กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 28-06-2016, 14:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default โอวาทช่วงบวชเนกขัมมะ ช่วงวิสาขบูชา วันที่ ๒๐-๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

พระอาจารย์กล่าวกับพระใหม่ว่า "วันนี้เวียนเทียนคาดว่าจะมีคนมาน้อยเพราะว่ารอบข้างฝนตกหมด ยกเว้นที่วัดท่าขนุน เหมือนอย่างกับกางร่มเอาไว้ ถ้าเขารู้จักหลวงปู่สายวัดท่าขนุนดีก็คิดว่าคงจะมากัน ถ้าไม่รู้จักดีก็ไม่มาหรอกเพราะว่าคิดว่าวัดท่าขนุนฝนตก อาตมาเป็นคนมีครูบาอาจารย์แล้วรู้จักขอ ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือรู้จักใช้ครูบาอาจารย์ ...(หัวเราะ)... ถึงเวลาก็ขอให้ท่านสงเคราะห์

วัดนี้จริง ๆ แล้วเจ้าอาวาสคือหลวงปู่สายนะครับ ผมแค่ผู้ดูแลทั่วไปเท่านั้น แต่ถ้าไปนับทางการปกครองคณะสงฆ์ชื่อผมอยู่ในตราตั้ง แต่ตัวเจ้าอาวาสจริง ๆ อยู่ที่หลวงปู่ เพราะว่าโบสถ์หลังนี้หลังเล็ก โบสถ์คือเจ้าอาวาส มณฑปข้าง ๆ หลังใหญ่คือผู้ดูแล ผมต้องอยู่ให้ถูกที่ เดี๋ยวพอรื้อมณฑปทิ้งก็เปลี่ยนไปเป็นศาลาแทน ใหญ่หนักเข้าไปอีก เรื่องพวกนี้อย่าเพิ่งเชื่อ...ต้องลองทำดูก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-06-2016 เมื่อ 16:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 70 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 28-06-2016, 14:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “การปฏิบัติธรรมต้องตั้งใจเอาชนะกิเลส ไม่ใช่กิเลสบอกอะไรแล้วเชื่อไปหมด”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-06-2016 เมื่อ 16:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 29-06-2016, 16:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "พวกเราบอกว่าจะมาปฏิบัติธรรม แต่ไม่ทันไรก็โดนมารจูงจมูกไปเสียทุกทิศทุกทางแล้ว การปฏิบัติธรรมต้องเอาจริงเอาจัง แลกกันด้วยชีวิต ถึงจะเห็นผล ที่พวกเราทำอยู่ไม่ได้สะเก็ดฝุ่นติดปลายเท้าของครูบาอาจารย์สมัยโบราณเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วจะไปหวังความสำเร็จได้อย่างไร ?

เอาแค่ห้ามปากตัวเองไม่ให้กินของที่ชอบก็ยากแล้ว ถ้าหากว่าห้ามปากตัวเองไม่ได้ แล้วจะเอากำลังใจที่ไหนไปรักษาศีล ? เพราะว่ากำลังใจในการรักษาศีล กับกำลังใจในการหักห้ามปากตัวเอง เป็นกำลังใจที่เท่ากัน เรื่องทั้งหลายเหล่านี้จึงอยู่ที่เรา ว่าจะเอาจริงเอาจังแค่ไหน

การปฏิบัติธรรมอย่าทำในลักษณะทำเล่น ๆ เพราะว่าถ้าทำเล่น ๆ แล้ว ถึงเวลาเราก็ลงนรกเล่น ๆ เหมือนกัน...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2016 เมื่อ 20:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 60 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 29-06-2016, 18:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"การปฏิบัติธรรมที่นี่ในช่วงที่เดินจงกรม ให้ใช้วิธีการเดินจงกรมแบบสติปัฏฐาน ๖ ระยะ ก็คือระยะที่ ๑ ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ ระยะที่ ๒ ยกหนอ เหยียบหนอ ระยะที่ ๓ ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ เป็นต้น เพื่อความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการเดียวกัน

แต่ตอนนั่งภาวนา ใครมีความถนัดแบบไหนให้ใช้แบบนั้น ในส่วนของการปฏิบัติที่นี่บังคับอย่างเดียวคือ ตอนเดินจงกรมให้ทำเหมือนกัน และคำภาวนาในขณะเดินจงกรม อย่างเช่นว่า ซ้ายย่างหนอ ก็ให้เป็นไปพร้อมกันกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย พอเราว่าซ้ายก็คือยกเท้าซ้ายขึ้น ย่างก็คือเคลื่อนเท้าไปข้างหน้า หนอคือแตะเท้าลงพื้น เป็นต้น ไม่ใช่บางคนซ้ายยังไม่ทันจะย่างเลย ลงปั๊บไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น ถ้าลักษณะอย่างนั้นก็เสียเวลาที่จะไปเดินเปล่า ๆ เพราะไม่ได้อะไรเลย กำลังใจไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ทราบว่าล่องลอยไปอยู่ที่ไหน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2016 เมื่อ 20:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 29-06-2016, 18:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"คำภาวนากับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ต้องเป็นไปอันหนึ่งอันเดียวกัน พร้อมเพรียงกันเป็นปัจจุบัน สภาพจิตของเราจึงจะจดจ่ออยู่กับเฉพาะหน้า ไม่ได้ส่งไปในอดีต ไม่ได้ส่งไปในอนาคต ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างกรรมให้เกิดขึ้น เพราะถ้าเราไม่ไปหวนหาอาลัยในอดีต ก็จะไปฟุ้งซ่านถึงอนาคต

เมื่อมโนกรรมเกิดขึ้น วจีกรรม และกายกรรมก็จะตามมา แต่ถ้ากำลังใจของเราอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย หรืออยู่กับลมหายใจเข้าออก ไม่ฟุ้งซ่านไปยังอดีต ไม่ฟุ้งซ่านไปในอนาคต กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมใหม่ก็ไม่มี กรรมเก่าทั้งหลายเมื่อไม่มีกรรมใหม่ไม่ไปเพิ่มเติม แล้วเราก็พยายามสร้างความดีมากให้เข้าไปเรื่อย ท้ายที่สุดก็เหมือนกับเติมน้ำจืดลงในน้ำทะเล ก็คือความเค็มไม่ได้หายไปไหน แต่น้ำจืดมีมากจนกระทั่งไม่รู้ถึงรสเค็มนั้น

ถ้าความดีของเราทั้งหลายมีมากมายจนท่วมความชั่วแบบนี้ได้ โอกาสที่จะไปสุคติก็มีสูง แต่ถ้ายังยอมให้เหล่ามารทั้งหลายจูงจมูกของเราอยู่ ต้องการอะไรก็ยอมไปทำอย่างนั้น ชาตินี้ก็ไม่ต้องหวังถึงความหลุดพ้น เพราะกำลังใจของเราไม่เพียงพอ และไม่คิดที่จะต่อสู้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2016 เมื่อ 20:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 51 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 29-06-2016, 18:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ขอให้ทุกคนโปรดทราบว่า เรื่องของการปฏิบัติธรรมเป็นกำลังใจในระดับปรมัตถบารมี ก็คือกำลังใจสูงสุด ซึ่งแปลว่าเราสามารถที่จะเร่งรัดตนเองให้เข้มข้นกว่านี้ ให้เคร่งครัดมากกว่านี้ แต่เราก็ทำตนเหมือนคนมีเวลามาก ก็คือไม่ได้เริ่ม ไม่ได้เร่งเสียที

อย่าลืมว่าความตายอยู่กับเราทุกลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าไม่หายใจออกก็ตายแล้ว หายใจออกไม่หายใจเข้าก็ตายอีกเช่นกัน ความตายมาประชิดติดตัวแล้ว ยังประมาทว่าเวลาเหลืออีกมาก สมควรหรือไม่สมควร เราก็ค่อย ๆ พิจารณาดู

การเกิดมาเป็นมนุษย์ยากเหลือแสน ท่านเปรียบว่าเหมือนเอาเต่าตาบอดตัวหนึ่ง ไปทิ้งอยู่ในทะเลที่เต็มไปด้วยคลื่นลม มีแอกเล็ก ๆ ที่พอสวมคอเต่าได้ทิ้งอยู่ในนั้นด้วย ระยะเวลา ๑๐๐ ปี เต่าตัวนั้นโผล่ขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๑๐๐ ปีโผล่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าศีรษะสวมแอกพอดีถึงจะมีสิทธิ์มาเกิดแค่ครั้งหนึ่ง เราเกิดยากได้ขนาดนี้ จงอย่าได้ปล่อยชีวิตให้สูญเปล่า

การที่จะได้พบพระพุทธศาสนาก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะว่าเวลาที่โลกอยู่ในช่วงว่างจากพระพุทธศาสนา มีมากกว่าจนประมาณไม่ได้ ได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว จะได้ฟังธรรมก็แสนยาก เรามาลองพิจารณาดูว่า บุคคลทั่วไปในประเทศไทย ๖๘ ล้านคน ที่ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ มีสักกี่คนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็นปกติ ? ได้ฟังธรรมแล้วจะเกิดความเลื่อมใสก็แสนยาก เลื่อมใสแล้วจะมีโอกาสปฏิบัติธรรมก็ยาก หลายคนตั้งใจจะมาวัดเมื่อไร ก็มักจะมีอุปสรรคขัดขวางจนมาไม่ได้ทุกที"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2016 เมื่อ 20:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 53 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 29-06-2016, 18:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเรายังมัวแต่ประมาทอยู่ ถ้าหากว่าตายวันใดแล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็แปลว่าชีวิตนี้เป็นหมันและสูญเปล่า โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรและแม่ชี ที่ถือว่าเป็นนักบวช มีโอกาสมีเวลาในการปฏิบัติมากกว่าญาติโยมหลายเท่า แต่กลับปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปวัน ๆ โดยไม่ได้ทุ่มเทจริงจัง ต้องบอกว่าถ้าเราไม่ตายเสียก่อน ก็ครูบาอาจารย์อาจจะตายเสียก่อน เมื่อถึงเวลานั้นแล้วมาคร่ำครวญว่าเรายังไม่ได้อะไรเลย แล้วจะไปโทษผู้ใดได้ ?

โดยเฉพาะเวลาในการปฏิบัติธรรมของเราก็มีน้อยมาก เมื่อวานซึ่งเป็นวันที่หนึ่ง กิจกรรมของเราส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามวันวิสาขบูชา โอกาสที่จะมาเดินจงกรมหรือภาวนาไม่มีเลย วันนี้เราก็มีเวลาแค่ช่วงเช้าประมาณชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายกว่าจะบริจาคเลือดเสร็จก็หมดเวลาอีกแล้ว ก็แปลว่าการปฏิบัติธรรม ๓ วันของเราก็คือ มีครึ่งวันเช้าวันนี้ กับไม่เต็มครึ่งวันของพรุ่งนี้ สรุปว่าเราลงชื่อว่ามาปฏิบัติธรรม ๓ วัน แต่ถ้ารักษากำลังใจเอาไว้ไม่ได้ ก็คือเราปฏิบัติได้ไม่ถึงวัน

เวลายิ่งน้อย ควรที่จะยิ่งทุ่มเทให้มากเข้าไว้ กอบโกยให้มากที่สุด เพื่อถึงเวลาเราจะได้มีเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารไปให้ไกลที่สุด ซึ่งหมายถึงว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายไปมากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องเกิดใหม่ค่รั้งต่อไป เป้าหมายของเราก็จะได้ไม่ไกลมากนัก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2016 เมื่อ 20:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 52 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 30-06-2016, 21:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "การบริจาคเลือดเป็นการวัดกำลังใจของเราว่ากลัวตายมากน้อยแค่ไหน คนที่กลัวแล้วกล้าที่จะทำ ก็แสดงว่ามีกำลังใจเหนือกว่าความกลัว

ขอให้รู้ว่าความกลัวนั้นเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์และสัตว์ทั้งปวง ในบาลีท่านบอกว่า อาหาระนิททัง ภะยะเมถุนัญจะ สามัญญะเปตัปปะสุภีนะรานัง

อาหาระ คือ การกิน ,นิททัง คือการนอน ,ภะยะ คือ ความกลัวภัย ,เมถุนะ คือ การเสพกาม ,สามัญญะ คือ เป็นปกติ ,เปตัปปะสุภีนะรานัง ของบรรดาสัตว์และคนทั้งหลาย

ถ้าไม่กลัวไปเสี่ยงทำโน่นทำนี่ที่เกินความสามารถ ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ถึงจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่เราสามารถที่จะทำกำลังใจของเราให้ก้าวข้ามความกลัว เพื่อที่จะทำกิจกรรมนั้น ๆ ให้สำเร็จได้ แสดงว่าเรามีกำลังใจเหนือกว่าความกลัวอยู่บ้าง ทำไปนาน ๆ เดี๋ยวก็จะลืมไปเองว่าความกลัวเป็นอย่างไร

อาตมาทุกวันนี้ต้องแสวงหาความตื่นเต้นให้แก่ชีวิต เพราะไม่ค่อยกลัวอะไร อย่างเช่นถ้าอ่านหนังสือเรื่องผี ต้องไปอ่านในป่าช้า..! หรือไม่ก็อยากจะไปโดดบันจี้จั๊มพ์ แต่เขาดันไม่ให้พระโดด งวดนี้ก็เลยไปวิ่งถนนสายคาราโครัม เจอหินบ้าง หิมะบ้าง ถล่มมาตลอดทาง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2016 เมื่อ 01:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 30-06-2016, 21:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ขอโมทนาในมหากุศลที่พวกเราได้ให้ทานสละชีวิต เพราะว่าเลือดเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตของเรา ถ้าขาดเลือดถึงสองในสามก็มีสิทธิ์ที่จะช็อกตายไปเลย สองในสามก็ประมาณ ๔ ลิตร เพราะตัวเราจะมีเลือดประมาณ ๖ ลิตร ถ้าใครตัวใหญ่ก็มีมากกว่าหน่อยหนึ่ง

ท่านใดที่ให้เลือดแล้วเลือดเดินช้า โปรดทราบว่าดื่มน้ำน้อยมาก ให้เปลี่ยนนิสัยเสียใหม่ ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ไม่อย่างนั้นแล้วของเสียตกค้างในเลือดมาก อาจจะกลายเป็นโรคภัยไข้เจ็บทีหลังได้ พยายามให้ได้ ๖ - ๘ แก้วใหญ่ ๆ ต่อวัน ที่อาตมาฉันน้ำมากนี่ไม่ได้ฉันเพื่อรักษาโรค แต่ฉันน้ำมากเพราะไม่ได้ฉันอย่างอื่น หลังเพลแล้วเหลือแต่น้ำ ก็ฉันลงไปให้เต็ม ๆ ไว้ ท้องจะได้ไม่ร้อง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2016 เมื่อ 01:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 50 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 30-06-2016, 21:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "วันนี้ไปเจอโยมท่านหนึ่งจะใส่บาตร แต่แกมีอากัปกิริยาแปลกมาก ก็คือ มือซ้ายถือโทรศัพท์พูดคาอยู่ ส่วนมือขวาถือพวงกุญแจแล้วก็กวักมือเรียกพระ อาตมาก็เดินเลยไปเลย ทิดชาญชัยเขาเรียก “หลวงพ่อครับ...หลวงพ่อครับ” อาตมาตอบว่า “กูไม่ใช่แท็กซี่...!”

องค์ของการประเคนของยังต้องให้ด้วยความเคารพ ประเภทถึงเวลาหยุดพูดโทรศัพท์ชั่วคราวเพื่อนิมนต์พระยังหยุดไม่ได้ ก็อย่าไปรับแม่...เลย...! มีญาติโยมหลายคนไม่เข้าใจ โกรธวัดท่าขนุนไปหลายทีแล้ว ก็ปล่อยให้เขาโกรธต่อไป เพราะถ้าขืนให้เขาทำลักษณะนั้นบ่อย ๆ ที่ไปมักจะไกลกว่าโกรธ ถ้ามีเวลาก็จะอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่มีเวลาปล่อยก็ให้เขาไปเดาเอาเอง

ถ้าหากว่าคนที่มองโลกในแง่ดี ก็อาจจะ "โอ๊ย...พระท่านอาจจะบาตรเต็มก็เลยไม่รับของเรา" ส่วนถ้าคนที่มองโลกในแง่ไม่ดีก็ด่าส่งไป "อุตส่าห์จะถวายให้แดก แล้วยังไม่หยุดรับอีก" โปรดอย่าเครียด เรื่องทุกอย่างผ่านไปแล้ว ที่เล่าเอาไว้ให้ฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ จะได้รู้ว่าของบางอย่าง มีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์ โดยเฉพาะเรื่องของพระรัตนตรัย ถ้าทำถูกก็มีคุณอนันต์ ถ้าทำผิดก็มีโทษมหันต์ บางทีพระเณรเองต้องคอยระมัดระวังแทนโยม เพราะโยมเขาไม่เข้าใจ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2016 เมื่อ 01:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 55 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 01-07-2016, 21:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "การปฏิบัติธรรมของพวกเราอย่ารอเวลา ต้องรักษากำลังใจเอาไว้ให้ได้ทุกเวลาจึงจะใช้ได้ กิเลสเขาไม่รอเราหรอก ไม่ใช่ว่ารอจนถึงเวลาปฏิบัติธรรมแล้วกิเลสค่อยมากิน แบบนั้นไม่มีหรอก กิเลสกินทั้งหลับ ทั้งตื่น ทั้งยืน ทั้งนั่งเลย

เราจึงต้องรักษากำลังใจเพื่อต่อต้านกระแสกิเลสเอาไว้ตลอดเวลา ไม่ใช่พอหลุดออกจากห้องปฏิบัติธรรมก็ปล่อยเตลิดเปิดเปิง ถ้าลักษณะนั้นเราต้องมาวัดกับตัวเองว่า วันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมงเรามีเวลาปฏิบัติกี่ชั่วโมง ? ถ้าวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมงเราปฏิบัติ ๒๔ ชั่วโมงก็ยังไม่แน่ว่าเราจะชนะกิเลสได้ เราทำแค่หน่อยเดียว ส่วนที่เหลือทั้งวันก็ไหลตามกระแสกิเลสไป โอกาสที่จะก้าวหน้าจึงมีน้อยมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-07-2016 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 01-07-2016, 21:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เป็นเรื่องที่พวกเราต้องสังวรระวัง อย่ารอให้ถึงเวลาปฏิบัติแล้วค่อยมาทำ แล้วก็อย่ารอให้ครูบาอาจารย์ต้องเตือน เรื่องของการปฏิบัติต้องทำด้วยใจรักจริง ๆ ถึงจะเกิดผล ถ้ารอให้คนโน้นบอก คนนี้บอก คนนั้นเตือน คนนี้เตือน ถ้าเขาไม่อยู่เตือนแล้วเราจะอาศัยใคร ?

โบราณท่านว่า จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตือน อย่าแชเชือนเร่งเตือนตนให้พ้นภัย บาลีว่า อัตตนา โจทยัตตานัง จงกล่าวโทษโจทย์ตนเองอยู่เสมอ

มาทีไรเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนก็บ่นแต่เรื่องนี้ จนเบื่อหน้าเต็มทีแล้ว...ใช่ไหม ? บ่นไปเรื่อย ตักน้ำรดหัวตอไปเรื่อย ไม่งอกก็ไม่เป็นไร เอาแค่เปียก ๆ ก็พอ อย่างน้อยยังดีกว่าตักน้ำรดหลังหมาตั้งเยอะ มีใครเคยตักน้ำรดหลังหมาไหม ? ราดลงไปปุ๊บหมาก็สลัดพรืด...เกลี้ยงไม่เหลือเลย คนไหนตักน้ำรดหลังหมาโปรดระวังว่าจะเปียกเอง เพราะหมาจะสลัดทิ้งทันที"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-07-2016 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 01-07-2016, 21:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ให้สังเกตว่าวัดท่าขนุนนี้ไม่มีเณร เพราะว่าไม่มีโทรทัศน์ให้เขาดู ทันทีที่อาตมาเป็นเจ้าอาวาสก็สั่งเลย โทรทัศน์ทุกเครื่องให้อันตรธานจากวัดไปภายในวันนี้ ถ้าหากว่ายังอยู่ เจ้าของก็ต้องไปพร้อมกับโทรทัศน์นั่นแหละ...!

อาตมายืนยันได้ ไม่ดูโทรทัศน์รับรองว่าไม่ตาย มีเด็กอยู่คนหนึ่งบอกว่า “หลวงตา...หนูอยู่วัดไม่ได้หรอก ไม่มีโทรทัศน์ดู หนูต้องตายแน่ ๆ เลย” ยังไม่ได้ลองสักหน่อย ยืนยันว่าจะตายแล้ว เลยบอกกับเขาว่า “หลวงตาไม่ได้ดูมาปีนี้เป็นปีที่ ๓๓ แล้ว ไม่เห็นจะตายเลย” ๓๓ ปีที่หย่าขาดจากโทรทัศน์ ไม่เห็นถ่านไฟเก่าจะกำเริบเลย

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นเสนามาร คือเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มารใช้ดึงเราให้อยู่ติดกับโลก สิ่งที่จำเป็นของเราก็คืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค มีแค่นี้แหละ โทรศัพท์มือถือไม่จำเป็น รถยนต์ไม่จำเป็น ขอยืนยันว่าไม่จำเป็น สมัยอาตมาเด็ก ๆ เขาเดินกันข้ามทุ่ง ข้ามหมู่บ้าน ข้ามตำบล ไปส่งข่าวให้พี่น้องเพื่อนฝูงรู้ว่าที่บ้านจะมีงานอะไร วันไหน เดือนไหน ปีไหน ถึงเวลาเขาก็มาร่วมงานกัน สมัยนี้ยกโทรศัพท์ทีเดียวไปทั่วโลกภายใน ๓ วินาที

ไม่รู้สึกบ้างเลยหรือว่าทำไมความผูกพันเหลือน้อยลงทุกที ๆ ขนาดนั่งหันหลังชนกันยังกดไลน์คุยกัน หันไปคุยกันไม่ได้หรือ ? น่าอนาถไปหน่อย จริง ๆ จะว่าไปแล้วก็เป็นการฝึกภาษาอย่างหนึ่ง แต่ภาษาในไลน์หรือว่าอินเตอร์เน็ตก็อุบาทว์มาก ๆ เลย สร้างสรรค์เกินไป จนกระทั่งบางทีอาตมาอ่านแล้วเครียด ตกลงว่าสอบตกภาษาไทยหรือเก่งกันแน่ ? เพราะคำอุบาทว์ ๆ ดันใช้กันได้คล่องมากเลย...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-07-2016 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 01-07-2016, 22:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ในเมื่อมารเขาส่งเครื่องมือมาเยอะขึ้น ๆ หลอกให้เรายึดติดอยู่กับโลก เราก็อย่าไปยึดติดตามเขา โดยเฉพาะที่อยากเตือนไว้ก็คือสินค้าเงินผ่อน อาตมาเห็นความจำเป็นอย่างเดียวคือบ้าน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัย ๔ ใครจะผ่อนก็ผ่อนเถอะ แต่ถ้าไม่ใช่ที่อยู่อาศัยที่เป็นบ้านเป็นคอนโดฯ หลังแรกแล้ว ส่วนที่เหลือถือว่าเกินความจำเป็นทั้งหมด

ถ้าเราไม่ไหลตามกระแสไป เราก็ไม่จำเป็นต้องตะเกียกตะกายดิ้นรนหาเงินให้มากมายมหาศาล จนเหนื่อยแทบจะล้มประดาตาย เพื่อมาสนองกิเลสตัวเอง อาตมาก็ยังใช้โทรศัพท์เครื่องละ ๗๙๐ บาท สบายใจ...ทิ้งไว้ตรงไหนก็ไม่มีใครเอา ไม่ต้องกลัวหาย ไม่เหมือน iPhone ไม่เหมือน iPad ไม่เหมือน MacBook ทิ้งไว้ตรงไหนก็หายตรงนั้น ของอาตมาทิ้งไว้ตรงนั้น บางทีมีคนเอาเงินมาวางแล้วเอาโทรศัพท์ทับเอาไว้ เพื่อให้ไปซื้อเครื่องใหม่ คงสงสารว่าไม่มีสตางค์ซื้อ iPhone กับเขาหรือหรืออย่างไร ?

เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็น ความเจริญของโลกเป็นสิ่งจำเป็น แต่อย่าให้เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรา เพราะว่าเขาจะจูงจมูกเรา เราไม่ใช่วัวไม่ใช่ควาย ที่จะให้เขาเจาะจมูกร้อยห่วงแล้วเอาเชือกผูกจูงไป เราเป็นคนมีปัญญา อย่าทำให้ตนเองเดือดร้อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-07-2016 เมื่อ 02:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 01-07-2016, 22:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"บัตรเครดิตก็ใช้ให้น้อย ๆ หน่อย บัตรเครดิตเหมาะสำหรับบุคคลที่มีวินัยต่อตนเองมาก ๆ เท่านั้น ถึงเวลารูดแล้วไปจ่ายตามเวลา ไม่เช่นนั้นจะโดนปรับ ต้องจ่ายดอกเบี้ย ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

อย่ารูดเงินสด เพราะว่ารูดเงินสดมาทันทีทันใด กลายเป็นว่าเราต้องจ่ายดอกเบี้ย ทั้ง ๆ ที่เป็นเงินเรานั่นแหละ ตั้งแต่เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน บัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรสที่รับสมาชิกยากสุด ๆ เป็นบัตรเครดิตที่โคตรหยิ่งที่สุดในโลก ขนาดบัตรเขียวค่าสมาชิกปีหนึ่ง ๑,๖๐๐ บาท ขณะที่บัตรวีซ่า ๓๐๐ บาท บัตรมาสเตอร์การ์ด ๔๐๐ บาท มาตื๊ออาตมาให้เป็นสมาชิกบัตรทองอยู่เป็นปี ๆ

พออ่านรายละเอียดเข้าเขาเขียนว่า ทันทีที่คุณเปิดบัญชีของเรา เราจะสำรองเงินไว้ให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท และจะไม่คิดดอกเบี้ยจนกว่าวันแรกที่ท่านรูดบัตร อาตมาก็นั่งงง จะให้ตูเป็นสมาชิกก็ต้องมีวงเงินประกันอยู่ในบัญชี แล้วทำไมเอาเงินของเรามาให้เรากู้วะ ? เงินในบัญชีของเราจะใช้ ต้องจ่ายดอกให้เขาด้วยหรือ ?

พวกเราส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงตรงนี้ กลายเป็นว่าเรากู้เงินตัวเอง เรื่องพวกนี้ต้องระมัดระวังให้มาก ยิ่งไปรูดเงินสดมา บางคนอนาถมาก มีบัตร ๔-๕ ใบ รูดเงินสดใบที่ ๒ ไปโปะใบที่ ๑ รูดเงินสดใบที่ ๓ ไปโปะใบที่ ๒ เป็นหนี้ท่วมหัวอยู่ทุกวัน ไม่ผูกตายก็บุญแล้ว

ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าเถิด ท่านว่า อิณา ทานัง ทุกขัง โลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก โดยเฉพาะพวกเราเป็นคนประเภทที่ไม่ควรเป็นหนี้ใคร และไม่ควรให้ใครเป็นหนี้ เพราะเราเป็นหนี้ใครเราก็ไม่มีความสุข ต้องตะเกียกตะกายหาไปใช้คืนเขา พอถึงเวลาเขาเป็นหนี้เราก็หน้าไม่ด้านพอ ไม่กล้าทวงเขาอีก สรุปแล้วโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-07-2016 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 01-07-2016, 22:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,133
ได้ให้อนุโมทนา: 69,582
ได้รับอนุโมทนา 3,017,374 ครั้ง ใน 21,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ก็มาลงตรงเรื่องของการปฏิบัติธรรมที่ว่า ถ้าหากว่าสมาธิของเราดี กำลังใจเราเข้มแข็ง เราจะต่อต้านกระแสโลก กระแสกิเลส กระแสบริโภคนิยมได้ แต่ถ้ากำลังใจ กำลังสมาธิของเราไม่ดี เราก็ต่อต้านไม่ได้

โดยเฉพาะคำพูดของคนรอบข้าง พอถึงเวลาเพื่อนพระเขามาประชุมกัน “เอ้า...ท่านใช้ iPhone รุ่นไหน ?” Samsung galaxy ,IPhone ๖ ,IPhone ๕, IPhone ๔s เรียงกันเป็นตับ เจอพระอาจารย์เล็กควักโทรศัพท์มือถือราคา ๗๙๐ บาท วางปั๊บ...หมดเรื่อง ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ เพราะว่าพระอาจารย์เล็กใช้มือถือเครื่องละ ๗๙๐ บาท เขาก็บอกว่าพระอาจารย์เล็กรวย นั่งสองแถวเขาก็บอกว่าพระอาจารย์เล็กรวย

อดีตเจ้าคณะอำเภอท่านบอกว่า “อาจารย์เล็ก ทำไมไม่รู้จักซื้อรถดี ๆ ขี่ มีสตางค์ตั้งเยอะตั้งแยะ” อาตมาก็ขี้เกียจจะอธิบายว่าเงินสงฆ์ ไปใช้ส่งเดชได้ที่ไหน แต่คราวนี้ปากคัน ก็เลยบอกไปว่า “แล้วจะมีประโยชน์อะไรครับ ? ผมนั่งสองแถวเขาก็บอกว่าผมรวย หลวงพ่อขี่เบนซ์ใคร ๆ ก็รู้ว่าหลวงพ่อยืมสตางค์ผมเติมน้ำมัน..!” หมดเรื่องไปเลย

เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตัวเราเอง ไม่ต้องเอาสิ่งอื่นมาเสริมฐานะ แต่เอาความประพฤติของเรามาเสริมฐานะ ไม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อ ไม่ต้องไปเปลี่ยนนามสกุล ทุกอย่างจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ใจ ถ้าใจดีอะไร ๆ ก็ดีหมด ถึงจะเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลเป็น ๑๐๐ ครั้ง ถ้าไม่เปลี่ยนความประพฤติก็หาอะไรดีไม่ได้หรอก

อาตมาพูดอะไรเกะกะระรานชาวบ้านเขาเยอะไปหรือเปล่า ? ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวปฏิบัติธรรมกันเถอะ บ่นมากไปตามประสาคนแก่ก็ไม่ดี"


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
โอวาทช่วงบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม
วันวิสาขบูชา ๒๐ – ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-07-2016 เมื่อ 03:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:46



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว