กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #61  
เก่า 09-12-2009, 08:32
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๒๔ "หลวงพ่อครับ หนูอยากกลับวัด" (คนอื่นเขาอยากกลับบ้าน แต่หนูอยากกลับวัด)

หลังจากออกเดินทางจากจังหวัดสตูลตั้งแต่ ๐๕.๐๐ น. ด้วยความไม่คุ้นเคยเส้นทางทำให้ใช้ความเร็วในการเดินทางได้ไม่มากนัก เราเปลี่ยนมาใช้เส้นทาง สตูล-ตรัง-กระบี่-พังงา-ภูเก็ต ระหว่างทางก็ได้สนทนาธรรมกับคุณหม่อมพอหอมปากหอมคอ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: "เป็นอย่างไรบ้างโยม เมื่อคืนเล่นเอาแทบรากเลือดเลยใช่หรือเปล่า หลวงพี่ลุกเดินแทบไม่ไหว รู้เลยว่าคนที่เขาเป็นอัมพาตไม่มีแรงที่ขา อารมณ์เขาเป็นอย่างไรตอนนั้น หลวงพี่ว่าตอนที่หลวงพี่ขึ้นเทศน์ในวันออกพรรษานั้น เวลาลงมากราบพระ กราบหลวงพ่อแล้ว ขามันแข็งไปทั้งสองข้าง นั่นคือความทรมานที่สุดแล้วนะ แต่ครั้งนี้มันหนักกว่าครั้งนั้น มันทำให้เห็นจริง ๆ เลยว่า
ร่ายกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของของเรา"

โยมหม่อม:"กระผมเคยเจอตอนที่ผมยังบวชอยู่ครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในชีวิต แต่เราก็ผ่านมาได้ครับหลวงพี่ นับเป็นการทำวัตรที่นานที่สุดในชีวิตของผม ณ ขณะนี้"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: "สาธุ แสดงว่าที่หลวงพี่พาโยมมาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ โยมได้เจออะไรหลาย ๆ อย่างในคราวเดียวกันเลย หลวงพี่โมทนาบุญด้วยขอให้เจริญ ๆ เอาไว้คราวหน้าโยมบวชกับหลวงพ่อแล้วหลวงพี่สมัครเป็นโยมอุปัฏฐากถือว่าต่างตอบแทน"

โยมหม่อม : "ขอรับหลวงพี่"

พูดไปก็ไวเหมือนโกหก เรามาถึงภูเก็ตช่วงประมาณ ๑๑.๐๐ น. ญาติโยมที่บ้าน โยมแม่ โยมภรรยา โยมลูก โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กโตขึ้นมาก จนกระผมแทบจะจำไม่ได้ สภาพบ้านเรือนก็เป็นปกติ สิ่งแรกที่กระผมตรงเข้าไปก่อนก็คือ ห้องพระ กราบพระและอุทิศบุญแสดงความขอบคุณต่อเหล่าเทวดาทั้งหลายตลอดจนเจ้าที่เจ้าทาง ที่ท่านช่วยปกป้องดูแลในขณะที่กระผมไม่อยู่

วันที่สองความรู้สึกของอารมณ์ที่รับเอาอารมณ์กระทบต่าง ๆ มันเริ่มเข้ามา โดยที่จริงเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องปกติ หากแต่ว่าเราต้องระลึกอยู่เสมอว่า เราเป็นพระเป็นสมณะ ความวุ่นวายในการดำรงชีวิตของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป มันทำให้กระผมได้ตระหนักว่า "ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา"

อะไรที่เป็นกิจธุระในการมาในครั้งนี้ กระผมเองจึงต้องปรับเปลี่ยนว่าต้องกระทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วที่สุด แล้วรีบเดินทางกลับวัด
การมาสงเคราะห์ ญาติโยมในครั้งนี้ เมื่อต่างก็ได้เห็นซึ่งกันและกันว่า อยู่สบายในบทบาทตามแต่ละบุคคลแล้ว ก็ถือว่าเป็นการดีที่สุดแล้ว ภารกิจที่เหลือก็คือการเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อนำเงินกฐินที่ญาติโยมร่วมทำบุญมาไปมอบให้กับ "วัดถ้ำวราราม" เพื่อเป็นปัจจัยในการก่อสร้างและบูรณะพระอุโบสถ

เรื่องของปัจจัยต่าง ๆ หลวงพ่อท่านย้ำหนักย้ำหนาว่า "เรารับเงินของญาติโยมมาเพื่อประโยชน์อันใดก็ตาม ที่ญาติโยมเสียสละปัจจัยเหล่านั้นเพื่อร่วมบุญมา จงถือเป็นหน้าที่ว่า เราต้องทำตามวัตถุประสงค์เหล่านั้นของญาติโยม อย่าได้คิดเปลี่ยนแปลงใด ๆ"

การเดินทางไปวัดถ้ำวรารามก็สำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องลาญาติโยมกลับกรุงเทพฯ โดยมีคุณหม่อมซึ่งติดภารกิจด่วนได้เดินทางกลับล่วงหน้าไปก่อนแล้ว มารอรับที่สนามบิน การขึ้นเครื่องบินครั้งที่แล้วมันทำให้กระผมกลัวจริง ๆ เจ้ากรรมนายเวร ไม่มีคำว่าลดราวาศอกให้เลย โดยปกติกระผมเป็นนักดำน้ำ เรื่องของการปรับความกดดันของอากาศในหูนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ แต่ในครั้งนั้นกระผมไม่สามารถปรับความกดดันของอากาศในหู มันปวดมาก ๆ ปวดจนคิดว่าแก้วหูคงจะระเบิด ขณะที่เครื่องบินปรับเพดานบินขึ้นไปในระดับความสูง ความเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้น จนคิดว่าอาจจะต้องมาตายในขณะครองผ้าเหลืองและตายในระดับความสูงที่ใกล้สวรรค์เต็มที
กลั้นใจอยู่นาน นึกถึงพระ หลวงปู่ หลวงพ่อ ลูกจะไปถึงวัดท่าขนุนหรือเปล่าขอรับ แต่อย่างไรเสียถ้ามันจะตายลูกก็ขอไปพระนิพพาน ขออโหสิกรรมและอุทิศบุญให้แด่เจ้ากรรมนายเวรท่านนั้น อะไรที่กระผมเคยล่วงเกินก็ขอขมากรรมต่อกัน

ปวดอยู่นานมากร่วมชั่วโมง จนกัปตันประกาศให้สละเครื่อง.... ขออภัยครับ จนกัปตันประกาศให้รัดเข็มขัดเพราะจะนำเครื่องลงสนามบินดอนเมือง อาการปวดจึงค่อย ๆ หายไป.....สาธุถึงแล้ว ถือว่าเวรกรรมนั้นได้ชดใช้กันไปแล้วนะ ก็ขอให้ท่านเจ้ากรรมนายเวรท่านนี้จงไปสู่สุคติเทอญ...อิทัง ปุญญะ ผะลังฯ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ภาพแรกบนซ้ายมือคือหมู่พระประธานในพระอุโบสถวัดไชยธาราราม(วัดฉลอง หลวงปู่แช่ม)
ภาพบนขวามือ รูปหล่อซ้ายมือสุดคือ พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี (หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง) รูปหล่อตรงกลางคือรูปหล่อของหลวงพ่อช่วง รูปหล่อองค์ที่สามด้านขวามือสุด หลวงพ่อเกลื้อม
ภาพซ้ายมือล่าง พระพี่พระน้องร่วมกันทำวัตรเย็นที่วัดฉลอง
ภาพขวามือล่าง คือ "เรือพระ" ซึ่งเป็นเรือพระประจำปีของวัดถ้ำวราราม
ขอทุกท่านโมทนากับบุญถวายกฐินวัดถ้ำวรารามด้วยเทอญ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 10-12-2009 เมื่อ 16:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 72 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #62  
เก่า 10-12-2009, 08:43
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๒๕ "กิจนิมนต์ที่กรุงเทพฯ (ป้าเม้าท์ฉายเดี่ยว)"

หลังจากเจอกับคุณหม่อมที่สนามบินตามเวลานัดหมายแล้ว ในเรื่องของการเดินทางในครั้งนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เรื่องของเจ้ากรรมนายเวรตามราวีให้เจ็บด้วยอาการปรับความกดอากาศภายในหูนั้นก็หายเป็นปกติไม่ได้เกิดอาการใด จะมีเพียงก็เศษกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เห็นว่า การให้ความเคารพความสำคัญต่อพระสงฆ์องค์เจ้าในสังคมปัจจุบันนั้นมันน้อยลงไปเรื่อย ๆ

รอขึ้นเครื่องโดยปกติแล้ว สายการบินมักจะให้ความเอาใจใส่โดยจะนิมนต์พระภิกษุขึ้นเครื่องก่อนเพื่อความสะดวกในเรื่องของที่นั่งก็ดี และเรื่องอื่นก็ดี
นั้นนับเป็นสิ่งที่ดี แต่วันนั้น กระผมพบเจอกับพนักงานซึ่งหากคิดในแง่ดีก็คือ ยังขาดประสบการณ์อยู่ก็ได้หรือเป็นเศษกรรมของกระผมเอง

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ "โยมนี้ตั๋วเลขที่นั่งของอาตมา จะขึ้นเครื่องแล้วใช่หรือไม่ โยม..." ยังไม่ทันพูดขาดคำ

พนักงานสาวของสายการบินหนึ่ง: "หลวงพี่ไปยืนรอด้านโน้นก่อนนะคะ"

กระผมเองก็ขยับตัวไปยืนรอที่มุมของโต๊ะรายงานตัวขอขึ้นเครื่อง
เห็นแขกชาวต่างชาติก็ดี ผู้โดยสารคนไทยก็ดีต่างทยอยมาเข้าคิวรอขึ้นเครื่อง และแล้วพนังงานกลุ่มนั้นก็ทำงานไปตามปกติ กระผมยืนรอแล้วรออีกจนกลายเป็นคนสุดท้าย ก็เลยถามกับพนังงานคนนั้นไปว่า

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :"โยมโดยปกติถ้ามีพระหรือนักบวช ร่วมโดยสารไปนั้น โยมจะอำนวยความสะดวกให้ขึ้นเครื่องก่อนไม่ใช่หรือ เพื่อความสะดวกหลาย ๆ อย่างของพระก็ดี นักบวชก็ดี ทำไมคราวนี้โยมให้อาตมายืนรอเป็นคนสุดท้ายเลยละ ครั้งที่แล้วอาตมาก็โดยสารกับสายการบินนี้แหละ เห็นว่าให้ความอนุเคราะห์ต่อพระดีมาก อาตมายังชื่นชมอยู่เลย"

หัวหน้าชุดบริการ :"อ้าวแล้วทำไมเธอไม่ดูแลให้หลวงพี่ท่านไปก่อนล่ะ"

พนักงานสาวของสายการบินหนึ่ง:"ก็หนูเห็นคนอื่นมายืนรอกันแล้ว"

หัวหน้าชุดบริการ :"อ้าว! แล้วพระท่านก็มายืนรอเหมือนกัน ท่านยืนรออยู่นานแล้ว เก้าอี้สักตัวให้ท่านนั่งยังไม่มีเลย"

พนักงานสาวของสายการบินหนึ่ง :...................เงียบ

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "ไม่เป็นไรโยม แล้วนี่เหลืออาตมาเป็นคนสุดท้ายแล้วนะ จะให้เข้าไปได้หรือยัง"

หัวหน้าชุดบริการ: "นิมนต์ครับหลวงพี่"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :เจริญพร

พอกระผมโผล่ขึ้นไปบนเครื่องบิน ปราฏกว่าที่นั่งของพระภิกษุมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ โชคดีที่มีน้องผู้ชายที่นั่งอีกฝั่งหนึ่ง จัดการขอสลับที่นั่งให้ อะไรมันจะขนาดนี้ เรื่องเจ็บไข้ได้ปวด "เขา" เล่นเราไม่ได้ "เขา" ก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องอื่นแทน เอาก็ชดใช้กันไป เจริญพรคุณโยมเจ้ากรรม

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "ฮัลโหล....เจริญพรโยมทิดตู่ หลวงพี่ถึงกรุงเทพฯ แล้ว....เอ่อคือว่า หลวงพี่อยากจะกลับวัด เพราะรู้สึกว่าอยู่ที่บ้านแล้วมันไม่ค่อยสบายใจสบายเนื้อสบายตัวแบบอยู่ที่วัด......อ๋อโยมก็เป็นเหมือนกันหรือ....ใช่ถูกต้อง
หลวงพ่อท่านเคยบอกว่า "ที่นั่นไม่ใช่ที่ของเรา"...หลวงพี่เลยกะว่าจะให้โยมหม่อมไปส่งที่วัด.....อะไรนะสัญญาณไม่ค่อยชัด...หา.. หลวงพี่เผื่อน อ๋อพระอาจารย์เผื่อนหรือ? ท่านอยู่กรุงเทพหรือแล้วเย็นนี้โยมต้อมไปรับท่านมาพักที่บ้านโยมต้อมหรือ?....อะไรนะจะนิมนต์หลวงพี่พักด้วยกับพระอาจารย์เผื่อนหรือ? ...ขอหลวงพี่คิดดูก่อนนะ หลวงพี่อยากกลับวัด คนอื่นเขาอยากกลับบ้านแต่หลวงพี่อยากกลับวัดนะโยมทิดตู่....อะไรนะช่วยอยู่สงเคราะห์ญาติโยมหรือ?...ขอคิดก่อนสักครู่นะ....เอาก็เอา พระอาจารย์เผื่อนท่านอยู่ด้วย หลวงพี่ว่าก็นับเป็นเรื่องธรรมะจัดสรร เพราะหลวงพี่เพิ่งจะเข้าใจในคำพูดของหลวงพี่กวางแล้วว่า หลวงพี่เป็นพระใหม่ การจะไปไหนมาไหนนั้นควรจะนิมนต์พระรุ่นพี่ที่บวชตั้งแต่สามพรรษาขึ้นไป ไปด้วยเพื่อช่วยดูแล

เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของศีลของพระนั่นละ ขนาดว่าหลวงพี่ว่าหลวงพี่ก็หนึ่งในตองอูแล้วนะ หลวงพี่ยังรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย เอา ๆ โยมหลวงพี่รับนิมนต์ เดี๋ยวให้โยมหม่อมโทรหาโยมต้อมก่อนนะ คืนนี้คงไปพักกับที่บ้านโยมต้อมกับพระอาจารย์เผื่อนท่าน....เจริญพรขอให้มีความคล่องตัวโยม"
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 16-12-2009 เมื่อ 08:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 72 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #63  
เก่า 10-12-2009, 16:42
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

หลังจากทักทายญาติโยมที่บ้านโยมต้อมได้ไม่นาน พระอาจารย์เผื่อน ท่านก็เดินทางมาถึง นับเป็นบุญของกระผมอีกครั้งช่วงที่พักอยู่กรุงเทพฯ สามวันกับพระอาจารย์เผื่อนนั้น กระผมได้ข้อธรรมและประโยชน์อีกมากมายที่ท่านเมตตาสั่งสอน ท่านได้เล่าประวัติส่วนตัวของท่านตั้งแต่ท่านยังเป็นฆราวาสจนกระทั่งได้บวชที่วัดท่าซุง เส้นทางเดินของครูบาอาจารย์แต่ละท่าน กว่าที่ท่านจะมายืนได้จนถึงจุดนี้นั้น เส้นทางที่ท่านเดินนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย ความเสียสละของแต่ละท่านนั้นนับเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวทั้งสิ้น เพื่อให้ถึงซึ่งทางสว่างสูงสุดในพระพุทธศาสนา

คืนแรกกระผมและพระอาจารย์เผื่อนจำวัดที่บ้านโยมต้อม คืนที่สองกระผมจำวัดที่บ้านโยมซัน พระอาจารย์ท่านพักที่บ้านทิดตู่ ช่วงกลางวันโยมซันกราบนิมนต์เรียนเชิญพระอาจารย์เผื่อนไปเจิมบ้านและศูนย์บีทาเก้นเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในกิจการการงานต่าง ๆ วันรุ่งขึ้นวันที่สามได้นัดกันที่บ้าน "โยมติ๊ก"ช่วงเย็น หลังจากนั้นไม่นานญาติโยมก็เดินทางมาร่วมปฏิบัติกรรมฐาน โดยมีพระอาจารย์เผื่อนท่านเป็นผู้นำสอนมโนมยิทธิ เราใช้เวลาในการนั่งกรรมฐานอยู่ร่วมสองชั่วโมง แต่เป็นสองชั่วโมงที่รู้สึกเหมือนกับว่านั่งแค่ยี่สิบนาที คนที่ตอบชัดเจนเสียงแจ๋วมากที่สุดก็คือป้าเม้าท์ของเรา ๆ ท่าน ๆ นี้เอง ไม่รู้ว่าไปเก็บกดอะไรมาจากไหน ๕๕๕๕๕ (ขอขำอย่างไม่เป็นทางการหน่อยนะครับ)
ซ้ายรู้จัก ขวารู้จัก ผู้หญิงคนนี้ใส่เสื้อสีอะไร ผู้ชายคนนี้ใส่กางเกงสีอะไร ป้าเม้าท์ตอบได้หมด มาหรือยัง ป้าเม้าท์มาหรือยัง

ป้าเม้าท์แกไปได้หมด ตอบด้วยความมั่นใจ ไปได้ทุกกระบวนท่าเยี่ยมยุทธจริง ๆ แล้วจะไม่ให้เรียกว่า "ป้าเม้าท์ฉายเดี่ยว" ได้อย่างไร สาธุขอโมทนาบุญด้วยอย่างยิ่ง ความไม่ลังเลสงสัยกับการกระทำตามครูฝึกสั่งทุกขั้นตอนนั้นละคือคำตอบ.....ต้องขอยกนิ้วให้ป้าเม้าท์ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


คุณนรินทร์แอบมองป้าเม้าท์หรือเปล่า? ภาพมันฟ้อง ๕๕๕๕๕
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 13-12-2009 เมื่อ 19:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 71 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #64  
เก่า 11-12-2009, 08:48
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

คืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ กระผมและพระอาจารย์เผื่อนได้พักที่บ้านโยมคุณอาคนเก่า หลังจากฉันเช้าเป็นการเรียบร้อยช่วงประมาณ ๑๑ น. โยมหม่อมก็ขับรถป้ายแดงมารับ อานิสงส์ในการปฏิบติธรรมและอำนวยความสะดวกให้กับพระภิกษุ (อันนี้คงไม่ใช่กระผมนะครับ หมายถึงพระอาจารย์เผื่อนท่านครับ) มันแรง "ทำดีได้ดี" สมดั่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสสอนไว้เป็นธรรมอันประเสริฐจริงแท้แน่นอน

หลังจากนั้นพระอาจารย์เผื่อนท่านก็พาไปแวะเอาซองกฐินที่บ้านของท่าน บรรยากาศติดกับป่าชายเลนทำให้กระผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า ใกล้ ๆ กรุงเทพก็มีทะเล ทะเลจริง ๆ ไม่ใช่สวนสยามนะครับ หลังจากนั้นท่านก็เมตตาเจิมรถให้โยมหม่อม นับเป็นพระเมตตาของท่านเป็นอย่างยิ่ง งานนี้เล่นเอาโยมหม่อมยิ้มหน้าบานไปหลายวัน

โยมแม่ของพระอาจารย์เผื่อนท่านชราภาพมากแล้ว ก่อนกลับกระผมและโยมหม่อมได้เห็นภาพประทับใจที่สุดอีกภาพหนึ่ง เมื่อพระอาจารย์ท่านร่ำลา โดยท่านก้มกราบลงแทบเท้าโยมแม่ของท่านด้วยความเคารพยิ่ง มันสะท้อนให้กระผมเห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง คิดถึงโยมแม่ของกระผมเองอย่างจับใจที่สุด แม่คือพระอรหันต์ของลูก ภาพพระอาจารย์กราบโยมแม่นั้นยังประทับใจกระผมไม่รู้ลืม

"พระดี" เขาวัดกันที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ นับเป็นบุญของกระผมที่ได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์เผื่อนท่าน ถึงจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้รับการสั่งสอนจากท่าน แต่นับเป็นบุญของกระผมอย่างยิ่ง สาธุ กระผมขอกราบแทบเท้าพระอาจารย์เผื่อนด้วยความเคารพยิ่งขอรับ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 11-12-2009 เมื่อ 08:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 75 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #65  
เก่า 13-12-2009, 20:31
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๒๕ "บรวงสรวงพระอุปคุตเถระ"

หลังจากเดินทางกลับมาถึงวันก่อนกำหนดการลากิจสองวัน จึงได้เรียนหลวงพ่อกราบขออนุญาตหลวงพ่ออีกครั้งว่า จะจัดการบวงสรวงพระอุปคุตเถระในวันที่ ๒๒ คือก่อนวันกฐินประจำปีวัดท่าขนุนหนึ่งวัน เนื่องด้วยญาติโยมหลาย ๆ ท่านที่ร่วมเป็นคณะเจ้าภาพจัดสร้างถวายสำหรับงานกฐินประจำปีวัดท่าขนุน ๒๕๕๓ จะได้มาร่วมงานกันได้บางส่วน

ฉันเช้าวันที่ ๑๙

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "หลวงพ่อขอรับ ตอนนี้ก็ใกล้จะสึกกันแล้ว กระผมไม่ทราบว่าทำไมช่วงนี้กระผมเป็นฝีที่ขาบ่อยขอรับ ก่อนจะออกไปนอกวัดทีไรมักจะเป็นฝีก่อนเสมอขอรับ"

หลวงพ่อ: "ความดีมันจะทะลักนะสิ"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :

หลวงพี่เก้า : ๕๕๕๕๕

พระครูน้อย :

หลวงพ่อขอรับ "รูปหล่อพระอุปคุต ควรจะตั้งชื่อรุ่นว่าอย่างไรขอรับ พระอุปคุตปราบมารมหาลาภ ได้หรือไม่ขอรับ"

หลวงพ่อ "ด้านหน้าลงฐานบัวให้ลงว่า "พระอุปคุตเถระ" แล้วด้านหลังลงว่า "วัดท่าขนุน ๒๕๕๓" ก็พอแล้ว"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: "ขอรับ"

สืบเนื่องจากที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้นำเรื่องของพระอุปคุตปางจกบาตรไปลงตีพิมพ์ หลังจากนั้นก็มีประชาชนมากมายหลั่งไหลมาที่วัดท่าขนุน เพื่อมากราบสักการะและเสี่ยงทายโยนเหรียญ บางคนถึงขนาดตัดหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงตีพิมพ์มาด้วย นับว่าบารมีพระอุปคุตสงเคราะห์วัดท่าขนุนเป็นอย่างยิ่ง หลังจากโครงการพระขรรค์โสฬสร่วมบุญกฐินประจำปีวัดท่าขนุน ผ่านพ้นไปด้วยดีแล้ว กระผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็พยายามคิดหาว่าควรจะสนองพระเดชพระคุณหลวงพ่อในงานกฐินประจำปีปีหน้าอย่างไร
ก็เหมือนพระท่านดลใจ จึงได้กราบเรียนขออุนญาตหลวงพ่อขอจัดสร้างพระอุปคุตเถระองค์ขนาดเล็ก เพื่อถวายในงานกฐินประจำปีปีหน้า

หลวงพ่อ: "พวกคุณหาเรื่องเหนื่อยกันอีกแล้วใช่หรือไม่? เอา ๆ ทำองค์เล็ก ๆ ให้เยอะ ๆ องค์ใหญ่ถ้าจะทำ ทำไม่ต้องเยอะนะ"

เรื่องของการจะทำอะไรสักอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล หลวงพ่อท่านเน้นย้ำเสมอให้ทำด้วยความเคารพ ไม่ใช่สักแต่อยากจะทำ กระผมเองจะทำอะไรนั้น จะต้องกราบเรียนปรึกษาขอความเมตตาจากหลวงพ่อเสมอ ถึงแม้ว่าเบื้องหน้าของความสำเร็จในงานนั้น ๆ จะดูสวยงาม แต่เบื้องหลังคือความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเสมอ คำปรึกษาที่ได้รับจากหลวงพ่อ มันมากกว่าคำตอบ มันมากกว่าคำสั่ง มันมากกว่าอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น หากกระทำตามนั้นได้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ถึงจะมีข้อผิดพลาดไปบ้าง หลวงพ่อท่านไม่เคยตำหนิ มีแต่จะสอนว่า

"ความสำคัญมันอยู่ที่อะไรและตรงไหนเป็นหัวใจหลัก อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วขอให้จำเป็นบทเรียนแล้วอย่าพลาดอีก เพราะวัตถุมงคลแต่ละชนิด แต่ละชิ้นแต่ละองค์ นั้นมันหล่อหลอมความศรัทธาของคนที่ครอบครองต่อพระพุทธศาสนาและมันฟ้องว่าคนจัดสร้างมีความศรัทธาและพิถีพิถันขนาดไหน รับรองว่า ถ้าทำเพื่อหวังจะดังนั้น ดับก่อนเสมอ"
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 14-12-2009 เมื่อ 09:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 78 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #66  
เก่า 14-12-2009, 09:24
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

ตอนจัดสร้างพระขรรค์โสฬสใช่ว่าจะไม่มีความผิดพลาดใด ๆ นับเป็นความเมตตาของหลวงพ่ออย่างยิ่ง ที่ท่านตรวจพบและแจ้งมาว่า

"จำเอาไว้เลยนะ เรื่องของพระขรรค์นั้น อักขระเลขยันต์บนใบพระขรรค์นับเป็นหัวใจหลัก จะแก้ไขได้หรือไม่ ?"

ความผิดพลาดในครั้งนั้น ยังนับว่าดีที่แก้ไขได้ทันท่วงที การที่เราประมาทเกินไป ไม่ได้เข้าตรวจสอบ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่จุดตำหนิเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้งานที่ออกมาผิดพลาดได้อย่างมหันต์ และอีกเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจ และขอความกรุณาจดจำไปใช้ก็คือ เวลาปรึกษาอะไรกับหลวงพ่อแล้วนั้น ควรจะกระทำตามโดยเคร่งครัด กระผมตอนนั้น คิดที่จะทำพระขรรค์โสฬสเนื้อนวโลหะเพิ่มเติม จึงกราบเรียนท่านไปว่า

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: "หลวงพ่อขอรับ กระผมขอจัดทำพระขรรค์เนื้อนวโลหะเพิ่มเติมขอรับ จึงมากราบเรียนขอคำปรึกษาหลวงพ่อขอรับ"

หลวงพ่อ:"ถ้าคุณจะทำ ก็ต้องทำแบบเต็มสูตรคือมี ทองคำเก้าบาท เงินแปดบาท ...........ฯลฯ ถ้าไม่เต็มสูตรแบบนี้ก็ไม่ใช้เนื้อนวโลหะ คนที่เขามีความรู้จริง เขาจะรู้ว่ามันไม่ใช่ ส่วนถ้าตั้งใจจะทำจริง ๆ ให้ทำแค่ ๑๐๘ เล่มก็พอ แต่ผมว่าอย่าทำเลย........."(ท่านทิ้งเป็นปริศนาธรรมเอาไว้)

กระผมก็คิดตรึกตรองอยู่นาน ความอยากที่จะทำก็มีอยู่เยอะ แต่ทำไมหลวงพ่อท่านบอกว่า "อย่าทำเลย" เมื่อคิดพยายามหาข้อธรรมมาพิจารณา จนคิดไม่ตกเพราะยังมีความอยากที่จะทำอยู่ จึงโทรไปปรึกษาที่ปรึกษาส่วนตัวก็คือ "ทิดตู่"(ค่าจ้างยังไม่ได้ตกลงราคา งานนี้ปรึกษาฟรี! ๕๕๕๕๕) ของเรา ๆ ท่าน ๆ นี้เอง

ทิดตู่: "พี่! ลองสะกดคำว่า"ปรึกษา" ให้ผมฟังหน่อยสิครับ แล้วมันแปลว่าอะไร? คำว่า "ปรึกษา""

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :" (อะไรวะ?)"

ทิดตู่: "พี่โทรจิต เฮ้อ! โทรศัพท์ไปปรึกษาท่าน ท่านก็เมตตาให้คำปรึกษาพี่ แล้วถ้าพี่ไม่ทำตามท่าน พี่จะโทรไปทำไม หลวงพ่อท่านไม่ได้มีเวลามานั่งรับโทรศัพท์ทุกคนนะ กระผมขอฟันธงเลยว่า คำตอบที่เราได้รับจากท่านนั้น ท่านต้องเห็นถึงประโยชน์สูงสุดแล้ว ว่ามันเหมาะสมด้วยเหตุอันควรทุก ๆ ประการครับ"

ทักฤทธิ์-ทิดรัตน์:" รับทราบครับผม"

แต่ปัจจุบันผมเห็นมีหลาย ๆ ท่านหลาย ๆ คน โทรไปหาหลวงพ่อไปปรึกษาท่าน และแล้วเมื่อได้รับคำตอบไปแล้ว บางคนบางท่านก็ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านั้น นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เสียดายอะไรบ้างรบกวนท่าน ๆ ไปคิดกันเอาเองขอรับ

ป.ล.อันนี้เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนบุคคล และขอรับผิดชอบในการแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชน หากมีความผิดพลาดประการใด ข้าน้อยยอมให้ยึดหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยมีความยินดีจะมอบให้พร้อมดอกเบี้ยขอรับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2009 เมื่อ 04:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #67  
เก่า 14-12-2009, 12:03
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

งานบวงสรวงในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากคณะแม่ชีชื่นเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยจัดทำบายศรีและเครื่องคาวหวานต่าง ๆ ในการประกอบพิธี ตลอดจนได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์เอ โดยกระผมได้กราบเรียนขอความเมตตาจากท่าน เรียนเชิญท่านเป็นผู้นำในการประกอบพิธี ซึ่งท่านก็ได้ให้ความเมตตาอย่างยิ่ง ออกเดินทางจากรุงเทพฯตั้งแต่เช้าตรู่ ตลอดจนพระพี่พระน้อง คณะแม่ชี และคณะญาติโยมทุก ๆ ท่าน ที่ได้ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานและร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "หลวงพี่เอขอรับ หลวงปู่พระอุปคุตเถระท่านว่าอย่างไรบ้างขอรับ ?"

พระอาจารย์เอ: "ท่านว่า หลวงพ่อเล็กไปเรียนท่านเอาไว้แล้ว ท่านยังบอกว่า อะไรที่ที่เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องบุญในงานพระพุทธศาสนา ก็จัดการทำไปได้เลย ท่านอนุญาต"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : "อ๋อ หลวงพ่อเล็กท่านไปเรียนแจ้งเอาไว้แล้ว นับเป็นความเมตตาอย่างยิ่งขอรับ เมื้อกี้กระผมรู้สึกว่าท่านจะยืนมานะขอรับ"

พระอาจารย์เอ: "ถูก ท่านบอกว่านั่งนานแล้ว ขอยืนบ้าง"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: สาธุ

หลังจากกระผมสึกหาลาเพศออกมาได้ไม่นาน ก็มีข่าวคราวเป็นกระแสออกมาว่า "ขนาดหลวงพ่อท่านบอกแล้วว่า อย่าทำ อย่าสร้าง มันก็คิดจะสร้างเอามัน ไปชนกับพระปิดตาของหลวงพ่อที่ท่านจะสร้างออกมา รับรองหงายท้องแน่ ๆ" (อยากจะเอาอวัยวะที่มีห้านิ้วแต่อยู่เบื้องล่าง กว้านขึ้นไปในอากาศ แล้วไปกระทบใบหน้าผู้นั้นยิ่งนัก แต่ "ขันติ"เอาไว้ก่อนขันจะแตก เพราะเราเป็นผู้บวชเรียนมาแล้ว ๕๕๕๕๕)

กระผมเลยสับสนเอามาก ๆ ก็กระผมเป็นคนขออนุญาตหลวงพ่อกับตัวเอง แล้วคนเหล่านั้นเอาข่าวมาจากไหน ส่วนเรื่องการจัดสร้างนั้น มิได้มุ่งหวังประเด็นไปแข่ง หรือกะเอาดัง หรือต้องได้ปัจจัยถล่มทลาย มุ่งหวังไปในบุญอันเป็นประโยชน์ต่องานพระพุทธศาสนา และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์เท่านั้น ตราบเท่าที่ชีวิตจะหาไม่

หลังจากนั้นไม่นาน กระแสเหล่านั้นก็รุนแรงขึ้น จนคณะน้อง ๆ ผู้ร่วมอุดมการณ์ต้องหวั่นไหวไปหลายท่าน.....จนกระทั่ง

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์: "หลวงพ่อขอรับ กระผมทิดรัตน์ มารายงานตัวขอรับ เรื่องการจัดสร้างพระอุปคุตตอนนี้ ถึงขั้นตอนการปั้นแบบแล้วขอรับ เมื่อตกลงเรื่องแบบได้สวยงามลงตัวแล้ว ก็จะได้ดำเนินการหล่อเลยขอรับ เอ้อ หลวงพ่อขอรับ กระผมได้ข่าวมาหลายกระแสเลยขอรับ ทำเอาน้อง ๆ หลายคนกำลังใจตกไปเลย ใครไม่ทำกระผมไม่ได้ว่าขอรับ แต่งานนี้กระผมทำครับ"

หลวงพ่อ: "แค่เรื่องแค่นี้พวกคุณก็กำลังใจตก กลายเป็นกำลังใจขี้หมากันไปแล้ว"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์:"ใครไม่ทำกระผมไม่ได้ว่าขอรับ แต่งานนี้กระผมทำขอรับ"

หลวงพ่อ: "เออ..ดี..! เอาขอให้บ้าต่อไป เจริญ ๆ"

ใครจะว่าผมเข้าข้างตัวเองก็ว่าไปครับ คำว่าว่าบ้าของหลวงพ่อ หมายถึง "บ้าดี" เท่านี้กระผมก็มีกำลังใจมากมายแล้ว การทำเรื่องอะไรสักอย่าง ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากทำ งานนี้หลาย ๆ ท่านได้ร่วมบุญมาแล้ว ได้ร่วมบวงสรวงแล้ว ความรับผิดชอบของผมหมายถึงรับทั้งผิดและรับทั้งชอบ แต่ของคนอื่นกระผมไม่รู้ คงจะเป็นเอาแต่ชอบ แต่ไม่เอาผิดกระมังครับ ? แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การเล่นขายของในสายตาและความคิดของตัวกระผมครับ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2009 เมื่อ 04:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 78 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #68  
เก่า 14-12-2009, 13:16
ทิดตู่'s Avatar
ทิดตู่ ทิดตู่ is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 169
ได้ให้อนุโมทนา: 27,843
ได้รับอนุโมทนา 46,530 ครั้ง ใน 1,459 โพสต์
ทิดตู่ is on a distinguished road
Default

หลวงพี่ท่านให้ฤกษ์เป็นมงคลในการหล่อมาแล้วนี่ครับ งานนี้ฉลุย เห็นว่าต้นเดือนหน้าท่านก็จะนำชนวนมวลสารอันเป็นมงคล มามอบให้นำไปหล่อด้วย กราบขอบพระคุณขอรับ
เมื่อวานไปดูแบบมาแล้ว งดงามมากครับ
งานนี้นอกจากพวกเราจะได้ร่วมทำบุญมหากุศลถวายกับพระอาจารย์แล้ว ยังได้วัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ และมีค่ายิ่งไว้เป็นอนุสติคุ้มครองตน เป็นมงคลให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย ตามสไตล์ทีมงานพระขรรค์โสฬสงกบุญ
และ "เราจะก้าวไปอีกขั้น" โดยการทำวัตถุมงคลถวายบูชาคุณครูบาอาจารย์ นอกจากจะเปี่ยมไปด้วย พุทธานุภาพ
ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และพรหมา เทวานุภาพเป็นอัศจรรย์แล้ว ยังจะต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามในเชิงของศิลปกรรม พุทธศิลป์แบบช่างฝีมือไทยที่งดงาม ควรค่าแก่การบูชา และเก็บรักษาเอาไว้เป็นมรดกสืบต่อไป ตราบนานเท่านาน

"เราจะก้าวไปด้วยกัน...ก้าวต่อไป!" (นา นา น่า นา เลียนแบบโฆษณา ถ้าท่านใดนึกถึงหน้าคณะผู้จัดทำไม่ออก ก็ให้นึกถึงตัวเอกในโฆษณาแทนก็แล้วกันนะครับ เขาว่า "หล่อ" เหมือนกัน )
__________________
๑۩۞۩๑ ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน ๑۩۞۩๑
ช่วยกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง และโปรดหลีกเลี่ยงการนำภาษาพูดมาใช้เป็นภาษาเขียนด้วย

ขอเชิญร่วมบุญธรรมทานเว็บไซต์"วัดท่าขนุน"

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2009 เมื่อ 04:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทิดตู่ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #69  
เก่า 15-12-2009, 09:50
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

คุณมองมุมไหนว่า "ทิดตู่" หล่อกว่าผม ๕๕๕๕๕

โอ้ เขียนมาก็ ๒๕ ตอนแล้ว ไม่มีแมวมองตัวไหน เฮ้อ! คนไหน เอาไปสร้างเป็นละครบ้างเลยหรือ? กะว่าจะออนแอร์แข่งกับ "จามอง" ละครดังจากเกาหลีเลยนะครับนี่
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 15-12-2009 เมื่อ 09:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 55 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #70  
เก่า 15-12-2009, 10:27
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

๒๖. "ผจญโยมที่บึงลับแล" (เทวดาสงเคราะห์)

หลังจากออกพรรษาแล้ว เหลือเวลาอีกไม่นาน กำหนดการลาสิกขาก็จะมาถึง (วันที่ ๒๗ ตุลาคม) หลังจากเสร็จงานกฐินสามัคคีวัดท่าขนุน นับเป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่หลวงพ่อท่านเมตตาต่อญาติโยม เข้ากรรมฐานก็เพื่อให้ญาติโยมได้อานิสงส์มาก ๆ ในการร่วมบุญกฐินในครั้งนี้

คณะของโยม ญ.ผู้หญิง ได้มาถึงตามที่กราบเรียนขออนุญาตหลวงพ่อท่านเอาไว้ว่า จะนำคณะเข้าไปในบึงลับแล โดยให้หลวงพ่อหน่อยและทิดกอล์ฟเป็นคนนำทาง เรื่อง.........(คำใบ้:อาการที่เอาตัวเองเข้ามีส่วนในเรื่องของชาวบ้านเสมอ ๆ ทั้งที่ไม่ใช้กิจธุระของตัวเอง) เรื่องชาวบ้านกระผมไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว งานนี้ก็วางมาดเรียบร้อย พอให้เป็นที่น่าเกรงใจของญาติโยม

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ : โยมกร ๆ "คำมอน" (แปลว่ามานี่) โยมคนไหนคือคุณโยม ญ.ผู้หญิง ไปตามมาเจอหลวงพี่หน่อยสิ

โยม ญ.ผู้หญิง : มีอะไรหรือเจ้าคะหลวงพี่..???

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :หลวงพี่รัตน์จ้ะ หรือ "รัตนวาโย"หรือ "วาโยรัตนะ" เอาเป็น "วาโยรัตนะ" ดีกว่านะ "รัตนวาโย" มันตายไปแล้ว (โยมคงจะงงแน่ ๆ กระผมสังเกตจากสีหน้า)

โยม ญ.ผู้หญิง:หลวงพี่มีอะไรให้รับใช้หรือเจ้าคะ ?

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :อ๋อ โยมมากันกี่ท่านละ ? จะไปบึงลับแลพรุ่งนี้ใช่หรือเปล่า ? ออกเดินทางกี่โมง......??? ฯลฯ (ใส่ไปเป็นชุด) คืออย่างนี้ หลวงพี่อยากจะบอกพวกเราว่า การมาในครั้งนี้ของพวกเรา เรามาเพื่ออะไร ? แล้วเราเอาอะไรไป ? และอะไรที่เราจะเอาไปให้ "เขา" ซึ่ง "เขา" เหล่านั้น ในที่นี้ก็คือเหล่าท่านทั้งหลายในความเป็นทิพย์ตามภพภูมิ ที่เขาอยู่บริเวณบึงลับแลนั่นเอง

งานนี้หลวงพี่อยากให้พวกเราตั้งใจว่า เราจะเอาความดีไปให้เขา ความดีจากไหนล่ะ ? ก็ความดีที่โยมทำในทาน ศีล ภาวนานี้แหละ เพราะฉะนั้น..ตั้งใจให้ดี ๆ นะ ทุกคนทุกท่าน พรุ่งนี้ตื่นมาทำวัตรเช้าตอน ๔.๐๐ น.ตรง เริ่มจากนั่งสมาธิ ตอนเรานั่งก็ตั้งใจว่า จะเอาบุญในการภาวนานี้แหละ อันเป็นบุญที่มีอานิสงส์มาก ไปอุทิศให้เขาและท่านเหล่านั้นที่บึงลับแล แล้วงานนี้หลวงพี่หน่อยท่านไปองค์เดียวหรือ ? หลวงพี่ขอดูก่อนว่าว่างหรือเปล่า ถ้าพรุ่งนี้ ว่างหลวงพี่จะไปช่วยอีกแรง (ช่วยอะไร ? ๕๕๕๕๕ งานนี้เสร็จ ต้องรีบสรุปปิดการขาย)

โยม ญ.ผู้หญิง:"นิมนต์หลวงพี่ด้วยนะเจ้าคะ มีพระไปด้วยหลายรูปจะได้อุ่นใจ"

ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์ :"(ก๊าก ๆ ๆ ในใจสำเร็จ ๆ ) ได้จ้ะ หลวงพี่รับนิมนต์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทุกคนตั้งใจทำวัตรเช้า สวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนากันให้เต็มที่นะ อายุ......พลัง เจริญพร ไปพักผ่อนเอาแรงกันเถอะโยม"
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2009 เมื่อ 04:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 76 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #71  
เก่า 15-12-2009, 19:08
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

หลังจากทุกท่านร่วมกันทำวัตรเช้ากันอย่างพร้อมเพรียงแล้ว กำหนดการเดินทางก็เริ่มขึ้นเวลา ๖.๐๐ น. โดยอาศัยรถกระบะของทางวัดหนึ่งคัน ซึ่งทางโยมได้กราบเรียนขออนุญาตใช้งานกับหลวงพ่อไว้แล้ว ทุกคนโดยเฉพาะท่านชายชาตรีทั้งหลาย ก็จัดสรรปันส่วนพื้นที่ท้ายกระบะให้มีความเพียงพอกับจำนวนคน เล่นเอากระผมนั่งจนเหน็บชากินก้นไปเลย เราเดินทางไปซื้อหาเสบียงอาหารก่อน ญาติโยมได้นิมนต์กระผมและพระครูหน่อย ฉันข้าวเช้าที่ตลาดเลยเพื่อความสะดวก โดยให้เวลาโยมแยกย้ายกันไปหาเสบียงอาหารของแต่ละท่านเป็นเวลา ๒๐ นาที หลังจากนั้นเราก็เดินทางตามเส้นทางหมายเลข ๓๒๗๒ (ทองผาภูมิ-บ้านอีต่อง) ผ่านเขื่อนวชิราลงกรณ ไปประมาณ ๒๐ กม.มีป้ายบอกทางอยู่ขวามือเข้าสวนป่าทองผาภูมิ เห็นซุงไม้สักขนาดพอใช้งานได้กองอยู่มากมาย บรรยากาศยามเช้ากับหมอกที่ลงจัด มันเหมือนอีกโลกหนึ่งซึ่งห่างไกล แต่อยู่ใกล้วัดท่าขนุนแค่นี้เอง

ในขณะที่รถของเรากำลังวิ่งเข้าไปยังเป้าหมาย ก็มีรถกระบะบรรทุกคนงานที่ไปทำงานในสวนป่าตามหลังมาหนึ่งคัน ถึงจะเป็นแค่รถกระบะขับเคลื่อนสองล้อธรรมดา แต่ฝีมือคนขับนั้นร้ายเหลือ ถนนที่เต็มไปโดยโคนพี่แก่ยังสไลด์ซ้ายบ้างขวาบ้างตามมาติด ๆ ต้องนับถือความเคยชินชนิดที่เรียกว่า "ขับจนเป็นฌาน" ของลุงคนขับ แต่รถของเราต่างหากที่วิ่งช้าและด้วยถนนแคบ จึงไปสามารถหลบให้รถเจ้าถิ่นแซงไปได้ ๕๕๕๕๕ ขอพระขำบ้างได้หรือเปล่าโยม

ผ่านหอดูไฟป่าได้ไม่นานรถเราก็มาถึงป้ายบอกทางเข้า "เส้นทางเดินป่า บึงลับแล-ต้นไม้ยักษ์" คราวนี้เส้นทางแคบลงกว่าเดิม สองข้างทางไปด้วยต้นไม้ที่มีหนามยื่นออกมาจากริมป่าสองข้างทาง บางครั้งแทบหลบไม่ทันเพราะหนามทั้งต้น ใครหลบไม่ทันรับรองได้ว่า ได้หนามมาเต็มแขนแน่ ๆ โดนกันไปตาม ๆ กัน ถึงจะพยายามหลบแล้วแต่พื้นที่ท้ายกระบะมันบีบ เพราะโดยสารกันมาหลายท่าน ใครว่ามีวิชาดีหนังเหนียว วันหลังต้องของเชิญครับ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 20-12-2009 เมื่อ 00:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #72  
เก่า 22-12-2009, 19:44
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

"Home" (Michael Buble)

Another summer day
Is come and gone away
In Paris and Rome
But I wanna go home
Mmmmmmmm

Maybe surrounded by
A million people I
Still feel all alone
I just wanna go home
Oh I miss you, you know

And I’ve been keeping all the letters that I wrote to you
Each one a line or two
I’m fine baby, how are you?
Well I would send them but I know that it’s just not enough
My words were cold and flat
And you deserve more than that

Another aerorplane
Another sunny place
I’m lucky I know
But I wanna go home
Mmmm, I’ve got to go home

Let me go home
I’m just too far from where you are
I wanna come home

And I feel just like I’m living someone else’s life
It’s like I just stepped outside
When everything was going right
And I know just why you could not come along with me
But this was not your dream
But you always believe in me

Another winter day has come And gone away
And even Paris and Rome
And I wanna go home
Let me go home

And I’m surrounded by
A million people I
Still feel alone
Oh, let go home
Oh, I miss you, you know

Let me go home
I’ve had my run
Baby, I’m done
I gotta go home
Let me go home
It will all right
I’ll be home tonight
I’m coming back home

บทเพลงนี้แสดงออกถึงความคิดถึงบ้านตลอดจนคนรักได้อย่างลึกซึ้ง
เข้าไปฟังได้ที่นี่ครับ http://music.virginradiothailand.com/song/57 แล้วจดจำทำนองแต่เปลี่ยนเนื้อร้องเป็นแบบฉบับของกระผมได้ในข้อความต่อไปครับ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 22-12-2009 เมื่อ 20:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #73  
เก่า 22-12-2009, 19:59
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

และสำหรับบทเพลงนี้คงจะแสดงถึง ความคิดถึงวัดท่าขนุนที่ฝังลึกอยู่ภายในใจของ "ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์" เสมอ

"Wat" (Tid-Rat)

Another summer day
Is come and gone away
In Phuket and phang Nga
But I wanna go wat
Mmmmmmmm

Maybe surrounded by
A million people I
Still feel all alone
I just wanna go wat
Oh I miss you, you know

And I’ve been keeping all the letters that I wrote to you
Each one a line or two
I’m fine baby, how are you?
Well I would send them but I know that it’s just not enough
My words were cold and flat
And you deserve more than that

Another aerorplane
Another sunny place
I’m lucky I know
But I wanna go wat
Mmmm, I’ve got to go wat

Let me go wat
I’m just too far from where you are
I wanna come wat

And I feel just like I’m living someone else’s life
It’s like I just stepped outside
When everything was going right
And I know just why you could not come along with me
But this was not your dream
But you always believe in me

Another winter day has come And gone away
And even Phuket and Phang Nga
And I wanna go wat
Let me go wat

And I’m surrounded by
A million people I
Still feel alone
Oh, let go wat
Oh, I miss you, you know

Let me go home
I’ve had my run
Baby, I’m done
I gotta go wat
Let me go wat
It will all right
I’ll be wat tonight
I’m coming back wat
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 22-12-2009 เมื่อ 20:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 52 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #74  
เก่า 22-12-2009, 20:18
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

"วัด" ทัดฤทธิ์-ทิดรัตน์

วันแห่งคิมหันต์
ผันผ่านมาและผ่านพ้นไป
ในภูเก็ตและพังงา
แต่ฉันอยากกลับวัด

แม้จะมีผู้คนนับแสนนับล้าน
รายล้อมรอบตัวฉัน
แต่กระนั้นฉันยังรู้สึกเปลี่ยวเหงา
เพียงอยากกลับไป กลับคืนสู่วัด
คุณจะรู้บ้างไหม ว่าฉันคิดถึงคุณ

ฉันยังคงเก็บรักษาจดหมายทุกฉบับที่ร่างถึงคุณ
ด้วยเพียงประโยคสองสามบรรทัด ในแต่ละฉบับ
คนดี ฉันสบายดี แล้วตัวคุณเล่า?
ฉันควรส่งจดหมายเหล่านั้น
แต่รู้ดีว่านั่นไม่เพียงพอหรอก
ถ้อยคำของฉันอาจดูเย็นชาและทึมทื่อ
แต่ฉันรู้ว่าคุณควรค่า กว่านั้น

ก้าวสู่เครื่องบินอีกลำ
สู่แดนดินแห่งดวงตะวันสาดแสงแห่งใหม่
ฉันรู้ว่าตัวเองโชคดี
แต่ก็ปรารถนาที่จะกลับคืนสู่วัด
อยากกลับวัด...

ปล่อยฉันกลับวัด
ฉันไกลห่างจากคุณเสียเหลือเกิน
อยากกลับไปหา...

และรู้สึกราวกับว่าได้ละทิ้งชีวิตหนึ่งมา
ประดุจตัวเองก้าวออกมาภายนอก
ในเมื่อทุกอย่างก็ดูเพียบพร้อม
และฉันรู้ว่าทำไม
คุณจึงไม่อาจร่วมเดินไปกับฉัน
เนื่องด้วยว่านี่ไม่ใช่ความใฝ่ฝันของคุณ
แต่คุณก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวฉันเสมอ

วันแห่งเหมันต์
ผันผ่านมาและผ่านพ้นไป
ในภูเก็ตและพังงา
แต่ฉันอยากกลับวัด
ปล่อยให้ฉันได้คืนสู่วัด

แม้จะมีผู้คนนับแสนล้าน
รายล้อมรอบตัว
แต่กระนั้นฉันยังรู้สึกเปลี่ยวเหงา
เพียงอยากกลับไป กลับคืนสู่วัด
คุณจะรู้บ้างไหม ว่าฉันคิดถึงคุณ

ขอฉันคืนสู่วัด
ฉันดำเนินชีวิตมาได้ไกลแล้ว
คนดี ฉันทำได้แล้ว
คงต้องกลับวัด....เสียที
ขอให้ฉันได้กลับไป
ก็คงจะดี
หากค่ำคืนนี้ที่ฉันจะได้อยู่วัด
ฉันจะกลับวัด ....
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 23-12-2009 เมื่อ 08:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #75  
เก่า 23-12-2009, 08:17
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

..สุขเถิดแม่ชี อยู่ดีเถิดหนา พลอยโมทนา หมู่มารอย่ามี
เจอแสงพระธรรมชี้นำเห็นทาง เจอแสงสว่างสิ้นเวรกันที
ลาแล้ว แม่ชี ชาตินี้ขอ โมทนา..
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 55 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #76  
เก่า 23-12-2009, 10:44
พูนชัย
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

ผมขอคำคม
ไปใช้บ้างนะครับ
หากไม่อนุญาติ ก็ขอ อโหสิ ครับ
ขอบพระคุณครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 42 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #77  
เก่า 02-01-2010, 21:40
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

หลังจากผ่านพ้นปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ ๒๕๕๓ กระผมเองพักการเขียนเรื่องราวในกระทู้ไประยะสั้น ๆ (แต่ก็นานเหมือนกันนะครับ) ไม่ได้ขี้เกียจหรือว่าจะหลบหนีหายไปไหน ช่วงของชีวิตบางครั้งมันมีหลาย ๆ เรื่องราวเข้ามาพร้อม ๆ กัน ชนิดที่เรียกว่า ๒๔ ชั่วโมงต่อวันมันดูเหมือนจะมีเวลาไม่พอ
หลวงพ่อเองท่านมักจะบ่นลอย ๆ มาให้ฟังเสมอ ๆ ใครไม่คิดอะไรมันก็ไม่มีอะไร แต่ไอ้คนคิดมากอย่างผม มีหรือจะไม่คิด นั่งคิดนอนคิด ตอนเป็นพระก็คิด สึกออกมาแล้วก็ยังคิดแถมเจอกับตัวเองด้วย หลวงพ่อท่านบอกว่า "ดูเหมือนเวลาของผมในแต่ละวันมันจะไม่พอ ทั้ง ๆ ที่ผมและพวกคุณมีเวลา ๒๔ ชั่วโมงเท่ากัน"
เวลามันคือชีวิตจริง ๆ ถ้าเราไปเต้นกับมันไม่คุมสติให้ดี ๆ รับรองมีหวัง......ด้วยบุญของการปฏิบัติหรือคุณงามความดีหรือความมีสติ บางครั้งมันแย้งขึ้นมาว่า ผมกำลังวิ่งตามอะไร...อะไรคือเป้าหมายทั้งทางโลกและทางธรรม พออารมณ์ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้น มันเบรกตัวกระผมอย่างชนิดที่เรียกว่า "รถจอดแล้วแต่คนยังกระเด็นทะลุกระจกออกไป" จึงต้องพยายามดึงเอาความสงบกลับเข้ามาให้เร็วที่สุด และแล้วกระผมก็เห็นว่า กระแสโลกมันหมุนชนิดที่เรียกว่า "อย่าได้เผลอสติ" เผลอเมื่อไหร่มีเบลอเสียศูนย์ถ่วงของตัวเองเมื่อนั้น

งานนี้ผมเลยบอกว่าผมกลับมาแล้วพร้อมฟันปลอมหนึ่งคู่ ลองใส่ดูมันก็เท่ห์ดี ๕๕๕๕๕ ว่าแล้วก็จะได้เตรียมข้อมูลในการเขียนกระทู้ต่อไป สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกทุกท่านในปีใหม่นี้ก็คือ "เวลาคือชีวิต"

__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 02-01-2010 เมื่อ 21:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 59 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #78  
เก่า 03-01-2010, 08:37
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

ฟันปลอมอันนี้ เราได้แต่ใดมา
มันเคยเป็นของ คุณยายคุณย่าท่านให้
เราใส่ก็เพราะเรา อยากจะหล่อให้บาดใจ
ใส่แล้วหน้างอน ช่วยให้น่าสงสัย
ว่านั่นคน หรือว่าตัวอะไร
เพราะเหตุใด ไยมันทุเรศจัง
สักวาหวานอื่น มีหมื่นแสน
หากว่าอยากมี แฟนจะเอาให้
ใส่ฟันปลอม แบบเรานี้ประลัย
รับรองได้ว่าเธอ จะเจอ.....ตี.....น
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 03-01-2010 เมื่อ 14:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 61 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #79  
เก่า 04-01-2010, 21:29
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default

หลังจากผจญกับหนามยักษ์จนได้แผลเป็นที่หอมปากหอมคอกันแล้ว สารถีเท้าช้าง ( คนขับร่างใหญ่ครับ ๕๕๕๕๕ ) พยายามจะเร่งเครื่องขึ้นไปบนเนิน จนแล้วจนรอดเร่งเครื่องอยู่นาน นานจนทุกคนสรุปว่า "จอดรถแล้วออกเดินเท้าไปเลยดีกว่า" หลังจากจอดรถเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับจัดสรรเสบียงในการเคลื่อนย้าย ตามความรับผิดชอบของแต่ละท่านที่ซื้อหากันมา ตามทุนทรัพย์และความจุในการรับประทาน งานนี้เราก็เริมออกเดินทางเดินจริง ๆ จัง ๆ ซะที

สองข้างทางเต็มไปด้วยหญ้าและดอกไม้ป่า สลับกับกอไผ่ลำโต ๆ ผมเดินไล่กวดโยม ๆ จนกลายเป็นนำหน้าโยมไปหลายก้าว บางช่วงจึงได้มีโอกาสหยุดแวะถ่ายภาพไปตามประสาฉายาในหมู่เพื่อน ๆ ที่เล่นกล้อง เรียกกระผม "ธีระพงษ์ เหลียวเลิ่กลั่ก" จินตนาการบรรเจิด เดินนำไปนำมาจนถึงทางสามแยก งานนี้กระผมไม่แน่ใจและต้องขอบอกเลยว่า อย่ามาเชื่อทิพจักขุญาณของกระผมเป็นอันขาด ขนาดเขียนหนังสือผมยังเขียนผิดเลย ถ้าให้ผมตัดสินใจว่าจะไปทางไหน รับรองได้หลงป่ากันเป็นวัน ๆ แน่ ๆ ครับ

รอไม่นานพระครูหน่อยก็นำท้ายขบวนมาถึง พร้อมกับชี้ทางว่าให้ไปทางซ้ายมือ เดินลงไปตัดลำน้ำเล็ก ๆ แล้วเดินขึ้นเนินชันไปอีกนิดหนึ่ง เมื่อเดินขึ้นไปแล้วก็เจอแคร่ไม้ไผ่ที่หน่วยป่าไม้สร้างไว้ เพื่อเป็นจุดพักของนักเดินป่า ใต้ต้นไม้ใหญ่ดูน่าร่มรื่น งานนี้ก็ทนไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

"โยม ๆ.....โยม ๆ มานี่หน่อยสิ รบกวนถ่ายภาพให้หลวงพี่หน่อยนะ.....เจริญพร ขอบคุณมากโยม.....แหม ฝีมือใช้ได้เลยนะ เดี๋ยวไปเจอที่เหมาะ ๆ แล้วหลวงพี่จะรบกวนอีก"

นั่งยังไม่ทันหายเหนื่อยโยม ๆ ก็มากันครบทุกคน คราวนี้พอหันไปมองเนินอีกเนินหนึ่ง โอ้....ทำไมมันถึงได้ชันขนาดนั้น.......งานนี้เล่นเอาโยมสาว ๆ หลายท่านถึงกับถอดใจ

เสียงปลอบใจของทิดดังสวนมาทันที "นี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง"

กระผมมองขึ้นไป โอ้....มันชันประมาณ ๗๕ ถึง ๘๐ องศา งานนี้ต้องใช้ความระมัดระวังเต็มที่ เพราะดินมันลื่น แถมยังชันอีกต่างหาก ดีที่ว่าพอจะมีขั้นบันไดดินเก่า ๆ ให้พอสังเกตแนวทางในการก้าวไป งานนี้กระผมออกเดินนำไปก่อน เล่นเอาโรคกลัวความสูงกลับมามีบทบาทในชีวิตอีกครั้งครับ ขาสั่นเล็กน้อยแต่ก็ต้องเก็บอาการ อยู่กับสมาธิกับการภาวนาให้ใจมันนิ่ง ก็พอจะประคองตัวไปได้ คราวนี้ก็เหลือแต่เอาใจช่วยโยม ๆ ทั้งหลาย และแล้วทุกท่านก็ผ่านมาได้ ด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อันเป็นอีกภาพที่ประทับใจกระผมครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ในภาพเราจะเห็นความชันของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน ลักษณะแบบนี้เราเดินขึ้นไป หากจะถามว่ายากหรือไม่ก็ต้องตอบว่า ไม่ยากเท่ากับขาลงที่เราไล่ระดับลงตามความลาดเอียงของไหล่เขา ใครพลาดรับรองได้แผลไปเป็นที่ระลึกครับ แต่พระครูหน่อยท่านบอกว่า หลวงพ่อท่านใช้เวลาเดิน ๔๕ นาทีถึงบึงลับแล แต่สำหรับคณะเรา เราใช้เวลาร่วมเกือบสองชั่วโมง
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วาโยรัตนะ : 06-01-2010 เมื่อ 21:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 70 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #80  
เก่า 06-01-2010, 06:22
วาโยรัตนะ วาโยรัตนะ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 550
ได้ให้อนุโมทนา: 11,643
ได้รับอนุโมทนา 42,994 ครั้ง ใน 909 โพสต์
วาโยรัตนะ is on a distinguished road
Default



จากรูปต้นไม้ที่มีโพรงอยู่นั้นมีเรื่องราวนะครับ หากจะถามกระผมว่าไปบึงลับแลแล้ว กระผมรับรู้เรื่องอะไรในความเป็นทิพย์บ้างหรือไม่ ก็ต้องขอตอบว่า "แน่นอนครับ"

กระผมเดินนำทุก ๆ ท่านไปตามเส้นทาง ทิ้งระยะห่างพอสมควรกับคณะคุณโยมทั้งหลาย จึงได้หยุดพักนั่งตรงแคร่ไม้ไผ่จุดที่สองที่คนสร้างได้สร้างเอาไว้ ตรงใต้โคนต้นไม้ใหญ่ที่มีโพรงดังในรูป.....ทันใดนั้นเอง....ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว กำลังนั่งพักเพลิน ๆ ก็มีแสงสว่างแบบกระพริบ ๆ คล้ายไฟแฟลชจากกล้องถ่ายรูปพร้อมเสียงก้องในหูเบา ๆ (คนอื่นไม่เห็น คนอื่นไม่ได้ยิน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของกระผม โดยเฉพาะเวลาใครส่งวัตถุมงคล หรือเวลากระผมเพ่งมองวัตถุมงคลต่าง ๆ จะมากจะน้อย จะชัดเจนหรือไม่ชัดเจนนั้น ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของกระผมขณะนั้นด้วย อันนี้กรุณาใช้วิจารณญาณของแต่ละท่านด้วยนะครับ อย่าเชื่อจนกว่าจะได้สัมผัสแบบกระผมและอย่าปฏิเสธว่ามันไม่จริงหรือเป็นไปไม่ได้ เรา ๆ ท่าน ๆ ในที่นี้ต่างก็เป็นนักปฏิบัติกันทั้งนั้น.....)

มันจึงทำให้กระผมมั่นใจว่า เทวดาท่านแสดงตนให้รู้ว่า ท่านอยู่ที่ต้นไม้ต้นนี้ กระผมจึงอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน เมื่อโยมเดินขึ้นมาจึงได้บอกว่า ทุกท่านให้อุทิศส่วนกุศลที่ทุกท่านตั้งใจมาดีแล้วเมื่อตอนทำวัตรเช้า และย้ำในข้อความเดิมที่เคยพูดกับคณะโยมว่า "เรามาทำไมและเราจะเอาอะไรมาให้ความเป็นทิพย์ที่นี่ได้บ้าง"

แสงแดดสาดส่องตัดกับความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้าในเขตร้อนชื้น ทำให้ความร้อนภายในร่างกายพุ่งขึ้นสูง ต้องหมั่นสอบถามคณะโยมและหยุดพักเป็นช่วง ๆ เมื่อเรามาถึงจุดสูงสุด คราวนี้เส้นข้างหน้าก็เริ่มมีความลาดเอียงที่ต้องเดินไต่ระดับลงไป ด้วยสภาพป่าที่ร้อนชื้นและสภาพดินที่อุ้มน้ำ ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นไปอีก น้ำหนักตัวที่บวกด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก มันอาจจะนำร่างคนที่เดินแบบไม่ระวังลื่นพลาดท่าได้ง่าย ๆ มีหวังได้แบกกันกลับวัด จากประสบการณ์ที่ได้ไปกราบหลวงตาโมเช่มาแล้วนั้น ทำให้กระผมมีความชำนาญมากขึ้น แต่คณะโยมนั้นสิ งานนี้มีบางท่านบ่นมาแต่ไกล "หลวงพี่..นิมนต์ไปเถอะครับ กระผมรอตรงนี้ก็ได้ขอรับ" ถ้ากระผมเป็นกรรมการฟุตบอลงานนี้เอาใบแดงไปเลย โทษฐานที่ทำให้พระเสียกำลังใจ
__________________
สักวันหนึ่งสี่ชีวิตจะได้พบซึ่งกันและกันเมื่อทุกอย่างพร้อม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-01-2010 เมื่อ 16:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ วาโยรัตนะ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:03



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว