้วไม่ร้อนใน ก็น่าจะจริง..เพราะแทบจะไม่มีเนื้อให้ร้อนในเลย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1652.jpg (102.4 KB, 968 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 04-05-2015, 02:55
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


พิพิธภัณฑ์ทุ่งสังหารอันลือชื่อ

เสร็จจากพระญาติโยมก็กินกันกระจาย กินไปก็วิจารณ์ไป ซึ่งการเปรียบเทียบในเรื่องอาหารนั้น ควรที่จะรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองและสภาพภูมิประเทศด้วย ไม่ใช่ผิดไปจากที่เคยเห็นเคยกินก็วิจารณ์แหลก บางอย่างก็ต้องดูกาละเทศะ ไม่ใช่ว่าไม่กินปลาร้าแล้วไปบอกว่า "ไม่กินหรอก..เหม็น" ต่อหน้าคนทำอาหาร แค่เปลี่ยนเป็นว่าไม่กินเพราะไม่คุ้นเคยหรือไม่ชอบกลิ่น จะน่าฟังกว่าเดิมอีกหลายเท่า ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับคนพูดว่าจะ "มีสติ" แค่ไหน...

เก็บกวาดอาหารและล้างถ้วยชามเรียบร้อยก็เกือบเที่ยงครึ่ง คุณณรงค์เอารถเบนซ์ ๕๐๐ เอสคลาส คันใหญ่คับโรงรถมารับ อาตมานั่งข้างหน้า แม่ป๋อม น้องเล็ก ยายวรรณ น้องมิงค์ นั่งด้านหลัง ที่เหลือไปรถตู้นิสสันที่นายลอนเป็นคนขับ วิ่งตามกันไปผ่านถนนสายต่าง ๆ ที่เคยผ่านมาแล้ว จากนั้นเลี้ยวเข้าถนน "มหาวิถีเพรียะมุนีวงศ์" แยกเข้าถนนสายย่อยที่ ๑๑๓ ตัดกับสาย ๓๒๐ มาถึงรั้วหน้าอาคารสามชั้นที่ดูเก่า ๆ เรียบ ๆ หลังหนึ่ง ไม่มีอะไรสะดุดตาเลย ถ้าไม่มีลวดหนามบนรั้วทางขวามือ และป้ายด้านบนที่เขียนว่า "Tuol Sleng Genocide Museum" คุณณรงค์มัวแต่ลังเลอยู่ว่าจะขับรถเข้าไปเลยได้ไหม ? นายลอนก็พารถตู้นิสสันสีดำเข้าไปเสียบชิดด้านหลังตัวอาคารเสียก่อน รถเบนซ์จึงต้องจอดต่อจากรถตู้โดยปริยาย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1660a.jpg (96.3 KB, 926 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 110 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 05-05-2015, 20:17
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


มัคคุเทศก์มิงค์เป็นผู้นำชมสถานที่

พวกเราลงจากรถโดยมีน้องมิงค์ตรงไปที่ห้องขายตั๋ว ที่เหลือจึงนั่งรอจนได้บัตรเข้าชม ตกลงว่าพระไม่ต้องจ่ายตามเคย เดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าวก็เป็นลานกว้าง มีอาคารหลักเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ ชั้น อยู่สามหลัง รายล้อมสนามกว้างเป็นรูปตัวยู (U) ที่เหลืออีก ๒ หลังเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหลังไม่ใหญ่นัก อาคาร ๒ หลังเล็กนี้มุงสังกะสีคล้ายลอนกระเบื้องแบน ๆ สีบานเย็น รอบ ๆ สนามมีต้นไม้ใหญ่ค่อนข้างมาก หลัก ๆ ก็มีต้นมะพร้าว ซึ่งน่าจะอายุถึง ๕๐ ปี ลั่นทม กากะทิง สารภี มะม่วง ขนุน พวกนี้น่าจะปลูกทีหลังห่างกันนาน เพราะถึงแม้จะต้นโตแล้วแต่อายุยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของมะพร้าว ส่วนที่เคยเป็นสนามก็ถูกจัดเป็นสวนหย่อม ปูอิฐ ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ ส่วนที่อยู่ตรงหน้าของเราใต้ต้นลั่นทมคือหลุมศพสีขาวเรียงเป็นตับ นับได้ถึง ๑๔ หลุม...

"นี่คือพิพิธภัณฑ์ตวลสะแลงที่ลือชื่อ ก่อนนี้เป็นโรงเรียนมัธยมตวลสวายเพรย พอปี ๒๕๑๘ ผู้นำเขมรแดงก็ดัดแปลงที่เป็นที่คุมขัง ตั้งชื่อว่า S.21 ย่อมาจาก Security office 21 จับเอาบรรดาพระภิกษุ นายแพทย์ ครู วิศวกร ช่างเทคนิค นักศึกษา และพนักงานบริษัทต่าง ๆ ที่ต่อต้านรัฐบาลเขมรแดงมากักขังและทรมาน จนถึงแก่ความตายไปมากมาย ประมาณกันว่ามีคุกแบบนี้ทั่วประเทศ ๑๕๐ แห่ง เฉพาะที่นี่แห่งเดียวมีคนถูกทรมานตายไปกว่า ๒๐,๐๐๐ คน" มัคคุเทศก์มิงค์บรรยายแบบผู้เชี่ยวชาญ แต่พออาตมาเหลือบไปดูป้ายขนาดใหญ่ที่ตั้งเอาไว้ ก็ได้ข้อมูลเดียวกันหมด จึงแอบชี้มือพยักหน้าให้ อีกฝ่ายยิ้มเขิน ๆ แต่ก็ทำหน้าที่ต่อไปอย่างคล่องแคล่ว...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1662.jpg (98.0 KB, 832 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 99 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 06-05-2015, 02:09
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


หนึ่งในเครื่องมือทรมานนักโทษ

"อาคารแรกทางซ้ายมือเรียกง่าย ๆ ว่า "อาคาร ๑" ได้ดัดแปลงห้องเรียนเป็นห้องขังเดี่ยว ผู้ที่ถูกกักขังทรมานในอาคารนี้ ส่วนมากเป็นอดีตรัฐมนตรี ผู้นำนักศึกษา นายแพทย์ ที่เป็นแกนนำของกลุ่มผู้ประท้วง เชิญทุกคนเดินชมได้ทีละห้องเลยค่ะ" พวกเราเดินดูตั้งแต่ชั้นล่าง เห็นในห้องที่เป็นพื้นปูกระเบื้องสีขาวสลับน้ำตาล แต่ละห้องมีเตียงเหล็กเล็ก ๆ ที่พื้นเตียงเป็นตาราง ตรวนสำหรับล่ามนักโทษติดกับเตียง กล่องกระสุนปืนที่ใช้เป็นกระโถนขับถ่าย ปิ่นโตเก่าบุบบิบบู้บี้ซึ่งเป็นที่ใส่อาหารให้นักโทษกิน ที่ผนังมีภาพตอนนักโทษโดนล่ามติดกับเตียงอยู่เกือบทุกห้อง...

นักท่องเที่ยวฝรั่งที่เห็นภาพนักโทษโดนล่ามติดกับเตียง บางคนยกมือทำสัญลักษณ์ไม้กางเขน บางคนร้อง "Oh..My God..!" พวกเราวนขึ้นไปจนถึงชั้นที่สามแล้วกลับลงมาด้านนอก "ตรงหน้านี้คือหลุมศพทั้ง ๑๔ หลุม เป็นบรรดาแกนนำในการต่อต้านรัฐบาล เมื่อโดนทรมานจนตายแล้วฝังเอาไว้ในสนามนี้เลย คนอื่น ๆ โดนเอาไปฝังรวมไว้ใน "ทุ่งสังหาร" ตรงมุมสนามที่มีเสาคล้ายโกล์ฟุตบอล ข้างล่างเป็นโอ่ง ๓ ใบนั้น เป็นเครื่องมือในการทรมานนักโทษอย่างหนึ่ง นักโทษการเมืองจะโดนผูกห้อยหัวลง ในโอ่งบรรจุอุจจาระปัสสาวะเอาไว้ ถ้าไม่ยอมสารภาพว่าพรรคพวกที่ต่อต้านรัฐบาลมีใครบ้าง ผู้คุมก็จะหย่อนนักโทษให้หัวจมลงไปในโอ่ง จนนักโทษกลั้นใจไม่ไหวก็ดึงขึ้นมา ถ้ายังไม่สารภาพก็หย่อนลงไปอีก.." ช่างสรรหาวิธีมาทรมานเพื่อนมนุษย์แท้ ๆ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1668.jpg (95.6 KB, 815 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 99 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 07-05-2015, 05:22
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ยายวรรณกับภาพในอดีตชาติของตัวเอง

"อาคาร ๒ ชั้นล่าง เป็นที่แสดงรูปภาพของบรรดานักโทษการเมือง เครื่องมือที่ส่วนใหญ่เป็นตรวนล่ามนักโทษ ชั้นสองดัดแปลงเป็น "ห้องซอง" เล็ก ๆ สำหรับขังเดี่ยวนักโทษแบบไม่ให้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน ส่วนชั้นสามเป็นที่พักของบรรดาผู้คุมค่ะ" อาคารนี้มีลวดหนามสานเป็นตาข่ายปิดคลุมด้านหน้าอาคารเอาไว้ ป้องกันนักโทษหลบหนี ยายวรรณพาอาตมาตรงไปยังแผ่นป้ายนิทรรศการที่มีรูปบรรดานักโทษการเมืองนับร้อยติดอยู่ ชี้ให้ดูรูปในอดีตชาติของตัวเองแล้วน้ำตาร่วง อาตมาน้อมจิตอุทิศส่วนกุศลที่เคยทำมาตั้งแต่ต้น อุทิศให้กับท่านทั้งหลายที่เสียชีวิตภายในคุกแห่งนี้ ขอให้ทุกท่านไปเสวยสุขในสุคติภพโดยทั่วหน้ากันเถิด...

รู้สึกได้ถึงบรรยากาศหดหู่ เศร้าหมอง อับจนไร้หนทาง พวกเราเดินขึ้นชั้นสองที่ก่ออิฐแดงเป็นห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ เล็กกว่าห้องส้วมเสียอีก แต่ละห้องมีประตูไม้ตีแบบหยาบ ๆ ปิดอยู่ ที่ประตูเจาะช่องเอาไว้แค่พอส่งชามข้าวได้เท่านั้น ส่วนชั้นที่ ๓ ซึ่งเคยเป็นที่พักของผู้คุม ตอนนี้จัดแสดงภาพถ่ายและประวัติของนักโทษซึ่งมีที่มาชัดเจน และภาพวาดของเด็ก ๆ ที่แสดงถึงบ้านเมืองในฝันของตนเอง หลายภาพเหมือนกับจะอธิษฐานเผื่อผู้ที่เสียชีวิตด้วย อีกส่วนหนึ่งแสดงประวัติบรรดา "ตัวเอ้" ของเขมรแดง เช่น พอล พต, เขียว สัมพันธ์, นวน เจีย, เอียง ทีริต เป็นต้น...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1674.jpg (76.9 KB, 746 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 100 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 08-05-2015, 04:11
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,950
ได้ให้อนุโมทนา: 167,034
ได้รับอนุโมทนา 715,294 ครั้ง ใน 10,264 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


เนียงลออขนานแท้อยู่ในบ้านนี้เอง

น้องมิงค์พาลงจากอาคาร ๒ ไปอาคาร ๓ หลังนี้แต่ละห้องแสดงเครื่องมือและวิธีในการทรมานนักโทษแบบต่าง ๆ มีทั้งจับมัดห้อยหัวแล้วหย่อนลงในถังน้ำ ๒๐๐ ลิตร มัดคว่ำหน้าอยู่ในอ่างน้ำแล้วกดหน้าให้จม จับตะขาบมากัด จุดเด่นก็คือห้องแสดงกะโหลกและโครงกระดูกของผู้ตาย ที่ขุดมาจาก "ทุ่งสังหาร" น่าเสียดายที่ห้องฉายภาพยนตร์ของชั้น ๓ ปิดไม่มีการฉายให้ดู อาตมา แม่ป๋อม น้องเล็ก ยายวรรณ น้องมิงค์ จึงลงมารอที่ห้องขายของที่ระลึก เพราะพี่มุกดา ป้ามอย และลูกปุ๊ก ยังเดินดูแต่ละห้องไม่เสร็จ ข้าวของที่ระลึกก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ฟ้ามืด ๆ ทึบ ๆ เหมือนฝนจะตก พอทุกคนมากันครบแล้ว อาตมาจึงชวนให้กลับบ้านเลย...

มาถึงก็จัดการสรงน้ำ แต่งตัว เก็บข้าวของลงกระเป๋า กราบลาพระแล้วหอบกระเป๋าลงมาที่ชั้นสอง เพราะพี่ปราณี พี่วิไล คุณณรงค์กับภรรยา ยายวรรณ น้องมิงค์ เตรียมสังฆทานเอาไว้ถวายที่นี่ เลยเจอ "เนียงลออ" ขนานแท้ที่ตรงนี้เอง เป็นหนึ่งในบรรดาลูกน้องของพี่ปราณี หน้าตาคมเข้ม ผิวสีน้ำผึ้ง มีสัดส่วนที่ "แม่ให้มา" เหลือเฟือเลยทีเดียว..!
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_1708.jpg (91.8 KB, 689 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 95 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา