กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 26-08-2015, 10:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,058
ได้ให้อนุโมทนา: 74,904
ได้รับอนุโมทนา 3,169,182 ครั้ง ใน 22,410 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๘

ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเราไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเราไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ที่เราถนัดมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ จะขอกล่าวต่อจากวันก่อนในเรื่องของการทรงฌาน เรื่องของฌานสมาบัติทุกระดับ เราจะทิ้งอานาปานสติคือลมหายใจเข้าออกไม่ได้ เมื่อลมหายใจเข้าออกของเราเริ่มทรงตัว สมาธิจะแนบแน่นขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งผ่านปีติ ผ่านสุข เข้าสู่เอกัคตารมณ์ เราก็จะทรงปฐมฌานเอาไว้ได้ดังที่ได้กล่าวไปเมื่อวาน

ถ้าเราตามดูตามรู้ลมหายใจเข้าออกของเราต่อไป เราจะรู้สึกว่าเสียงต่าง ๆ รอบข้างของเราเบาลง บางทีลมหายใจก็เบาลง ใครที่ความรู้สึกหยาบหน่อยก็จะรู้สึกว่าลมหายใจหายไปด้วย คำภาวนาหายไปด้วย ถ้าเป็นอาการอย่างนี้แสดงว่าท่านกำลังก้าวเข้าสู่ฌานที่ ๒

ถ้าเราไม่ยินดียินร้าย กำหนดรู้อาการนั้นเอาไว้ ไม่ดิ้นรนให้กลับไปในสภาพเดิม และไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ ทำกำลังใจเบา ๆ สบาย ๆ เหมือนกับเป็นคนดู ตามดูตามรู้อาการของตนไป ก็จะเกิดอาการขึ้นกับทางร่างกาย คือบางคนถ้าความรู้สึกละเอียดก็จะรู้สึกว่าบริเวณปาก จมูกหรือคาง เย็นเป็นวงกลมเข้ามา แล้วความเย็นนั้นก็ขยายกว้างออกไป ๆ จนรู้สึกเหมือนกับร่างกายนี้โดนสาปให้กลายเป็นหิน หรือบางคนจะรู้สึกเหมือนโดนเชือกมัดตั้งแต่ศีรษะจนสุดปลายเท้า แข็งตึงไปทั้งร่าง ถ้ามาจนถึงช่วงนี้ลมหายใจเราอาจจะจับไม่ได้แล้ว คำภาวนาไม่มีแล้ว อย่ากลัวที่เป็นเช่นนั้น และอย่าอยากให้เป็นเช่นนั้น ตามดูตามรู้ว่าสภาพร่างกายของเราตอนนี้เป็นอย่างนี้ สภาพจิตใจของเราตอนนี้เป็นอย่างนี้ ถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนี้แปลว่าท่านก้าวเข้าสู่อาการของฌานที่ ๓
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 29-08-2015 เมื่อ 16:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 51 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 27-08-2015, 10:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,058
ได้ให้อนุโมทนา: 74,904
ได้รับอนุโมทนา 3,169,182 ครั้ง ใน 22,410 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าเรายังวางกำลังใจถูก ความรู้สึกก็จะรวบรัดเข้ามาจนกระทั่งเหลือความสว่างจ้าอยู่บริเวณตรงหน้าของเรา หรืออยู่ในอกของเรา เป็นดวงสว่างไสวเยือกเย็นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ตอนนี้อาการภายนอกต่าง ๆ เรารับรู้ไม่ได้ หูก็ไม่รับรู้ในเสียง กายสัมผัสก็ไม่มีความรู้สึก เพราะสภาพจิตไปจดจ่อแน่วแน่อยู่กับสภาพการณ์ปัจจุบันตรงหน้า ถ้าท่านมาถึงจุดนี้แปลว่าท่านเข้าถึงฌาน ๔ แล้ว

การที่เราจะเข้าฌานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ถ้าวางกำลังใจถูกแค่ไม่กี่นาทีก็เข้าถึงได้ แต่ที่สำคัญก็คือเมื่อเข้าถึงแล้วทำอย่างไรที่เราจะทำให้เกิดความคล่องตัวชนิดที่ตั้งเวลาได้ นึกจะเข้าเมื่อไรก็ได้ นึกจะออกเมื่อไรก็ได้ สามารถสลับกำลังใจของเราในระหว่างฌานได้

ถ้าสามารถทำได้คล่องตัวเช่นนี้ พอเราไปจับการภาวนาใหม่อาจจะแปลกใจคิดว่ากำลังของเราถอยหลัง เพราะว่าตอนนี้สามารถรู้สึกได้ ลมหายใจที่ว่าไม่มีความจริงก็มีอยู่ เป็นลมที่ละเอียดและอ่อนจางมาก เหมือนอย่างกับใยแมงมุมใส ๆ บาง ๆ อยู่เส้นเดียววิ่งอยู่ระหว่างจมูกกับท้อง ถ้าหากว่าเส้นนี้ขาดลงแปลว่าตาย แต่ว่าด้วยความที่สภาพจิตละเอียดทำให้เรารู้สึกว่าใหญ่เป็นต้นเสาเลย มาถึงตอนนี้สภาพจิตจะกำหนดการภาวนาเองโดยอัตโนมัติ

บางท่านถ้าทำมาถึงอาจจะคิดว่าตนเองได้แค่ปฐมฌานเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเป็นกำลังของฌาน ๔ แต่เนื่องจากว่ามีความคล่องตัวมาก สภาพจิตละเอียดมาก ทำให้เกิดอาการที่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จับไม่ได้ อย่างเช่นว่าชีพจรไม่เต้น ลมหายใจไม่มี แต่สภาพความละเอียดของจิตเราทำให้รู้ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ยังมีอยู่ แต่แผ่วจางจนเครื่องมือจับไม่ได้เท่านั้นเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-08-2015 เมื่อ 10:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 47 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 28-08-2015, 16:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,058
ได้ให้อนุโมทนา: 74,904
ได้รับอนุโมทนา 3,169,182 ครั้ง ใน 22,410 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..เราจึงควรที่จะซักซ้อมการเข้าออกในแต่ละระดับฌานให้มีความคล่องตัว คิดจะเข้าเมื่อไรก็เข้าได้ คิดจะออกเมื่อไรก็ออกได้ คิดจะเข้าฌานใดก็ได้ ถ้าสามารถทำดังนี้ได้ เราก็จะมีกำลังเพียงพอที่จะใช้ในการตัดละกิเลสต่าง ๆ

ก็ให้มาใช้ปัญญาในการพิจารณาให้เห็นว่า สภาพร่างกายของเรานั้น มีความไม่เที่ยงเป็นปกติ มีความทุกข์เป็นปกติ ไม่มีอะไรยึดถือมั่นหมายเป็นตัวตนเราเขาได้ สักแต่ว่าเป็นรูปเป็นนาม สักแต่ว่าเป็นธาตุ ๔ ที่ประกอบกันขึ้นมาชั่วคราว ให้เราได้อาศัยอยู่ตามบุญตามกรรมเท่านั้น ถ้าหากว่าสภาพจิตของเราเห็นชัดอย่างนี้ ก็จะเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกาย ถอนจิตออกมาจากความยินดีในร่างกายของตน ถอนจิตจากการยินดีในร่างกายของผู้อื่น เราก็สามารถที่จะก้าวล่วงจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้

ลำดับต่อไปขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๘

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย รัตนาวุธ)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-08-2015 เมื่อ 02:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:18



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว