กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #141  
เก่า 01-01-2017, 19:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อภิญญาต้องฝึกสมาบัติ ๘ หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ไม่จำเป็น อภิญญานี้เน้นกสิณ ๑๐ ถ้าจะเอาสมาบัติ ๘ แค่ได้กสิณกองใดกองหนึ่งที่ไม่ใช่อากาสกสิณก็ลุยได้แล้ว แต่ถ้าอยากได้อภิญญาต้องฝึกครบทั้ง ๑๐ กอง

จะว่าไปแล้วสมาบัติ ๘ เหมือนกับข้าวหุงไว้แล้วรอกิน ที่รอกินก็คือตราบใดที่กำลังของเรายังไม่ถึงระดับพระอนาคามี ก็ไม่มีทางได้ใช้ปฏิสัมภิทาญาณตรงนั้น เพราะว่าอานุภาพคลุมอภิญญา ๖ อีกทีหนึ่ง ก็เลยไม่สามารถที่จะใช้ส่งเดชได้ ต้องให้หมดกิเลสระดับพระอนาคามีขึ้นไปถึงจะใช้ได้ แต่ว่าอภิญญานี่อภิญญา ๕ ก็ใช้ได้ทั่วไป

ถาม : สมาบัติ ๘ แล้วทรงอภิญญา จะมีกำลังมากกว่าคนที่ได้อภิญญา ๕ หรือครับ ?
ตอบ : ความคล่องตัวจะมีมากกว่า สมัยก่อนเขาฟังเทศน์พระพุทธเจ้าจบเดียวก็บรรลุอรหัตผลพร้อมด้วยอภิญญา ๖ สมาบัติ ๘
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-01-2017 เมื่อ 20:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #142  
เก่า 01-01-2017, 19:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การงานไม่สะดวกกว่าแต่ก่อน อาจจะเป็นเพราะวิบากกรรมเก่า เราจะแก้อย่างไรครับ ?
ตอบ : คาถาเงินล้านบทเดียวเลย คาถาเงินล้านมีบทคาถาปัดอุปสรรคอยู่ด้วย ให้ทำจริง ๆ จัง ๆ เท่านั้นแหละ อาตมาเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ทำงานใหญ่ขนาดนี้น่าจะมีสะดุด ก็ไม่สะดุดกับใคร ไปได้เรื่อยเปื่อย เมื่อเช้าก็เพิ่งจะเซ็นสัญญาไป ๙.๘ ล้านบาท หุ้มทองจังโกพระเจดีย์วัดท่าขนุน ใครจะเป็นเจ้าภาพคนเดียวจ่าย ๙.๘ ล้านบาท ก็แสดงความจำนงได้เลย ยินดีรับ...!

ถาม : ภาวนาวันละกี่จบครับ ?
ตอบ : เคยภาวนาวันละ ๓๐๐ จบอยู่ ๓ ปี และวันหนึ่ง ๑,๒๐๐ จบอยู่ครึ่งปี และวันหนึ่ง ๓๖๐-๙๐๐ จบนั่นทดลองเป็นเดือน ๆ จะทดลองดูว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ภาวนาอย่างเดียววันหนึ่งจะได้กี่จบ เริ่มตั้งแต่ประมาณตี ๓ ไปจบเอาทุ่มหนึ่งได้ประมาณ ๑,๒๐๐ จบ แต่ไม่ได้เร่งนะ ว่าไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ ถ้าเร่งจะได้เยอะกว่านั้น แต่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า การภาวนาเร่งให้จบ ๆ ไปคุณภาพจะน้อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-01-2017 เมื่อ 20:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 175 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #143  
เก่า 01-01-2017, 20:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตอนนี้สัญญาที่คาอยู่ ก็คือ สร้างเมรุจากที่ราคาประเมินไว้ ๑๕ ล้านบาท ก็ทะลุไป ๑๘ ล้านกว่าบาทแล้ว สัญญาสร้างมณฑปตั้งพระพุทธรูปยืน ๒ องค์ ก็ยังเหลือจ่ายเขาอีก ๔ งวด ก็เกือบ ๕ ล้านบาท สัญญาสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อวัดท่าซุงครบ ๑๐๐ ปี ๔๓ ล้านกับ ๒ แสนบาท และสัญญาทำฝ้าเพดานสาหร่ายรวงผึ้งสำหรับสมเด็จองค์ปฐมกับมณฑปตั้งพระทองคำ ก็ยังเหลืองวดสุดท้ายอีกล้านกว่าบาท ยังไม่ได้จ่ายเขา

และเพิ่งเซ็นเมื่อเช้านี้ ๙.๘ ล้านบาท โอนงวดแรกให้เขาไปเมื่อเช้า ๑.๙ ล้านบาท ถ้าวันไหนพระอาจารย์เล็กเป็นลมตาย พระทั้งวัดก็เป็นลมตายไปด้วย เพราะว่ารับสภาพหนี้ไม่ไหว

นี่ยังไม่ได้รวมที่ส่งพระเรียนอีกนะ พระ เณร แม่ชี เด็กวัด ใครต้องการเรียนปริญญาตรี โท เอก ไปได้เลย ส่งทุกคน ถึงได้บอกว่า ถ้าโยมอยากเรียนต่อ ไปโกนหัวบวช เรียนจบแล้วค่อยสึก ที่นั่นแม่ชีจบปริญญาเอกไปหนึ่งคนแล้วนะ จบสาขาพระพุทธศาสนา อีกหนึ่งคนยังเรียนอยู่ศรีลังกา เรียนสาขาบาลีพุทธศาสตร์

ส่วนเมืองไทยเรานี่ก็เรียนปริญญาเอกอยู่ก็มีพระครูหน่อย ปริญญาโท ๙ ปริญญาตรีอีก ๗ ประกาศนียบัตรอีก ๗ เรียนกันครึกครื้น ขนาดเด็กวัดยังเรียนปริญญาโท น่าอิจฉามากใช่ไหม ? ที่เหลือมีแรงใจกันใหญ่เลย "หลวงพ่อหนูขอเรียนบ้าง หนูก็จะเรียนบ้าง" เอาเถอะ...มีปัญญาเรียนไปเลย เพราะเขาเห็นรุ่นพี่จากมูเซออยู่บนดอย อาตมาส่งถึงปริญญาโทได้ รุ่นน้อง ๆ ก็อยากเรียนกัน

เดี๋ยวนี้ที่วัดเป็นวัดนานาชาติ มีมูเซอ มีพม่า มีกะเหรี่ยง มีทวาย มีมอญ เพราะฉะนั้น..วัดท่าขนุนเข้าอาเซียนก่อนประเทศไทยเยอะเลย...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-01-2017 เมื่อ 20:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 172 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #144  
เก่า 01-01-2017, 20:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เขาคุยกันรู้เรื่องหรือครับ ?
ตอบ : เขาก็คุยกันจนรู้เรื่อง อย่างหม่องมิดกับยายแดง อาตมาถามยายแดง "ไปโดนอะไรมาหน้าเป็นแผล ?" ยายแดงทำท่าล้ม ฟังรู้เรื่องนะ...แต่พูดไม่ได้ ทำท่าล้มให้ดู ส่วนหม่องมิดประโยคที่พูดภาษาไทยชัดที่สุดก็คือ "ขอตังค์ ๒๐" จริง ๆ แล้วน่าตายมากเลยนะ หม่องมิดเป็นคนหลักลอย อาศัยอยู่กินกับวัด แต่ติดทั้งบุหรี่ ติดทั้งกาแฟ ติดทุกอย่างที่ขวางหน้า ถึงเวลาไม่มีสตางค์ก็รีบมาทำงาน ขอสตางค์ไปซื้อ

มีพวกนี้อยู่ก็ดีเหมือนกัน เราถือว่าหมาแมวเลี้ยงได้เต็มวัด ทำไมจะเลี้ยงคนไม่ได้ ให้เขาอยู่ไปเรื่อย บางคนก็บอกว่ายายแดงกับหม่องมิดไม่เห็นทำอะไร ก็ไม่ไปเห็นตอนเขาทำนี่ ต้องไปดูรอบ ๆ บ้านของหม่องมิด แกกวาดจนดินเป็นเงา ถึงเวลาก็นั่งยอง ๆ ไล่กวาดถนนไป ให้ใช้ไม้กวาดยาวก็ไม่เอา เอาสั้น ๆ ใช้มือจับนั่งยอง ๆ กวาดไล่ไปเรื่อย เขาก็ขยันของเขา

เสียอย่างเดียวมีข้าวให้กิน ๒ มื้อไม่พอ ต้องมีบุหรี่ มีกาแฟ คำว่า "มิด" ไม่ใช่ภาษาไทยนะ เป็นภาษาพม่า บางทีคำก็ซ้ำ ๆ กัน บางคำก็โดดข้ามภาษา อย่างคำว่า "โก" แปลว่า พี่ชาย เหมือนกับภาษาจีนเลย ก็เลยไม่รู้ว่าจีนเอาพม่ามา หรือพม่าเอาของจีนมาใช้

แต่ภาษาพม่านี่ใช้ภาษาอังกฤษปนอยู่เยอะมาก อย่างที่เขาเรียก "กะบา" ที่แปลว่าโลก ก็คือภาษาอังกฤษ Global นั่นแหละ รถเขาก็เรียก "การ์" ก็คือ Car เพียงแต่ออกเสียงตัว C เป็น ก.ไก่เท่านั้นเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 02-01-2017 เมื่อ 09:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #145  
เก่า 01-01-2017, 20:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โยมเอามีดหมอปากกามาให้ดู "มีดหมอของหลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ส่วนใหญ่มีดเก่าต้องดูที่เนื้อเหล็ก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #146  
เก่า 01-01-2017, 20:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โยมเอาเบี้ยแก้มาให้ดู "ไม่ใช่ของหลวงพ่อนุ่มหรอก เบี้ยที่ทำจากสมัยนั้น ถึงตอนนี้จะหมดเงา แลซีด ๆ ถ้าใหม่อย่างนี้ไม่ใช่หรอก จะซีดแบบหมดเงา อันนี้เป็นจุดพิจารณาอย่างหนึ่ง อีกอย่างก็ต้องดูที่วัสดุที่ท่านอุด

เบี้ยของทางสายอ่างทองส่วนใหญ่จะเป็นเบี้ยเปลือย เบี้ยเปลือยจะดูง่าย อย่างของหลวงพ่อโปร่ง วัดท่าช้างจะปิดทองทุกตัว ต้องดูความเก่าใหม่ของทองและชันโรง ถ้าของหลวงพ่อซำ วัดตลาดใหม่ ท่านจะใช้กระดาษ
ฟอยล์ซองบุหรี่สีเงิน ๆ ปิดท้องเบี้ย ต้องดูความเก่า กรอบ วีดของแผ่นฟอล์ย ถ้าของหลวงพ่อคำ วัดโพธิ์ปล้ำ ท่านจะปิดแผ่นตะกรุดทับอยู่ข้างนอก ก็ดูที่ความเก่าของตะกรุดและความแห้งของชันโรง

ถ้าเป็นเบี้ยแก้ของหลวงพ่อนุ่ม วัดนางใน ตะกรุดจะอยู่ข้างใน หุ้มชันโรงทับอยู่ข้างนอก ต้องพลิกดูความแห้งของชันโรง แล้วเขย่าฟังเสียง เบี้ยของหลวงพ่อคำบางลูก ถ้ามือหนัก ๆ หน่อยจะปิดชันโรง
ทับแผ่นตะกรุดไปเลย จึงต้องเขย่าฟังเสียง ถ้าเสียง "แซ็ก ๆ" เหมือนมีเม็ดมีทรายอยู่ข้างใน ก็เป็นของหลวงพ่อคำ ถ้าเสียงขลุก ๆ หนัก ๆ ก็เป็นของหลวงพ่อนุ่ม

มีเบี้ยอยู่รุ่นหนึ่งที่ร้านขายยาในอ่างทองขายให้กับทางวัด รุ่นนี้ตัวใหญ่หน่อย จะเงาเหมือนของใหม่อยู่ตลอดเวลา ต้องไปดูที่ความแห้ง ความเก่าของชันโรงที่ปิดปากเบี้ยแทน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 02:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 159 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #147  
เก่า 02-01-2017, 09:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าจะภาวนาให้พระคาถาเงินล้านมีผล กำลังสมาธิต้องถึงระดับไหนครับ ?
ตอบ : แค่อุปจารสมาธิก็มีผลแล้ว ขอแค่ให้ทำจริงจังสม่ำเสมอ ถ้าหวังผลมากกว่านั้นก็สร้างสมาธิให้สูงขึ้นไปอีก

ถาม : จะเกิดเป็นนิมิตอะไรไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าเห็นเป็นนิมิตก็ชนิดที่เห็นเงินเป็นฟ่อน ๆ หรือเป็นมัด ๆ มาเลย หรือมาเป็นคันรถอย่างอาตมาก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมีนิมิตหรอก ถ้าภาวนาได้สัก ๒ เดือนติดกันสม่ำเสมอ ผลก็จะเกิดเอง

ถาม : สำคัญคือต้องภาวนาให้เป็นฌานด้วย ?
ตอบ : คาถาเป็นพื้นฐานของอภิญญา ต้องการคนจริงจังสม่ำเสมอ ถ้าสมาธิยิ่งสูงเท่าไรคาถาก็มีผลมากเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 10:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #148  
เก่า 02-01-2017, 09:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กำลังสมาธิสูงจะตัดการภาวนาไป ?
ตอบ : ปล่อยให้ตัดไป แต่ตอนต้นเราต้องภาวนาให้ได้ พอภาวนาไปถึงตอนที่คำภาวนาหายไป ลมหายใจเบาลง หรือว่าหายไป เราก็แค่รับรู้ไว้เฉย ๆ แสดงว่าตอนนั้นกำลังสมาธิของเรากำลังทรงอยู่ในพระคาถาอยู่แล้ว

ถาม : ไม่ต้องไปใส่ใจ ?
ตอบ : ไม่ต้องไปใส่ใจแล้ว ถ้าเรากำหนดดูกำหนดรู้เฉย ๆ ไม่ได้อยากจะให้เป็นอย่างนั้น และก็ไม่ได้ดิ้นรนจะให้หลุดจากสภาพอย่างนั้น สมาธิจะดิ่งลึกเข้าไปเอง

ถาม : ถ้าภาวนาคาถาเงินล้านอยู่ ๆ เปลี่ยนเป็นพระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ ?
ตอบ : เหมือน ๆ กัน แต่คาถาเงินล้านจะมีผลหลากหลายกว่า เพราะว่าคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ก็เป็นแกนกลางของคาถาเงินล้าน คาถาเงินล้านมีเปลือก มีกระพี้หุ้มอยู่เยอะแยะ เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ กัน มีทั้งคาถาปัดอุปสรรค มีทั้งคาถาเร่งลาภ มีทั้งคาถาพิทักษ์ทรัพย์ พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้หมดอุปสรรค ได้เงินเร็ว แถมมาแล้วยังไม่หมดอีกต่างหาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 10:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #149  
เก่า 02-01-2017, 09:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จริง ๆ แล้วพระคาถาเหล่านี้พระท่านให้หลวงพ่อวัดท่าซุงใช้เป็นส่วนตัว ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ สภาพเศรษฐกิจช่วงนั้นแย่มาก ท่านย่าจึงขอกับพระท่านว่า ขอให้ลูกหลานหลวงพ่อได้ใช้คาถาบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไม่มีกำลังในการสร้างวัด เพราะช่วงนั้นหลวงพ่อท่านทำอาคารใหญ่ ๆ หลายหลังพร้อม ๆ กัน พอได้รับอนุญาตท่านก็เอามาให้ภาวนากัน

ส่วนใหญ่ที่ทำกันก็คือ ทำพอเป็นเชื้อสาย ภาวนากัน ๕ จบ ๙ จบ อะไรประมาณนั้น อาตมาเลยมาคิดว่าสมัยหลวงปู่ป่าน มีนายแจ่ม เปาเล้ง มีนายห้างประยงค์ ตั้งตรงจิตร ทำจนเกิดผลเป็นตัวอย่างได้ สมัยหลวงพ่อวัดท่าซุงทำไมไม่มีใครทำเป็นตัวอย่างบ้าง ท้ายสุดก็มาคิดว่า ในเมื่อคนอื่นไม่ทำ เราก็ทำเสียเอง ก็เลยตั้งหน้าตั้งตาลุยอยู่ ๓ ปีกว่า หลังจากที่เกิดผลขึ้นมา ก็เกิดความมั่นใจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำในลักษณะที่กำหนดว่าเป็นระยะเวลายาวนานเท่าไร หรือภาวนากี่จบ แต่ว่านึกได้เมื่อไรก็ทำ


ถาม : เคยภาวนาแล้วทำไมเกิดผลแบบอึดอัด ?
ตอบ : ไม่เป็นไร เราก็ใช้สตางค์แบบอึดอัดแล้วกัน "มาเยอะจนใช้ไม่หมด อึดอัดมากเลย" อะไรอย่างนี้

ถาม : ทำไมเกิดผลแบบนั้น ?
ตอบ : จริตนิสัยแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของอาตมานี่ไม่เหลือให้อึดอัดหรอก ยังไม่ทันจะมาเลยจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 10:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #150  
เก่า 02-01-2017, 09:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมติดต่อมา เขาบอกว่ามาหาตั้งแต่สมัยบ้านอนุสาวรีย์ แต่ไม่รู้จักบ้านวิริยบารมี (ติดต่อมาเดือนสุดท้าย) "ส่วนใหญ่พวกคนเก่าอาตมาจะเคยสอนกรรมฐานให้สมัยอยู่วัดท่าซุง พอเขาติดขัด ใครแก้ไขไม่ได้ เขาก็วิ่งมาหา

แบบเดียวกับลุงเชิญ บุญรังษี ปฏิบัติติดอยู่เป็น ๑๐ ปี ไปไหนต่อไม่ได้ คราวนี้ลุงเชิญเป็นเพื่อนกับหลวงลุงสุนทร หลวงลุงสุนทรไปเที่ยวบ้านก็ชวนอาตมาไปด้วย เห็นโยมเขาถามปัญหาการปฏิบัติ หลวงลุงได้ยินก็โยนมาทางด้านนี้ “โน่น ๆ หลวงพี่ท่านตอบได้” บังเอิญไปตอบของเขาได้...แก้ตก แกก็ดีอกดีใจ นิมนต์ตลอดชีวิตเลย ต่อให้ตายแล้วก็จะให้ลูกหลานนิมนต์ต่อ อาตมาเลยไปให้เขาปีละครั้งที่จันทบุรี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 10:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #151  
เก่า 02-01-2017, 09:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หนูมีความรู้สึกว่ามานะกับโทสะ คือ อย่างเดียวกัน เพราะมีมานะจึงมีโทสะ โทสะเกิดก็เพราะมานะ เชื่อมกัน แยกกันไม่ได้ แต่พี่อีกคนก็แย้งว่าแยกกัน ?
ตอบ : สังโยชน์ทุกตัวโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหมด เพียงแต่ว่าความเด่นชัดของแต่ละอย่างทำให้เรียกแยกกันออกไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2017 เมื่อ 10:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #152  
เก่า 04-01-2017, 09:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : โยมเป็นมะเร็ง หมอบอกอยู่ได้อีกแค่ ๔ เดือนค่ะ ?
ตอบ : ไม่มีอะไรหรอก ตั้งใจยึดคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไว้ อาตมาเจอมาเยอะต่อเยอะแล้ว บางคนหมอบอกว่าอีก ๓ เดือนตายอีก ๖ เดือนตาย เห็นยังอยู่มาอีกตั้งหลายปี

ถาม : ขอให้โยมได้ยาที่เหมาะสมกับโรคด้วยค่ะ ?
ตอบ : ตั้งใจรักษาศีลของเราให้ครบถ้วนสมบูรณ์ นึกถึงพระไว้ทุกวัน มีอยู่รายหนึ่งเป็นมะเร็ง ไปอยู่วัด ตั้งใจว่าจะไปตายที่วัด สวดมนต์ไหว้พระนั่งกรรมฐานอยู่ ๔ เดือน หายเอาดื้อ ๆ อย่างนั้นแหละ ก็เลยตกลงว่าหมอนี่จะเชื่อได้ไหม ? อยู่ที่กำลังใจเรานะ ถ้าเราคิดว่าเราจะอยู่ก็อยู่ได้เองแหละ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2017 เมื่อ 15:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 159 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #153  
เก่า 04-01-2017, 09:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ก่อนจะมาทำบุญแฟนเขาหาเรื่องค่ะ ?
ตอบ : จำไว้เลยว่าเราตั้งใจจะทำความดีอะไรจะโดนขวางอย่างนี้เสมอ

ถาม : เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเราหรือคะ ?
ตอบ : ไม่ใช่ เขาเรียกว่ามารดลใจ มารจะใช้คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัวในการขัดขวางการทำความดีของเรา คนที่เรารักมากที่สุดจะสร้างความสะเทือนใจให้เราได้มากที่สุด แต่จริง ๆ เขาไม่ทันรู้เรื่องอะไรหรอก โดนดลใจให้ทำอย่างนั้น ฉะนั้น...พวกเราทุกคนเป็นได้ทั้งมารและเป็นได้ทั้งพระ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2017 เมื่อ 15:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #154  
เก่า 04-01-2017, 15:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำงานเป็นนักจิตวิทยา ให้คำปรึกษาคนที่เจอปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตแล้วรู้สึกว่าโดนหนัก ?
ตอบ : เราไปฝืนกรรม เพราะฉะนั้น...ก่อนจะไปให้อาราธนาพระครอบตัวเราไปก่อน

ถาม : ควรแนะนำให้คำปรึกษาเขาอย่างไร ?
ตอบ : เอาหลักจิตวิทยาผสมกับพุทธศาสนา อธิบายไปให้ออกไปในแนวการปฏิบัติธรรมแทน

ถาม : (ไม่ชัด)
ตอบ : ถึงต้องอาศัยพระ อาราธนาพระคลุมตัวไปก่อนแล้วค่อยไปเล่นกับเขา

ถาม : จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาได้ใช่ไหมคะ ?
ตอบ : อย่างน้อยก็เบาลงแต่จะให้ไม่โดนเลยเป็นไปไม่ได้ เพราะไปยุ่งกับกรรมของเขา อิทธิฤทธิ์แพ้บุญฤทธิ์ บุญฤทธิ์แพ้วิบากกรรม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 05-01-2017 เมื่อ 08:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 147 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #155  
เก่า 04-01-2017, 19:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์สอนเรื่องการดูมีดหมอหลวงพ่อเดิมว่า "งาช้างเก่าไม่มีทางที่จะมีสีเหลืองสม่ำเสมอกันทั้งอันหรอก ถ้าเจอเหลืองเท่ากันหมดนี่แสดงว่าโดนทอดน้ำมันมา

ส่วนโลหะเก่าจริง ๆ จะเป็นสนิมขุม ส่วนที่เขาปลอมกันคือเอาโซดาไฟกัด จุ่มโซดาไฟแล้วเอามาทิ้งให้แห้ง สนิมจะขึ้นคลั่กเลย แต่ว่าไม่ใช่สนิมขุม เพราะไม่ได้กินเข้าไปในเนื้อเหล็ก สนิมจะเคลือบอยู่แต่ข้างหน้า ส่วนสนิมขุมจะเป็นตามดเล็ก ๆ ละเอียด ๆ ต่อไปดูเหล็กเก่าจะได้ดูเป็น เรื่องความเก่าของอายุโลหะยังทำหลอกกันไม่ได้

ส่วนพวกด้ามเขากวางนี่ขัดอย่างไรก็จะไม่ขึ้นเงามากหรอก ได้แค่ประมาณนั้นแหละ เขาขัดส่วนเปลือกที่เป็นผิวมะระออก ถ้าคนตาไม่ดีจะไปเห็นเป็นงาช้าง อย่างตะโพนของหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ เป็นเขากวางเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ฉะนั้น...ตะโพนของหลวงพ่อภักตร์จะไม่มีลายงา แล้วเส้นเลือดของเขากวางจะเป็นจุดตายที่เราดูว่าแท้หรือเทียม คนไม่รู้คิดจะปลอม เล่นเอางาช้างกลึงมาเลยก็มี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2017 เมื่อ 19:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 149 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #156  
เก่า 05-01-2017, 09:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : นิมิตของเมตตาในพรหมวิหารเป็นประการใดครับ ?
ตอบ : อยู่ที่เราตั้งใจ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรัศมีสีขาวแผ่กว้างออกไปเหมือนอย่างกับเราโยนหินลงน้ำแล้วกระเพื่อมเป็นวงออกไป

ถาม : ขึ้นอยู่กับลำดับฌานใช่ไหมครับ ?
ตอบ : สมาธิยิ่งสูงเท่าไร รัศมีสีขาวก็ยิ่งใสสว่างเท่านั้น ปกติถ้าแผ่เมตตาเฉย ๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจกำหนดภาพไปด้วยก็จะไม่มีนิมิตให้เห็น เราต้องตั้งใจกำหนดภาพไปด้วย

ถาม : อย่างกำหนดภาพพระพุทธรูป ?
ตอบ : อาจจะกำหนดภาพพระพุทธรูปมีแสงเปล่งออกไปเป็นวง ๆ ไม่อย่างนั้นแล้วเรื่องของเมตตาไม่ได้มีนิมิตกำกับตามกองกรรมฐาน

ถาม : ถ้าแผ่เป็นแสงออกไป ?
ตอบ : อยู่ที่ความถนัดของแต่ละคน บางคนกำกับเป็นจุดก็อาจจะวิ่งเป็นเส้นตรงไปยังที่นั้น ถ้าหากว่าแผ่ไปไม่มีประมาณรัศมีก็จะออกไปรอบด้าน

ถาม : ถ้าได้ฌานสี่ก็ทำได้ ?
ตอบ : ถ้าหากตั้งใจจะทำอย่างนี้ต้องมีพื้นฐานกสิณกองอื่นมาก่อน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2017 เมื่อ 10:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 141 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #157  
เก่า 05-01-2017, 09:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พระอรหันต์สุกขวิปัสโกท่านจะทราบได้อย่างไรว่า "ดับ" จริง ๆ ครับ ?
ตอบ : กำลังใจที่เข้าถึงก็จะเห็นจริงในทุกเรื่อง บาลีใช้คำว่า ญาณ คือ เครื่องรู้ปรากฏขึ้น "ญาณัง โหติ ขีณา ชาติ วุสิตัง" ญาณคือเครื่องรู้บังเกิดขึ้นให้รู้ว่าชาติคือการเกิดสิ้นสุดลงแล้ว "พรัหมะจะริยัง กะตัง กะระณียัง นาปะรัง อิตถัตตายาติ ปะชานาตีติ" กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่อพรหมจรรย์ไม่มีอีกแล้ว ถ้าทำถึงรู้เองแหละ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2017 เมื่อ 10:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 143 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #158  
เก่า 05-01-2017, 14:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ไม่รู้ว่าจะให้ลูกไปทำงานที่ไหนจึงจะดีที่สุดคะ ?
ตอบ : อะไรที่เขาชอบก็ทำไปเถอะ ถึงไม่ชอบถ้าตั้งใจทำก็ออกมาดี ไม่ต้องไปเลือกงานหรอก ถ้าหากว่าเลือกงานก็ลำบากอีกนาน อาตมาไม่เคยเลือกงานจึงไม่เคยตกงาน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2017 เมื่อ 19:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 139 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #159  
เก่า 05-01-2017, 14:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมพยายามชวนแฟนมาที่นี่ เขาไม่ค่อยอยากจะมาทางนี้ จะทำอย่างไรเขาจะมาได้บ้าง ?
ตอบ : ไม่ต้องเสียเวลา ถ้าวาระยังไม่มาถึง ชวนให้ตายเขาก็ไม่มา การจะเป็นในครอบครัวเดียวกันพระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสว่าต้องมีสมชีวิธรรม

สมชีวิธรรม ก็คือ สิ่งที่ต้องมีเสมอกัน คือ มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ไม่อย่างนั้นก็ขัดกันอยู่ตลอด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2017 เมื่อ 19:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 143 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #160  
เก่า 05-01-2017, 15:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,401 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเป็นวิปัสสนาในอุปมานุสติกรรมฐาน อารมณ์จะเป็นอย่างไรครับ ?
ตอบ : อันดับแรกให้ฝึกจับความสงบที่เกิดขึ้นจากการภาวนาก่อน แล้วก็สาวต่อไปว่าแค่การภาวนาซึ่งเป็นโลกียารมณ์ต่ำ ๆ ยังมีความสงบถึงเพียงนี้ ระดับของผู้ทรงฌานชั้นสูงขึ้นไปจะสงบขนาดไหน ? หลังจากนั้นก็ไล่ขึ้นไปถึงพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ ว่าท่านจะสงบขนาดไหน ? ท้ายที่สุดแล้วพระพุทธเจ้าจะสงบสงัดเยือกเย็นขนาดไหน ? สรุปรวมตรงที่ว่าพระพุทธเจ้าอยู่บนพระนิพพาน แล้วเราก็เอาจิตเกาะตรงนั้นไว้ ไล่ขึ้นไปโดยที่เริ่มจากความสงบตอนที่เราภาวนา

ถาม : สงบของฌานก็คือสงบจากนิวรณ์ สงบจากนิวรณ์คือ ?
ตอบ : สงบจากนิวรณ์คือสงบจากกิเลส เพียงแต่ว่าสงบเพราะโดนอำนาจของฌานกดอยู่ แต่ว่าลักษณะความสงบของวิปัสสนาญาณก็เป็นแบบเดียวกัน เพียงแต่สงบแล้วไม่กำเริบอีก เราสามารถสาวหาเหตุขึ้นไปได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2017 เมื่อ 19:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 134 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:55



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว