กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 18-09-2015, 19:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,026
ได้ให้อนุโมทนา: 74,578
ได้รับอนุโมทนา 3,164,250 ครั้ง ใน 22,378 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันศุกร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๘

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติหรือความรู้สึกทั้งหมดของเราอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..ให้ความรู้สึกของเราไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ให้ความรู้สึกของเราไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ที่เรามีความถนัดมาแต่เดิม ถ้าเผลอสติไปคิดถึงเรื่องอื่น รู้ตัวเมื่อไรให้ดึงความรู้สึกของเรากลับมาที่ลมหายใจเข้าออกและคำภาวนาเสียใหม่

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ สิ่งที่อยากจะบอกกล่าวแก่พวกเราก็คือ การปฏิบัติธรรมนั้นอย่าทำเรื่องยาก แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสถึงแนวทางการปฏิบัติไว้ ๔ สายด้วยกัน ได้แก่ ทุกขาปฏิปทา ทันธาภิญญา ปฏิบัติก็ลำบาก บรรลุก็ยาก ทุกขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา ปฏิบัติลำบาก แต่บรรลุเร็ว สุขาปฏิปทา ทันธาภิญญา ปฏิบัติสบาย แต่บรรลุยาก และ สุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา ปฏิบัติง่าย ๆ บรรลุก็เร็ว

การปฏิบัติธรรมของเรานั้น ต้องหวังว่าเราปฏิบัติแล้วต้องได้ผล การที่ปฏิบัติแล้วจะได้ผลและเป็นวิธีที่ไม่ยาก ก็ต้องจับลมหายใจเข้าออกของเราเป็นหลัก เมื่อลมหายใจเข้าออกของเราเริ่มทรงตัวแล้ว ให้ทุกท่านทบทวนศีลของตนทุกสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ทำความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้แน่นแฟ้นจริงจัง ไม่ล่วงเกินด้วยกาย วาจา หรือใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รู้ตัวอยู่เสมอว่าเราต้องตาย ถ้าตายแล้วเราขอไปพระนิพพานแห่งเดียว

เมื่อความรู้สึกของเรามั่นคงแล้ว ก็ให้จับลมหายใจพร้อมกับภาพพระ จะเป็นพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งที่เรารักเราชอบ หรือว่าเป็นวัตถุมงคลรูปพระพุทธรูปที่เรารักเราชอบเป็นพิเศษ หายใจเข้าให้ภาพพระไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออกให้ภาพพระไหลตามลมหายใจออกมา น้อมจิตน้อมใจของเราด้วยความเคารพและเชื่อมั่น ว่านั่นคือพระพุทธนิมิตแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าของเรานั้นไม่ได้อยู่ที่ใดเลยนอกจากพระนิพพาน

ให้ทำความรู้สึกว่าการที่เราเห็นพระองค์ท่าน คือการที่เราอยู่ใกล้กับพระองค์ท่าน การที่เราอยู่ใกล้กับพระองค์ท่าน คือเราอยู่บนพระนิพพาน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-09-2015 เมื่อ 19:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 53 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 19-09-2015, 11:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,026
ได้ให้อนุโมทนา: 74,578
ได้รับอนุโมทนา 3,164,250 ครั้ง ใน 22,378 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กำหนดลมหายใจพร้อมกับภาพพระและคำภาวนาที่เราถนัดดังนี้ ถ้าเผลอสติคิดถึงเรื่องอื่น ให้ดึงกลับมาที่ลมหายใจเข้าออกใหม่ ถ้ารู้สึกว่ากำลังใจของเราเต็มที่แล้ว ก็ให้กำหนดใจแผ่เมตตาไปสู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกภพทุกภูมิ ทุกหมู่ทุกเหล่า ว่าเราไม่เป็นศัตรูกับใคร เรายินดีเป็นมิตรกับคนและสัตว์ทั่วโลก

การแผ่เมตตานั้น จะกำหนดเป็นกระแสแผ่ออกไป ดังที่เคยแนะนำมาหลายครั้งก็ได้ หรือจะกำหนดนึกด้วยความเต็มอกเต็มใจ ด้วยความตั้งใจว่าเราไม่เป็นศัตรูกับใคร เราเป็นมิตรกับคนและสัตว์ทั่วโลกก็ได้ เมื่อกำหนดแผ่เมตตาไประยะหนึ่ง ใช้กำลังสมาธิของเราไปมาก กำลังใจก็จะวิ่งกลับเข้ามาหาการภาวนา เราก็จับลมหายใจพร้อมกับภาพพระและการภาวนาของเรา

พออารมณ์ใจทรงตัวตั้งมั่นแล้ว ก็หันมาพิจารณาร่างกายนี้ให้เห็นชัด ๆ ว่า ร่างกายนี้มีความไม่เที่ยงเป็นปกติ เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปในท่ามกลาง และสลายตัวไปในที่สุด มีความทุกข์เป็นปกติ ไม่ว่าจะทุกข์ของการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย การพลัดพรากจากของรักของชอบใจ การปรารถนาไม่สมหวัง การกระทบกระทั่งอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ เป็นต้น

และท้ายสุดร่างกายนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นเรา เป็นของเรา ไม่สามารถยึดถือมั่นหมายได้ เพราะว่าประกอบขึ้นจากธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ให้เราอาศัยอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ถึงเวลาก็เสื่อมสลายตายพังไปตามเหตุตามปัจจัย เราเองก็ตั้งเป้าไว้ว่า ถ้าหากร่างกายนี้เสื่อมสลายตายพังลงไปเมื่อไร เราต้องการที่จะไปพระนิพพานแห่งเดียว แล้วเอาใจจดจ่ออยู่กับภาพพระและการภาวนาของเราอีก ทำสลับไปสลับมาอย่างนี้ งานของเราก็จะมีไม่มาก และมุ่งตรงต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนพระนิพพาน

ถ้ากำลังใจของเราสามารถปลดวางร่างกายนี้ได้ ปลดวางความปรารถนาการเกิดได้ เราก็จะไปพระนิพพานได้อย่างแท้จริง ลำดับต่อไปขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
วันศุกร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๘

(ถอดจากเสียงเป็นอักษรโดยทาริกา)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-09-2015 เมื่อ 15:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:17



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว