กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เรื่องเล่าต่าง ๆ โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > อีหรอบเดียวกัน

Notices

อีหรอบเดียวกัน อีหรอบเดียวกัน โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 12-03-2017, 02:20
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


จานที่สองมีให้แค่นี้ ถ้าไม่กินจานแรกก็ช่วยไม่ได้

“มีใครเป็นเหมือนผมบ้างไหม ?” หลวงพ่อพระครูสันติฯ ปรารภขึ้นกลางวง “ไม่ว่าจะไปกินอะไรที่ไหนก็ตาม ถ้าเขาไม่ลืมที่ผมสั่ง ก็จะได้อาหารมาไม่ครบ...เป็นแบบนี้บ่อยมากเลย” เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเวรกรรมของแต่ละคน ถ้าสร้างวีรกรรมมาในแนวนี้ ถึงเวลาก็ต้องเจอแบบนี้ อาตมาเองก็ใช้ของใหม่ไม่ได้ ถึงตั้งใจซื้อใหม่มาแค่ไม่กี่วันก็ต้องชำรุดมีตำหนิ แม้แต่ผ้าจีวรใหม่ที่เพิ่งจะซักครั้งแรก ยังต้องขาดทุกชุด เพราะว่าในอดีตเคยทำ “ทาสทาน” ไว้ แล้วมาส่งผลให้ในปัจจุบันนี้...

กว่าสะเต๊กปลาแซลมอนจะมาถึงหลวงพ่อพระครูสันติฯ อาตมาก็กวาดของตนเองหมดเรียบ เช็ดจานด้วยขนมปังซึ่งสมัยเป็นนักเรียนทหารฝึกการกินอาหารฝรั่ง ครูฝึกบอกว่าเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทสุด ๆ เมื่อขนมปังหายลงท้องไปแล้ว Cup cake ที่โรยผงช็อกโกแล็ตมาด้วยก็ถูกวางลงตรงหน้า แม้ว่าอาตมาจะไม่ชอบของขมพวกนี้แต่ก็กินตามสิทธิ์ แค่สามคำก็หมดเกลี้ยง อิ่มจนรู้สึกแน่นมาก แต่ท่านอื่นที่ไม่แตะพาสต้า คงจะไส้กิ่วอย่างแน่นอน เพราะว่าปลาแซลมอนชิ้นเล็กนิดเดียว...

เห็นขวดน้ำแร่เปล่าดูสวยงามและแข็งแรงดีมาก อาตมาที่จบภารกิจแล้วจึงหยิบเอาขวดเปล่าไปเติมน้ำในห้องน้ำ กะว่าจะเอาติดตัวไปด้วย ที่ไหนได้...เดินมาถึงหน้าประตูตึก นายบริกรขอคืนไปซะนี่ บอกว่าถ้าต้องการขวดคิดเพิ่มอีก ๒ ยูโร..! ถ้าแพงขนาดนี้ก็เอาของเอ็งคืนไปเถอะ เดินตามคณะของเราออกมา ข้ามทางม้าลายไปยังทางเท้าริมทะเลสาบ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3807.jpg (70.2 KB, 540 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 12-03-2017, 12:17
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ถ่ายรูปกับเรือด่วนของ "เขยไทย"

“นี่คือทะเลสาบโคโม (Lake Como) นะครับ เป็นทะเลสาบที่ใหญ่มาก กินพื้นที่ถึงสองประเทศ คือสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ถึงแม้ว่าสวิสจะไม่มีทางออกทะเล แต่มีทะเลสาบใหญ่ ๆ แบบนี้แทบจะทั่วประเทศ ที่คู่ขนานกับทะเลสาบโคโมก็คือ ทะเลสาบแม็กจิออเร่ (Lake Maggiore) แล้วยังมีทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ที่กั้นระหว่างฝรั่งเศสกับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทางฝรั่งเศสเรียกว่าทะเลสาบเลอมัง (Lac Le’man)” มัคคุเทศก์รูปหล่อทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง ขณะที่คุณโอเล่ซึ่งปกติจะรั้งท้าย วันนี้กลับวิ่งไปถ่ายรูปอยู่ด้านหน้าสุด...

บรรดาชาวเมืองโคโมตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินสวนมา ต่างก็มองคณะของเราเป็นตาเดียว บ้างก็เดินหลบลงไปบนถนน เพราะทางเท้าโดนพวกเราทั้งคณะยึดไปแล้ว บ้างก็ถ่ายคลิปวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อเดินพ้นแนวรั้วตาข่ายไป ก็เป็นรั้วเหล็กเตี้ย ๆ สูงเลยเข่ามาหน่อยเดียว แถวนี้มีเรือจอดอยู่หลายสิบลำ ทั้งเรือด่วน (Speed boat) และเรือสำราญ (Yacht) ขนาดเล็ก ดูสภาพน้ำที่มีฟองแล้ว น่าจะไม่ค่อยจะสะอาดนัก....

“สวัสดีครับ” ฝรั่งหนวดเครารุงรัง ถอดเสื้อตากแดดตัวแดง โผล่จากเรือด่วนลำหนึ่งมายกมือไหว้ มัคคุเทศก์รูปหล่อปฏิสันถารด้วย แล้วหันมาบอกกับพวกเราว่า “นายคนนี้มีเมียคนไทยครับ บอกว่าถ้าพวกเราเช่าเรือท่องทะเลสาบ เขาจะคิดราคาพิเศษในฐานะที่เป็นเขยไทย” ฮ่า..ถ้าเป็นเขยไทยจริงต้องฟรีซีเว้ย..! พวกเราไม่มีใครอยากจะนั่งเรือด่วนกินลมชมวิว จึงขอถ่ายรูปกับเรือของเขาแทน นายฝรั่งน้ำพริกก็อนุญาตให้ขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือของเขาได้แบบใจกว้าง...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3831.jpg (94.2 KB, 532 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 68 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 13-03-2017, 03:59
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


วิธีจัดการกับความวุ่นวายของคณะที่ได้ผลดีมาก

นึกไม่ถึงว่าการถ่ายรูปของพวกเรา “Go so big” เกินกว่าที่นายฝรั่งน้ำพริกจะคาดไว้ เพราะว่านอกจากบรรดาเพื่อนฝูงจะปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือของแกแล้ว ยังลามไปถึงเรือลำอื่น ๆ รอบข้างอีกด้วย ใครเห็นว่าลำไหนสวยก็ตะกายขึ้นไปถ่ายรูปบนลำนั้น ท่านอาจารย์ ดร.วันชัย “เซลฟี” ตัวเองด้วยกล้องอันใหญ่เบ้อเริ่มอย่างที่ไม่น่าจะทำได้ บางท่านก็เดินไปโพสท์ท่าบนสะพานเทียบเรือ จนคุณโอ๋ต้องตะโกนเตือนว่า “ระวังตกน้ำนะครับ”...

ทุกอย่างวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง จนท่านอาจารย์ ดร.พิเชฐ ซึ่งถ่ายวิดีโออยู่ ตะโกนนิมนต์ให้มาถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน นับว่าใช้วิชาการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) อย่างได้ผล จีวรสีเหลืองอร่ามที่ผลุบโผล่เป็นนินจาอยู่บนเรือต่าง ๆ ตลอดจนท่าเรือและริมน้ำ มารวมตัวกันครบ ๒๒ รูปเป็นครั้งที่ ๒ ในการเดินทางครั้งนี้ จึงกลายเป็นภาระหน้าที่ของ ๒ ท่านอาจารย์ ๒ มัคคุเทศก์ และ ๑ รถเข็นประจำคณะ ที่หอบกล้องกันคนละหลาย ๆ ตัว เพื่อถ่ายรูปตามที่ทุกคนร้องขอ แต่งานนี้ท่านประธานรุ่น มหาประโยค ๙ ของรุ่น และใบฎีกาวรัญญู โดนบังจนแทบมิดไปพร้อมกับเรือของนายฝรั่งน้ำพริก...

เสร็จจากการถ่ายรูปหมู่แล้ว มัคคุเทศก์รูปหล่อแจ้งกับพวกเราว่า “ตอนนี้บ่ายโมงครึ่งกว่านิดหน่อย ผมจะให้เวลาพระอาจารย์ทุกท่านเดินเที่ยวกันเองประมาณ ๑ ชั่วโมง เวลาบ่ายสองครึ่งเราไปพบกันที่บริเวณที่จอดรถครั้งแรก ตรงข้างวงเวียนใกล้กับสถานีรถรางไฟฟ้านะครับ” ยังไม่ทันจะชี้แจงจบ บรรดาลูกทัวร์ที่แสนดีก็เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแล้ว อาตมาเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามกับทะเลสาบ ซึ่งมี “รถเมล์ยูโร” จอดอยู่ในซอยข้างสวนสาธารณะคันหนึ่ง ที่ป้ายรถเขียนว่า "CHIASSO"...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3850.jpg (95.0 KB, 506 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 66 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 13-03-2017, 16:08
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


โบสถ์ใหญ่แห่งเมืองโคโม (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

จากจุดนี้มองกลับไปทางทะเลสาบ จะเห็นน้ำสีฟ้าใสและบ้านพักตากอากาศที่อยู่บนเนินเขารอบบริเวณเต็มไปหมด บ้านสีเหลือง สีส้ม ตัดกับต้นไม้สีเขียวดูโดดเด่น “ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ถึง ๑๔๖ ตารางกิโลเมตร อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางถึง ๒๐๐ เมตร เป็นที่พักตากอากาศเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ผู้มีอำนาจและพ่อค้าที่ร่ำรวยนิยมมาพักผ่อนที่นี่กันตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโน่นเลยครับ” “ลุง” เอ๊ย.. “ท่านนายพล” กลายเป็นมัคคุเทศก์ไร้ใบอนุญาตไปอีกคนหนึ่งแล้ว...

เลาะไปทางขวาที่เป็นสวนสาธารณะไม่ใหญ่นัก ลักษณะเป็นแค่สวนหย่อมหน้าลานตึก แต่ก็ปลูกไม้ดอกสีแดงขาว ชมพู ดูละลานตา มีต้นไม้ยืนต้นที่อาตมาไม่รู้จักแทรกอยู่เป็นระยะ มีทั้งชาวบ้านที่นั่งคุยกันบนม้านั่งในสวนและบรรดานักท่องเที่ยวที่กำลังถ่ายรูปอยู่ด้วย อาตมาเก็บภาพแล้วเลี้ยวซ้ายมือตามคนที่ค่อนข้างมาก เข้าไปในซอยที่ขนาบด้วยตึกสภาพเก่า ๆ ดูสวยขรึมขลังทีเดียว...

ผ่านร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน มาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง มีโบสถ์ฝรั่งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งของลานเป็นร้านกาแฟกลางแจ้ง มีลูกค้านั่งอาบแดดจิบกาแฟกันอยู่หลายโต๊ะ ตัวโบสถ์นั้นแบ่งออกเป็นสามช่วง ทางซ้ายมือสุดเหมือนกับเป็นหอคอยสี่เหลี่ยม มีนาฬิกาขนาดใหญ่ติดอยู่ด้วย ตัวหอคอยดูเก่าแก่ผิดไปจากส่วนอื่น ช่วงกลางเป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งสี่ซุ้มต่อกันเหมือนกับเป็นระเบียงคด ด้านบนระเบียงเป็นอาคารที่พักสามห้องมีหลังคาคลุมอยู่ด้านบน ซึ่งอาคารช่วงนี้เชื่อมระหว่างหอคอยกับตัวโบสถ์...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3855.jpg (59.2 KB, 489 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-03-2017 เมื่อ 17:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 63 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 14-03-2017, 03:13
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


แท่นบูชางดงามอลังการ (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

ตัวโบสถ์แบ่งออกเป็นสามช่วง เป็นประตูโค้งซ้ายขวาและประตูโค้งขนาดใหญ่ตรงกลาง บนซุ้มเหนือประตูใหญ่และด้านริมโบสถ์ที่เป็นซุ้มแถวยาวในแนวดิ่ง มีรูปแกะสลักเต็มองค์บรรดานักบุญของศาสนาคริสต์อยู่มากมาย ตรงกลางเหนือซุ้มนักบุญขึ้นไปเป็นหน้าต่างหรือช่องรับแสงทรงกลมขนาดมหึมา ซึ่งเท่าที่เคยเห็นมาจะเป็นหน้าต่างประดับกระจกสีตามยุคสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ด้านบนสุดเป็นซุ้มหอคอยเหมือนยอดปราสาทซินเดอเรลล่าอยู่ ๕ ยอดด้วยกัน ส่วนอื่นมองไม่เห็นเพราะโบสถ์หลังใหญ่จนเกินไป ไม่นึกว่าสวิตเซอร์แลนด์จะมีโบสถ์ที่สวยงามและใหญ่โตขนาดนี้...

“ขออภัยครับท่าน เมืองโคโม่นี้ยังเป็นของแคว้นลอมบาร์ดี ประเทศอิตาลีอยู่นะครับ” เจอ “ท่านนายพล” ทักท้วงเข้าเล่นเอาอาตมามึนตึ๊บ แล้วไอ้ด่านตรวจร่วมกันของสองประเทศนั่นแปลว่าอะไรวะ ? “แปลว่าทั้งสองประเทศทำงานร่วมกันเพื่อแบ่งปันข้อมูลกันครับ” แล้ว “ลุง” ทะลึ่งมาทำไมในเมื่อยังเป็นประเทศอิตาลีของ “ท่านผู้นำ” อยู่เลย ? “เพราะว่าผมขยันครับ เอ๊ย..ผิดหยุด..พูดใหม่ เพราะว่าผมได้รับคำสั่งให้มาต้อนรับท่านตั้งแต่ตรงนี้ครับ ความจริง “ท่านผู้นำ” ยังต้องมาด้วยกัน แต่ “ไอ้นั่น” อู้ครับท่าน” อ้าว..แล้วตูจะไปตามเตะ “ไอ้ตัวอู้” ได้ที่ไหนละนี่ ? อาตมาพยายามหามุมถ่ายรูปเท่าไรก็ไม่ได้อย่างใจ เพราะว่าตัวโบสถ์ใหญ่เหลือเกิน ในที่สุดก็ถ่ายเอาแค่ที่พอจะหามุมได้ ส่วนภาพที่สวยกว่านี้คงต้องรอกลับวัดก่อน แล้วค่อยไปค้นหาเอาจากในอินเตอร์เน็ต...

เดินเข้าไปทาง “ประตูเล็ก” ขวามือที่สูงท่วมหัว แม่เจ้าโว้ย...อะไรจะมหึมามโหฬารขนาดนี้ ภายในใหญ่โตเกือบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐานโลก ประกอบด้วยเสาหินอ่อน “แฝดสี่” ขนาดมหึมาสูงลิบลิ่ว เสาแต่ละต้นมีรูปสลักหินอ่อนของบรรดานักบุญประดับอยู่ ซุ้มโค้งบนหลังคาเป็นลวดลายสีฟ้าสดสลับทอง บริเวณโดมใหญ่เป็นช่องกระจกรับแสงนับสิบช่องรอบทิศทาง ทำให้ภายในสว่างไสวทั้งที่ไม่ได้เปิดไฟ ผนังตรงกลางด้านในสุดเป็นแท่นบูชาหินอ่อนประดับลวดลายงดงามสุดอลังการ บนแท่นมีเชิงเทียนทำด้วยเงินขนาดมหึมาเรียงรายอยู่ ๖ ต้น ตรงกลางเป็นรูปสลักพระคริสต์บนไม้กางเขนที่น่าจะเป็นทองคำ เมื่อเปรียบกับเชิงเทียนแล้วดูแล้วเล็กไปถนัดใจ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg como.jpg (97.8 KB, 466 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 63 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 14-03-2017, 16:44
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


เห็นแล้วสะท้อนใจว่าของเราทำได้ไม่ประทับใจอย่างของเขา

ที่พื้นมีม้านั่งไม้เงาวับอยู่หลายแถว น่าจะรับคนได้หลายร้อย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตัวโบสถ์แล้ว กลายเป็น “ธุลี” เล็ก ๆ ในจักรวาล ข่มคนที่นั่งอยู่จนตัวลีบเหลือนิดเดียว สองข้างตามช่องระหว่างเสาหินอ่อนมหึมานั้น มี “พรม” แบบแขวนผนังที่ทอเป็นลวดลาย “ประวัติคริสตศาสนา” แต่ละแผ่นดูเก่าแก่งดงามมาก เมื่อหันหลังกลับมาด้านทางเข้า ก็เห็นช่องรับแสงทรงกลมขนาดมหึมา ประดับกระจกสีงดงามจริงดังคาด ด้านบนและสองข้างช่องรับแสงเป็นซุ้มหินอ่อนตื้น ๆ สลักรูปนักบุญหรือกษัตริย์ก็ไม่รู้ ด้านใต้ลงมายังมีซุ้มลึกแกะสลักรูปนักบุญและกษัตริย์งดงามดังมีชีวิต เรียงรายลงมาจนเป็นซุ้มโค้งบนประตูใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง...

ถ่ายรูปไปสะท้อนใจไปด้วย ศาสนสถานของเขาแต่ละแห่ง งดงามอลังการจนแทบไม่น่าเชื่อ ของบ้านเราสร้างตามศรัทธาชาวบ้าน วัดไหนที่มีเจ้าอาวาสเก่ง มีวิสัยทัศน์ ก็ทำได้ใหญ่โตแต่ก็ไม่มีความงดงามประทับใจแบบของเขา อาตมาเดินกลับออกมาข้างนอก ตรงไปยังซอยหน้าโบสถ์ “ท่านจะไม่ไปดูด้านหลังโบสถ์สักหน่อยหรือครับ” มัคคุเทศก์ไร้สังกัดถาม อาตมาไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร “ด้านหลังเป็นยอดโดมสวยงามทีเดียวครับ” แล้วมีที่ให้พอถ่ายรูปได้หรือเปล่า ? “น่าจะไม่พอครับ” เออ...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ไปหรอก โบสถ์มหึมาขนาดนี้ เดินจนขาลากแล้วถ่ายรูปไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำไมให้เมื่อย...

เดินไปจนสุดซอยแล้วเลี้ยวขวา ทางด้านนี้มีร้านขายหนังสือ ถัดไปเป็นร้านขายผลไม้ ที่มีพริกหวานลูกเท่ากำปั้น มะละกอ และมะเขือเทศที่ผิวเป็นลอนอย่างกับลูกโพธิ์ลังกา สุดตึกแถวเป็นร้านขายดอกไม้ที่มีดอกไม้หน้าตาแปลก ๆ ซึ่งอาตมาไม่รู้จัก เมื่อเห็นอาตมาไปยืนดูดอกไม้ หนุ่มเจ้าของร้านก็ถามว่ามาจากอังกฤษหรือเปล่า ? "No" ถ้าอย่างนั้นก็ฝรั่งเศส ? ไม่ใช่โว้ย...หน้าตาตูเป็นฝรั่งมากเลยหรือ ? “วัดไทยแห่งแรกในยุโรปอยู่ที่อังกฤษครับ คนแถวนี้จึงคิดว่าท่านมาจากที่นั่น” เมื่อ “ท่านนายพล” เฉลยอาตมาจึงถึงบางอ้อ ลืมวัดป่าจิตวิเวกของหลวงพ่อเจ้าคุณสุเมโธที่อังกฤษไปเลย มิน่าล่ะ...มีแต่คนถามแบบนี้อยู่เรื่อย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Como 2.jpg (101.5 KB, 442 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 15-03-2017, 05:45
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


รูปปั้นที่บอกไม่ถูกว่าตั้งใจสื่อถึงเรื่องอะไร

เดินออกมาอีกหน่อยก็เจอท่านอาจารย์ ดร.พิเชฐ และท่านอาจารย์ ดร.วันชัยที่กำลังเข็นรถให้พระครูด็อกเตอร์ มีใบฎีกาวรัญญูตามอยู่ห่าง ๆ เมื่อเดินไปทันกัน ใบฎีกาวรัญญูถามว่า “เห็นอาจารย์เข้าไปในโบสถ์ ข้างในเป็นอย่างไรบ้างครับ ?” อาตมาตอบว่าโคตรอลังการเลย ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปดู เผื่อมีแรงบันดาลใจกลับไปทำอะไรที่วัดของตนเองบ้าง แล้วขอตัวเดินวนกลับไปทางสวนหย่อมหน้าลานตึกแถว เลาะขวาฝั่งตรงข้ามกับทะเลสาบกลับไปด้านจุดนัดพบ...

ทางด้านนี้มีตึกที่ปลูกต้นไม้ประเภทตีนตุ๊กแก เลื้อยจนเต็มผนังตึกทั้งสามชั้น ตัดช่องเอาไว้เฉพาะประตูหน้าต่างเท่านั้น ถัดไปเป็นรั้วที่เหมือนคอนกรีตแต่ก็เหมือนสกัดมาจากหินแกรนิต เป็นลวดลายงดงามน่าทึ่ง แถมยังมีพวกมอส ตะไคร่ ขึ้นเขียวบอกถึงความเก่าแก่คร่ำคร่าด้วย ถัดไปเป็นเหมือนกับสนามหญ้าในบ้าน แต่ก็เหมือนกับสวนสาธารณะเล็ก ๆ อยู่ข้างลานจอดรถของอาคารหลังใหญ่ มีรูปปั้นม้ากับชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งอาตมาดูไม่ออกว่าตั้งใจสื่อถึงอะไร แต่มือฝ่ายชายดูอยู่ผิดที่ผิดทางพิกล ถ้าเป็นคนจริง ๆ น่าจะโดนตบไปแล้ว..!

เสียงฝีเท้าวิ่งกรูเกรียวตามหลังมาไม่น้อยกว่า ๔ คู่ พร้อมกับเสียงใส ๆ ตะโกนเรียก “Hey you, wait a minute.” หันกลับมาเจอสามหนุ่มสามสาววัยรุ่น ท่าทางน่าจะเป็นนักเรียน อีหนูหน้าตกกระลายพร้อยรี่เข้ามาถามอย่างกระตือรือร้นว่า “Where’re you from ?” คงไม่ใช่มาขอสัมภาษณ์เพื่อเอาไปทำการบ้านส่งครูนะ “I come from Thailand in Southeast Asia.” ที่ต้องบอกละเอียดเพราะฝรั่งหลายคนมักจะคิดว่า Thailand คือ Taiwan...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3824.jpg (100.5 KB, 411 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-03-2017 เมื่อ 15:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 60 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 15-03-2017, 15:10
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


พระครูชินฯ กับท่านไพฑูรย์ที่ป้ายรถเมล์เมืองโคโม

“Yehh..!” ทั้งกลุ่มเฮลั่นขณะที่ไอ้หนูเสื้อเชิร์ตลายทางทำท่าเข่าอ่อนจะเป็นลม เมื่อถามว่าเรื่องอะไรกัน อีหนูหน้าลายบอกว่าทายกันว่าอาตมาต้องเป็นพระไทย แต่เพื่อนชายบอกว่าเป็นพระจีน เลยพนันกันว่าใครผิดต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงไอศกรีมเพื่อนทั้งกลุ่ม เออ...สมน้ำหน้าเอ็งที่ประสบการณ์น้อยกว่าผู้หญิง ไปควักกระเป๋าเลี้ยงเขาซะดี ๆ..! เห็นพรรคพวกทั้งหิ้วปีกทั้งดันหลังไปแล้ว จะสงสารดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ? ค่าขนมทั้งอาทิตย์ของเอ็งคงติดลบแน่ ๆ...

“พระครูวิลาศฯ สนุกอะไรกับเด็ก ๆ เสียงเฮดังมาถึงนี่” พระครูชินฯ ซึ่งนั่งเต๊ะจุ๊ยอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ให้พระครูโจช่วยถ่ายรูปให้ถามขึ้น อาตมาเล่าเรื่องให้ฟังพร้อมกับขอถ่ายรูปท่านไปด้วย ท่านไพฑูรย์รีบเดินมาเข้าเฟรมบ้าง เสร็จแล้วก็อาศัยป้ายรถเมล์นั่นแหละ เป็นที่นั่งรอรถของพวกเรา คุยสัพเพเหระได้พักหนึ่ง พรรคพวกก็ทยอยกันเดินกลับมา อาตมาเริ่มรู้สึกร้อนจึงถอดอังสะกันหนาวออก พอดีนายสันโดษนำรถมาถึง เพิ่งจอดลงคุณตำรวจจราจรรูปหล่อก็เดินมาเตือน ว่าตรงนี้เป็นมุมเลี้ยว ให้เลื่อนขึ้นหน้าไปจอดไกลอีกหน่อย...

อาตมาขึ้นรถไปหยิบขวดน้ำที่เสียบไว้หลังเบาะมาเปิดดื่มจนเกลี้ยง เห็นมีก๊อกน้ำสาธารณะที่ไหลโจ๊กอยู่ข้างแปลงดอกกุหลาบ จึงถือขวดเปล่าจะลงไปเติมน้ำ ใบฎีกาวรัญญูฝากให้ช่วยเติมด้วย กำลังรองน้ำอยู่ก็มีนกกระจอก (Sparrow) ตัวเมียรักสะอาด บินลงมาจุ่มตัวลงบนพื้นที่เปียกน้ำ สะบัดไปมาพลางไซ้ขนทำความสะอาด ถ้าถามว่าทำไมถึงรู้ว่าเป็นตัวเมีย ? ก็ต้องบอกว่าอาตมากินมาเยอะแล้ว นกกระจอกที่นี่หน้าตาเหมือนกับบ้านเราทุกประการ ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3823.jpg (95.6 KB, 406 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 58 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 16-03-2017, 02:46
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


อาบน้ำแบบไม่ดูฟ้าดูดินเลย

ต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา มีกฎหมายห้ามทารุณสัตว์ จึงทำให้เจ้านกกระจอกไม่ได้เกรงใจอาตมาเลย ตั้งหน้าตั้งตาอาบน้ำจนอาตมากรอกน้ำเสร็จ ขนาดหยิบกล้องมาจ่อหน้าถ่ายรูป อีกฝ่ายก็ยังคงอาบน้ำต่อไปแบบสบายใจมาก “พระครูวิลาศฯ รถจะออกแล้วค่ะ” เสียงของ “หญิงใหญ่” ตะโกนเรียก จนอาตมาต้องเลิกยุ่งกับชีวิต “กระจอก” เผ่นขึ้นรถก่อนที่จะโดนทิ้งเอาไว้แถวนี้...

นายสันโดษนำรถวิ่งออกจากเมืองไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับที่เราเข้าเมืองมา ต้องวิ่งลอดใต้สะพานที่ค่อนข้างเตี้ย แถมมุมเลี้ยวยังแคบมาก รถเล็กที่สวนมาต้องหยุดก่อนเพื่อให้รถของเรามีวงเลี้ยว ขนาดนั้นยังเกือบจะไปจิ้มกับรถเมล์โดยสารที่อยู่ในเลนสวนมา ทางด้านนี้ผ่านภูเขาที่มีบ้านพักอยู่เยอะแยะ ดูสภาพแล้วราคาน่าจะแพงหูดับเลย...

“บ้านบนภูเขาของที่นี่ ราคาถูกกว่าข้างล่างครับ เหตุเพราะว่าขึ้นลงลำบาก” เสียงของ “ท่านนายพล” บรรยายแทรกเข้ามา “เรากำลังจะพ้นเขตประเทศอิตาลีแล้วนะครับ ด้านหน้านั่นเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว” เห็นว่าบ้านเมืองก็ยังคงเหมือน ๆ กัน แล้วเขาแบ่งเขตกันตรงไหนวะ ? “ท่านนายพล” ชี้ให้ดูป้ายคร่อมกลางถนนเหนือหัวที่เขียนว่า “Como” แล้วมีเส้นขวางขีดฆ่าไปเลย แปลว่าเลยจากนี่ไปไม่ใช่เมืองโคโมแล้ว บอกกันง่ายดีนะ แต่ถ้าไม่ใช่คนแถวนี้จะดูออกไหมนี่ ?
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3870.jpg (102.2 KB, 390 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-03-2017 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 60 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 16-03-2017, 16:19
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ด่านตรวจคนเข้าเมืองเล็กแค่นี้เอง

บ้านเรือนแถวนี้ส่วนมากเป็นตึกสูงแค่ ๒ – ๓ ชั้น ที่สูงถึง ๔ – ๕ ชั้นหายากมาก วิ่งเลยป้ายบอกเขตไปแล้ว ก็มีด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ไม่น่าจะเป็นด่าน เพราะว่าเล็กพอ ๆ กับตู้เก็บเงินทางด่วนบ้านเรา แล้วเขาตรวจสอบกันอีท่าไหนวะ ? “สวิตเซอร์แลนด์ใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ครับ แทบทุกอย่างควบคุมด้วยสมองกล จึงไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่กว้างขวางหรือผู้คนมากมายในการทำงาน” ได้ยิน “ท่านนายพล” อธิบายแล้วรู้สึกอิจฉาบ้านเขามาก บ้านเราเหมือนกับกลัวว่าจะทุจริตไม่ได้ จึงประดังเอาลูกท่านหลานเธอบรรจุเข้าไป ทั้งที่ทำงานกันเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ?

มัคคุเทศก์รูปหล่อหอบเอกสารลงไปที่ด่านตรวจ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็กลับขึ้นมาบนรถ ให้สัญญาณนายสันโดษออกรถได้ เทคโนโลยีก็ดีแบบนี้เอง ทำอะไรก็ “ไวปานกามนิตหนุ่ม” แต่ก็ต้องอาศัยคนที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ด้วย “คนสวิสได้ชื่อว่าซื่อสัตย์ที่สุดในโลกครับท่าน กองทหารพิทักษ์นครวาติกันใช้แต่ทหารจากสวิสเท่านั้นครับ และที่น่าภูมิใจสำหรับท่านก็คือ คนสวิสชอบคนไทยมากที่สุดครับ หนุ่ม ๆ สวิสเกินครึ่งใฝ่ฝันว่าจะได้เมียคนไทย” ถ้าอย่างนั้นก็เอาสาวสวิสหุ่นอึ๋ม ๆ ไปขอแลกได้เลย เชื่อว่าหนุ่มไทยเกินครึ่งน่าจะยอมแลกเหมือนกัน ถ้า..ยังมีชีวิตรอดมาจนได้ไปอยู่กับสาวสวิสนะ..!

พาหนะคันเก่งของเราวิ่งมาจนถึงวงเวียน นายสันโดษนำวนขวาออกไปตามป้ายที่เขียนว่า Lugano ลอดใต้สะพานแล้วเลียบลำห้วยที่ใสสะอาดจนน่าโดดน้ำเล่น ตรงไปอีกหน่อยน่าจะเป็นเขตชุมชน เพราะว่ามีแผงกันเสียงสูงท่วมหัว จัดเป็นแผงที่เอื้อเฟื้อมาก เพราะว่าเป็นแผ่นอะครีริกใสให้มองเห็นป่าเขาอีกฝั่งหนึ่งได้ด้วย บางช่วงมีไร่องุ่นอยู่บนเนินเขา ที่บ้านของอาตมาเคยปลูกองุ่นมาก่อน ใช้วิธีทำร้านให้ต้นองุ่นเลื้อย แต่ที่นี่ปลูกบนค้างที่เหมือนกับค้างถั่วฝักยาวของบ้านเรา คือตั้งขึ้นไปตรง ๆ ไม่รู้ว่าให้ผลผลิตดีเหมือนกันหรือเปล่า ?
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3881.jpg (86.0 KB, 365 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 57 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 17-03-2017, 03:15
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


บนเนินเขามีบ้าน "ราคาถูก" อยู่ไม่น้อยเลย

ถนนบางช่วงคร่อมผ่านทางรถไฟรางคู่ ที่ตั้งแต่สมัยล้นเกล้าฯ ร.๕ มาจนป่านนี้ของบ้านเราก็ยังไม่ได้พัฒนาไปไหน “ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง” ล้าหลังเป็นไดโนเสาร์ยุคจูราสสิกปาร์ก ขณะที่ทั่วโลกเขาไปกันไกลจนเกือบจะถึงต่างดาวกันแล้ว วิ่งเลยไปอีกครู่ใหญ่ก็ต้องมุดใต้ถนนที่วิ่งอยู่บนหัวของเราบ้าง ดูแล้วสงสัยเหมือนกันว่าเขามีถนนกี่ระดับกันแน่ ?

ทะเลสาบสีฟ้าเข้มปรากฏขึ้นตรงหน้า พอรถของเราวิ่งขึ้นสะพานที่เป็นมุมสูง ทุกคนก็ยื่นกล้องถ่ายรูปทะเลสาบแสนสวยกันอุตลุด จนทิวเขาบังมุมไปค่อยกลับเข้าที่นั่งของใครของมัน ครู่ต่อมาทะเลสาบก็โผล่มาอีก เดี๋ยวอยู่ข้างซ้าย เดี๋ยวย้ายไปข้างขวา แสดงว่าใหญ่มหึมาสมดังที่ “ท่านนายพล” ให้ข้อมูลเอาไว้จริง ๆ “สวิสเข้มงวดกับการรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมมาก จนได้ชื่อว่ามีแหล่งน้ำที่สะอาดที่สุดในโลกทีเดียวครับ” ดูจากความใสของน้ำ อาตมาก็เชื่อ “ท่านนายพล” จนหมดใจไปแล้ว...

รถวิ่งเข้าอุโมงค์ยาวเหยียด น่าจะไม่ต่ำกว่า ๓ – ๔ กิโลเมตร โผล่ออกมาอีกฝั่งหนึ่งก็เห็นอาคารบ้านเรือน “ราคาถูก” ที่เกาะอยู่ตามลาดเขา ถ้าเป็นบ้านเราคงจะราคาแพงหูดับ แต่ที่นี่คนเขาเกี่ยงเรื่องการขึ้นลงลำบาก สาธารณูปโภคก็ไม่สะดวกเท่าพื้นราบ จึงทำให้ราคาที่พักข้างล่างแพงกว่าบนเขา ดูกลับหัวกลับหางกับความนิยมของบ้านเราอยู่พิกล วิ่งผ่านป้ายบอกทางที่มีชื่อสถานที่ว่า Lugano Sud, Melide, Bissone, Morcote, Campione ซึ่งอาตมาไม่คุ้นเคยแม้แต่ชื่อเดียว ผ่านกำแพงกันเสียงสูงท่วมหัวเข้าไปในเมืองที่การจราจรไม่ค่อยจะพลุกพล่านนัก...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3895.jpg (73.9 KB, 340 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 58 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 17-03-2017, 13:09
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ไม่ทันสนใจอนุสาวรีย์เพราะรีบไปเข้าห้องน้ำ

พลขับหน้าตายนำพาหนะมาจอดข้างทะเลสาบ เห็นที่ป้ายจอดเขียนว่า Tourist Max 5 Min. แปลว่าถ้าลงช้ามีหวังโดนปรับหูตูบ จึงต้องลงรถกันอย่างไวเลย “พระอาจารย์ทุกท่านสามารถไปเข้าห้องน้ำที่ร้านขายนาฬิกาได้นะครับ เรามีเวลาชมทะเลสาบและหาซื้อนาฬิกาสวิสแท้ ๆ ประมาณ ๔๐ นาที แล้วต้องวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อไปยังวัดไทยอีกครับ” มัคคุเทศก์รูปหล่อบอกให้รู้ว่าเรามาจอดทำไม พลางชี้ไปที่ตัวตึกหกชั้นซึ่งมีตัวหนังสือมหึมาอยู่บนขอบตึกว่า BUCHERER...

อาตมาเดินตามพรรคพวกตรงไปที่ตัวตึกทันที มีรูปหล่อสัมฤทธิ์ครึ่งตัวลักษณะเป็นอนุสาวรีย์อยู่บริเวณหน้าตึก เพิ่งถ่ายรูปไว้แต่ยังไม่ทันที่จะดูให้ถนัดว่าเป็นรูปของใคร อาตมาก็เหลือบเห็นป้าย WC พร้อมลูกศรเล็ก ๆ ชี้ไปทางซ้ายมือ จึงหันขวับเดินไปแบบเร็วจี๋ องปลัดตะโกนถามว่า “จะไปไหน ?” อาตมาบอกว่ามีห้องน้ำอยู่ทางนี้ เดินไปประมาณหนึ่งช่วงตึก มีโบสถ์ฝรั่งอยู่ตรงหน้า ลูกศรชี้ไปทางขวามือ เมื่อเลี้ยวตามไปก็เห็นประตูที่มีอักษร WC อยู่ที่มุมตึก...

มุดเข้าประตูไปแล้วต้องประทับใจอย่างยิ่ง เพราะห้องน้ำเป็นสเตนเลสทั้งห้อง ประตูหนักอึ้งทีเดียว กำลังปัสสาวะอยู่เสียงองปลัดก็นินทาอยู่หน้าห้องแบบไม่เกรงใจว่า “พระครูวิลาศฯ แกตามกลิ่นห้องน้ำได้จริง ๆ ว่ะ มาถึงแบบไวโคตรเลย” โง่จนไม่รู้ว่าเครื่องหมาย WC มีไว้ทำอะไรแล้วยังจะมานินทาอีก อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเพื่อเพื่อนฝูงแล้วนะ ถ้าเขาวางระเบิดไว้ตูต้องตายเป็นคนแรกเลยนะเว้ย..!
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3913.jpg (93.8 KB, 330 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-03-2017 เมื่อ 13:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 57 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 18-03-2017, 03:13
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ราคาต่ำสุดเรือนละเกือบห้าแสนบาท..!

ออกจากห้องน้ำโดยทิ้งเพื่อนฝูงปากไม่สร้างสรรค์เอาไว้ ถ้ากลับไม่ถูกก็ปล่อยหลงซะให้เข็ด เมื่อเดินมาถึงอาคาร BUCHERER ถึงได้รู้ว่าร้านนี้มหึมากว่าที่คิด เพราะว่าตึกแถวที่อยู่ติดกันก็เป็นของร้านนี้ด้วย ร้านขายเนื้อ (Bucher) แค่นี้ทำไมต้องใช้พื้นที่มากนัก ? “ร้าน BUCHERER เป็นร้านนาฬิกาที่มีสาขามากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ครับ เน้นขายเฉพาะยี่ห้อดัง ๆ ที่มีราคาสูงตั้งแต่หลายหมื่น หลายแสน ไปจนถึงหลายล้านบาทเลยครับ” มัคคุเทศก์เถื่อนทำหน้าที่โดยไม่ได้ดูสักนิด ว่าอาตมามีปัญญาซื้อหรือเปล่า ?

ไม่ได้ใช้นาฬิกามาเป็นสิบปีแล้ว อาตมาจึงไม่อยากเข้าไปข้างในให้เสียเวลา เดินส่องเอาจากห้องกระจกที่เขาวางโชว์ไว้ก็ได้ เห็นนาฬิกายี่ห้อมงกุฎทองที่บ้านเรานิยมกันนักหนาวางอยู่เป็นตับ ราคาต่ำสุดเรือนละ ๑๒,๔๐๐ ยูโร ก็แค่เกือบห้าแสนบาทเท่านั้น คุณค่าของนาฬิกาอยู่ที่การบอกเวลา ในสายตาของอาตมาแล้ว นาฬิกามิกกี้เมาส์ราคา ๒๕๐ บาท ก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้ของมียี่ห้อเรือนละหลายแสน นี่ย่อมไม่ใช่ทัศนคติ “องุ่นเปรี้ยว” แต่เป็นความจริงที่ปฏิเสธมิได้...

มีห้องกระจกโชว์เครื่องประดับจำพวกเพชรพลอยด้วย ไม่ต้องสงสัยว่าราคาจะแพงหูดับขนาดไหน แต่การออกแบบดูดีมีรสนิยมทีเดียว ห้องถัดไปเป็นกระเป๋ายี่ห้อดังที่ลงท้ายด้วยคำว่า “ติ๊งต๊อง” อะไรประมาณนั้น ในสายตาคนไร้รสนิยมอย่างอาตมา เห็นว่าถุงผ้าราคาหลักสิบ หรือว่ากล่องพลาสติกน่าจะใช้งานได้หลากหลายกว่า ในเมื่อไม่ได้มีเงินไว้ผลาญเล่น ซ้ำยังไม่ได้มีรสนิยมบ้ายี่ห้อแบบคนอื่นเขา อาตมาจึงข้ามถนนไปชมความงามของทะเลสาบดีกว่า...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3916.jpg (64.3 KB, 297 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 58 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 18-03-2017, 12:50
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


เห็นรูปนี้ "ออกสื่อ" เจ้าตัวคงกรี๊ดแน่..!

คนขับรถแถวนี้มารยาทดีมาก แค่ทำท่าจะข้ามถนนเขาก็เบรกหยุดให้แล้ว “ไม่หยุดก็โดนตัดแต้มซีครับ สามครั้งขึ้นไปโดนยึดใบขับขี่ชั่วคราว อยากได้คืนต้องไปสอบใหม่ครับ” โห...โหดมากนะนี่ ที่บ้านเราขนาดข้ามทางม้าลายยังโดนชนกระเด็นเลย แสดงว่าของเราเจ๋งกว่า ฝึกให้คนข้ามถนนอย่างมีสติ รู้จักระมัดระวัง มีความรอบคอบ รวดเร็ว ถ้าฝึกสำเร็จจะข้ามถนนที่ประเทศไหนก็ปลอดภัยทุกที่ ฮ่า..ฮ่า..!

ข้ามฝั่งได้ก็เดินเลาะข้างทะเลสาบ ซึ่งมีเป็ด Mallard Duck อยู่หลายตัว ทั้งที่นอนอยู่ริมฝั่งและว่ายน้ำหากินอยู่ แต่น่าสงสารที่เป็นตัวผู้ล้วน ๆ เพราะมีแต่หัวเขียว ๆ ทั้งนั้น สงสัยว่าที่นี่จะเป็นเมืองเป็ดพ่อหม้าย หน้าตาก็เหมือนเป็ดตัวผู้บ้านเราทุกประการ ไม่รู้ว่ารสชาติจะเหมือนกันหรือเปล่า ? เจอพระครูโจเดินถ่ายรูปอยู่ริมน้ำ จึงขอให้ท่านช่วยถ่ายรูปอาตมากับทะเลสาบให้ด้วย เพราะว่า “ท่านนายพล” ถ่ายรูปไม่เป็น เอ๊ย..ช่วยถ่ายรูปให้ไม่ได้...

ขอบคุณท่านเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว จะเดินต่อก็กลัวว่าไปไกลจนกลับไม่ทัน จึงนั่งลงบนม้ายาวริมน้ำ เขียนบันทึกประจำวันรอเพื่อน ๆ ส่วนหนึ่งที่ยังไม่ออกจากร้าน BUCHERER กำลังบันทึกเพลิน ๆ เหลือบไปเห็นคุณโอเล่กำลังนั่งคุกเข่าข้างเดียว ตั้งอกตั้งใจถ่ายรูปของอาตมาอยู่ จึงส่งกล้องให้ช่วยถ่ายเผื่อด้วย พอโดนกวนเข้าเลยหมดอารมณ์บันทึก ลุกขึ้นจะหามุมสวย ๆ ถ่ายรูป เจออาจารย์ตู๋นั่งอยู่ที่ม้ายาวอีกตัวหนึ่ง จึงบอกให้หันมาจะถ่ายรูปให้ อีกฝ่ายทำปากยื่นเป็นแม่ไก่ คงไม่คิดว่ารูปนี้จะได้ออกสื่อละมั้ง ?
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3931.jpg (96.5 KB, 285 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 57 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 19-03-2017, 03:29
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ยี่สิบยูโรเพิ่มความหล่อได้เยอะทีเดียว

มัคคุเทศก์รูปหล่อตะโกนนิมนต์ทุกรูปมารวมกันเพื่อเช็คยอด เมื่อเห็นว่าครบแล้วก็โทรศัพท์เรียกนายสันโดษนำรถมารับ ทุกคนขึ้นรถแบบมือเปล่ากันทั้งนั้น ยกเว้นท่านอาจารย์ ดร.พิเชฐที่มีหมวกทรงขอทานครอบหัวขึ้นมาด้วย บอกว่าราคาแค่ ๒๐ ยูโร เลยซื้อเอาไว้ใช้งาน แล้วขอไมค์จากคุณโอ๋ประกาศว่า "คณะของเรามายุโรปได้ ก็ด้วยความกรุณาของท่านเจ้าคุณอาจารย์พระเทพกิตติโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต, ดร.) เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ออกหนังสือนิมนต์ให้ เพราะฉะนั้น...จงควักกระเป๋าร่วมกันทำบุญเพื่อถวายผ้าป่าซะดี ๆ ครับ"...

“คนละเท่าไร ?” อาตมายิงหมัดตรง “ไม่เกินร้อย แต่ไม่ควรน้อยกว่าห้าสิบครับ” พระครูกล้ารีบมาทำหน้าที่เลขานุการรุ่นทันที “บาทใช่ไหม ?” พระครูวิสุทธฯ ขอความชัดเจน “ฮื้อ..อยู่ยุโรปก็ต้องยูโรสิครับ เอาบาทไปทำอะไร ?” ก็ไม่บอกให้ชัด ๆ เองนี่หว่า แต่ละคนควักกระเป๋ายื่นไปให้สลอน อาตมาควักให้ ๑๐๐ ยูโร บอกว่า “สองคนรวมพระครูปลัดปรีชา” พระครูกล้ารับเงินมือเป็นระวิง นับแล้วได้ ๑,๔๙๐ ยูโร “ขาดไป ๑๐ ยูโรก็จะได้ ๑,๕๐๐ แล้ว พระครูวิลาศฯ แล้วกัน ปิดท้ายกองบุญจะได้แฟนสวย” ...

อาตมาควักให้แต่โดยดี ปากก็ยังโต้กลับไปว่า “บวชอยู่ได้แฟนสวยแล้วมีประโยชน์อะไรวะ ?” ท่านอาจารย์หัวหน้าภาควิชาบอกว่า “ถ้าได้จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้งานก็ส่งมาทางนี้ 'เชฐยินดีรับใช้แทนครับ” เสียงฮาลั่นไปทั้งคันรถ “นิมนต์ทำวัตรเย็นครับ ทำบุญผ้าป่าเสียเงิน ทำบุญด้วยการทำวัตรไม่เสียอะไรครับ” พูดจบก็ส่งไมค์มาให้ “ใครนำ ?” อาตมาถามก่อน “ท่านอาจารย์ ดร.ทองขาวครับ” ทุกคนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ท่านอาจารย์คณบดีจึงรับไมค์ไปเพื่อนำทำวัตรเย็นครั้งแรกในแผ่นดินสวิตเซอร์แลนด์แต่โดยดี...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3936.jpg (96.9 KB, 255 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-03-2017 เมื่อ 05:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 19-03-2017, 15:22
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


มีซ่อมถนนเหมือนกัน แต่รถไม่ติด

เมื่อสำรวมจิตตั้งใจนมัสการพระรัตนตรัยเพื่อทำวัตรเย็น สิ่งที่เป็นผลพลอยได้ก็คือ เห็น “ท่านนายพล” และคณะยืนพนมมือสำรวมเป็นแถวยาวเหยียดตลอดสองฝั่งถนน ดูแล้ว “พวก” เยอะจริง ๆ อย่างที่ท่านคุยเอาไว้เสียด้วย แล้วนึกอย่างไรใส่ชุดขาวเป็นอุบาสกอุบาสิกากันเสียหมดแบบนั้น ? “เวลาไปหาพระหาเจ้า หรือไปยังสถานที่ควรเคารพ พวกผมก็ต้องไปกันแบบ “ศิษย์วัด” อย่างนี้ ถ้าหากว่าอยู่ที่เทวสภาค่อยใส่กันเต็มยศครับ” อ้อ..ที่แท้ก็เกี่ยวกับกาลเทศะนี่เอง...

ออกนอกเมืองไปแล้ว หนทางบางช่วงเลียบลำห้วยน้ำใส บางช่วงก็ขึ้นเนินเขาซึ่งบ้างก็เป็นนา บ้างก็เป็นไร่องุ่น บางที่ก็เป็นป่าธรรมชาติไปเลย หลายช่วงต้องมุดเข้าอุโมงค์สั้นบ้าง ยาวบ้าง ตามแต่ว่าภูเขาลูกนั้นใหญ่เล็กขนาดไหน บางช่วงมีเจ้าหน้าที่กำลังซ่อมแซมทางอยู่เหมือนกัน แต่เนื่องจากออกจากเมืองมาไกลแล้ว ไม่ค่อยมีรถราวิ่งมากนัก รถจึงไม่ติดให้รำคาญใจ...

อุทิศส่วนกุศลในการทำวัตรเย็นท่ามกลางเสียงสาธุการของ “ท่านนายพล” และคณะ ยอดเขาหิมะขาวกระจ่างตาปรากฏขึ้นตรงหน้า ทำเอาทุกคนเลิกสำรวม หันมาคว้ากล้องถ่ายรูปเป็นการใหญ่ “เป้าหมายหลักของเราคือเมืองลูเซิร์น (Luzern) ของแคว้นลูเซิร์น (Luzern) นะครับ แต่ตอนนี้เราต้องวิ่งออกนอกเส้นทางไปทิศตะวันตก เพื่อไปยังเมืองโซโลทูร์น (Solothurn) ของแคว้นโซโลทูร์น (Solothurn) ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดไทยศรีนครินทรวราราม ทั้งสองแคว้นนี้ชื่อเมืองหลวงกับชื่อแคว้นเป็นชื่อเดียวกันครับ” รับไมค์คืนจากท่านอาจารย์คณบดีมาแล้ว มัคคุเทศก์รูปหล่อก็บรรยายต่อตามหน้าที่...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3945.jpg (90.7 KB, 224 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 20-03-2017, 02:55
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


"ใกล้ตาแต่ไกลตีน"

ชมขุนเขา ป่าไม้ สายน้ำ ไปตามเส้นทาง ครึ่งชั่วโมงต่อมาทะเลสาบอีกแห่งก็ปรากฏอยู่ในสายตา ริมถนนด้านที่รถของเราวิ่งอยู่เป็นแอ่งต่ำลงไปมาก มีบ้านอยู่แค่ไม่กี่หลัง แต่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบที่มองเห็นลิบ ๆ อยู่นั้น มีอาคารบ้านเรือนหนาแน่น ถ้าเป็นบ้านเราก็ต้องเป็นชุมชนระดับอำเภอทีเดียว บนยอดเขาถัดจากชุมชนไปมีหิมะปกคลุมอยู่ไม่น้อย อากาศน่าจะเย็นเอาเรื่องทีเดียว เพราะได้ทั้งลมจากทะเลสาบ ได้ทั้งความเย็นจากยอดเขาหิมะเป็นสองแรงบวก...

ถนนลัดเลาะไปตามขอบทะเลสาบ ผ่านอาคารชุดแห่งหนึ่ง มีป้ายว่า HOTEL พร้อมกับธงชาติสวิสที่เป็นกากบาดขาวบนพื้นแดง พื้นที่ริมทะเลสาบเริ่มแผ่กว้างออกเหมือนเป็นที่ราบลุ่ม และมีบ้านเรือนมากขึ้น แต่ส่วนมากก็สร้างชิดติดริมน้ำ ดูท่าแล้วไม่กลัวน้ำท่วมกันเลย ถัดมาเริ่มมีบ้านเรือนปลูกชิดติดถนน เป็นบ้านเดี่ยวทั้งนั้น บางหลังมีเถาตำลึงฝรั่ง (Ivy) ขึ้นคลุมไปครึ่งบ้าน...

พ้นจากทะเลสาบไปแล้ว เริ่มมีนาข้าวปรากฏอยู่ตามที่ราบเนินเขา ข้าวบาร์เลย์ที่รับลมเป็นระลอกโอนไปเอนมา บางแห่งเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว มีวัวยืนเคี้ยวเอื้องอยู่แบบทองไม่รู้ร้อน มีถนนอีกเส้นที่ขนานไปกับเส้นที่เราวิ่งอยู่ น่าจะเป็นถนนสำหรับสัญจรของชาวไร่ชาวนาโดยเฉพาะ ยอดเขาหิมะเข้ามาใกล้จนอยากจะไปกลิ้งเล่น แต่คงจะเป็นไปตามคำโบราณที่ว่า “ใกล้ตาแต่ไกลตีน” ถ้าจะไปจริง ๆ คงต้องเดินกันเหงื่อตกกีบเป็นแน่...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3973.jpg (66.4 KB, 207 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 51 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 20-03-2017, 14:37
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


"ดอน มาร์โค" ณ สถานีบริการน้ำมัน

ผ่าน “น้ำฟ้าป่าเขา” โดยไม่ได้ “มีเพียงเราสองคน” ไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง นายสันโดษก็นำรถเลี้ยวเข้าไปยังสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มีป้ายสีเขียวเหลืองขาวเขียนว่า Ultimate ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นชื่อของสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ มีตราสัญลักษณ์เป็นทรงกลมมีแฉก ดูเหมือนกับดอกทานตะวันขนาดใหญ่ ไล่สีสีเขียวเหลืองขาวจากนอกเข้าไปหาใน ติดอยู่ขอบบนของหลังคาสถานี รอบข้างมีรถจอดอยู่หลายสิบคัน ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ และรถโดยสารไม่ประจำทางแบบของเรา...

ด้านหนึ่งมีตัวอาคารที่ดูเหมือนร้านอาหารขนาดใหญ่ บริเวณหน้าตัวอาคารมีรถจอดอยู่แน่นทีเดียว อีกส่วนหนึ่งเหมือนกับเป็นร้านสะดวกซื้อ แต่เป็นร้านเล็กประมาณ ๑ ใน ๕ ของร้านอาหารเท่านั้น พลขับหน้าตายลงไปจัดการเติมน้ำมันเอง ตามแบบฉบับของทางยุโรปที่แทบทุกแห่งเป็นสถานีบริการตนเอง ราคาน้ำมันดีเซลวันนี้อยู่ที่ลิตรละ ๑.๗๐๐ ยูโร ประมาณ ๖๘ บาท ส่วนเบนซินอยู่ที่ ๑.๖๘๓ ยูโร เท่ากับ ๖๗.๓๒ บาท นับว่าแพงมาก...

พวกเราส่วนหนึ่งลงไปเดินยืดเส้นยืดสายที่นั่งรถมานาน อาตมาถ่ายรูปนายสันโดษที่กำลังเติมน้ำมัน แล้วเดินไปถ่ายรูปป้ายบอกทาง “พระครูวิลาศฯ ช่วยถ่ายผมกับป้ายสักรูปสิ จะได้รู้ว่ามาถึงที่นี่แล้ว” หลวงพ่อพระครูสันติฯ ร้องขอ เมื่อบริการท่านเสร็จแล้ว อาตมาก็เดินออกไปยังถนนหน้าสถานีบริการน้ำมัน จัดการถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าที่มีรั้วโปร่งเตี้ย ๆ เป็นแนวยาวไปตามถนน เหมือนกับบังคับไปในตัวว่า ถ้าจะข้ามถนนต้องไปใช้ทางแยกเท่านั้น ไม่ใช่นึกจะข้ามตรงไหนก็ได้แบบบ้านเรา ซึ่งดูแล้วน่าจะให้ความปลอดภัยแก่ทั้งคนและสัตว์ได้ดีกว่ามาก...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_3986.jpg (67.8 KB, 184 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-03-2017 เมื่อ 14:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 53 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 21-03-2017, 02:48
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ถึงแล้ว...วัดศรีนครินทรวราราม

พระครูปรีชาเดินมาถ่ายรูปด้านหน้านี่เหมือนกัน จึงให้ท่านช่วยถ่ายให้อาตมา ๑ รูป เสร็จแล้วเดินกลับไปขึ้นรถ คุณโอ๋นับจำนวนครบแล้วก็ให้สัญญาณออกรถ พลขับของเราทำหน้าที่ต่อไปแบบไม่มีปากมีเสียงตามเคย สงสัยว่าเวลาอยู่บ้านเคยบ่นเคยว่าลูกเมียบ้างหรือเปล่า ? หรือว่าพูดออกมาแต่ละทีลูกเมียแตกตื่นจนต้องวิ่งไปแก้บนก็ไม่รู้ ? คนแบบนี้สมควรที่จะมีให้มาก ๆ ไว้ รับรองว่าบ้านเมืองจะสุขสงบกว่านี้ เพราะว่าไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร...

“แคว้นโซโลทูร์นที่เรากำลังเหยียบย่างเข้าไปนี้ เป็นดินแดนเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโรมันยังเรืองอำนาจ ความจริงแล้วมีสถานที่สวย ๆ มากมายไม่แพ้แคว้นใด ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรมแบบบาร็อกที่สวยที่สุดของสวิสทีเดียวครับ น่าเสียดายว่าพวกเราต้องวิ่งออกนอกเมืองเพื่อไปยังวัดไทย จึงไม่ได้มีโอกาสเที่ยวชมสถาปัตยกรรมงาม ๆ อย่าง มหาวิหาร St. Ursus Cathedral และโบสถ์ Church of the Jesuits ตลอดจนหอนาฬิกาประจำเมืองที่ชื่อว่า Zeitglockzentrum ซึ่งสร้างมาหกร้อยกว่าปีแล้ว” มัคคุเทศก์รูปหล่อไม่ปล่อยให้พวกเราเงียบเหงา ยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา...

ประมาณ ๓๐ นาทีต่อมา รถของเราวิ่งเข้าไปในเขตชุมชนที่ค่อนข้างจะ “บ้านนอก” ดูได้จากอาคารบ้านเรือนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อย่างเก่งที่สุดก็สูง ๒ – ๓ ชั้น ผ่านวงเวียนที่มีศิลปวัตถุอยู่ข้างบน หน้าตาเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ “ตัวยู” เกาะเกี่ยวกับ “ตัวโอ” และอะไรอีกตัวหนึ่งที่ดูไม่ทัน เข้าไปในตัวเมืองที่ไม่ใหญ่นัก ลัดเลาะไปตามถนนที่กว้างประมาณ “สองเลน” แล้วหลุดออกไปอีกฟากหนึ่งของชุมชนที่มีแต่ทุ่งนา วิ่งไปอีกราวสิบห้านาที ก็เข้าไปในเขตชุมชนที่หน้าตาประมาณหมู่บ้านของเรา ดูเงียบสงบน่าอยู่ทีเดียว พอเลี้ยวซ้ายอีกทีก็เห็นอาคารทรงไทยหน้าตาคล้ายพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แต่หลังเล็กกว่ามาก น่าจะเป็นตัวโบสถ์ มีธงสวิส ธงธรรมจักร และธงไทย ปักอยู่พลิ้วไสว...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4030.jpg (66.4 KB, 159 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 51 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 21-03-2017, 20:43
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,349
ได้ให้อนุโมทนา: 98,561
ได้รับอนุโมทนา 495,135 ครั้ง ใน 6,724 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


พระประธานในห้องโถงปฏิบัติธรรมชั้นบน

วิ่งจนสุดกำแพงวัดก็มีโยมผู้ชายในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ มาโบกให้รถอ้อมไปเข้าทางประตูใหญ่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งประตูใหญ่น้อยไปหน่อยสำหรับรถทัวร์ จึงต้องขยับอยู่สองขยัก ก่อนจะมาจอดที่หน้าอาคารยาวสองชั้นลักษณะเหมือนศาลาการเปรียญ แต่แบ่งออกเป็นหลายห้อง ดูแล้วน่าจะเป็นที่พักสำหรับญาติโยมที่มาวัดนี้มากกว่า พวกเราลงจากรถตามมัคคุเทศก์รูปหล่อไปโดยไม่ต้องบอกกล่าวให้เสียเวลา มีโยมผู้หญิงค่อนข้างมีอายุ ในชุดเสื้อยืดคอวีสีขาวแขนยาว กับกางเกงยีนส์เหมือนกัน พนมมือไหว้แล้วเชิญเข้าประตูที่มีตราสัญลักษณ์ สว. ของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ติดอยู่ด้านบน...

พวกเราส่วนหนึ่งได้แก่ หลวงพ่อพระครูเรือง พระครูญาณฯ ฯลฯ แต่งองค์ทรงเครื่องให้รัดกุมใหม่ อีกส่วนตามอาตมาที่ถามโยมผู้ชายว่า “ห้องน้ำอยู่ด้านไหน ?” พอทราบจุดหมายก็ตรงดิ่งเข้าไปทันที อีกส่วนหนึ่งตามโยมผู้หญิงที่นิมนต์ขึ้นไปพักผ่อนด้านบน เมื่อออกจากห้องน้ำแล้ว อาตมาก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนบ้าง พอถึงชั้นสองก็เป็นที่ว่าง ทางขวามือมีชุดรับแขกที่พวกเราหลายคนลงไปเอกเขนกแก้เมื่อยกันแล้ว ถัดไปเป็นประตูที่ด้านในเป็นห้องโถงใหญ่ที่น่าจะเป็นห้องโถงสำหรับปฏิบัติธรรม มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นประธาน พร้อมกับพระแก้วมรกต พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย และอื่น ๆ แต่ที่ใหญ่เป้งจนแทบจะเป็นพระประธานคือ รูปหล่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต) อดีตเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และอดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ที่อาตมาคุ้นเคยดีตั้งแต่สมัยยังอยู่ที่วัดท่าซุง...

อีกด้านหนึ่ง มีหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริงของ “สมเด็จย่า” ในชุดทรงศีลสีขาวอยู่ภายในตู้กระจก ที่เหลือเป็นรูปหลวงปู่ทวด พระพุทธรูปองค์ย่อมลงมาและตาลปัตร พวกเรากราบพระแล้ว โยมผู้หญิงเอาแก้วน้ำเย็นใส่ถาดมาถวายทุกรูป พักหนึ่งก็มีพระภิกษุ ๔ รูปออกมากราบปฏิสันถารด้วย จึงทราบว่า ท่านเจ้าคุณอาจารย์ ดร.ทองสูรย์ ติดกิจนิมนต์ ไม่ได้อยู่ต้อนรับคณะของพวกเรา แต่ก็มอบหมายให้พวกท่านอยู่ต้อนรับแทน อีกครู่หนึ่งโยมผู้ชายก็เอาแก้วน้ำส้มใส่ถาดมาประเคนทุกรูปอีก ซึ่งพวกเราก็รับมาฉลองศรัทธาด้วยความเต็มอกเต็มใจ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4009.jpg (90.9 KB, 132 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 51 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:17



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว