กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 09-12-2009, 08:55
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

ว่าแต่"ทิดตู่"รับจัดทัวร์หรือเปล่าครับ ขอแบบทัวร์เหมา สามวันสองคืน
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 48 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 09-12-2009, 14:29
ทิดตู่'s Avatar
ทิดตู่ ทิดตู่ is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 169
ได้ให้อนุโมทนา: 27,747
ได้รับอนุโมทนา 46,261 ครั้ง ใน 1,458 โพสต์
ทิดตู่ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ตาตั้ม อ่านข้อความ
พี่ทิดครับ ขอทราบรายละเอียด "โลกันตนรก" ครับ ไม่ทราบว่านรกขุมนี้นั้นต้องทำความผิดแบบไหนครับ ที่สงสัยเพราะว่าขนาดเทวทัตยังอยู่แค่อเวจีมหานรกเอง (ไม่ได้สงสัยเพื่อเตรียมตัวไปอยู่เองหรอกครับ อิอิ) และพอมีตัวอย่างผู้ที่เราพอจะรู้จักกันที่ยังอยู่ที่โลกันตนรกหรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ
อยากลงไปอยู่นรกเย็น ๆ ก็ต้องทำความเลวแบบใจ (เลือด) เย็น ๆ ครับ
โลกันตนรก เป็นสถานที่รองรับสัตว์นรกจำพวกคนเนรคุณ อกตัญญู ทุบตีเบียดเบียนพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ อกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทำบาปเป็นนิตย์ในชนิดที่เรียกว่าอาจิณกรรม บิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ตนเองเป็นมิจฉาทิฐิไม่เพียงพอ ไปหลอกล่อบุคคลอื่นให้เป็นมิจฉาทิฐิ คือมีความเห็นผิดมืดบอดไปด้วย
ทั้งหมดนี้ ทำไปโดยไม่รู้สึกละอายแก่ใจ ไร้ซึ่งหิริ และโอตตัปปะ
ด้วยการทำความเลวแบบใจเย็นเช่นนี้ จึงต้องไปเสวยทุกข์ในสถานที่มืดเย็นอย่างโลกันตมหานรก ซึ่งเป็นนรกที่ต้องรับทุกข์อย่างแสนสาหัส สิ้นกาลนาน
-ส่วนมีใครที่เรารู้จักบ้างที่ตายไปแล้วไปอยู่ที่ขุมนั้น อันนี้ไม่ขอพยากรณ์ ขอให้สังเกตปฏิปทาในยามที่เขามีชีวิตอยู่ก็แล้วกัน ว่าเป็นคนอกตัญญูไม่รู้คุณ ทำบาปเป็นอาจิณกรรม เป็นมิจฉาทิฐิ บิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ทำให้บุคคลอื่น ๆ เป็นมิจฉาทิฐิไปด้วยหรือเปล่า ถ้าใช่ โดยส่วนตัวผมว่า อย่างไรก็ไม่พ้น บุคคลทำกรรมเช่นไร ย่อมได้รับผลของกรรมเช่นนั้นครับ

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ วาโยรัตนะ อ่านข้อความ
ว่าแต่"ทิดตู่"รับจัดทัวร์หรือเปล่าครับ ขอแบบทัวร์เหมา สามวันสองคืน
ไว้จะเชิญทิดรัตน์ลงไปเป็นไกด์นะครับ
__________________
๑۩۞۩๑ ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน ๑۩۞۩๑
ช่วยกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง และโปรดหลีกเลี่ยงการนำภาษาพูดมาใช้เป็นภาษาเขียนด้วย

ขอเชิญร่วมบุญธรรมทานเว็บไซต์"วัดท่าขนุน"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 61 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทิดตู่ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 03-08-2010, 11:22
ครูวพิตร์
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

คุณทิดตู่ค่ะ สวัสดีแบบไทยก่อนนะคะ ดิฉันยังไม่ได้เป็นชาวพุทธเต็มตัว คือเป็นพุทธในทะเบียนบ้าน เพราะพ่อแม่ใส่ให้ เติบโตขึ้นมาแบบคนที่ยังไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้พิสูจน์ชัดด้วยตนเอง จึงจัดตนเองเป็นคนยังไม่มีศาสนา แต่ศรัทธาคำสอนในการปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของพระพุทธเจ้ามาก และคำสอนดี ๆ ของลัทธิอื่น ๆ ในหลาย ๆ ข้อด้วย มีความอยากนะที่จะเป็นคนดีและมีความสุขและเป็นประโยชน์กับสรรพสิ่ง สิ่งที่ข้องใจมากที่สุดเกี่ยวกับศาสนาพุทธคือ เรื่องสวรรค์และนรกค่ะ คือดิฉันยังไม่เชื่อค่ะว่ามีจริง ๆ ทราบแล้วว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญมากที่สุดของชาวพุทธ แต่จะพิสูจน์อย่างไรได้ และคำบอกเล่าของผู้อื่น ๆ ดิฉันก็เคารพนะคะ แต่อย่างไรก็ยังไม่เชื่อ ( ด้วยความเคารพค่ะ ) และเรื่องสวรรค์นรกนี่เองที่ทำให้ดิฉันไม่กล้าบอกว่าตนเองเป็นชาวพุทธ เพราะยังไม่เชื่อ มีคำถามดังนี้ค่ะ

๑. มีวิธีพิสูจน์เรื่องนี้ว่ามีจริงหรือไม่ ต้องทำอย่างไรบ้าง
๒. ดิฉันเชื่อเรื่องผีแล้ว เคยไม่เชื่อมาก่อนแต่เคยประสบแล้วด้วยตนเองจึงเชื่อ และยังมีข้อสงสัยอีกมากในเรื่องนี้
๓. โลกของผี เปรต นรก สวรรค์ มนุษย์ต่างดาว อยู่คนละมิติใช่หรือไม่
๔. ดิฉันเชื่อว่าในดวงดาวอื่น ๆ ที่ห่างไกลโลก ( หรืออาจใกล้แต่ต่างมิติ) มีแน่นอนและมีมนุษย์ต่างดาวหลากหลายสายพันธุ์ในดาวต่าง ๆ ด้วย และนรกนี้ เป็นสถานที่รองรับการทำโทษกับมนุษย์โลกเท่านั้นหรือค่ะ มนุษย์จากดาวดวงอื่น เป็นอย่างไร มีสวรรค์หรือนรกขุมอื่น สำหรับพวกเขาหรือไม่
๕. มนุษย์โลกที่ไม่ใช่ชาวพุทธ ต้องร่วมนรกหรือสวรรค์เดียวกับชาวพุทธหรือไม่

หากคุณทิดตู่จะกรุณาตอบก็จะเป็นพระคุณ หากตอบไม่ได้ดิฉันคงต้องเก็บข้อสงสัยไปถามผู้อื่นต่อไป เพราะเป็นคำถามแห่งชีวิตของดิฉัน

ขอพระขอบคุณล่วงหน้าในความกรุณาค่ะ

ครูวพิตร์

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ครูวพิตร์ : 03-08-2010 เมื่อ 11:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 03-08-2010, 12:57
บทเพลงใบไม้ร่วง's Avatar
บทเพลงใบไม้ร่วง บทเพลงใบไม้ร่วง is offline
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 1
ได้ให้อนุโมทนา: 35
ได้รับอนุโมทนา 136 ครั้ง ใน 4 โพสต์
บทเพลงใบไม้ร่วง is on a distinguished road
Default

แล้วมีปัจจัยใดที่จะทำให้สัตว์นรกหมดอายุขัยลงก่อนกำหนดวาระบ้างไหมครับ ถ้าไม่มีแสดงว่าท่านใดลงนรกแล้วก็ต้องอยู่จนครบวาระทุกท่านอย่างนั้นหรือครับ
แล้ว ๑ วินาทีในนรก กับ ๑ วินาทีบนโลกมนุษย์ เข็มวินาทีกระดิกเท่ากันไหมครับ ถ้าตรงกันเราเอานาฬิกา ๒ เรือนไปทดสอบให้ท่านทิดจับเวลาดูสมมุติท่านทิดจับเวลาอยู่ที่ขุมนรกแค่ ๑ นาที แล้วให้อีกคนจับเวลาอยู่บนโลกมนุษย์ ๑ นาทีเท่ากันแล้วลองท่านทิดตู่โทรมาบอกว่าครบ ๑ นาทีในนรกแล้ว แล้วคนที่อยู่บนโลกมนุษย์มันจะเป็นสภาพอย่างไรครับตอนนั้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย บทเพลงใบไม้ร่วง : 06-08-2010 เมื่อ 14:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ บทเพลงใบไม้ร่วง ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 03-08-2010, 15:09
คนเก่า's Avatar
คนเก่า คนเก่า is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
สถานที่: ชมพูทวีป
ข้อความ: 189
ได้ให้อนุโมทนา: 21,727
ได้รับอนุโมทนา 54,426 ครั้ง ใน 1,402 โพสต์
คนเก่า is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ทิดตู่ อ่านข้อความ
อยากลงไปอยู่นรกเย็น ๆ ก็ต้องทำความเลวแบบใจ (เลือด) เย็น ๆ ครับ
โลกันตนรก เป็นสถานที่รองรับสัตว์นรกจำพวกคนเนรคุณ อกตัญญู ทุบตีเบียดเบียนพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ อกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทำบาปเป็นนิตย์ในชนิดที่เรียกว่าอาจิณกรรม บิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ตนเองเป็นมิจฉาทิฐิไม่เพียงพอ ไปหลอกล่อบุคคลอื่นให้เป็นมิจฉาทิฐิ คือมีความเห็นผิดมืดบอดไปด้วย
ทั้งหมดนี้ ทำไปโดยไม่รู้สึกละอายแก่ใจ ไร้ซึ่งหิริ และโอตตัปปะ
ด้วยการทำความเลวแบบใจเย็นเช่นนี้ จึงต้องไปเสวยทุกข์ในสถานที่มืดเย็นอย่างโลกันตมหานรก ซึ่งเป็นนรกที่ต้องรับทุกข์อย่างแสนสาหัส สิ้นกาลนาน
-ส่วนมีใครที่เรารู้จักบ้างที่ตายไปแล้วไปอยู่ที่ขุมนั้น อันนี้ไม่ขอพยากรณ์ ขอให้สังเกตปฏิปทาในยามที่เขามีชีวิตอยู่ก็แล้วกัน ว่าเป็นคนอกตัญญูไม่รู้คุณ ทำบาปเป็นอาจิณกรรม เป็นมิจฉาทิฐิ บิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ทำให้บุคคลอื่น ๆ เป็นมิจฉาทิฐิไปด้วยหรือเปล่า ถ้าใช่ โดยส่วนตัวผมว่า อย่างไรก็ไม่พ้น บุคคลทำกรรมเช่นไร ย่อมได้รับผลของกรรมเช่นนั้นครับ



ไว้จะเชิญทิดรัตน์ลงไปเป็นไกด์นะครับ
จากกระโถนข้างธรรมาสน์
...
....
ถาม : ปัจจุบันยังมีคำสอนของพระพุทธองค์ที่อธิบายว่า นิพพานัง ปรมัง สุญญัง-นิพพานมีสภาพสูญ ต้องการพระนิพพานเพื่อเข้าสู่ความดับ สูญของวิญญาณ ในขณะเดียวกันก็มีผู้ฟังและผู้ศึกษาเข้าใจว่าเป็นแบบ นั้น คนที่เข้าใจผิดมีผลเสียอะไรหนักหรือไม่?

ตอบ : อันนั้นถือว่าเป็นมิจฉาทิฐิ ถ้าหากว่าตายจะมีอเวจีเป็นที่ไป เท่าที่ อาตมามีประสบการณ์เห็นคนที่สอนอย่างนี้ลงโลกันตร์ไปเลย ตอนแรก ก็สงสัยเพราะว่าโลกันตร์ที่โทษมันหนักหนาสาหัสมาก โอกาสที่คนจะลง มีน้อยมาก แต่วันนั้นลงไปบังเอิญเจออาจารย์ใหญ่ท่านไปอยู่ที่นั้น ก็ ถามว่าทำไมถึงลงโลกันตร์เพราะว่าโทษมันหนักเหลือเกิน มัน ๔ เท่าของอเวจีถึงลงโลกันตร์ได้ ท่านบอกว่าท่านสอนคนเป็นมิจฉาทิฐิ คนเป็นต้องตกอเวจีมหานรก กว่าจะไล่ครบทุกขุมตามกรรมที่เคยทำมา กว่าจะเป็นเปรต กว่าจะเป็นอสุรกาย กว่าจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน กว่าจะเกิดเป็นคน มันนานเหลือเกิน ทำคนให้ห่างความดีได้เนิ่นนานขนาดนั้นและจำนวนมากขนาดนั้น โทษของเขาเลยหนักกลายเป็นลงโลกันตร์ไปเลย อันนี้ เป็นนิทานเฉย ๆ เล่าให้ฟังไปคุยมา ใครสอนว่านิพพานสูญก็ระวังไว้เถอะ
...
...
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คนเก่า ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 03-08-2010, 18:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,742 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ บทเพลงใบไม้ร่วง อ่านข้อความ
แล้ว๑วินาทีในนรก กับ๑วินาทีบนโลกมนุษย์ เข็มวินาทีกระดิกเท่ากันมั้ยครับ ถ้าตรงกันเราเอานาฬิกา๒เรือนไปทดสอบให้ท่านทิดจับเวลาดูสมมุติท่านทิดจับเวลาอยู่ที่ขุมนรกแค่๑นาที แล้วให้อีกคนจับเวลาอยู่บนโลกมนุษย์๑นาทีเท่ากันแล้วลองท่านทิดตู่โทรมาบอกว่าครบ๑นาทีในนรกแล้ว แล้วคนที่อยู่บนโลกมนุษย์มันจะเป็นสภาพยังไงครับตอนนั้น
ไหม , อย่างไร , เว้นวรรคหน้าและหลังตัวเลขด้วยค่ะ
เถรีกำลังคิดว่า ถ้าพี่ทิดตู่ตอบคำถามนี้ คงเก่งยิ่งกว่าพระโมคคัลลานะ ที่ท่องเที่ยวนรกสวรรค์เป็นปกติแล้วค่ะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 03-08-2010 เมื่อ 20:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 40 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 03-08-2010, 20:40
มุนินา's Avatar
มุนินา มุนินา is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
สถานที่: นนทบุรี
ข้อความ: 9
ได้ให้อนุโมทนา: 6,797
ได้รับอนุโมทนา 5,121 ครั้ง ใน 165 โพสต์
มุนินา is on a distinguished road
Default

สำหรับคำถามของคุณ บทเพลงใบไม้ร่วง
ในข้อแรกที่ ๑ ดิฉันแนะนำให้คุณลองอ่านจากกระทู้นี้ค่ะ
http://www.watthakhanun.com/webboard...ead.php?t=1176
อาจจะพอเป็นคำตอบได้
อ่านข้อความที่ ๔ ด้วยนะคะ

ส่วนคำตอบข้อที่ ๒ ที่คุณได้ถามคุณทิดตู่
ดิฉันขออนุญาตแนะนำให้คุณลองไปหาหนังสือ
"ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" มาอ่านดูค่ะ

ดิฉันไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้บอกทฤษฎีของเวลาถูกต้อง
แต่อ่านไว้เป็นความรู้ติดตัวก็ไม่เสียหลายค่ะ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 42 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ มุนินา ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 03-08-2010, 21:10
ทิดตู่'s Avatar
ทิดตู่ ทิดตู่ is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 169
ได้ให้อนุโมทนา: 27,747
ได้รับอนุโมทนา 46,261 ครั้ง ใน 1,458 โพสต์
ทิดตู่ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ไหม , อย่างไร , เว้นวรรคหน้าและหลังตัวเลขด้วยค่ะ
เถรีกำลังคิดว่า ถ้าพี่ทิดตู่ตอบคำถามนี้ คงเก่งยิ่งกว่าพระโมคคัลลานะ ที่ท่องเที่ยวนรกสวรรค์เป็นปกติแล้วค่ะ
ตอบได้ตามตำรา อย่างนางฟ้าบริวารของมาลาการเทพบุตร ที่จุติไปเกิดเป็นมนุษย์ผู้หญิงในขณะที่กำลังเที่ยวชมสวนกันอยู่บนสวรรค์
พอเกิดมา เธอระลึกชาติได้ว่าจุติมาจากความเป็นนางฟ้า ถึงเวลาทำบุญก็เฝ้าแต่อธิษฐานว่า ขอให้ได้เกิดในคณะของมาลาการเทพบุตรเหมือนเดิม จนสิ้นระยะเวลา ๕๐ ปี เธอก็ตายลง แล้วก็ไปจุติบนสวรรค์ ในสวนที่เธอจุติลงไปเป็นมนุษย์
มาลาการเทพบุตร พอเห็นหน้าจึงได้ถามกับนางฟ้าองค์นี้ว่า
"นี่เธอ เธอหายไปเที่ยวที่ไหนมาตั้งครึ่งวัน!!!"
เรื่องนี้มีมาในพระไตรปิฎกจ้ะ
__________________
๑۩۞۩๑ ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน ๑۩۞۩๑
ช่วยกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง และโปรดหลีกเลี่ยงการนำภาษาพูดมาใช้เป็นภาษาเขียนด้วย

ขอเชิญร่วมบุญธรรมทานเว็บไซต์"วัดท่าขนุน"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 47 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทิดตู่ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 04-08-2010, 10:07
คนเก่า's Avatar
คนเก่า คนเก่า is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
สถานที่: ชมพูทวีป
ข้อความ: 189
ได้ให้อนุโมทนา: 21,727
ได้รับอนุโมทนา 54,426 ครั้ง ใน 1,402 โพสต์
คนเก่า is on a distinguished road
Default

พระพุทธศาสนาตั้งอยู่บนรากฐานความเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด มีผีสางเทวดาและภพภูมิต่าง ๆ เป็นปกติอยู่แล้วครับ

คนที่ไม่มั่นใจ หรือไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็เท่ากับไม่ใช่ชาวพุทธ หรือยังไม่เป็นพุทธศาสนิกชนเต็มตัว เฉกเช่นชาวคริสต์ที่หากไม่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้า ในพระบุตร หรือคัมภีร์ไบเบิ้ลก็ย่อมไม่ใช่ชาวคริสต์

พุทธประวัติให้ความชัดเจนหลายช่วงหลายตอนในเรื่องภพชาติและผีสางเทวดา เช่น ตั้งแต่ก่อนเสด็จเข้าสู่พระครรภ์พระมารดา พระบรมโพธิสัตว์ประทับอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต เทพเจ้าพากันอาราธนาให้จุติเพื่อตรัสเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ครั้นสำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ยังได้เสด็จขึ้นโปรดพระมารดาที่ดาวดึงส์ ซึ่งทรงเป็นเทพบุตรประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดุสิต พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดตลอดพรรษา เมื่อเสด็จกลับยังโลกมนุษย์ได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดโลกและภพภูมิต่าง ๆ ให้สรรพสัตว์ได้รู้เห็นด้วยตนเอง

หากท่านใดใฝ่ศึกษาจริงและมีวิสัยไม่เชื่อใครง่าย ๆ ขอแนะนำให้อ่านพระไตรปิฎกก่อนเลยครับ ก่อนที่จะถกเถียง ซักค้าน ซักฟอกเอากับผู้ใด จะได้รู้ชัดกับตนเองก่อนว่าหลักฐานชั้น ๑ ของพระพุทธศาสนาที่สืบทอดมานานกว่า ๒,๕๐๐ ปี อันเป็นรากฐานของพระพุทธศาสนานั้น แสดงไว้อย่างไรบ้าง

ความเป็นไปและธรรมชาติของพรหมเทพ มนุษย์โลกอื่น ตลอดถึงศาสตร์ต่าง ๆ แม้กระทั่งนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ก็มีอยู่ในพระไตรปิฎกอย่างหาจากศาสนาอื่นไม่ได้ หากใฝ่รู้จริงจงไปหาดูเอาเองเถิด จะได้ชัดเจนแก่ตน

ทุกเนื้อหาทุกเรื่องในพระไตรปิฎกนั้นสามารถพิจารณาพิเคราะห์ไล่เรียงเหตุและผลได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องถามจากผู้ใด เพราะพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเหตุและผล เป็นศาสนาเดียวในโลกที่ท้าทายการพิสูจน์ บอกไว้ชัดว่าไม่ต้องเชื่อในทันที และไม่มีการขู่ว่าจะมีโทษเหมือนศาสนาอื่นด้วย

หากใจร้อนซักไซ้จะเอาความจริงกับตัวบุคคล ย่อมยากที่จะได้ความรู้โดยสมบูรณ์ เพราะบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่พระพุทธองค์ จึงย่อมไม่สามารถหยิบยกข้อธรรมมาอธิบายให้กระจ่างแจ้งได้อย่างสมบูรณ์เหมือนที่พระไตรปิฎกเปรียบไว้ว่า "ดังพลิกภาชนะที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้น"

จึงอาจเป็นโทษแก่ตัวผู้ถามเอง เพราะอาจนึกปรามาสจากการอนุมานเอาจากการตอบคำถามของแต่ละบุคคลนั้น ๆ แล้วตู่ว่าพระสัทธรรมพิสูจน์ไม่ได้

ฉะนั้นผู้ใฝ่รู้ความจริงในพระธรรมย่อมต้องค่อย ๆ ศึกษาพิเคราะห์หาความจริงด้วยตนเองโดยอิทธิบาทสี่ อันเป็นพระสัทธรรมหรือความจริงอันปฏิเสธไม่ได้ที่พระพุทธศาสนาแสดงไว้อย่างชัดเจนและหาในศาสนาอื่นไม่ได้เช่นกัน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-08-2010 เมื่อ 10:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คนเก่า ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 04-08-2010, 11:55
ครูวพิตร์
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default วพิตร์ถึงท่านคนเก่า

ขอกราบขอบพระคุณท่านคนเก่าเป็นอย่างสูงในคำตอบค่ะ เชื่อว่าท่านเป็นผู้แตกฉานท่านหนึ่ง ดิฉันตั้งใจอยู่แล้วว่าต้องศึกษาพระไตรปิฎกให้ได้ เชื่อว่าคงมีในเน็ตค่ะ

มีข้อสงสัยด่วน ๆ อยู่ข้อหนึ่งคือ จากหลักฐานพบว่าเมื่อประมาณ ๖๕ ล้านปีไดโนเสาร์เริ่มสูญพันธุ์บนโลกมนุษย์ นั่นหมายถึงมนุษย์เรายังดำรงเผ่าพันธุ์ยังไม่ถึง ๑๐๐ ล้านปี เมื่อคำนวณกับเวลาในนรกและสวรรค์แล้ว เห็นว่าคนส่วนมาก (เท่าที่เห็นบาปกันทั้งนั้น)ไปแล้วน่าจะกลับมาเกิดได้ยาก แต่ทำไมเราได้ยินบ่อยมากเรื่องคนระลึกชาติได้ว่าเคยเกิดในชาติโน้นชาตินี้

เรื่องนี้มีอธิบายในพระไตรปิฏกหรือไม่ค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 04-08-2010, 12:12
คนเก่า's Avatar
คนเก่า คนเก่า is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
สถานที่: ชมพูทวีป
ข้อความ: 189
ได้ให้อนุโมทนา: 21,727
ได้รับอนุโมทนา 54,426 ครั้ง ใน 1,402 โพสต์
คนเก่า is on a distinguished road
Default

พระไตรปิฎกกล่าวถึงธรรมชาติอันเป็นวงวัฏฏะของสรรพสิ่ง ผมจึงมั่นใจว่าโลกมีเกิด มีเจริญ มีเสื่อม และดับ วนเวียนเช่นนี้มานับรอบไม่ถ้วนแล้ว วิทยาศาสตร์เพียงเริ่มพิสูจน์ได้แค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เท่านั้นครับ

หากเคยเรียนนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ก็จะยิ่งชัดเจนในพระสัทธรรมข้อนี้ เพราะวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็เพิ่งค้นพบว่าหน่วยย่อยสุดของสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสสารหรือพลังงานก็ล้วนมีคุณลักษณะที่เป็นอนิจจัง เป็นวงกลม วนเวียนไปเรื่อย ๆ

จึงไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดนักวิทยาศาสตร์นาซ่าอย่างอาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย และอาจารย์ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ จึงหมอบราบคาบแก้วกับพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นสงสัย

ส่วนคำถาม ไม่อยากตอบครับ ดังที่ชี้แจงเหตุผลไว้ข้างต้น ขอให้ไปอ่านพระไตรปิฎกก่อนเถิด หากสงสัยประการใด ค่อยหยิบยก อ้างอิงเนื้อความนั้น ๆ ในพระไตรปิฎกมาถามกัน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คนเก่า : 04-08-2010 เมื่อ 12:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คนเก่า ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

Tags
ขุม, นรก, นรกขุมต่าง ๆ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:11



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว