กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

กระทู้ถูกปิด
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 23-01-2009, 19:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,423
ได้ให้อนุโมทนา: 77,011
ได้รับอนุโมทนา 3,227,668 ครั้ง ใน 22,806 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๑

ทั้งหมดกำหนดความรู้สึกนึกถึงลมหายใจเข้าออก ระบายลมหายใจยาว ๆ สักสองสามครั้ง เพื่อให้ลมหยาบหมดไป เวลาภาวนาถ้าจิตเริ่มละเอียดจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด หลังจากนั้นให้กำหนดความรู้สึกของเราอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าความรู้สึกทั้งหมดไหลเข้าตามลมหายใจเข้าไป....ผ่านจมูก....ผ่านกลางอก....ลงไปสุดที่ท้อง หายใจออกจากท้อง....ผ่านกลางอกมาสิ้นสุดที่ปลายจมูก พร้อมกับคำภาวนาที่เราถนัด จะเป็นพุทโธ เป็นนะมะพะธะ เป็นสัมมาอะระหัง เป็นพองหนอยุบหนอ หรือเป็นบทคาถาใด ๆ ที่เราชอบใจก็ได้ เพียงแต่ว่าให้รู้ตามลมหายใจเข้าออก อย่างจริง ๆ จัง ๆ เท่านั้น ให้กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกอย่างนี้สักครู่หนึ่ง เพื่อให้จิตใจเราทรงตัวตั้งมั่น

วันนี้เราจะมาทบทวนของเก่ากันทั้งหมด เพราะว่าหลายท่านเริ่มเลือน ๆ ไป หลายท่านจะรู้สึกว่าปฏิบัติแล้วรู้สึกตัน ๆ ไป จริง ๆ แล้วแค่สิ่งแวดล้อมมันเปลี่ยนเท่านั้น แต่เรารักษากำลังใจไม่ได้เอง ให้กำหนดภาวนาไปสักครู่หนึ่งให้กำลังใจทรงตัว

จากนั้นให้นึกภาพพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่ง ซึ่งมีลักษณะที่เรารักเราชอบมากที่สุด ให้อยู่เหนือศีรษะของเรา เป็นพระพุทธรูปแก้วใส ๆ สว่าง ๆ อยู่บนศีรษะของเรา เมื่อเราหายใจเข้า ภาพพระก็เลื่อนจากศีรษะลงมาที่อกลงไปสุดที่ท้อง เมื่อเราหายใจออกภาพพระก็เลื่อนจากท้องผ่านกลางอกขึ้นไปอยู่บนศีรษะ ไม่ต้องไปสนใจว่ามันหายใจอย่างไร แต่ให้กำหนดรู้ลมหายใจตามองค์พระเข้าไป ถึงแม้จะรู้สึกว่าหายใจผ่านทางศีรษะลงไปที่ท้องก็ให้มันเป็นอย่างนั้น หายใจออกจากท้องผ่านหน้าอกขึ้นไปบนศีรษะก็ให้มันเป็นของมันอย่างนั้น

กำหนดภาพพระใส ๆ ไหลเข้าไหลออกตามลมหายใจ พร้อมกับคำภาวนา หายใจเข้าองค์พระใหญ่ขึ้น ๆ จนครอบร่างเราได้ หายใจออก องค์พระก็เล็กลง ๆ จนเหลือขนาดตามปกติ แต่อยู่บนศีรษะ หรือจะหายใจเข้าให้องค์พระเล็กลง ๆ จนอยู่ในท้อง หายใจออกให้องค์พระใหญ่ขึ้น ๆ ๆ ไปสว่างอยู่บนศีรษะก็ได้ ให้กำหนดกำลังใจอยู่กับภาพพระแบบนี้สักครู่หนึ่ง

จากนั้นกำหนดภาพพระให้เลื่อนเข้ามาอยู่ตรงศีรษะของเรา เป็นภาพพระขนาดองค์กำลังพอดี ๆ สว่างไสวอยู่ในศีรษะของเรา แล้วเลื่อนภาพพระลงไปในอก ให้ไปสว่างไสวอยู่ในอก ความสว่างของพระแผ่กว้างออก จนกระทั่งตัวเราก็สว่างไสวไปทั้งหมด หายใจเข้าภาพพระก็สว่างขึ้น หายใจออกภาพพระก็สว่างขึ้น กำหนดความรู้สึกให้แน่วแน่ อยู่กับลมหายใจเข้าออกที่วิ่งผ่านองค์พระลงไป หายใจเข้าภาพพระก็สว่าง หายใจออกภาพพระก็สว่าง

แล้วให้กำหนดว่าความสว่างนั้นคือกระแสแห่งพระเมตตาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่แผ่ปกคลุมออกไปสู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกภพทุกภูมิทุกหมู่ ทุกเหล่า โดยผ่านจากร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้นให้ทุกคนกำหนดความสว่างขององค์พระนั้นให้แผ่กว้างออก ไปจากตัวเรา กว้างออกไปทั้งห้องนี้ กว้างออกไปทั่วบริเวณนี้ กว้างออกไปทั้งตำบล ทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด

กำหนดใจคิดแผ่เมตตาออกไปสู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ตั้งใจว่ามนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น ได้ตกล่วงไปแล้วในวันหนึ่ง ๆ ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจงไปเสวยสุขในสุคติภพถ้วนหน้ากันเทอญ แผ่ความรู้สึกที่เป็นรัศมีสีขาวสว่างจากองค์พระให้กว้างออก ๆ เหมือนโยนก้อนหินลงในน้ำแล้วกระเพื่อมเป็นวงกว้างออกไป กว้างออกไป ทั่วทั้งจังหวัด ทั่วทั้งประเทศ ทั่วทั้งทวีป ทั่วทั้งโลก โลกทั้งโลกเหมือนเป็นอะไรเล็ก ๆ อยู่ภายใต้ร่างกายของเรา

กายเราที่มีองค์ภาพพระใส ๆ สว่าง ๆ นี้ ใหญ่โตเต็มไปทั้งแผ่นดินแผ่นฟ้า กำหนดความรู้สึกไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกถ้วนหน้าว่า มนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น อยู่ในความทุกข์ยาก เศร้าหมองเดือดร้อนลำเค็ญ ทุกข์กายทุกข์ใจ เจ็บไข้ได้ป่วย พิกลพิการใด ๆ ก็ดี ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจงได้ล่วงพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายนั้นเทอญ

ให้กระแสพระเมตตา แห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่เยือกเย็นสว่างไสวแบบนี้แผ่กว้างออกไป จากโลกนี้ไปสู่ดวงดาวอื่น ๆ ที่ประกอบไปด้วยมนุษย์และสัตว์ ไปทั่วทั้งสุริยะจักรวาล ออกไปยังจักรวาลอื่น ๆ ทั่วทั้งแสนโกฎิจักรวาล ตั้งใจว่ามนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น มีความสุขความเจริญดีอยู่แล้ว ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจงมีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยเถิด

ให้กระแสพระเมตตาของพระพุทธเจ้าท่าน แผ่กว้างออกไป กว้างออกไป เบื้องบนสูงสุดถึงพรหมชั้นที่ ๑๖ เบื้องล่างต่ำสุดถึงอเวจีมหานรก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉาน มนุษย์ เทวดา มาร พรหม ทุกภพ ทุกภูมิ ทุกหมู่ ทุกเหล่า ตลอดจนกระทั่งโลกธาตุทั้งหลาย ในเบื้องขวางที่หาประมาณไม่ได้นี้ ล้วนแล้วแต่ได้รับกระแสพระเมตตา จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งแผ่ออกจากกายเรา สว่างไสวอย่างหาประมาณมิได้ ให้ตั้งใจว่ามนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น มีความสุขความเจริญดีอยู่แล้วจึงเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่แก่กันและกัน เสียสละให้กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกับผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ยากยิ่งกว่าตนให้เขาพ้นทุกข์ เพื่อยังโลกนี้ไปสู่สันติสุขอย่างสมบูรณ์ด้วยเทอญ

กำหนดความรู้สึกอันกว้างขวางอย่างหาประมาณมิได้นี้ ไปสู่สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกถ้วนหน้า คนทั้งหลายที่เรารัก คนทั้งหลายที่เราไม่รักไม่เกลียด คนทั้งหลายที่เรารู้สึกเกลียดน้อย คนทั้งหลายที่เรารู้สึกเกลียดมาก ให้เห็นว่าเขาทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้ร่วมทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ล้วนแล้วแต่รักสุขเกลียดทุกข์ ปรารถนาความสุข ต้องการก้าวล่วงจากความทุกข์โดยถ้วนหน้ากัน

ดังนั้นเราจึงไม่เป็นศัตรูกับใคร ยินดีเป็นมิตรกับคนและสัตว์ ทั่วทั้งโลก หลังจากนั้นให้กำหนดความรู้สึกกลับเข้ามาสู่ร่างกายเราทีละน้อย ๆ ถ้านึกถึงภาพพระว่าพระองค์ท่านใหญ่โตมโหฬาร เต็มไปทั้งแผ่นดินแผ่นฟ้า ก็ให้เล็กลงกลับเข้ามา แล้วหลังจากนั้นก็ขยายออกให้กว้างขึ้นกว้างขึ้น ใหญ่ขึ้นออกไป กำหนดภาพพระให้เล็ก ให้ใหญ่ตามลมหายใจเข้าออก ของเราอย่างนี้สักครู่หนึ่ง เพื่อซ้อมความคล่องตัวในสมาธิ แล้วให้ดึงความรู้สึกทั้งหมดกลับมาอยู่เหนือศีรษะตามเดิม เป็นพระพุทธรูปแก้วสว่างไสวอยู่อย่างนั้น ตั้งใจว่านั่นเป็นพุทธนิมิต แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ที่ใดเลยนอกจากพระนิพพาน เราเห็นท่านแปลว่าเราอยู่กับท่าน เราอยู่กับท่านคือเราอยู่บนพระนิพพาน เอาใจจดจ่ออยู่กับภาพพระที่ใสสว่างสะอาดสงบเยือกเย็น ปราศจากความรัก โลภ โกรธ หลงนี้ ตั้งใจว่าถ้าเราตายลงไป ขอมาอยู่กับพระพุทธเจ้าที่นี่ คือพระนิพพานนี้ แห่งเดียวเท่านั้น ถ้าหากตอนนี้ยังมีลมหายใจอยู่ ให้กำหนดรู้ลมหายใจ ถ้ายังมีคำภาวนาอยู่ให้กำหนดรู้คำภาวนา ถ้าไม่มีลมหายใจให้กำหนดรู้ ว่ามันไม่หายใจ ถ้าไม่มีคำภาวนาให้กำหนดรู้ว่ามันไม่มีคำภาวนาเอาจิตจดจ่อกับพระบนพระนิพพานอย่างนี้ไว้ จนกว่าจะบอกว่าให้เลิกได้

ให้ทุกคนแบ่งความรู้สึกส่วนหนึ่งไว้ที่ภาพพระถ้ายังมีลมหายใจ มีคำภาวนาก็ให้กำหนดรู้ ลมหายใจและคำภาวนาตามไปด้วย ความรู้สึกส่วนใหญ่ให้อยู่กับร่างกายของเรา ไม่ว่าทำการทำงานอะไรพยายามแบ่งความรู้สึกนี้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่ภาพพระอยู่ที่ลมหายใจ อยู่ที่คำภาวนา อีกส่วนหนึ่งก็บังคับร่างกายนี้ให้ทำหน้าที่ของเราต่อไป ถ้าสามารถทำอย่างนี้ได้คล่องตัว กำหนดภาพพระหรือคำภาวนาได้ทุกวัน เราก็จะเป็นผู้ว่างจากกิเลส มีสภาพจิตที่ผ่องใส มีสมาธิที่ทรงตัว ปัญญาที่ได้จากการปฏิบัติก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย ต่อนี้ไปก็ขอให้ท่านอุทิศส่วนกุศลที่เราได้ทำในครั้งนี้ โดยพร้อมเพรียงกัน



เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านอนุสาวรีย์
เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๑
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 11-01-2011 เมื่อ 14:50
สมาชิก 47 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 11-11-2009, 21:59
พันธุ์ธัช's Avatar
พันธุ์ธัช พันธุ์ธัช is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2
ได้ให้อนุโมทนา: 911
ได้รับอนุโมทนา 644 ครั้ง ใน 20 โพสต์
พันธุ์ธัช is on a distinguished road
Default

โอ...ยากเอาเรื่องจริงหนอ แต่น่าลองทำดู...ไม่เคยฝึกแบบนี้มาก่อนเลย
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พันธุ์ธัช ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 12-11-2009, 11:04
กาแฟ กาแฟ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jul 2009
ข้อความ: 17
ได้ให้อนุโมทนา: 4,690
ได้รับอนุโมทนา 6,129 ครั้ง ใน 123 โพสต์
กาแฟ is on a distinguished road
Default กาแฟ

ขอเป็นธรรมทานนะครับ

หัวข้อนี้ชอบครับ บางเดือนไปไม่ได้ทุกวัน จะได้เอามาฝึกเอง
มีหมวดที่รวบรวมเลยไหมครับ
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ กาแฟ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 12-11-2009, 11:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,423
ได้ให้อนุโมทนา: 77,011
ได้รับอนุโมทนา 3,227,668 ครั้ง ใน 22,806 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แฮ่ ๆ ยังไม่ได้รวบรวมเลยค่ะ เอาไว้ถ้ามีเวลาจะรวบรวมให้เลยค่ะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 12-11-2009, 18:11
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 750
ได้ให้อนุโมทนา: 117,847
ได้รับอนุโมทนา 126,783 ครั้ง ใน 4,920 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Wink

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ กาแฟ อ่านข้อความ
หัวข้อนี้ชอบครับ บางเดือนไปไม่ได้ทุกวัน จะได้เอามาฝึกเอง
มีหมวดที่รวบรวมเลยไหมครับ
ที่เคยเห็นว่าเป็นบทรวบรวมของหมวดนี้ที่ชอบใจมาก ดูที่นี่เลย
http://www.grathonbook.net/book/gram...40/03.html#001

หมายเหตุ : ควรไล่อ่านให้ครบทุกหน้า
ส่วนของน้องเถรีก็ควรรออ่าน เพราะมักมีเทคนิค ลูกเล่น
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สายท่าขนุน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
กระทู้ถูกปิด

Tags
กรรมฐาน, บ้านอนุสาวรีย์


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:23



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว