กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 04-11-2009, 18:31
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๑.กิจนิมนต์ "เขื่อนเขาแหลม"

"เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา" ด้วยความบังเอิญหรืออะไรมิทราบ "ท่านปาน" ท่านรับกิจนิมนต์ไปฉันเพลสงเคราะห์ญาติโยมที่บ้าน ก็มีท่านบอย,ท่านเค้ก,ท่านอึ่งและหลวงตาอภิชาติ หลวงตาอภิชาติท่านเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นแต่ด้วยท่านเองชราภาพ แล้วก็มีการเดินทางโดยทางเรือด้วย
ท่านจึงออกปากขอรบกวนกระผมให้ไปแทน งานนี้ได้ขอรับด้วยความยินดีมีอะไรช่วยเหลือกันได้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งขอรับ

หลวงพี่ปาน เดิมท่านมีอาชีพเป็นคนหาปลาในเขื่อนเขาแหลม เป็น "มือฉมวก " ที่มีฝีไม้ลายมือฉมัง งานนี้บวชเรียนทดแทนคุณพ่อแม่ เว้นว่างจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็ขอโมทนากับท่านด้วย อย่างน้อยก็ร่วมเกือบสี่เดือนที่ท่านไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต บางครั้งเราแทบจะเลือกไม่ได้ว่าจะทำมาหากินอะไรเลี้ยงชีพมันเป็นไปตามสภาพ.........

ออกเดินทางจากวัดไม่นานก็ถึงจุดที่ต้องนั่งเรือไปแทน บรรยากาศของริมน้ำและวิถีชาวแพอันสงบ เดินด้วยเรือแค่สิบนาทีก็ถึง เรือนแพกลางน้ำบ้านของท่านปานแล้ว ญาติโยมก็รออยู่พร้อมอาหารที่เตรียมเอาไว้เรียบร้อย

บรรยากาศสงบผิวน้ำราบเรียบชวนให้น่าหลงใหล ไม่นานหลังจากฉันเพลเสร็จก็ได้ออกเดินทางไปชมบรรยากาศของภูมิประเทศสองฝั่งของแนวเขาที่ระดับน้ำในเขื่อนท่วมถึง

ท่านปาน : หากว่าเราแล่นเรือจากนี้ไปอีกประมาณเกือบสองชั่วโมงก็จะถึงสังขละบุรีแล้ว...หลวงพี่สนใจไหมละ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : ถ้ามีโอกาส เดี๋ยวผมต้องขอไปให้ได้ ทางเรือนะ ทางรถใครก็ไปถึงได้.....รอออกพรรษาก่อนดีกว่านะหลวงพี่งานนี้มีทริปแก้ตัวแน่นอนหลวงพี่ปาน

----------------------------------------------------------





"มองกล้องหน่อยสิ เจ้าหน้าย่น" (มันจะกระทบคุณยายที่นั่งข้างหลังหรือเปล่า....)
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 07-11-2009 เมื่อ 06:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 04-11-2009, 19:19
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๒."พระไม่เอา! ป้าจะเอาหลวงพี่ไปอยู่ที่บ้าน..(งานเข้า)"

ปกติวันพระชาวบ้านญาติโยมจะพากันมาทำบุญที่วัด วันพระทุกวันตอนเข้าพรรษาเป็นที่ทราบกันว่า พระไม่บิณฑบาต ทุกสายบิณฑบาตจะแจ้งญาติโยมก่อนหนึ่งวัน หลังจากทำวัตรเช้ากันเรียบร้อย ประมาณตี ๕.๓๐ น. เสียงระฆังก็จะดังขึ้น เป็นกันทราบกันว่า "นิมนต์ที่โรงครัว ข้าวต้มรออยู่" หลังจากฉันเสร็จก็เตรียมทำความสะอาดกวาดใบไม้เป็นปกติและเตรียมเอาบาตรขึ้นไปไว้บนศาลา เพื่อช่วงแปดโมงกว่าจะได้ให้ญาติโยมตักบาตรกัน

หลวงพ่อเองถ้าท่านอยู่คือไม่ติดกิจนิมนต์อันใดท่านก็จะขึ้นกล่าวต้อนรับทักทายญาติโยมโดยประมาณตั้งแต่ ๘.๐๐ น. พอ ๘.๔๕ น. พระเณรก็ขึ้นศาลา......

หลวงพ่อท่านมักจะหยิบยกเรื่องราวใกล้ตัวในชุมชนหรือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาเป็นหัวข้อในแต่ละวันพระ ญาติโยมเองก็นั่งฟังกันด้วยความเคารพ

ส่วนพระเณรนั้น.....ท่าน ๆ วันนี้หลวงพ่อเอาพระอะไรมาแจกให้ผู้ร่วมทำบุญ,ท่าน ๆ มียี่สิบสองใบหรือเปล่า,ท่าน ๆ วนทำบุญหลายรอบเลยนะ ได้มาหลายองค์ละสิ,ฝาก ๆ "เณรหมี" ดีกว่า,เอา ๆ "เณรเจ" ของหลวงพี่ยี่สิบขอสององค์นะ...... สาละวนทำบุญด้วยหวัง "วัตถุมงคล" ของหลวงพ่อด้วยความเคารพในอนุสสติทั้งนั้น

หลวงพ่อ : ประกาศ ๆ พระเณรท่านใดยังไม่เอาบาตรขึ้นมาบนศาลา ขอความกรุณารีบนำมาด่วน ญาติโยมไม่เห็นบาตรแล้วใจไม่ดี,คิดถึงพระ อย่ามัวแต่จ้องแต่จะทำบุญแล้วรับวัตถุมงคลกัน......

เฮ้ย! "ไพศาล" (เด็กวัดท่านหนึ่งที่คอยขับสามล้อรับข้าวของจากที่พระบิณฑบาตมา) วัตถุมงคลของข้าไม่ช่วยคนกินเหล้าหรอก! เลิก ๆ มันได้แล้ว...

งานนี้ไพศาลยิ้มหน้าบานมาเลย "เห็นไหมหลวงพี่ผมโดนเลย..เอาไปครับของท่านไหนบ้างที่ฝากผมไปทำบุญ"

มีงานอบรมของกรมราชทัณฑ์ คือทางหน่วยราชการส่งเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์มาปฏิบัติธรรมที่วัด หลวงพ่อท่านอ่านกำหนดการดู มีหลายหัวข้อที่ต้องขึ้นไปพูดให้คติธรรมกับคณะผู้มาอบรม ท่านประกาศรับอาสาสมัคร กระผมเองจึงได้รับอาสาไป ในระหว่างการอบรม "พระครูน้อยกับกระผม" ก็รับหน้าที่ สอนเรื่องการเดินจงกรม แบบ "ยุบหนอ-พอหนอ" คณะที่มาอบรมก็ดีมาก...เงียบสนิท,ถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ แบบว่าให้ทำอะไรก็ทำแบบเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีส่วนแสดงความคิดเห็นเท่าไหร่ หลวงพ่อท่านนิมนต์คณาจารย์หลายท่านมาพูดตามหัวข้อต่าง ๆ ที่จัดอยู่ในเนื้อหาวาระของการอบรม....ผมเองเห็นว่า ผู้เข้าอบรมเป็นแบบนี้แล้วเล่นเอาถอดใจ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :ขนาดท่านอื่น ๆ โหพูดตั้งสองชั่วโมง พวกเขายังนั่งกันนิ่งไม่มีส่วนร่วมใด ๆ เลย หลับบ้าง ตาลอยบ้าง แล้วเราจะไหวหรือวะงานนี้ เห็นที่ต้องขอนิมนต์หลวงพ่อท่านจัดการเองดีกว่า...งานนี้จะเจอ "บาทาไร้เงา" ของหลวงพ่อหรือเปล่า...ก็ไปรับอาสาจากท่านมาแล้ว....เครียด...จน...ฉันกาแฟดีกว่า โอ้...มายก็อด....กาแฟเพิ่งเอามาลงส่วนกลางเมื่อเช้าหมดแล้ว....มันฉันกันหรือว่าอาบกันแน่....
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 05-11-2009 เมื่อ 20:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 105 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 04-11-2009, 19:38
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

หากมีการผิดพลาดประการใดกระผมขอแจก "ใบแดง" ตัวเองล่วงหน้าก่อนนะครับ

อดีตชาติคงเคยไปแจกชาวบ้านไว้เยอะ สงสัยเคยเป็นกรรมการ "หมากเตะ"
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 05-11-2009 เมื่อ 06:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 88 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 05-11-2009, 14:09
ป้านุช's Avatar
ป้านุช ป้านุช is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
สถานที่: Bangkok Thailand
ข้อความ: 868
ได้ให้อนุโมทนา: 21,452
ได้รับอนุโมทนา 107,950 ครั้ง ใน 2,787 โพสต์
ป้านุช is on a distinguished road
Talking

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ วาโยรัตนะ อ่านข้อความ
๑๒."พระไม่เอา... ป้าจะเอาหลวงพี่ไปอยู่ที่บ้าน..(งานเข้า)"
เฮ้ย! "ไพศาล" (เด็กวัดท่านหนึ่งที่คอยขับสามล้อรับข้าวของจากที่พระบิณฑบาตมา) วัตถุมงคลของข้าไม่ช่วยคนกินเหล้า..หรอก! เลิก ๆ มันได้แล้ว...
แถมให้อีกใบค่ะ ควรเขียนติดกันนะคะ
"วัตถุมงคลของข้าไม่ช่วยคนกินเหล้าหรอก! เลิก ๆ มันได้แล้ว"


(ใครที่รอเลขรวมจากใบแดง ท่าทางจะได้เลข ๓ ตัวค่ะ )
__________________
เสียงธรรมจากพระองค์ที่ ๑๐
ธรรมพระพุทธเจ้า คือธรรมชาติ ธรรมชาติที่ทุกคนก็มีอยู่ในตัวเอง
เพราะฉะนั้นเธอก็มีธรรมะ ฉันก็มีธรรมะ เธอกับฉันมีธรรมเสมอกันคือความตาย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 82 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ป้านุช ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 06-11-2009, 09:12
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หลวงพ่อขอรับ นิมนต์หลวงพ่อขึ้นเทศน์พรุ่งนี้แทนกระผมขอรับ กระผมเห็นว่าผู้อบรมคงจะได้ประโยชน์มากกว่าที่กระผมจะเทศน์ขอรับ......

หลวงพ่อ : ผมต้องดูก่อนว่าผมไหวหรือไม่...คุณเตรียมข้อมูลอะไรมาแล้วก็ว่ามันต่อไปเถอะ

บรรยากาศมันช่างชวนให้เหงื่อตกจริง ๆ เอา! สรุปก็ต้องกลับไปเตรียมตัวเอาไว้งานนี้คงจะรอดยาก และแล้วเมื่อถึงเวลาหลังจากฉันข้าวเช้า

พระครูน้อย : หลวงพี่รัตน์เหมือนเดิมนะ วันนี้เวลาเดิมเดี๋ยวเราจะสอนจงกรมแบบห้าจังหวะและหกจังหวะให้จบไปเลย วันนี้เริ่มตอนบ่ายโมงนะ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : อ้าวหลวงพี่วันนี้ผมต้องขึ้นไปพูดบรรยายหัวข้อธรรมตามที่หลวงพ่อท่านจัดให้นะ

พระครูน้อย : เห็นท่านบอกว่าให้นำเดินจงกรมหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากนั้นท่านจัดการต่อเอง

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :ครับ ๆ หลวงพี่

งานนั้นหลวงพ่อท่านเลยเมตตาสอนกรรมฐานให้คณะผู้อบรมแทน แต่ที่พิเศษคือ หลวงพ่อท่านให้คณะผู้อบรมเอาหมอนมาด้วย หลวงพ่อท่านสอน "นอนทำกรรมฐาน" งานนั้นผมเห็นเป็นที่พอใจของคณะผู้เข้าอบรมมาก ๆ หลวงพ่อบอกว่า "วัดอื่นไม่สอนแต่วัดท่าขนุนสอน หากสนใจก็ส่งคณะมาอบรมกันอีกนะ"
ผมเองแทนที่จะช่วยงานหลวงพ่อได้เต็มที่กลับเป็นว่าต้องให้หลวงพ่อช่วย มันกลับกันจริง ๆ จึงต้องมานั่งคิดทบทวนตัวเองใหม่หลายรอบ

หลวงพ่อท่านจะแจ้งกำหนดการเดินทางของท่านเสมอ ๆ มีหลายครั้งที่ตรงกับวันพระ งานนี้กระผมจึงขออาสาหลวงพ่ออีกครั้งว่าขอขึ้นไปกล่าวต้อนรับญาติโยมแทนหลวงพ่อช่วงหลวงพ่อภาระกิจไม่อยู่ในช่วงวันพระ

หลวงพ่อ : อ๋อ จะขอแก้ตัวว่าอย่างนั้นหรือ เอา ๆ กลับมาแล้วจะเช็ค "เรตติ้ง"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :

หลังจากเตรียมข้อมูลมาพร้อมลุยเต็มที่ แปดโมงตรงก็ถึงเวลา...

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : พระภิกษุ สามเณรท่านใดยังไม่ได้เอาบาตรขึ้นบนศาลาขอนิมนต์นะครับ.......เจริญพรญาติโยมตอนนี้เป็นเวลาแปดนาฬิกาตรงแล้ว ท่านใดที่มาแล้วก็ขอเชิญขึ้นมาบนศาลาได้เลยจ้ะ.......วันนี้หลวงพ่อท่านไม่อยู่ อาตมาภาพเลยรับหน้าที่มากล่าวทักทายต้อนรับญาติโยมแทนจ้ะ อาตมาภาพมาไกลจากภูเก็ตโน่นมาขออยู่ร่วมจำพรรษากับหลวงพ่อ เห็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของญาติโยมที่นี้แล้วก็ชื่นใจ........(แล้วก็จ้อมันต่อไปเรื่อยตามประสาคนบ้าไมค์)

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :ญาติโยมที่มาทำบุญตรงนี้ วันนี้ไม่มีวัตถุมงคลแจกนะจ๊ะ ก็ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะ ให้เจริญ ๆ ในทาน,ศีล,ภาวนาจ้ะ

หลังจากนั้นก็มีคุณป้ารุ่น ๆ หกสิบกว่า ๆ ท่านเดินตรงมา พร้อมธนบัตรใบละยี่สิบบาทหนึ่งใบค่อย ๆ บรรจงหยอดในขันใบใหญ่ที่ไว้รับปัจจัยจากญาติโยม พร้อมพูดว่า "พระไม่เอา...แต่จะเอาหลวงพี่ไปอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ " สีหน้าและแววตาอย่าให้ผมพูดเลยมัน "สะท้าน " รุ่นนี้ต้องเรียกว่า "รุ่นหมากกระจาย" คือประมาณว่าเคี้ยวหมากไม่ไหวต้องขว้างทิ้งเอาแทน หมากเลยกระจาย

หลังจากที่กระผมเกิดอาการ "สะท้าน" ไปถึงทรวงอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ตอบไปว่า

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หากนิมนต์หลวงพี่ไปอยู่ที่บ้าน ต้องไปขอกับหลวงพ่อท่านนะ

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า หลวงพ่อท่านได้รับเรื่องราวหรือคุณป้าท่านไปขออนุญาตจากหลวงพ่อบ้างหรือเปล่า....งานนี้งานเข้าจริง ๆ ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



หลวงพ่อท่านสอนว่า "เป็นพระ" เราก็ต้องเป็นให้สมบทบาท
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 06-11-2009 เมื่อ 11:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 06-11-2009, 10:21
ใต้ร่มไม้ใหญ่ ใต้ร่มไม้ใหญ่ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 11
ได้ให้อนุโมทนา: 1,683
ได้รับอนุโมทนา 4,416 ครั้ง ใน 96 โพสต์
ใต้ร่มไม้ใหญ่ is on a distinguished road
Default

ได้อ่านเรื่องที่ท่านทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ นำมาเขียนเล่าให้อ่านกันเเล้ว ทำให้ผมต้องกลับมาคิดทบทวนอีกเเปดตลบกว่า ๆ ว่าจะบวชที่วัดท่าขนุนดีหรือไม่ตามที่พวกเพื่อน ๆ ชวนกันบวชหมู่ งานเข้าเเน่ตู

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ใต้ร่มไม้ใหญ่ : 06-11-2009 เมื่อ 17:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 85 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ใต้ร่มไม้ใหญ่ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 07-11-2009, 08:45
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๒."ถ้าจะไปคลิตี้ อย่าลืมภาวนา!"

หลังจากทราบข่าวจากหลวงพี่กวาง ท่านได้ขอแรงพระภิกษุหนุ่มทั้งหลายร่วม ๆ ๑๐ องค์ ก็มี หลวงพี่เก้า,หลวงพี่อึ่ง,หลวงพี่เต้ย,หลวงพี่เค้ก,หลวงพี่ปราโมช,หลวงพี่ต๋อง,หลวงพี่บอย,หลวงพี่ปาน,เณรเจและกระผม โดยมีทิดแก้วเป็นสารถีขับรถมารับที่วัดท่าขนุน งานนี้ไปช่วยกันยกเสาไฟฟ้า (เสาใหม่ใหญ่และสูงกว่า)ที่เกาะพระฤๅษี เสาไฟเก่าหักชำรุด กิ่งไม้ใหญ่ล้มลงมาตีในวันที่ฝนตกลมกระชากก่อนนั้นประมาณสักสองวัน งานนี้พร้อมลุยกันเต็มที่สามัคคีชุมนุมประสาพระพี่พระน้อง

หลังจากปรึกษาหารือกันว่าจะใช้วิธีไหน งานนี้เมื่ออุปกรณ์ครบ,แรงงานพร้อม,ก็ถึงเวลาลุย เสาไฟขนาด ๑๐ เมตรกับพระรวมแล้วทั้งหมด ๑๔ รูป ก็ใช้วิธีแบบดั้งเดิมคือเอาเชือกมัดร้อยไม้คานเข้าไปทั้งหมด ๖ อัน พระจับคู่ซ้ายขวา แล้วก็ค่อย ๆ แบกดังในรูปดู ๆ ไปคล้ายตะขาบตัวใหญ่ค่อย ๆ ลำเลียงเสาไฟมาที่หลุมที่ขุดเตรียมเอาไว้แล้ว โดยมีทิดแก้วเป็นนายช่างใหญ่ ซ้าย ๆ ขวา ๆ หมุนจนได้ที่ได้ทิศทาง คราวนี้ก็หาเชือกผูกดึงกับต้นไม้ใหญ่แล้วแบ่งแรงงานไปดึงเชือกเพื่อจะตั้งเสาให้ลงหลุม.........

เอา ๆ ลุย เสียงหลวงพ่อกวางสั่ง "ระดมกำลัง" เมื่อเสาไฟลงหลุมได้แล้วก็ผูกโยงกับต้นไม้แล้วช่วยกันผสมปูน,หิน,ทรายให้เข้าก็แล้วก็เทก้นหลุมจนเต็มรอจนปูนแห้งทิ้งเอาไว้สักสองวันก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย "โรงเรียนศิษย์หลวงพ่อเล็ก" งานอะไรก็ตามถ้าสามัคคีกันย่อมเสร็จได้โดยง่ายดาย ที่เหลือคืองานเดินสายไฟฟ้าอันนี้เป็นหน้าที่ของ "ทิดแก้ว" ต่อไป หลังจากฉันน้ำ,พักผ่อนกันพอสมควรก็ตกเข้าประมาณบ่ายโมงกว่าแล้วจึงขอตัวกราบลาหลวงพี่กวางและคณะท่าน

ทัดฤทธิ์ -ทิดรัตน์ : ถ้าเราไม่ย้อนกลับไปทางเดิม ทางนี้มันไปออกทางไหนทิดแก้ว?

ทิดแก้ว : ไปได้จนถึงคลิตี้เลยครับหลวงพี่

หลวงพี่ปราโมช :เวลายังเหลือนะหลวงพี่เราลองให้ทิดขับไปทางนี้ก่อนถ้าไปถึงคลิตี้ทันก็ดี ถ้าไม่ทันก็เลี้ยวกลับวัด

ทัดฤทธิ์ -ทิดรัตน์ : ผมขอถามความคิดเห็นพระเพื่อนข้างหลังก่อนนะหลวงพี่......ท่าน ๆ ครับ ทางนี้ถ้าเราขับไปประมาณสองชั่วโมงกว่า ก็จะไปทะลุคลิตี้ได้ท่าน ๆ คิดเห็นว่าเป็นอย่างไร?

พระเพื่อน ๆ ท้ายกระบะ :ลุยเลยหลวงพี่!

ทัดฤทธิ์ -ทิดรัตน์ :ไปเลยทิดแก้วลุย เหยียบสักร้อยยี่สิบ ไม่ต้อง "ดริฟท์" เดี๋ยวจะไปไม่ทันถึง...จะตกเหวไปก่อนทิด ๕๕๕๕

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 08-11-2009 เมื่อ 08:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 98 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 07-11-2009, 12:38
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default





เส้นทางช่วงแรกยังเป็นถนนราดยางมะตอยอยู่ แต่พอเริ่มขึ้นเขาก็เป็นถนนลูกรังดินแดงสองข้างเป็นป่าไผ่สลับกับป่าเต็งรังไปเรื่อย ๆ ให้ผมมาคนเดียวกลางคืนเส้นนี้ก็คงต้องขอบอกว่ามาได้แต่ขอนิมนต์พระรูปท่านมาด้วย ยิ่งมาได้ทั้งวัดเลยยิ่งดี นับเป็นโอกาสดีที่ได้เดินทางมาเห็นกับตาตัวเอง กาญจนบุรี ทองผาภูมิ มันไม่ได้เล็กอย่างที่เคยคิด ความอุดมสมบรูณ์ยังมีอยู่มากถึงแม้จะถูกบุกรุกไปบ้างก็ตาม

เราออกจากเดินทางจากเกาะพระฤๅษีไปเส้นทางที่ทะลุออกบ้านห้วยเสือ เมื่อเราเดินทางมาได้ระยะหนึ่งด้วยเส้นทางที่ต้องขอบอกว่าถ้ามีรถออฟโรดการเดินทางจะสะดวกกว่า แวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตรงจุดชมวิว "เนินสวรรค์" แล้วก็ออกเดินทางกันต่อ
พระเพื่อนทุกท่านโดยเฉพาะที่นั่งท้ายกระบะเมื่อเจอกระแทกเข้าไปเยอะ ๆ ก็ออกอาการเหนื่อยให้เห็นเช่นกัน โดยเฉพาะ "ท่านบอย" ปกติท่านเป็นคนผิวขาวอยู่แล้วแต่งานนี้ผมเองสังเกตุเห็นริมฝีปากท่านมันออกขาว ๆ ซีด ๆ ไปด้วย

เราใช้เวลาในการเดินทางกว่าจะทะลุออกมาที่ "บ้านห้วยเสือ" ไปกว่าสองชั่วโมง ด้วยสภาพของถนนที่ผ่านมาถือว่าทิดแก้วทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ บางช่วงเป็นทางระหว่างไหลเขาข้างทางเป็นเหว แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือเราเจอ "รถกระบะขายกับข้าว" วิ่งสวนไปสองคันแสดงว่าโดยปกติก็มีรถใช้เส้นทางนี้อยู่เสมอ ๆ เมื่อคำนวณเวลาแล้วคงจะไปไม่ทันแน่นอนจึงตัดสินใจบอกทิดแก้วหันหัวออกทางบ้านทุ่งนางครวญ,บ้านทิพุเย,ผ่าน อบต.ชะแล แล้วออกมาทางบ้านเกริงกระเวีย เลี้ยวซ้ายตรงถนนใหญ่กลับเข้าท่าขนุน,ทองผาภูมิ มาถึงวัดท่าขนุนก็ประมาณเกือบห้าโมงยี่สิบมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนสวดมนต์ถวายหลวงปู่สายและทำวัตรเย็นคนละสี่สิบนาที งานนี้เหนื่อยไปตาม ๆ กันแต่ก็ประทับใจกันทุกคน ป่าไม้สีเขียว,ต้นไม้ใหญ่ "ธรรมชาติคือสิ่งที่รับรองความเป็นอยู่ของมนุษย์" น่าเสียดายที่ธรรมชาติในหลาย ๆ ส่วนของประเทศไทยเรามันด้อยค่าลงไปก็เพราะความไม่เอาใจใส่ของพวกเรากันเอง......





บนยอดเขาที่เป็นทุ่งราบชาวบ้านได้รับการส่งเสริมให้ปลูกยางพารา แต่สิ่งที่แตกต่างระหว่างร่องยางแต่ละแถวกับทางภาคใต้ก็คือว่า ทางภาคใต้ระหว่างร่องยางจะปลูกสัปปะรด แต่นี่เขาปลูกข้าวไร่ ดูแล้วสวยงามแปลกตาจึงขอให้ทิดแก้วหยุดรถแล้วก็รีบไปเก็บภาพประทับใจนี้มา
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 08-11-2009 เมื่อ 08:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 91 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 07-11-2009, 20:38
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๓."เณรเจ รอยเตอร์"

เณรเจ :หลวงพี่ ๆ สอนคณิตศาสตร์ผมหน่อยสิครับ เรื่อง "เซ็ท"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : ได้แต่ต้องมีข้อตกลงกันก่อนว่า "ตะกรุดเม" หนึ่งดอก บอก "เจ้าฝ้าย" พี่สาวเณรด้วยนะ ว่าหลวงพี่ขอตะกรุดเมหนึ่งดอก

เณรเจ : โห หลวงพี่เอาแบบนี้เลยหรือ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :สัญญาลูกผู้ชาย โอเคไหม? เอาหนังสือมา เรื่องของเซ็ท เณรต้องเข้าใจก่อนว่า เซ็ทก็เหมือนวัด วัดท่าขนุนก็คือเซ็ทหนึ่งเซ็ท เรียกว่า "เซ็ทวัดท่าขนุน" มีสมาชิกในเซ็ทก็คือ พระ,เณร,แม่ชี,เด็กวัดทุก ๆ คน หมา,แมวทุก ๆ ตัว เข้าใจหรือเปล่าเณร

เณรเจ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :งง ๆ ละสิ เอาแบบนี้ เณรเป็นเณรวัดท่าขนุนใช่ไหม? ถ้าหากสมมุติว่า วัดทองผาภูมิเป็นเซ็ทชื่อว่า "เซ็ทวัดทองผาภูมิ" เณรเป็นสมาชิกของเซ็ทวัดทองผาภูมิหรือเปล่าละ

เณรเจ :ไม่เป็นสมาชิกของเซ็ทวัดทองผาภูมิ เพราะผมอยู่วัดท่าขนุน

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : ถูกเก่งมาก ต่อไปคำว่า "ยูเนียน" คือเอาสมาชิกของเซ็ทสองเซ็ท เช่น "เซ็ทพระกุฏิเตชะไพบูลย์ "ยูเนียน" กับเซ็ทพระกุฏิประจวบดี" เราก็รวมจำนวนพระทั้งสองกุฏิมารวมกันถึงจะซ้ำก็นับแค่หนึ่งเท่านั้นเข้าใจไหม

เณรเจ :ครับ ๆ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : ดีมาก เรียนเยอะแล้วเดี๋ยวงง เดี๋ยวค่อยสอนเรื่อง "อินเตอร์เซคชั่น" ของเซ็ทต่อนะ ลองเอาโจทย์ในหนังสือไปทำนะถ้าไม่เข้าใจแล้วค่อยมาถาม....ตะกรุดเมหนึ่งดอก อย่าลืม

ทำไมเณรเจถึง มีฉายาที่กระผมมอบให้เป็นพิเศษว่า "เณรเจ รอยเตอร์" ก็เนื่องด้วยฝีมือรายงานข่าวอันฉับไวทันเหตุการณ์ "วินาทีต่อวินาที" เล่นเอาแทบวุ่นวายไปทั้งวัด เจอ "ประกาศิต" ของหลวงพ่อเข้าไป เล่นเอา "เณรเจ รอยเตอร์" ฉันข้าวเช้าแทบไม่ลง เอามือกุมขมับขยับส่ายหัวไปมา "ไม่น่าเลยตู" เล่นเอาพระเณรท่านอื่นหัวเราะกันท้องแข็ง หลวงพ่อท่านบอกว่า "เห็นไหมพิษภัยของโทรศัพท์มือถือ
เรื่องบางเรื่องถึงเราอยากจะบอกโยมแทบจะขาดใจ แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบด้วย" งานเข้าเลยเณร

เรื่องที่น่าชมเชยและโมทนากับเณรเจ คือเรื่องของการทำงานไม่ว่าจะร้อนขนาดไหน เณรเจมักจะมาเป็นคนแรก ๆ เสมอ ใครไม่ทำเณรไม่สน งานนี้เณรเจลุยตักดิน,ตักทราย,ขนอิฐ,เต็มที่





วันที่ผมสึก "เณรเจร้องไห้" แต่ผมเองก็ร้องไห้เหมือนกันเพราะทุกวันนี้ยังไม่ได้ตะกรุดเมเลย....เณร
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 08-11-2009 เมื่อ 08:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 98 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 09-11-2009, 09:31
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๔.งานทำบุญหลวงปู่

นับเป็นวันที่รอยคอยกันอีกวันหนึ่ง สำหรับพระเณรทุกท่านต่างช่วยกันจัดเตรียมงานกันเต็มที่ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อและที่อาสาทำกันเองด้วยความเต็มใจ ผม,ท่านตั้ม,ท่านปาน,ท่านต้อม,ท่านนวย,อาจารย์พงษ์,ทิดเอ ช่วยกันขัด "พระประจำวันเกิดจำนวน ๘ รูป" เรียกกันได้ว่าไม่เคยขัดพระทองเหลืองที่มีขนาดองค์ใหญ่เท่า ๆ คนจริงแบบนี้มาก่อน งานนี้ทุกท่านต่างดีใจ ตั้งใจขัดกันเต็มที่จนทุกองค์เหลืองอร่ามงามตาดังในรูป นั่งมองแล้วหายเหนื่อย,ปีติดีใจกันมาก จนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ครับ เข้าไปที่วิหารสมเด็จองค์ปฐมทีไร มองพระประจำวันที่เป็นสีเหลืองทองอร่ามแล้ว "โคตรปลื้มใจ" เลยครับ ขัดไปอธิษฐานไป ขอให้บรรลุธรรมโดยไว ๆ,ขอให้เจริญในทาน,ศีล,ภาวนา,ขอให้มีทิพยจักขุญาณที่แจ่มใส,ขอให้ชาติหน้าเกิดมาหล่อแบบ "เท่ง เถิดเทิง" (อันนี้ผมว่า "ท่าน" นั้นคงจะเมากลิ่น "บรัสโซ" น้ำยาขัดทองเหลืองยังดีนะที่ท่านไม่ยกมาฉันแทนน้ำปานะ)

ส่วนงานที่หลวงพ่อท่านแบ่งให้รับผิดชอบเป็นกลุ่ม ๆ มีดังนี้ งานต้อนรับบนศาลา,งานรับลงทะเบียนพระเณรจากวัดหรือสำนักสงฆ์ในตำบลต่าง ๆ ของอำเภอทองผาภูมิ (งานผมเป็นหัวหน้าชุด),งานดูแลเครื่องเสียง,งานดูแลความสะดวกทั่วไป (รวมถึงห้องน้ำ)

งานนี้ก็มีโรงทานเลี้ยงญาติโยมที่มาร่วมงานบุญด้วย เมื่อพระผู้ใหญ่ก็ตาม หรือญาติโยมอาวุโสมาถึงก็ดี หลวงพ่อก็ลงมาต้อนรับด้วยตัวเอง
เนื่องจากพระทุกท่านตลอดจนญาติโยมที่มาร่วมงานต่างก็มาด้วยความเคารพและระลึกนึกถึงความดีของหลวงปู่สาย งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีนับเป็นความภูมิใจของกระผมและพระทุกรูปเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นก็ได้เวลาเก็บข้าวของจัดแจงทำความสะอาดพื้นที่ งานนี้ทุกท่านให้ความสนใจ "งาช้าง" สองคู่ ซึ่งปกติโอกาสที่จะได้ชมก็คงจะต้องเป็นงานใหญ่แบบนี้เท่านั้น เพราะปกติจะเก็บไว้ในที่อันควร งานนี้ประวัติที่พอจะทราบแต่กระผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก หลวงพ่อบอกว่า " มีเจ้าหญิงคณะหนึ่งมอบถวายไว้ครั้งเมื่อเสด็จมาที่วัดท่าขนุน" งานนี้ พระแทบจะทุกท่านจ้องเป็นสายตาเดียวกันคือ ขอถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก ส่วนผมเซ็งสุด ๆ ถ่ายภาพให้คนอื่นออกมาสวยงามทั้งนั้น แต่ให้พระเพื่อนท่านถ่ายภาพให้ผมบ้าง ภาพกันออกมาไม่ได้สัดส่วนไม่ครอบคลุม....โอยอะไร ๆ มันก็ดูขาดเนื้อเรื่องในภาพไปหมด....วัยรุ่นเซ็ง ช่วยกันคนละไม้คนละมือก็เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นก็ขนอิฐขนทรายกันต่อ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หลวงพี่ปาน.....การจะถ่ายภาพให้ดีนั้น! เราต้องหาจุดสำคัญของภาพก่อน นี่! อย่างผม "ธีระพงษ์ เหลียวเลิ่กลั่ก" ใช้วิธีมองภาพให้ออกว่าเราจะสื่ออะไร ทุกอย่างมันคือศิลปะ

หลวงพี่ปาน : ครับหลวงพี่ ผมเคยทำงานที่พัทยามาแล้ว ถ่ายภาพแขกก่อนลงดำน้ำ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : เยี่ยมมากเลย......ซาร่า! หลวงพี่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้

หลวงพี่ปาน : หลวงพี่ ๆ เปิดกล้องตรงไหน ???

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : โอ....ฮ่วย จั่งซี่มันต้องถอน!


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





งานนี้ถ้า "งาช้าง" หายไป....สงสัยพระสามรูปกับอีกหนึ่งฆราวาสได้เลยครับ (กระผม,ท่านนวย,ท่านปาน,ทิดเอ)
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 10-11-2009 เมื่อ 06:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 88 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 09-11-2009, 09:32
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๕."มัน" อยู่ในห้อง (กุฏิ)

หลังจากงานพิธีปลุกเสกพระขรรค์โสฬส กระผมก็กลายเป็นพระที่ชาวบ้านเขารู้จักไปโดยปริยาย งานนี้เราเป็น "พระ" เราต้องเป็นที่พึ่งของโยมตามนโยบาย "สงเคราะห์ผู้ที่ยังไม่ศรัทธาให้ศรัทธา และทำให้ผู้ที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่แล้วมีความศรัทธายิ่ง ๆ ขึ้นไป" (แบบสัมมาทิฐินะครับ) ในเมื่อญาติโยมขอความช่วยเหลือ
แล้วกระผมจะปฏิเสธได้อย่างไร (งานเข้า) ส่งมากันเยอะมาก..............อะไรรู้ไหมครับ “วัตถุอัปมงคล”
มาเป็นกล่อง ๆ ทางไปรษณีย์ก็มี,เอามามอบให้ถึงมือกระผมด้วยตัวเองถึงวัดก็มี, โทรมาปรึกษาก็เยอะ
ขนาดเที่ยงคืน “มัน” ก็ยังโทรมา ถือว่าเป็นผู้ที่มีสังฆานุสติที่มั่นคงมาก......เอา ๆ เพื่อความสุขของญาติโยม
แล้วทำไมไม่ถามพระบ้างว่า "พระเองน่ะกลัวบ้างไหม กลัวหรือเปล่า?" หลวงพ่อบอกว่า “ผีกับพระมันของคู่กัน
อะไรที่มันอยู่ภพภูมิต่ำกว่าเรา จะไปกลัวเขาทำไม ถ้ามาแบบหาเรื่องกันก็อัดให้กระจายไปเลย” แต่สุดท้ายแล้วการประนีประนอมย่อมดีที่สุด เพราะเราพอจะเป็นที่พึ่งให้เขาได้ (ที่พึ่งของผีนะ) เรา ๆ ท่าน ๆ ก็คงจะจำคำสอนของหลวงพ่อได้ งานนี้เลยส่งมากันยกใหญ่เลย พัสดุของพระรัตน์ทั้งนั้น

งานนี้เมื่อแกะดู โอ้โฮ กุมารทอง กว่า ๒๔ ตน ( เฮ้ยอยู่กันดี ๆ นะไม่ใช่แบ่งทีมเตะฟุตบอลกันในกุฏิหลวงพี่ละ ถ้าไม่เชื่องานนี้พ่อจะเอาไปเผาให้หมด ขู่ ๆ เอาไว้ก่อน แต่ก็เกรง ๆ มันอยู่เหมือนกัน หลวงพี่ไม่ใช่เพื่อนเล่นพวกเธอนะ) ผ้ายันต์,ตะกรุด,น้ำมัน,พระ จัดแจงแยกออกเป็นชุด ๆ แล้วก็เก็บใส่กล่องเอาไว้ คืนแรกนอนก็ผวาเหมือนกัน ตกดึก ๆ เอาไฟฉาย (เข้าพิธีโสฬสแล้ว) ส่อง ๆ ดูอยู่บ่อย ๆ พร้อมกำหนดจิตให้แสงไฟฉายเป็นแสงเลเซอร์เหมือนดาบของเหล่า “อัศวินเจได” ในภาพยนตร์ .......จิตมันคิดของมันไปเอง....

ได้โอกาสเลยเรียนถามหลวงพ่อหลังทำวัตรเย็นเสร็จ

ทัดฤทธิ์- ทิดรัตน์ : หลวงพ่อครับจะทำอย่างไรดีกับของพวกนั้นครับ คือว่าญาติโยมส่งมาให้ผมกันเยอะมากเลยครับ

หลวงพ่อ : อย่าว่าแต่ของคุณเลย ญาติโยมก็นำมาถวายไว้กับผมเยอะเหมือนกัน ก็รองานเป่ายันต์แล้วกันจะได้ล้างของไม่ดีออกไปให้หมด

และแล้วก็มีเหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้น ผมเองนำจีวรพาดราวเชือกเอาไว้ รีบแต่งองค์ทรงเครื่องจะไปทำวัตรเช้า คว้าจีวรไม่ทันได้ดู ตุ๊กแกตัวเบ้อเร่อ เกาะผนังยิ้มปากกว้างให้อยู่ เฮ้ยมาได้อย่างไร ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเข้ามา รู้ไหมว่าพระกลัว “โคตรกลัวเลย” กรุณาออกไปได้ไหม พระไม่กล้าหยิบจีวร คุยอย่างกับคุยกันรู้เรื่อง.............มันก็ยังยิ้มมองจ้องหน้าอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ......เอาตายเป็นตาย มีเทียนอยู่เล่มหนึ่งยาวประมาณไม้บรรทัด เลยค่อย ๆ เขี่ยจีวร แล้วเอาเทียนเคาะข้างฝาไม้สองสามครั้ง เจ้าตุ๊กแกเลยวิ่งหายเข้าไปข้างเสา เหลือเวลาอีกสองนาที ตูไปลงชื่อทำวัตรเช้าสายแน่ ๆ งานนี้..........

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หลวงพี่นวยกุฏิที่ผมอยู่หลวงพี่เคยอยู่มาก่อนใช่ไหมครับ เคยเจอตุ๊กแกบ้างไหมครับ

หลวงพี่นวย : หลวงพี่ ที่ผมเจอยิ่งกว่าตุ๊กแกอีกครับ เพราะมันมาเป็นคู่ "ตุ๊กแกกับงูเขียว" ร่วงลงมาด้วยกันทั้งคู่ในห้องเลย ดีนะผมนอนหลับแต่ก็มีสติ พอได้ยินเสียงเลยเปิดไฟฉายดู.....งานนั้นแทบจะวิ่ง ค่อย ๆ ประคองสติ เอาไม้ไผ่ที่พิงข้างเสา หลวงพี่เห็นไหม? ผมยกให้หลวงพี่เป็นของที่ระลึกเลยก็แล้วกัน เอาไว้เขี่ยตุ๊กแก เขี่ยงูเขียว

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : งานนี้นอนกับผี แถมตุ๊กแกกับงูเขียวอีกสองตัว
ช่างทดสอบกำลังใจกันเสียจริง ๆ



กลางคืนต้องปิดหน้าต่างเพราะอากาศค่อนข้างหนาว (จริง ๆ แล้วไม่ค่อยอยากจะเปิดเอาไว้ เพราะกลัวว่าเมื่อมองออกไปจะเห็นต้นโพธิ์ใหญ่ กลัวว่าจะเห็น "ใครสักคน" ที่นั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งของต้นโพธิ์)



กุฏิห้องที่ ๓ ชั้นที่ ๒ กฏิประจวบดี นับจากโต๊ะหมู่บูชา
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 10-11-2009 เมื่อ 19:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 88 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 11-11-2009, 07:30
สุดใจ สุดใจ is offline
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 16
ได้ให้อนุโมทนา: 392
ได้รับอนุโมทนา 5,676 ครั้ง ใน 149 โพสต์
สุดใจ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ วาโยรัตนะ อ่านข้อความ
วันนี้กระผมอุตส่าห์เตรียมงานก่อนโดยพิมพ์ในโปรแกรม word แล้วตั้ง spelling ตรวจสอบคำผิดแล้ว โอ....มายก๊อด...ทิดอยากตาย หมด,หมดกัน ขอทิดอยู่เงียบ ๆ คนเดียวสักพักนะครับ
ขอบอกนะขอรับว่า...

กระผมอยู่กับการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ ๒๐๐๗ ขนาดคำที่ถูกต้องแล้ว เว้นวรรคถูกต้องแล้ว โปรแกรมยังฟ้องว่าผิด แต่คำที่ควรจะผิด หรือเว้นวรรคผิด โปรแกรมดันไม่ฟ้องต้องคอยตรวจแก้จนตาเหล่....

ดังที่หลวงพ่อท่านเคยสอนละขอรับว่า...

อย่าไว้ใจเทคโนโลยี อย่าฝากชีวิตไว้กับเทคโนโลยี มากกว่าการสร้างความรู้ความสามารถให้ตนเอง

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ท่านทั้งหลายจงยังให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุดใจ : 11-11-2009 เมื่อ 13:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 71 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุดใจ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 12-11-2009, 13:01
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๖ "วันโกน..กับเรื่องบนหนังศีรษะ"

ก่อนวันพระใหญ่หนึ่งวัน เราเรียกว่า "วันโกน" คือ วันขึ้น ๗ ค่ำกับ ๑๔ ค่ำ และแรม ๗ ค่ำกับแรม ๑๔ ค่ำ ของทุกเดือน(หรือ แรม ๑๓ ค่ำ หากตรงกับเดือนขาด) ซึ่งเป็นวันก่อนวันพระ ๑ วันนั่นเอง ทุกเดือนจะมีการปลงผมหรือโกนผมก่อนวันลงปาฏิโมกข์ในพระอุโบสถ

ถ้าจะถามว่าใครโกนหรือปลงผมให้ งานนี้ก็ต้องบอกว่าผลัดกันปลง ส่วนของพระอาวุโสหลาย ๆ ท่าน ท่านปลงผมด้วยตัวเอง เนื่องด้วยมีความชำนาญเป็นพิเศษ สำหรับผมใช้บริการของ "หลวงพี่ดอยบาร์เบอร์" ตลอดงานนี้ กุฏิไหนต่อไหนไม่รู้ ถ้าจะมาให้หลวงพี่ดอยปลงผมให้ ต้องเอาใบมีดโกนมาด้วย ค่าแรงไม่คิดแต่จะติดปลายนวมนั้นก็ขอรับโดยไม่ปฏิเสธใด ๆ

ในชีวิตมีเหยื่อสองรายมาให้ผมทำ "การทดลอง" โกนผมให้ ท่านแรกคือ "หลวงพี่เก้า" งานนั้นเลือดอาบไปทั้งหัวเล่นเอาคนโกนและคนที่ถูกโกนจะเป็นลมไปตามกัน

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : หลวงพี่..ขยับหัวมาทางนี้หน่อยครับ สิวเยอะมาก ข้างหลังก็เยอะ งานนี้มีเลือดอาบแน่ ๆ

หลวงพี่เก้า : ผมฉันไข่ไก่ประมาณวันละห้าฟองทุกวัน..สงสัยว่ามันจะทำให้เป็นสิว

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : อ้าว..ก็หลวงพี่ไปบน"พระแก้ว"ท่านไว้เยอะ แถมแก้บนอยู่บ่อย ๆ ผมก็ช่วยฉันวันละสองฟองอยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่กล้าฉันมากเดียวมัน "คึก" เฮ้ย..เลือด!!!!

งานนั้นใครที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นเข้า คงไม่กล้าให้ผมโกนให้แน่ เห็นเดินหลบ ๆ กันทั้งนั้น บางท่านมีแซวว่า "หลวงพี่..โกรธอะไรหลวงพี่เก้าหรือเปล่า ? เล่นกันเลือดตกยางออกขนาดนั้น..!"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "หลวงพี่..ไม่สนใจใช้บริการของผมบ้างหรือ ?"

เสียงตอบกลับมาด้วยความหนักแน่นว่า "ไม่ละครับหลวงพี่รัตน์"

ในที่สุดหลวงพี่เก้าก็ได้หลายแผล.. งานนี้ผมต้องขออภัยนะครับ "สิวมันเยอะ" (อ้างไปเรื่อย..!")

ถัดไปก็เป็นหลวงพี่ดอย ก่อนจะลงสนามผมถามแล้วว่า "หลวงพี่..แน่ใจนะ.." ท่านตอบว่า "แน่ใจครับ"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "หลวงพี่พร้อมนะ..งานนี้จะเอาให้ปราณีตกว่าของท่านเก้าอีก.."

แกร๊ก ๆ เสียงใบมีดโกนที่ค่อย ๆ ตามไปส่วนโค้งของศีรษะมันช่างได้อารมณ์เสียเหลือเกิน

หลวงพี่ดอย : "โดน..!"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "โดนอะไรครับหลวงพี่ ?"

หลวงพี่ดอย : "หนังหัวผมนะสิ..!"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "จริงหรือครับ..?"

ก้มมองที่มีดโกน หนังศีรษะยังติดอยู่ที่ใบมีดเลย พร้อมกับเลือดที่ศีรษะของหลวงพี่ดอย ค่อย ๆ ซึมออกมา..!

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "ท่าน ๆ..อย่าเสียงดังกันสิ ผมไม่มีสมาธิในการโกนผมให้หลวงพี่ดอยนะ.."

แล้วผมก็บรรจงลากใบมีดโกนต่อไป

หลวงพี่ดอย : "โดน..! โดนอีกแล้ว..!"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "หลวงพี่นั่งนิ่ง ๆ สิ.."

หลวงพี่ดอย : "โอ๊ย..! โดนอีกแล้ว โห..หลวงพี่.."

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "งานนี้ผมใจไม่ดีแล้วนะ เลือด..! หลวงพี่..เลือด..ใครก็ได้มาโกนต่อแทนผมที.."

งานนี้หลวงพี่คมสันท่านเลยมารับหน้าที่แทน

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "หลวงพี่ดอย..งานนี้ผมไม่โกนให้แล้วนะ แต่เวลาผมมาขอให้หลวงพี่ปลงผมให้ "อย่าเอาคืน" ถือว่าผมทำไปโดยไม่ได้เจตนา.."

หลวงพี่ดอย : "ไม่เป็นไร..แค้นนี้ต้องชำระกันซักวัน.."

งานนี้ก็สอนให้ผมรู้ว่า ทำอะไรที่เราถนัดและมีความสามารถจะดีกว่า อย่าได้เอาคนอื่นเป็น "หนูทดลองยา" เลย มันเสียว..!

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


งานนี้งานแรกที่ "หลวงพี่บอย" ยอมโผล่หน้าให้ถ่ายภาพครับ ส่วน "หลวงพี่ต้อมร่างยักษ์" อยู่ทางด้านขวามือสุดแถวสุดท้าย
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-11-2009 เมื่อ 14:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 12-11-2009, 21:21
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๗. "คลิตี้...ดินแดนแห่งมนต์ขลัง" (อย่าลืมภาวนาเด็ดขาด)

เมื่อทุกอย่างพร้อมและวาระมาถึง"นัดล้างตา"ก็เกิดขึ้น คราวนี้พวกเราต้องไปให้ถึงคลิตี้ให้ได้...ว่าแล้วก็ห่มจีวรพลางตรวจสอบกล้องถ่ายรูปว่าพร้อมหรือไม่ ด้วยความรอบคอบแบบนี้ เลยทำให้กระผมขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย

ทิดแก้วกับรถกระบะคู่ใจ พร้อมด้วยพระอีก ๑๐ รูป นำโดยพระครูน้อยก็ออกเดินทางทันที คณะเราออกจากวัดท่าขนุนหลังจากฉันเช้าเสร็จ เราเดินทางจากวัดท่าขนุนไปตามเส้นทางหมายเลข ๓๒๓ เข้าทางบ้านทิพุเย ในส่วนของ อบต.ชะแล ผ่านบ้านทุ่งนางครวญ บ้านห้วยเสือ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เส้นทางบางช่วงก็อย่างที่เคยเล่าไปว่า ยังเป็นถนนลาดยางสลับกับถนนลูกรังดินแดงอยู่ ผ่านหมู่บ้านเป็นระยะ ๆ สลับกับไร่มันสำปะหลังที่แซมด้วยข้าวไร่ดูเขียวขจีไปหมด นี่คือชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้าน ซึ่งบางทีเราแทบจะลืมกันไปแล้วว่า ความสงบที่พึ่งพิงอยู่กับธรรมชาตินั้นเป็นอย่างไร

รถทำความเร็วได้ไม่มากนัก เราใช้เวลาเดินทางไปเรื่อย ๆ คือให้ทันเพลที่คลิตี้ เรากำลังจะเข้าไปยังดินแดนของชาวกะเหรี่ยงซึ่งนิสัยใจคอของชาวกะเหรี่ยงนี้ "รักใครรักจริง เกลียดใครก็เกลียดจริง..!"

สำหรับพวกเราที่เป็นพระ หลวงพ่อมักจะเตือนเสมอว่า "อย่าได้วางใจใครไม่ว่าจะเป็นคนหรือในความเป็นทิพย์ทั้งหลาย เพราะความที่เราเป็นพระ บางสิ่งบางอย่างเขาลองกับคนอื่นไม่ได้ เขาก็ลองกับพระ จะฉัน จะลุก จะยืน จะนอน กันไว้ดีกว่าแก้ ให้มีสติเสมอ ก่อนฉันให้พิจารณาอาหาร แล้วว่า "คาถาบารมี ๓๐ ทัศ" ดังนี้

อิติปาระมิตาติงสา อิติสัพพัญญูมาคะตา
อิติโพธิมะนุปปัตโต อิติปิโสจะเตนะโม
นะ โม พุท ธา ยะ

นึกภาพพระคลุมข้าวปลาอาหารทั้งหมด จะเป็นการแก้คุณไสยทุกชนิดที่เขาทำมาลองดีหรือหวังประทุษร้าย

พวกเราเองได้ยินชื่อเสียงความขลังในเรื่องของไสยศาสตร์ของชาวกะเหรี่ยงมากันพอสมควร จึงไม่ประมาท พยายามจับคำภาวนาในใจตามแต่ใครถนัดแบบไหนก็ว่ากันไป เพื่อให้เกิดกำลังใจมั่นคง

หลังจากใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมง พวกเราก็เดินทางผ่านถนนช่วงหลัง ซึ่งมีสภาพเหมือนเส้นทางไปดาวอังคาร คือเต็มไปด้วยหลุมบ่อและทางน้ำกัดเซาะ

พระครูน้อย(หลวงพี่ของชาวบ้าน) บอกผมว่า เวลานั่งรถประจำทางในเมืองมันไม่สบายแบบนี้ คือ "ถนนมันเรียบเกินไป" แบบทางเข้าหมู่บ้านคลิตี้นี้นั่งแล้วสบายกว่า

กระผมเองก็ได้แต่กระพริบตา กลืนน้ำลายแทบจะไม่ลง เพราะเริ่มรู้สึกได้ว่า "มันเพลีย ๆ เหนื่อย ๆ แบบคนเมารถ"

รถกระสวยอวกาศของทิดแก้วค่อย ๆ เลี้ยวผ่าน "โรงเรียนบ้านทุ่งเสือโทน" อย่างช้า ๆ เนื่องจากที่นี่ไม่มีไฟฟ้า เราจึงเห็น "แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์" เรียงรายทางด้านข้างของโรงเรียน แสงแดดยามเช้า ฟ้าใส ๆ กับอากาศเย็นสบาย ๆ มันชวนให้อยู่กับบรรยากาศแบบนี้ไปนาน ๆ จนลืมคำภาวนาไปหลายอึดใจ มองไปก็เห็น "วัดทุ่งเสือโทน (หลวงปู่เนป่อง)" ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ เสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงแปลว่าเรามาถึงที่หมายแล้ว

"อาปาเช่" สาวกะเหรี่ยงออกมาต้อนรับ เชื้อเชิญพระครูน้อยและพวกเราเข้าบ้าน...สภาพบ้านอันเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยฝีไม้ลายมือใน "งานช่างไม้" ทำให้บ้านหลังเล็ก ๆ หลังนี้ดูมีแล้วมีคุณค่ามากกว่าห้องสี่เหลี่ยมที่คนในกรุงอยู่อาศัยกัน ทางด้านหน้ามีนอกชานกว้าง นั่งสบาย ลมพัดถ่ายเทตลอดเวลา

กระผม ท่านดอย ท่านนวย เดินสำรวจไปอย่างช้า ๆ ผมพยายามเก็บรายละเอียดตามปกติที่ผมเป็นอยู่แล้ว ต้นไม้ ใบหญ้า นก สัตว์ต่าง ๆ จนไปถึงสิ่งก่อสร้าง

เราตรงไปกราบรูปเหมือนของ "หลวงปู่เนป่อง" ซึ่งแกะสลักด้วยหินทรายจากยอดเขาภูพาน แล้วเข้าไปกราบพระประธานภายในโบสถ์.....

หลังจากนั้นเราก็ตรงไปยังหอระฆังและศาลา ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ชาวกะเหรี่ยงเขาถือทิศใต้เป็นทิศมงคล เมื่อก่อนพระประธานภายในศาลาหันไปทางทิศใต้ พระครูน้อยเมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นเจ้าอาวาสที่วัดนี้ ท่านได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ให้เปลี่ยนทิศทางของพระประธานให้ไปทางทิศเหนือแทน

หลังจากนั้นเราก็เดินกลับไปร่วมฉันเพลที่บ้านของ "อาปาเช่" กับข้าวกับปลาเต็มไปหมด สิ่งหนึ่งที่กระผมสะดุดตา คือ "แตงเปรี้ยว" ทีแรกก็งง ๆ นี่มันลูกอะไร ? ผลไม้หรือว่าผัก...

หยิบขึ้นมาพิจารณาแล้วถ่ายรูป หลังจากพิจารณาอาหารแล้วก็หยิบมาฉัน แตงกวานี่หว่า..! รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย แต่กรอบกว่าแตงกวาปกติ(เพราะผิวมันตึงมาก) กัดไปคำตามด้วยน้ำพริกปลาร้า ข้าวสวยอุ่น ๆ (ร้อน ๆ เดี๋ยวปากพอง) ทุกท่านเจริญศรัทธาและเจริญอาหารกันเต็มที่ หลังจากนั้นก็นั่งสนทนากันจนถึงเวลาเดินทางกลับ

จริง ๆ แล้วสิ่งที่เรากลัวมักจะเกิดจากเราได้ยิน ได้ฟัง หรือเกิดจากการปรุงแต่งของเราเอง แต่เรื่องของการไม่ประมาทเป็นเรื่องที่ดี ผมได้มาสัมผัส ได้มาเห็นกับตาตัวเอง ถือว่างานนี้เหมือนกับเราได้ทำข้อสอบแล้ว หายสงสัยไปหลายเรื่อง หลังจากที่เราแวะเยี่ยม "ผู้ใหญ่บ้าน" พร้อมกับนำผ้ายันต์พิชัยสงครามและยันต์มหาเศรษฐีมอบให้ พูดคุยทักทายปราศรัยกัน กว่าจะถึงเวลาร่ำลากัน ผมก็เห็นในความมีน้ำจิตน้ำใจ ความเป็นกันเอง ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของเขาแล้ว ทำให้นึกถึงสำนวนที่ว่า

"ต้นไม้ไร้นกเกาะถึงดูไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านกไร้ต้นไม้เกาะ มันดูไม่เหมาะเพราะไม่เหลืออะไร"

เห็นทีต้องขอไปขยายความในตอนต่อ ๆ ไปครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-11-2009 เมื่อ 15:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 81 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 14-11-2009, 12:10
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๘."ให้มีความคล่องตัว"

ในช่วงเข้าพรรษา นับเป็นโชคดีของท่านต่าง ๆ ที่บวชเข้ามาในช่วงนี้ มีบุญรออยู่แทบจะทุกวัน หลวงพ่อท่านให้พระภิกษุสามเณรทุกรูป จับสลากเพื่อขึ้นเทศน์ในวันพระตลอดพรรษา ทุกวันพระจะมีเทศน์สองรอบ คือ รอบเช้า ๙.๐๐ น.และรอบค่ำ ๑๙.๓๐ น. ใครใคร่จะเลือกกัณฑ์เทศน์ไหนมานั้น หลวงพ่อท่านให้อิสระเต็มที่ กระผมเองเมื่อค่อย ๆ เปิดฉลากใบเล็ก ๆ ดูก็รู้ว่า ตัวเองได้เทศน์วันออกพรรษาช่วงเช้าซึ่งวันนี้เป็นวันที่หลาย ๆ ท่านภาวนาว่า "ขออย่าให้หยิบได้ใบนี้เลย.." แต่ตรงกันข้ามกับกระผม ที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ก่อนว่าขอให้ได้เถอะ เพราะตั้งใจจะอุทิศบุญให้โยมพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว

เมื่อทราบกำหนดการกันแล้วว่า ใคร..? ท่านใดบ้าง(แสดงว่าบางท่านโชคดี..รอดตัวไป)ที่จะได้ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ โปรดญาติโยมในวันไหน ? เวลาใดบ้าง ? ต่างก็กลับไปเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ งานนี้..คนไหนที่รู้ว่า ตัวเองไม่มีความสามารถหรือไม่มั่นใจ ก็ถึงกับออกปากไหว้วานหา "อาสาสมัครเดนตาย" ให้รับหน้าที่แทน ปัจจัยของกัณฑ์เทศน์ หลวงพ่อประกาศตั้งแต่ต้นแล้วว่า "ใครเทศน์คนนั้นก็ไป" ส่วนมากก็จะยกให้คนที่ขึ้นไปรับหน้าที่แทน ท่านแรกที่ขึ้นเทศน์ในพรรษานี้ คือ "ท่านนวย"

หลวงพี่นวย : "หลวงพี่..ผมละกลุ้มเลย งานนี้คนแรกด้วยสิ.."

หลวงพี่นวยบ่นพลางแอบซุ่มฟิตซ้อมเต็มที่ แล้วงานแรกก็ออกมาดี เลยเป็นที่กดดันท่านต่อ ๆ ไป
เวลาช่างรวดเร็วเหมือน "นกกระจอกกินน้ำ" หลายต่อหลายท่านผ่านไป บางท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี เพราะมีความรับผิดชอบซักซ้อมมาก่อน แต่งานนี้มีท่านหนึ่งที่ถูกหลวงพ่อท่านดุเอา ชนิดที่ว่านั่งงงลงจากตั่งไม่ถูกเลย ก็คือ "หลวงพี่กุ๊ก" เพราะท่านประมาทมากเกินไป ไม่ได้ซักซ้อมให้เกิดความชำนาญคล่องตัว หลวงพ่อท่านประกาศหลังจากที่ท่านกุ๊กเทศน์เสร็จว่า "คนต่อไปอย่าให้เป็นอย่างนี้อีก..!" ทุกท่านเงียบสนิท

หลังจากนั้นไม่นาน หลวงพ่อท่านก็สอนว่า "เรื่องของการเทศน์จะต้องหมั่นซ้อม คนที่เทศน์ได้ดีนั้นต้องผ่านเวทีมาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยธรรมาสน์ขึ้นไป หรือไม่ก็ผ่านการเรียนหลักสูตร "นักเทศน์" มาแล้ว ท่านบอกว่า ตั้งใจมากเกินไปก็ไม่ดี ไม่ตั้งใจเลยก็ไม่ดี ให้ทำกำลังใจกลาง ๆ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านกัณฑ์เทศน์ไป"

และแล้ว..ก็มีนักเรียนนอกหลักสูตรท่านหนึ่ง คือ "หลวงพี่ขวัญชัย" เรื่องที่จะเทศน์ ท่านแต่งเอง ไม่ได้เอามาจากกัณฑ์เทศน์ที่เตรียมเอาไว้ให้เลือกกัน

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: "หลวงพี่..คายความลับออกมาหน่อยซิ ว่าหลวงพี่จะเทศน์เรื่องอะไร ?"

หลวงพี่ขวัญชัย: "ไม่ได้..ความลับก็ต้องเป็นความลับสิ..!"

เอา..ในเมื่อท่านยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ตะแคงยันถึงขนาดนั้นก็ตามใจ

และแล้ว..ท่านเทศน์ชนิดที่ว่า พระเณรทุกท่านนั่งลุ้นว่ามันจะจบได้หรือไม่ ? และจบอย่างไร ? ผมเองกลั้นหัวเราะจนแทบทนไม่ไหว,อาจารย์พงษ์,หลวงตาชาติ พระเณรอีกหลายรูป ไม่เว้นแม้แต่ญาติโยม แต่คนที่นิ่งที่สุดคือหลวงพ่อ พระครูน้อยท่านแอบกระซิบ
ว่า "นั่งใกล้ ๆ หลวงพ่อ บรรยากาศมันตึงเครียดสุด ๆ" งานนี้ถ้าจะเจองานเข้าชุดใหญ่แล้ว

สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงได้แบบ "เครื่องบินหารันเวย์ลงไม่ได้"เพราะเทศน์วกไปวนมาอยู่หลายรอบ

รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง หลังฉันเช้าเสร็จ หลวงพ่อท่านประกาศว่า "อย่างที่ท่านขวัญชัยทำนั้นนับเป็นความคิดริเริ่มที่ดี แต่ทุกท่านอย่าได้ทำอีกเพราะเรื่องของการเทศน์นั้น ต้องเทศน์ให้ญาติโยมเขาฟังรู้เรื่อง ขนาดตัวคนเองแต่งเองยังไม่รู้เรื่องเลย แล้วแมวที่ไหนมันจะรู้..! ต่อไปห้ามแต่งเองอีก ยกเว้นว่าท่านเรียนจบนักเทศน์มา"

และแล้ว..วันของผมก็มาถึง ก่อนจะขึ้นธรรมาสน์ผมตรงไปกราบพระประธานบนศาลา,กราบหลวงพ่อ ในขณะกราบท่านหลวงพ่อท่านให้พรด้วยน้ำเสียงที่เมตตาว่า "ขอให้มีความคล่องตัว" วันนี้คนเต็มศาลาไปหมด น้อยกว่าวันรับยันต์เกราะเพชรประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เมื่อขึ้นไปบนธรรมาสน์ มองไปเห็นคนเต็มไปทั้งศาลา ใจมันหวิวพิกล

หลังจากรวบรวมกำลังใจแล้วว่า งานนี้ขอบารมีพระท่านเมตตา ขอให้เป็นหน้าที่ของท่านในการสงเคราะห์ญาติโยม ช่วงแรก ๆ ผมเทศน์ผิด อ่านผิด ออกเสียงแล้วลิ้นมันพันกันไปหมด จึงค่อย ๆ รวบรวมกำลังใจอีกครั้ง ที่ผิดมันก็ผิดไปแล้ว แต่ที่จะอ่านต่อไปพยายามเอาใจจดจ่อ สลัดภาพของคนหมู่มากออกไป ตั้งใจว่า เทศน์ให้โยมพ่อฟัง

มาถึงตรงนี้ "เครื่องมันก็ติดแล้ว" ยิ่งอ่านยิ่งเพลิน ยิ่งเพลินก็ยิ่งเป็นสมาธิ จนมาถึงตอนจบ พยายามรวบรวมกำลัง ตั้งใจอธิษฐานอุทิศบุญให้ญาติโยมก็ดี ให้โยมพ่อโยมแม่ก็ดี และอธิษฐานเพื่อมรรคผลนิพพานของตัวเองก็ดี ถือว่าจบแบบสมบูรณ์จนลืมสลับขา

นั่งพับเพียบนาน ๆ มันทำเอาขาเป็นเหน็บชาไปหมด หลวงพ่อท่านประกาศบอกว่า "นั่งให้หายชาแล้วจึงค่อยลงจากธรรมาสน์" แต่ผมเองประมาทไป จึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงมา ความรู้สึกตอนนั้นก็ปกติ แต่หลังจากคุกเข่ากราบพระ กราบหลวงพ่อแล้ว ที่รู้สึกได้คือ ขามันแข็งไปหมด พยายามจะพยุงตัวขึ้น หลวงพ่อท่านรู้ ท่านจึงโบกมือให้รู้ว่า ให้นั่งตรงนี้ก่อนอย่าเพิ่งลุกไป เพราะมันอาจจะล้มได้ เพราะประสาทมันชาไปหมด ผมเลยนั่งแล้วพยายามสูดลมหายใจเอาอากาศเข้าไปให้เยอะ ๆ สุดท้ายเมื่อมั่นใจแล้ว จึงค่อย ๆ ลุกเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
หลวงพ่อท่านเมตตา,ท่านรู้,ท่านผ่านประสบการณ์มามากต่อมาก ท่านคือครูที่เราควรเชื่อฟังให้มากที่สุด

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ "วันออกพรรษา" วัดท่าขนุน
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 16-11-2009 เมื่อ 10:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 89 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 16-11-2009, 09:48
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๑๙."ต้นไม้ไร้นกเกาะถึงดูไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านกไร้ต้นไม้เกาะ มันดูไม่เหมาะเพราะไม่เหลืออะไร"

ต้นไม้แต่ละต้น อิฐ หิน ดิน ทราย แต่ละก้อนที่พระเณรต่างช่วยกันทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตอนนี้มองเห็นเป็นภาพที่ชัดเจน "ลานธรรม"ของวัดท่าขนุนค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนาบด้วยเรือนไม้ที่เอาไว้ให้ญาติโยมหรือผู้ปฏิบัติธรรมได้พักผ่อนหลบร้อนหลบฝน

ผ่านวันออกพรรษาก็มาถึงวันสำคัญที่ทุกท่านต่างตั้งตารอก็คือ "วันตักบาตรเทโว" หลวงพ่อให้เตรียมตัวขึ้นไปรอบนยอดเขาตั้งแต่แปดโมงเช้า หลังจากวันก่อนหน้านั้น ทุกท่านต่างเร่งจัดเตรียมพื้นที่ จัดวางขาตั้งไม้ พร้อมนำเอาไม้แผ่นจากโรงไม้มาวางเป็นทางยาวริมถนน ตั้งแต่ทางลงมาจากพระเจดีย์จนทอดยาวไปถึงทางขึ้นศาลา.......

ในวันตักบาตรเทโว ญาติโยมต่างเตรียมข้าวสารอาหารแห้งมาจับจองที่ทาง ไล่ตั้งแต่ทางลงพระเจดีย์ไปจนถึงสุดทางเดินขึ้นศาลา ภาพเหล่านี้ทำให้กระผมตระหนักถึงความศรัทธาที่ญาติโยมมีต่อพระ "พระคือเนื้อนาบุญอันประเสริฐ" ทำให้รู้สึกประทับใจมาก

เมื่อถึงเวลา..พระเณรทุกท่านต่างเตรียมพร้อม บางท่านไปรอบนเจดีย์ตั้งแต่เช้า หลวงพ่อท่านเดินขึ้นไป พร้อมกับมีเจ้าลูกหมาน้อยตัวหนึ่งค่อย ๆ ตามหลวงพ่อขึ้นไปจนถึงพระเจดีย์ เจ้าลูกหมาตัวนั้นมันคงรู้ว่า หลวงพ่อคือเนื้อนาบุญของมัน มันจึงแสดงออกด้วยทีท่าที่คอยเดินตามท่าน ถึงแม้ว่าขั้นบันไดทางขึ้นบางช่วงจะมีความสูงอยู่มาก แต่มันก็พยายามไปจนถึง......ขนาดพระเณรบางท่านและหลาย ๆ ท่านยังเหนื่อยกันแทบลิ้นห้อย แต่เมื่อเห็นภาพหลวงพ่ออุ้มเจ้าหมาน้อยตัวนั้น พร้อม ๆ กับที่หลวงพ่อท่านกล่าว "จับดูแล้วหัวใจมันเต้นปกติ มันไม่เหนื่อยเหมือนที่เราเหนื่อยกันเลย " พาเอาทุกท่านหัวเราะ "เจ้าตัวเล็กนี่มันสุดยอด" เสียงห้าว ๆ ของ "เณรเจ" กล่าวเสริม

หลังจากหลวงพ่อท่านนำสวดมนต์ถวายบูชาพระเจดีย์แล้ว ทุกท่านก็ตั้งแถว แล้วค่อย ๆ เดินลงมาจากยอดเขา บรรยากาศก็ดี,อากาศก็ดีเป็นอีกวันหนึ่งที่กระผมเองจะต้องเก็บเอาไว้ในความทรงจำไปตลอดชีวิต

ญาติโยมหลาย ๆ ท่านมาดักรอใส่บาตรตั้งแต่วิหารองค์สมเด็จบนยอดเขา สีทองของแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านต้นไผ่ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า ดูแล้วสดชื่นยิ่งนัก มองลงไปเห็นพระเดินลงเป็นทิวแถว นำโดยหลวงพ่อ ผมก็อดใจที่จะถ่ายรูปเอาไว้ไม่ได้

ญาติโยมหลั่งไหลมาแทบทุกสารทิศของอำเภอทองผาภูมิ ทั้งลูกเด็กเล็กแดงคนเฒ่าคนแก่ ต่างเฝ้ารอใส่บาตรกันด้วยสีหน้าแววตาเอิบอิ่มไป เสียงเหรียญกระทบก้นบาตรไม่ขาดสาย ข้าวสาร อาหารแห้ง ดอกไม้ เต็มบาตรจนบางครั้งถ่ายเทให้เด็กวัดแทบไม่ทัน

นั่นคือคำว่า "ศรัทธา" นั่นคือคำว่า "เคารพ" ที่ญาติโยมแสดงออก มันยากที่จะอธิบายในความรู้สึกประทับใจของผม บางครั้งผมเห็นคุณยายแก่ ๆ ก็คิดถึงโยมแม่ คิดถึงโยมพ่อจับใจ อยากจะให้ท่านได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ และอยากจะให้ท่านได้มีโอกาสตักบาตรพระลูกชายในที่นี้

วันนี้ต้นไม้ที่วัดท่าขนุนอันหมายถึง "ต้นไม้ในนาบุญ" มีนกเกาะเต็มไปหมดทุกต้น ไม่ว่าจะเป็นต้นใหญ่หรือต้นเล็ก ต้นไม้ที่ผมเปรียบเปรยนั้นก็คือ หลวงพ่อและพระเณรทุกรูป ที่ต่างก็ปฏิบัติในธรรมอันประเสริฐแห่งพระพุทธศาสนา ส่วน "นก" ก็คือญาติโยมทุกท่านที่พึ่งพาอาศัยหาความร่มเย็นใน ทาน ศีล ภาวนา โดยมีหลวงพ่อเล็กเป็นต้นโพธิ์ใหญ่อันร่มรื่น แตกกิ่งก้านสาขาออกไป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อประโยชน์ต่อญาติโยมทางใด ท่านก็ยืนเป็นหลักชัยอย่างมั่นคง

"ต้นไม้ไร้นกเกาะถึงดูไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านกไร้ต้นไม้เกาะ มันดูไม่เหมาะเพราะไม่เหลืออะไร"

พระพุทธศาสนาก็คือต้นไม้ยืนต้นที่ฝังรากลึกอย่างมั่นคง แตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย ปกคลุมให้เกิดความร่มเย็นแก่สรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่ได้มาหลบร้อนภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ต้นนี้ ถึงจะไม่มีแม้แต่สัตว์น้อยใหญ่สักตัว ต้นไม้ต้นนี้ก็ยังคงหยัดยืนต่อไปอย่างมั่นคง

วันใดที่สัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย พยายามจะไขว่คว้าค้นทางเส้นทางที่จะไปถึงยังต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ แต่ทว่าหลงลืมหาทางไม่เจอ ด้วย"วัชพืชแห่งกิเลส" ต้นไม้ต้นนี้ก็มิได้ด้อยค่าลงไปเลยแม้แต่น้อย.......

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-11-2009 เมื่อ 14:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 92 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 16-11-2009, 15:23
สุดใจ สุดใจ is offline
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 16
ได้ให้อนุโมทนา: 392
ได้รับอนุโมทนา 5,676 ครั้ง ใน 149 โพสต์
สุดใจ is on a distinguished road
Default

ทิดรัตน์ สู้ สู้
อุตส่าห์พิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทาน

ยังประโยชน์ให้ผู้ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย

ยังประโยชน์ให้ผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยแล้ว ยิ่งเลื่อมใสมากยิ่งขึ้น

เป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง ๆ ไม่กลัวผิด ไม่กลัวพลาด

แต่กลัวจะไม่มีโอกาสได้เผยแพร่ธรรมะให้ผู้มืดบอดได้เห็นแสงสว่างในชีวิต

ถ้าไม่เกรงว่าน้องเต้ยอิจฉาจะกระโดดหอมซักฟอด

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุดใจ : 16-11-2009 เมื่อ 15:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุดใจ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 16-11-2009, 21:51
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

ก่อนอื่นขอ "อ้วก" ก่อนนะครับ คำพังเพยเขียนเอาไว้ว่า "อายครูบ่รู้วิชา" ต้องขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ช่วงนี้งานมันเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กระผมเองพยายามใช้เวลาให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าให้มากที่สุด แต่ละตอนที่เขียนมันต้องเรียบเรียงออกมาจากความรู้สึกและรูปภาพที่มีให้ได้บรรยากาศและสาระ บางครั้งแค่สองสามบรรทัด นั่งคิดแล้วคิดอีก บางตอนใช้เวลาร่วมสองสามชั่วโมง แค่คิดและเขียน ยังไม่รวมมานั่งไล่แก้คำผิดนะครับ.....

"ต้นไม้ไร้นกเกาะถึงดูไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านกไร้ต้นไม้เกาะ มันดูไม่เหมาะเพราะไม่เหลืออะไร" เป็น "ท่อนสร้อย" ของเพลงเพลงหนึ่ง กระผมเองก็จำชื่อเพลงไม่ได้ ทำนองและคำร้องโดย "เทียรี่ เมฆวัฒนา" ผมฟังแล้วมันสะดุดใจให้คิด เลยเอามาวิปัสสนาเป็นข้อธรรมส่วนตัวของกระผมไปเรื่อย
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 16-11-2009 เมื่อ 21:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 16-11-2009, 21:54
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 552
ได้ให้อนุโมทนา: 11,479
ได้รับอนุโมทนา 42,321 ครั้ง ใน 906 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

คุณสุดใจ (ขาดดิ้น...ขอแถมหน่อยนะครับ) ขอบคุณมากครับ
หลวงพ่อท่านบอกกับผมว่า "ให้บ้าต่อไป" ผมเลยบ้าต่อเลย บ้าแบบที่ผมจะบ้าได้ในทางที่ดีเท่านั้นครับ อันนี้ไม่ขอสงวนลิขสิทธิ์ครับ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 68 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 17-11-2009, 14:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,743 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ วาโยรัตนะ
"ต้นไม้ไร้นกเกาะถึงดูไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านกไร้ต้นไม้เกาะ มันดูไม่เหมาะเพราะไม่เหลืออะไร"
ท่อนนี้พี่รัตน์คงแปลงเนื้อมาจากเพลง คู่รัก
"ต้นไม้ไร้นกเกาะ ดูไม่เหมาะเพราะไร้ชีวา ผืนดินในถิ่นท้องนา ถ้าไม่โดนไถไหนเลยดินจะดี..." จริง ๆ คนร้องเพลงนี้มีหลายเวอร์ชั่นค่ะ แต่เถรีชอบเวอร์ชั่นที่ประกอบละครค่ะ ฟังมาตั้งแต่สมัยประถม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:14



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว