กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 30-04-2019, 07:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 20,772
ได้ให้อนุโมทนา: 81,120
ได้รับอนุโมทนา 3,408,739 ครั้ง ใน 24,186 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๒

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ ที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ สองวันก่อนเรากล่าวถึงความสำคัญของอานาปานสติ ที่เป็นพื้นฐานใหญ่ในการเจริญกรรมฐานทั้งปวง กล่าวถึงในเรื่องของการที่เราต้องนำเอากำลังสมาธิ มาใช้ในการพิจารณาตัดละร่างกายนี้ เพื่อที่จะไม่ให้กิเลสเอาสมาธิมาใช้ในการฟุ้งซ่าน

สำหรับวันนี้ก็จะกล่าวถึงในส่วนที่ท่านทั้งหลายเมื่อถึงเวลาปฏิบัติแล้ว มีความอยากได้ใคร่ดีในการปฏิบัติอย่างหนึ่ง ไม่ได้ศึกษาเรียนรู้แล้วก็ปฏิบัติไปตามเวรตามกรรมอย่างหนึ่ง

เรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น ถ้าศึกษามามากก็เป็นอุปสรรค ถ้าเรารู้มากก็จะไปคอยดูว่า ขั้นตอนจะเป็นไปตามที่รู้มาหรือไม่ ขณะเดียวกัน ถ้าไม่ศึกษาเอาไว้เลย เราก็จะไม่มีแนวทางในการปฏิบัติ การศึกษานั้นจะต้องพอเหมาะ พอดี พอควร

วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ศึกษาในส่วนที่เรากำลังปฏิบัติ อย่างเช่นว่าลมหายใจเข้าออก และขั้นตอนของปฐมฌาน เป็นต้น เมื่อเราทำลมหายใจเข้าออกจนทรงตัว ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามที่ตำราหรือครูบาอาจารย์ว่าไว้ ว่าอาการอย่างนี้เป็นปฐมฌาน เราค่อยไปศึกษาวิธีการพิจารณาวิปัสสนาญาณด้วยกำลังของปฐมฌาน แล้วก็ศึกษาอารมณ์ของฌานที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ไม่อย่างนั้นแล้วเวลาเราปฏิบัติไปแล้วอยากได้ใคร่ดีจนเกินไป ก็จะทำให้กำลังใจของเราฟุ้งซ่านโดยใช่เหตุ ความก้าวหน้าในการปฏิบัติก็จะไม่มี

ส่วนอีกข้อหนึ่งก็คือ การปฏิบัติธรรมของเราต้องหวังผล อย่าทำเหมือนกับแก้บน อย่าทำเพื่อให้เราได้ชื่อว่าปฏิบัติธรรมไปวัน ๆ เมื่อถึงเวลาเราก็ทำงานของเรา พอนอกเวลาการทำงาน นั่นก็คือเวลาที่เราจะมาเข้มงวดกับการปฏิบัติธรรมของตนเอง ก็แปลว่า เวลาทำงานให้ใจของเราอยู่กับงาน เวลาว่างให้ใจของเราอยู่กับกรรมฐาน ถ้าหากว่ากำลังใจของเราทุ่มเทอยู่กับงาน นั่นคือการทรงสมาธิอย่างหนึ่ง และเป็นสมาธิใช้งานด้วย

นักบินบางท่าน ด้วยความที่กำลังใจจดจ่ออยู่กับขั้นตอนของการบิน โดยเฉพาะนักบินที่ขับเครื่องบินรบเร็วกว่าเสียง พลาดนิดเดียวมีสิทธิ์ตาย กำลังใจที่จดจ่ออยู่ทำให้นักบินหลายท่านทรงสมาธิได้โดยไม่รู้ตัว บางคนจึงชอบการบินมากเป็นพิเศษ เพราะว่าขึ้นบินเมื่อไรจะรู้สึกว่าตัวเองทำไมมีความสุขอย่างนี้ ทำไม รัก โลภ โกรธ หลง กินใจเราไม่ได้เลย ความฟุ้งซ่านต่าง ๆ กินใจเราไม่ได้เลย ดังนี้เป็นต้น

ดังนั้น..เวลาปฏิบัติงาน กำลังใจของเราทั้งหมดให้ทุ่มเทอยู่กับงาน เมื่อเลิกงานแล้ว กำลังใจของเราก็มาทุ่มเทอยู่กับกรรมฐาน จึงนับเป็นการปฏิบัติที่ต่อเนื่อง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-04-2019 เมื่อ 19:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 02-05-2019, 21:07
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 371
ได้ให้อนุโมทนา: 86,676
ได้รับอนุโมทนา 66,290 ครั้ง ใน 1,143 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

เมื่อปฏิบัติไปแล้ว ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ต้องรู้จักรักษาอารมณ์ใจเอาไว้ ของพวกเราส่วนมากร้อยละเกิน ๙๐ เมื่อเลิกกรรมฐานแล้วก็ปล่อยวางทั้งหมด พูดง่าย ๆ คือทิ้งไปเลย ไม่มีการประคับประคองรักษากำลังใจของเรา ให้มั่นคงแน่วแน่เท่ากับตอนที่กำลังปฏิบัติธรรม

ถ้าลักษณะอย่างนั้นเราทำไปก็เสียเวลาเปล่า เพราะว่าถึงเวลากำลังใจก็ไหลไปตามกิเลส ไหลไปตาม รัก โลภ โกรธ หลง การปฏิบัติถ้าหวังความก้าวหน้า ต้องรู้จักรักษากำลังใจให้ต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้ รัก โลภ โกรธ หลง แทรกเข้ามาได้ เพราะว่าถ้า รัก โลภ โกรธ หลง แทรกเข้ามาเมื่อไร ปัญญาจะถดถอย สมาธิก็ถดถอย

คราวนี้การที่เราจะรักษาอารมณ์ใจไว้ได้นั้นทำอย่างไร ? ถ้าเราภาวนาไปแล้วอารมณ์ใจทรงตัว จะเกิดอาการอย่างหนึ่งก็คือ รู้ลมและคำภาวนาโดยอัตโนมัติ วิธีการรักษาอารมณ์ใจก็คือ เอาสติเข้าไปประคับประคองอาการรู้นั้นเอาไว้ อย่าเผลอให้สติหลุดไปจากตรงนั้น ถ้าหลุดไปเมื่อไร รัก โลภ โกรธ หลง จะแทรกเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้

ถ้าเราเอาสติประคับประคองระมัดระวังอยู่ เราก็จะสามารถรักษากำลังใจให้แน่วแน่เท่ากับตอนช่วงที่เรานั่งปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะ ยืน เดิน นั่ง นอน ดื่ม กิน คิด พูด ทำอย่างไรก็ตาม กำลังใจของเราก็จะปราศจากกิเลส เทียบเท่ากับตอนที่นั่งปฏิบัติ อย่างน้อย ๆ อำนาจของฌานสมาบัติที่ทรงอยู่ กิเลสทั้งหลายกินใจเราไม่ได้ ความผ่องใสของใจก็จะมีมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อคลายสมาธิออกมา อย่าลืมที่ได้กล่าวไปเมื่อวาน ก็คือต้องรีบเอาวิปัสสนาญาณมาให้พิจารณา ไม่อย่างนั้นกิเลสจะเอากำลังสมาธิไปฟุ้งซ่าน แล้วก็ทำให้เราเดือดร้อนเป็นอันมาก

เมื่อพิจารณาจนอารมณ์ใจทรงตัวแล้ว จะเป็นการภาวนาเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าภาวนาแล้วอารมณ์ใจทรงตัวถึงที่สุด ไปต่อไม่ได้ เมื่อคลายออกมา เราต้องบังคับให้พิจารณา ไม่อย่างนั้นสภาพจิตก็จะฟุ้งซ่านเอง ถ้าเรารู้จักกระทำดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น การปฏิบัติธรรมของเราจึงจะก้าวหน้า ไม่เช่นนั้นปีแล้วปีเล่า เราทำไปเท่าไรก็ยังคงอยู่กับที่ หรือไม่ก็ถดถอยไปเรื่อย เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ต่อไปก็ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติไปตามที่ได้กล่าวมา เพื่อความก้าวหน้าของเรา จนกระทั่งสามารถหลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ในที่สุด

ลำดับต่อไปก็ขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๒

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย นายกระรอก)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-05-2019 เมื่อ 00:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:03



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว