กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 04-03-2009, 21:50
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default เก็บเล็กผสมน้อย จากพระอาจารย์

ผมคิดว่าจะนำเอาคำสอนของพระอาจารย์ที่ผมได้จดเอาไว้มาลง เพราะคิดว่าอาจจะเกิดประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย หากจะเกิดโทษใด ๆ ผมขอรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว มา ณ ที่นี้ครับ
หากไม่เป็นการสมควรอย่างใด ก็โปรดท้วงติงได้เลยครับ

เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑

“การปฏิบัติ สำคัญที่การตัดสินใจ”

“การปฏิบัติดีแล้วล้มไม่แปลก ให้นึกถึงสิ่งที่เคยทำมาแล้ว ทั้งการคิด การทำ การพูด สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ แล้วทำกลับไปให้เหมือนเดิม”

“จำเอาไว้ว่าการปฏิบัติ อย่าอยาก ให้คิดว่ามีหน้าที่เพียงทำเพียงอย่างเดียว ถ้าอยากแล้วจะฟุ้งซ่าน คืออุทธัจจกุกกุจจะ”

“การฝึกมโนมยิทธิ อย่ากลัวผิด ถ้าผิดให้ถือเป็นครู”

“การฟังให้ฟังเป็นคำสั่ง ไม่ใช่ฟังแล้วเป็นคำสอน”

“เพราะรัก จึงโลภ จึงโกรธ จึงหลง”


เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑

“นักปฏิบัติที่ดี ต้องหมั่นทบทวนตัวเองอยู่เสมอ ว่าดี หรือเลว ตกต่ำไปแค่ไหน แล้วสามารถกู้คืนได้เร็วแค่ไหน”

“การบรรลุ เหมือนการก้าวพ้นแม่น้ำแห่งกิเลส กามคุณ ๕ คือวังวนของสายน้ำ ความอยากเหมือนจระเข้ เพศเหมือนปลาอันร้ายกาจ คลื่นลมเหมือนดั่งคำสั่งสอน ให้รู้จักทนและฝ่าฟันไปให้ได้”

“ดูอดีต จนปัจจุบัน ในการปฏิบัติว่าก้าวหน้าขึ้นแค่ไหน ล้มแล้วลุกขึ้นเร็วแค่ไหน จงตั้งหน้า ตั้งตา ทบทวนตัวเองให้มากที่สุด”

“รักษาศีล สมาธิ ปัญญา ให้ทรงตัว”

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย โอรส : 29-07-2009 เมื่อ 21:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 05-03-2009, 17:23
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

“การไม่กลัวตาย ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก จงเห็นความตายเป็นปกติของร่างกาย”

“ไม่มีใครสามารถตัดเวทนาได้ แต่พยายามตัดกังวลต่าง ๆ ด้วยการมีสติให้มากที่สุด”

“หลักธรรมที่ใช้ในปัจจุบัน ไตรลักษณ์ คือ มีเกิดในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง ดับสลายในที่สุด”

“ถ้าจะคิดทำกิจการใด ให้คิดในแง่ที่แย่ที่สุด อย่ากู้ แล้วจงอดทนทำไปเรื่อย ๆ ไม่จำเป็น อย่าเป็นหนี้ใคร อย่าให้ใครเขาเป็นหนี้เรา”

“อย่าเป็นคนกินบุญเก่าอย่างเดียว ให้สร้างขึ้นมาใหม่ด้วย ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา”

“จงทำดีเพราะอยากทำ อย่าทำเพราะอยากดี”

“การสร้างสั่งสมบุญบารมี จะใช้ความใจร้อนไม่ได้ แต่ต้องใช้เวลา จนพอและพร้อม จะพอก็ต่อเมื่อคนเห็น แล้วเขาจะช่วยเอง ถ้าทำเพราะอยากโอกาสรอดยากมาก เพราะมารจะเข้าแทรกเสมอ”

“เมื่อเราไม่เก่งจริง จะไม่ได้รับความเชื่อถือ อยากเป็นหัวหน้า คนหัวแถว ต้องเก่งจริง สามารถแก้ปัญหาได้ตลอด”

“มีสิ่งใดที่สามารถทำได้ตามหลวงพ่อบ้าง มีความภูมิใจไหนบ้างที่ เด่นชัดที่สุด”

“ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ทั้งอารมณ์ ที่ชอบใจ และที่เราไม่ชอบใจ เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่อยู่ที่ตัวเราจะผ่านไปอย่างไร”

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ปราโมทย์ : 05-03-2009 เมื่อ 18:39 เหตุผล: แก้คำผิด
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 148 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 05-03-2009, 17:28
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

ผมเริ่มจดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑
และก็ไม่ได้ไปทุกวัน จึงอาจจะขาดบ้าง หายไปบ้าง
ถ้าข้อความใดที่ผิด ก็ขอพี่ ๆ แก้ไขให้ด้วยนะครับ
เหลืออีกไม่เยอะแล้ว
พยายามแคะ เอาออกจากสมองให้มาก
ที่จริงพระอาจารย์ท่านสอน ก็เนื่องจากมีผู้มาถามปัญหา หรือท่านเทศน์สอน หรือเล่าเรื่องอะไรให้ฟังบ้าง ก่อนเที่ยง หลังเที่ยง ช่วงก่อนทำกรรมฐาน
เมื่อก่อนไม่ค่อยได้นั่งอยู่ในห้องมากเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้ถ้าทำได้มักจะมาให้มาก โดยเฉพาะช่วงก่อนทำกรรมฐาน ท่านมักจะเล่าอะไรให้ฟัง หรือไม่ก็เทศน์สอนเตือนสติ แนะนำสิ่งต่าง ๆ จึงเป็นช่วงที่สนใจมาก รองมาจากช่วงทำกรรมฐาน เพราะได้ความรู้ ข้อคิด ต่าง ๆ ครับ
ขอบคุณครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 133 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 06-03-2009, 21:19
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

“อาการของร่างกาย เหนื่อย ง่วง เพลีย เป็นการทดสอบอารมณ์ที่ดี เพราะมักจะอารมณ์เสียได้ง่าย ต้องระวัง มารจะวางบ่วง คือกับดักเอาไว้ตลอดเวลา”

“คนจะสอนผู้อื่นได้ ควรที่จะปฏิบัติได้ก่อน เพื่อที่จะเข้าใจและอธิบาย ตอบปัญหาได้อย่างถูกต้อง”
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 144 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 09-03-2009, 17:57
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๒

"ให้ก่ออิทธิบาท ๔ ใช้วิมังสา คือรู้จักทบทวนตัวเอง ย้อนกลับไปดูการปฏิบัติของตนเองว่าเป็นอย่างไร อันไหนควรรักษาไว้ อันไหนควรแก้ไข เพื่อประโยชน์และความก้าวหน้าในการปฏิบัติ"

"ตัดในสิ่งที่ควรตัด อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด บางสิ่งบางอย่าง ควรที่จะตัดได้แล้ว มันก็ตัดไม่ได้ ขยายยืดเสียผลแก่ตนเองอีก กำลังใจในการตัดจากสิ่งต่าง ๆ ล้วนใช้กำลังใจเท่ากัน ห้ามใจจากความอยากใด ๆ ของร่างกายได้ ก็สามารถห้ามใจจากการผิดศีล จากการละเมิดสิ่งต่าง ๆ ได้เช่นกัน และขึ้นอยู่ว่าเราจะมองจากมุมไหน"

"อารมณ์ต่าง ๆ ทั้งความพอใจและไม่พอใจเป็นผลของมาร เป็นผลเสียแก่เราทั้งสิ้น พอใจก็ค่อนไปทาง ราคะ โลภะ ไม่พอใจก็ค่อนไปทาง โทสะ โมหะ ต้องมีความระวังอย่างยิ่ง"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 139 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 25-09-2009, 13:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,801
ได้ให้อนุโมทนา: 62,809
ได้รับอนุโมทนา 2,799,693 ครั้ง ใน 20,081 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เดือนมกราคม ๒๕๕๐ (ต่อ)

มีพี่ชายท่านหนึ่งถามเกี่ยวกับเรื่องวิปัสสนาญาณ มีประโยคหนึ่งที่เขาบอกกับหลวงพ่อว่า "อยากเรียนรู้เร็ว ๆ แบบลัด"

หลวงพ่อบอกเขาไปว่า " ถ้าเราอยากลัดมันมากไป ก็จะกลายเป็นว่าเรามองไปข้างหน้าอย่างทะเยอทะยาน แต่การที่เราไปเป็นขั้น ๆ มันทำให้เรามองย้อนหลังไปได้ มันจะเป็นกำลังใจให้เราว่า กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้มันลำบากแค่ไหน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 28-09-2009 เมื่อ 17:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 144 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 28-09-2009, 18:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,801
ได้ให้อนุโมทนา: 62,809
ได้รับอนุโมทนา 2,799,693 ครั้ง ใน 20,081 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

- มีพี่คนหนึ่งถือพานมาขอขมาหลวงพ่อเล็ก พี่เขาได้สารภาพกับหลวงพ่อเล็กว่าปรามาสท่าน โดยให้เหตุผลว่า "เพราะผมรู้น้อย"
หลวงพ่อเล็กท่านก็ยิ้ม ๆ แล้วบอกว่า "ไม่มีหรอก รู้น้อย มีแต่รู้มากขึ้น"

- มีหลายท่านที่มากราบหลวงพ่อ พยายามที่จะหายาดี ๆ มาถวาย ทั้งยาไทยและยานอก หลวงพ่อท่านก็ว่า "ที่กิน(ยา)นี่ไม่ได้อะไรหรอกนะ เดี๋ยวมันจะหาว่าที่ไม่หายเพราะไม่ยอมกินยา ก็เลยกินให้ดู จะได้รู้ว่ากินแล้วไม่หาย (หัวเราะ)"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 28-09-2009 เมื่อ 18:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 146 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 30-12-2009, 12:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,801
ได้ให้อนุโมทนา: 62,809
ได้รับอนุโมทนา 2,799,693 ครั้ง ใน 20,081 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กันยายน ๕๑

ถาม : พวกคนรวย ๆ เขาก็ต้องมีทานบารมีมาดี แต่ทำไมชาติปัจจุบันบางคนจึงตระหนี่ถี่เหนียว อะไรก็ไม่ยอมทำ
ตอบ : บางทีในอดีตเขาอาจจะได้ทำโดยที่ไม่เจตนาก็มี คือ ไม่ได้เกิดจากการสละออกโดยใจจริง พวกสละด้วยใจจริงมาชาตินี้ก็ทำต่อ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-12-2009 เมื่อ 03:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 133 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 07-05-2010, 09:47
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๒ (ต่อ)

"เรื่องของกรรม หากไม่เคยกระทำไว้ ไม่ต้องกลัวเรื่องผลที่จะต้องรับ"
"การเลือกใช้อะไร ให้เลือกใช้เท่าที่จำเป็น ดำรงชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียง"
"อย่าเสียดายเวลาในการปฏิบัติแต่ละวัน ให้รู้จักสละเวลามาปฏิบัติให้มากขึ้น จงเห็นความสำคัญของการทำความดีจริง ๆ เพราะเวลาของเรามีแค่ชั่วลมหายใจเดียว (เข้าไม่ออกก็ตาย ออกไม่เข้าก็ตาย)"
"ต้องรู้จักทนความลำบาก อย่าสนความสบายนัก ไม่อย่างนั้นจะเอาดีได้ยาก"
"พยายามเอาทุกอิริยาบถให้อยู่กับคำภาวนา แล้วจะเอาดีได้"
"งานทางโลกก็สำคัญ แต่งานทางธรรม (การภาวนา) สำคัญที่สุด เพราะข้างหน้า ถ้าต้องมีคนมาพึ่งเรา เราอาจจะไม่มีอะไรให้เขาพึ่งได้เลย"
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 110 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 11-05-2010, 09:29
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

"ธรรมะของพระพุทธเจ้า
มีสติระลึกรู้อยู่ ไม่ว่าจะ ยืน – เดิน – นั่ง – นอน – ดื่ม – กิน – คิด – พูด – ทำ"


*อ้างอิงเพิ่มเติม
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ท่านอาจารย์หยุดฟังเสียงท่านเอ๊ดประชาสัมพันธ์ จบจบแล้วจึงกล่าวว่า "พระมีศีลอยู่ข้อหนึ่งว่า ห้ามแสดงธรรมพร้อมกัน ภิกษุแสดงธรรมพร้อมกันปรับอาบัติปาจิตตีย์ ศีลขาดฟรี ๆ

คำว่าแสดงธรรมพร้อมกัน จริง ๆ แล้วก็คือแข่งกันพูด จนโยมไม่รู้จะฟังใครกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของศีล ถ้าหากว่าญาติโยมทั้งหลายยังปฏิบัติไปถึงระดับที่ว่า ขยับตัวเมื่อไรรู้ว่าศีลจะขาดหรือไม่ ถ้ายังทำไม่ถึงระดับนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ถ้าทำมาถึงระดับว่า ขยับตัวเมื่อไรรู้ว่าศีลเราจะขาดหรือไม่ ก็พอจะอาศัยได้ แต่ยังไม่แน่ว่าจะรอด

อย่าลืมว่าศีลเป็นบทเริ่มต้นของการปฏิบัติ ในสิกขา ๓ สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเพื่อไม่ให้เราหลงทาง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ สรุปลงเหลือ ศีลสิกขา การศึกษาและปฏิบัติในเรื่องศีล จิตตสิกขา การศึกษาและปฏิบัติในสมาธิ และปัญญาสิกขา การศึกษาและปฏิบัติตามหลักปัญญาพิจารณา

เพราะฉะนั้น..นี่เป็นการบ้านใหญ่ที่ฝากพวกเราไว้ ทำอย่างไรที่เราจะมีสติระลึกรู้อยู่ ไม่ว่าจะยืน เดิน นอน นั่ง ดื่ม กิน คิด พูด ทำ ที่เรียกว่า นวจริยา


หมายเหตุ : นวจริยา คือ อิริยาบถ ๙ อย่าง ได้แก่ ยืน เดิน นอน นั่ง ดื่ม กิน คิด พูด ทำ
จาก http://www.watthakhanun.com/webboard...ead.php?t=1813

และ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ vanco อ่านข้อความ
ตอนที่เข้าไปเป็นทหารใหม่ ๆ ไปอยู่กองโรงเรียน ตี ๕ เขาปลุก กว่าจะได้พักก็ ๓ ทุ่ม เขาให้เวลาทำความสะอาด ซักเสื้อ ซักผ้า ขัดรองเท้า ขัดเครื่องหมายทุกชิ้นให้เงาวับภายในเวลา ๑๕ นาที แล้วเป่านกหวีดให้นอน แปลว่า ๓ ทุ่ม ๑๕ ต้องนอน ๔ ทุ่มจะเป่าให้ฝึกยุทธวิธีการรบเวลากลางคืน แล้วจะจบประมาณตี ๒ คราวนี้ไปรีบนอน ตี ๕ ปลุกใหม่ แปลว่าเราจะมีเวลาพักจริง ๆ ประมาณ ๓ ชั่วโมง หมายถึงว่า หงายหลังไปต้องหลับเลย

อาตมาเองเคยยืนหลับ ฝึกท่าอาวุธอยู่ เขาสั่งเรียบอาวุธปึ๊บไม่ทันเข้าร่องไหล่ มันหลับ ส่วนอีกทีหนึ่งหลับแล้วได้ดี ก็คือ ช่วงเขาเป่านกหวีด เราต้องไปห้องน้ำห้องส้วม ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ จนกระทั่งไปเข้าแถวเรียบร้อย ๓ นาที คราวนี้มันไม่ทัน ไม่ทันก็โดนซ่อม ซ่อมด้วยการลงโทษ นั่งกระโดด(สก๊อตจั๊มป์) วิดพื้นบ้าง ก็แอบใส่ถุงเท้าไว้ก่อน ใส่ชุดไว้ก่อน ปรากฏว่าก่อนตี ๕ ครูฝึกดันมาไล่คลำตีนทีละตีน พอเจอเข้าก็จดชื่อไว้ พอถึงเวลาต้องไปเล่นกายบริหารต่างหาก อาตมาโดนจด เพราะวันนั้นใส่ถุงเท้าไปก่อน

พอ ๓ ทุ่ม ๑๕ เสียงเป่านกหวีดให้นอน เราหงายผลึ่งหลับไปเลย ไม่รู้หลับตอนไหน ตื่นขึ้นมากระซิบถามเพื่อน "เฮ้ย เขาไม่ได้เรียกเหรอ" เพื่อนบอก " เรียก แล้วมึงไปไหนมา " กูหลับ....

แล้วในประวัติศาสตร์ ไม่มีใครกล้าเบี้ยว เขาก็เลยไม่เช็ค คิดว่ามาครบ ถ้าเขารู้ว่าเราเบี้ยว โดนตัดหลายแต้ม

ตั้งแต่เข้าไปเรียน คุณได้ ๑๐๑ แต้ม แล้วจะโดนตัดไปเรื่อยตามความผิดหนักเบาของเรา ต่อให้คุณสอบผ่านหมดทุกอย่าง ถ้าแต้มไม่เหลือเขาปรับตก ส่วนที่ตัดแต้มมากที่สุด มักเป็นเรื่องการเคารพอาวุโส หรือเคารพผู้เป็นครูบาอาจารย์ เพราะฉะนั้นระบบ seniority ของทหารมันจึงได้เข้มข้นมาก เพราะเขาฝึกมาตั้งแต่ตอนนี้ ไม่อย่างนั้นโดนตัดที ๒ แต้ม ๕ แต้ม แทบนั่งร้องไห้ มันอาจจะหมายถึงว่าเรียนฟรี...รุ่นของอาตมานี่ตกไป ๖ คน

ที่เล่าให้ฟังเพื่อที่จะย้อนกลับมาพูดตรงที่ว่า มันมีเวลานอนแค่ ๓ ชั่วโมง แต่เรารู้ว่าเราต้องภาวนา เพราะฉะนั้นถึงเวลาตี ๓ มันต้องตื่นขึ้นมาภาวนา เราต้องสละเวลานอนตัวเองมาเพื่อทำ ไม่อย่างนั้นแล้วอารมณ์ของเราที่รักษาไว้ดี ๆ มันจะพังบรรลัยหมด ถ้ากิเลสมันกินใจเราได้ กว่าจะไล่มันออกไปเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ใครที่เคยรักษาอารมณ์ผ่องใสได้นาน ๆ แล้วอยู่ ๆ ขุ่นมัวไป เพราะรักโลภโกรธหลง จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายขนาดไหน

เพราะฉะนั้นเราจะไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้มันมาแย่งเอาความผ่องใสของใจไป มีวิธีเดียวก็คือ ต้องสละเวลานอนขึ้นมาขัดถูทำความสะอาดมันให้ผ่องใสให้ได้

ปรากฏว่า เพื่อนมันก็มีความสามารถ ฉันทะมันเหลือเฟือ เราตื่นตี ๓ มันตื่นด้วย เรานั่งกรรมฐาน มันก็คลานมารอบเตียง "หลวงพ่อขอเลข ๒ ตัว" คิดดูแล้วกันว่าฉันทะมันขนาดไหน เหนื่อยจนรากเลือดมาด้วยกัน แทนที่จะนอน มันก็ไม่นอนหรอก มันก็ตื่นมากวนเรา มันสุดยอดมนุษย์จริง ๆ ถึงได้บอกว่า จริง ๆ พวกเรามาถึงระดับนี้แล้วกำลังใจทุกส่วนของเรา มันเหลือเฟือแล้วที่จะสร้างความดี เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนจุดมันหน่อย ให้เห็นความสำคัญของการทำความดี

ให้เห็นว่าเวลาของเราที่มีสำคัญ เพราะเวลาของเรามีแค่ชั่วลมหายใจเดียว หายใจเข้า...ถ้าไม่หายใจออกก็ตายแล้ว หายใจออก...ถ้าไม่หายใจเข้าก็ตาย แล้วถ้าเราตายตอนที่ไม่มีความดีอยู่ในใจนั้น ลองว่าได้ลงอบายภูมิไปใช้หนี้เก่าทั้งหมด มันมะรุมมะตุ้มเราแย่แน่

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในกัปป์นี้ผ่านไปแล้วยังไม่แน่เลยว่าจะขึ้นมาได้ ในเมื่อมันเป็นอย่างนั้นเราจะนอนสบายดี หรือจะยอมลำบากลุกขึ้นมาภาวนาดี เพราะถ้าเรายอมลำบาก เราลำบากชาติเดียว เวลาความเป็นมนุษย์ไม่เกินร้อยปีตายแน่ เปรียบกับการเวียนตายเวียนเกิดนับกัปไม่ถ้วน มันทุกข์ยากลำบาก เรื่องแค่นี้เราจะทนลำบากไม่ได้

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า เราเหมือนอยู่ในเรือนที่ไฟกำลังไหม้ แทนที่เราตั้งหน้าจะตะเกียกตะกายหนีไฟ เรากลับไปนอนสบายสมควรตายไหมล่ะ

เรายิ่งไม่มีเวลาเรายิ่งต้องสละทุ่มเทให้กับมัน เหมือนกับที่อาตมาไม่มีเวลานอน ที่ยอมสละลุกขึ้นมาภาวนา พอถึงเวลารวมแถวก็เริ่มออกวิ่ง วันหนึ่ง ๑๕ กิโลเมตร แล้วแต่ครูฝึก แต่เราไม่หวั่น ซ้ายพุท ขวาโธ ลงตัวพอดีเป๊ะเลย

ทำอย่างไรที่พวกเราจะฉวยทุกอิริยาบถของเรา ทุกเวลาของเรา ยืน เดิน นั่ง นอน ดื่ม กิน คิด พูด ทำ ใช้เวลาทั้งหลายเหล่านั้นควบกับการภาวนาไปด้วย

การบ้านนี้อาจจะยากไปหน่อยแต่ขอยืนยันว่าถ้าทำการบ้านนี้ได้สอบได้ทุกคน ถึงแม้จะไม่ได้เกรด a อย่างน้อยไม่ขี้เหร่ถึง c ถึง d แน่นอน ช่วยรับไปแล้วทำด้วย

อาตมาเองก็รู้ตัวว่าแก่เต็มทีแล้ว เหนื่อย...พอหงายหลังก็สลบ ก่อนหน้านี้จะตื่นก่อนนาฬิกาปลุก ๕ นาที แต่เดี๋ยวนี้นาฬิกาดัง มันเสียงอะไรวะ...มันเพลียจนไม่มีแรงจะลุก

ก่อนหน้านี้พอหมดสภาพแล้วมันตื๊อต่อได้เป็นวัน ๆ แต่เดี๋ยวนี้หมดแล้วมันหมดเลย หงายลงไปก็ได้ก็หลับเลย พุท ไม่ทันจะโธ ก็ไปแล้ว
จาก http://board.palungjit.com/f61/ชีวิต...ml#post2667796

ขอบพระคุณ คุณเถรีและคุณสุรจิตรและคุณ Vanco (เว็บพลังจิต)
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 20-05-2010 เมื่อ 02:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 19-05-2010, 09:03
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๒

"ผู้ปฏิบัติจะมีสติเท่ากันทั้งหลับหรือตื่น เพื่อให้รู้เท่าทันกับกิเลส ควรจะทำให้ถึงระดับนี้เป็นอย่างน้อย"
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 79 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 20-05-2010, 08:26
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

"การฝึกกรรมฐาน ให้รักษาอารมณ์ใจ ลมหายใจ
- รู้จักปลีกตัวจากหมู่ชน
- ระวังอารมณ์หลุดจากลมหายใจ
- จิตที่มีความละเอียด จะรับรู้สัมผัสสิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้น มากขึ้น
- อย่าสนใจในนิมิต
- ระวังมาร"
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ปราโมทย์ : 20-05-2010 เมื่อ 08:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 21-05-2010, 09:40
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ (ต่อ)

"สมมุติมันซ้อนสมมุติแล้วมายึดว่าเป็นตัวเรา ของเรา"
"มองตัวเองมาก ๆ เมื่อใดเราเห็นว่าใครต่อใครเลว ให้จำไว้ว่าตัวเราแย่มาก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมาตามวาระเวลา ทั้งหมดเป็นเพียงแค่สมมุติ"
"ถ้าเขาดี น่ายินดี ไม่ต้องเป็นภาระ ,ถ้าเขาแย่ น่าสงสาร ควรส่งเสริม"
"รักษากำลังของตนเองให้สูงที่สุด ในแต่ละวันต้องไม่ไหลไปตามรัก โลภ โกรธ หลง"
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 71 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 01-06-2010, 09:38
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ (ต่อ)

“สิ่งใดที่เห็นว่าดีให้นำมาใช้ ถ้าไม่ดีให้ปล่อยวาง”
“การทำดีให้เอาดีให้ได้ จะได้ภูมิใจว่าเป็นลูกใคร”
“จงเลียนแบบประติมากรรมชีวิต เอาสิ่งที่ดี ๆ ของบุคคลอื่นที่ปฏิบัติดีมาแล้ว เอามาปรับปรุงตนเองจนดีที่สุด แล้วดูจากสิ่งรอบข้างว่าเขาปฏิสัมพันธ์กับเราอย่างไร เพราะเขาไม่ได้ดูแต่ภายนอก แต่จะดูไปถึงภายใน”
“อย่าเอาแค่ฟัง ให้ฟังแล้วจำ นำไปคิด แล้วปฏิบัติให้เห็นผล”
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 58 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 02-06-2010, 16:11
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ (ต่อ)

“ไล่ความชั่วออกไปจากใจ ทำความดีให้เกิดขึ้น รักษาความดีนั้นเอาไว้ แล้วทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก”
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 03-06-2010, 11:38
ปราโมทย์ ปราโมทย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
สถานที่: Ratchaburi & Kanchanaburi
ข้อความ: 47
ได้ให้อนุโมทนา: 82,038
ได้รับอนุโมทนา 16,856 ครั้ง ใน 663 โพสต์
ปราโมทย์ is on a distinguished road
Default

เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ (ต่อ)

“ทุกคนเปรียบเหมือนทหาร ทหารแห่งกองทัพธรรม มีพระพุทธเจ้าเป็นธรรมราชา หลวงปู่ หลวงพ่อทั้งหลายเป็นธรรมเสนา ต้องปฏิบัติตามท่านให้ได้”

“ต้องดูว่ากายสมบูรณ์หรือไม่ คือไม่ละเมิดในศีล วาจาสมบูรณ์หรือไม่ คือไม่โกหก ส่อเสียด ใจสมบูรณ์หรือไม่ คือไม่คิดว่าร้าย ไม่คิดในทางละเมิดศีล อย่าปล่อยให้มีรูรั่วแม้เพียงเล็กน้อย เพราะรูรั่วเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้เขื่อนขนาดใหญ่พังทลายได้ เรือทั้งลำจมได้”

“พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าความอดทนเป็นเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง เพื่อนิพพานอันเป็นธรรมอันสูงสุด เป็นทหารจึงต้องมีความอดทน อดทนต่อกิเลสตัณหาที่เข้ามา กิเลสมีรัก โลภ โกรธ หลง แต่มาได้หลายต่อหลายแบบ มีแพ้บ้างชนะบ้างเป็นธรรมดา ให้รู้จัดคิดวิเคราะห์ว่า ชนะ แพ้ เพราะอะไร”

“ต้องมีอิทธิบาท ๔ ให้ประจำอยู่กับใจกับการปฏิบัติ”
__________________
จิตเกษม ต้องอยู่ใน ๑๗๕,๓๐๐ ให้ได้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ปราโมทย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

Tags
เก็บเล็กผสมน้อย


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:40



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว