กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #141  
เก่า 25-05-2020, 14:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ประมาณสิบเอ็ดโมงห้าสิบนาที อาตมากลับไปยังมณฑลพิธีอีกครั้ง พระอาทิตย์ทรงกลดสาดรัศมีร้อนเปรี้ยงลงมา เป็นประโยชน์แก่การหล่อพระอย่างที่สุด เมื่อเห็นว่าใกล้ที่จะได้เวลาแล้ว ก็มอบหมายให้ท่านอาจารย์พระมหาเอจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วหลวงพ่อนิลทำหน้าที่ให้ศีลแก่ทุกคน...

เมื่อได้เวลาก็ให้สัญญาณทีมช่างหล่อ ทำการเททองหล่อพระพุทธลีลาประทานพร โดยเริ่มจากองค์เนื้อบรอนซ์ของท่านอาจารย์พระมหาเอก่อน แล้วต่อด้วยองค์เนื้อเงิน...

พระอาจารย์ศิริชัย ชยธมฺโม (ท่านอาจารย์บ๊ะ) เคยกล่าวกับอาตมาว่า "ทุกอย่างที่หลวงตาเล็กทำนั้นผมทำได้หมด ยกเว้นตอนเททองหรือหย่อนทองลงเบ้า ที่สว่างไสวไปทั้งวัดนั้นผมทำไม่ได้"...

ความจริงก็แค่กราบอาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ลงมาอนุเคราะห์สงเคราะห์ให้รูปพุทธนิมิตที่กำเนิดขึ้นมานี้ เป็นที่พึ่งแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพทุกภูมิทุกหมู่ทุกเหล่า แล้วน้อมใจอัญเชิญพระฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ลงสู่พระพุทธนิมิตที่ช่างกำลังเททองหล่อกันอยู่เท่านั้นเอง...

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมในพระวรกายใหญ่โตเต็มจักรวาล แผ่พระรัศมีสว่างไสวหาประมาณไม่ได้ องค์สมเด็จพระพุทธกัสสปในปางพระพุทธลีลาประทานพรสีทองอร่าม แย้มพระโอษฐ์งามละมุนละไมจนบอกไม่ถูก...

เมื่อเสร็จพิธีอาตมาน้อมจิตน้อมใจกราบลงแทบพระบาทของทุกพระองค์ "สมเด็จพ่อ" เมตตาตรัสว่า "เดี๋ยวตอนปลุกเสกรูปเหมือน "พ่อ" จะมาสงเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง" สาธุ..สาธุ..สาธุ...

เสร็จพิธีแล้วพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุน ช่วยกันเก็บกวาดสถานที่ ยังไม่ทันที่ทีมงานหล่อพระจะขนข้าวของขึ้นรถเสร็จ มณฑลพิธีก็หายวับไปกับตา สะอาดเอี่ยมเรียบร้อยเหมือนกับไม่ได้มีงานอะไรเลย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2020 เมื่อ 15:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #142  
เก่า 25-05-2020, 14:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default




ของจริง



ของปลอมมาแล้ว
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg S__369737803.jpg (156.7 KB, 1180 views)
ชนิดของไฟล์: jpg S__369737805.jpg (94.0 KB, 1156 views)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #143  
เก่า 26-05-2020, 07:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีผู้ส่งรูปพระสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตเนื้อชินซึ่งมีผู้ทำปลอมมาให้ดู จากรูปดูแล้วฝีมือหยาบมาก ประมาณว่า "เก๊ตาเปล่า" แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้สังเกตแล้ว ก็อาจจะเสียท่าให้กับเขาได้...

การปลอมวัตถุมงคลซึ่งสร้างโดยอาตมานั้นมีมานานแล้ว เริ่มจากพระกริ่งพิชัยสงคราม ที่ถอดแบบแล้วนำไปจำหน่ายในนามของวัดอดีตสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ โดยไม่เกรงกลัวบาปกรรม หรือยำเกรงต่อบารมีของพระองค์ท่านเลยแม้แต่น้อย...

ลำดับต่อมาที่ปลอมได้น่าเกลียดมากคือพระองค์ที่ ๑๑ ขนาดบูชา เพราะว่าของที่อาตมาสร้างนั้นหน้าตัก ๑๐ นิ้วถ้วน ของที่ทำเลียนแบบหน้าตัก ๕ นิ้วและ ๙ นิ้ว ไม่ได้มีความคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงเลย แต่วางจำหน่ายในนาม "วัดท่าขนุน สร้างโดยหลวงพ่อเล็ก" แบบหน้าตาเฉย..!

ลำดับต่อมาคือตะกรุดมหาสะท้อน ที่อาตมาต้องเลิกสร้างไปเพราะว่าลูกศิษย์นำไปใช้ผิด ทำให้มีบุคคลถึงแก่ชีวิต ๒ รายติด ๆ กัน ในเมื่ออุปสงค์มีมากแต่อุปทานไม่มี จึงมีผู้ปลอมขึ้นมาจำหน่าย ถ้าใครไม่ได้ศึกษารูปแบบของตะกรุดมหาสะท้อนแต่ละรุ่น ก็จะโดนผู้อื่นหลอกได้โดยง่าย...

สำหรับสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตเนื้อชินนั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าไรนัก เพราะว่าอาตมาให้ลงประกาศทั้งในเว็บไซต์วัดท่าขนุน ในเฟซบุ๊ก และเว็บเพจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดท่าขนุน โดยลงภาพเปรียบเทียบให้ดูแล้ว ถ้าใครยังเสียท่าให้เขาอีก ก็ต้องบอกว่าสร้างเวรสร้างกรรมร่วมกับเขามาจริง ๆ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2020 เมื่อ 09:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #144  
เก่า 26-05-2020, 07:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตอนแรกมีผู้กล่าวว่า "เป็นไปได้ไหมที่ปลอมมาจากโรงงานซึ่งเราสั่งทำ ?" อาตมาฟันธงว่า "เป็นไปไม่ได้" ประการแรก ถ้าปลอมโดยโรงงานจะต้องเหมือน เนื่องจากใช้แม่พิมพ์ตัวเดียวกัน แต่นี่หาความเหมือนไม่ได้เลย...

ประการที่สอง ช่วงที่สั่งทำวัตถุมงคลชุดนี้นั้น ตลาดวัตถุมงคลซบเซามาก ไม่มีใครตั้งความหวังไว้กับวัตถุมงคลชุดนี้ว่าจะขายได้แม้แต่รายเดียว จึงไม่ลงทุนมาปลอมให้เสียเวลา...

คาดว่าเหรียญปลอมที่พบเห็นอยู่นี้ นำเอาเหรียญสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตเนื้อเงินไปถอดแบบ แต่เป็นการถอดแบบชนิดที่ไม่ยอมลงทุนเลย เพราะว่าแทนที่จะใช้เลเซอร์สแกนซึ่งทำให้องค์พระเล็กลงนิดเดียวแทบไม่เห็นความแตกต่างอย่างอื่น กลับไปถอดแบบโดย "บล็อกเหงือก" จึงทำให้ขาดรายละเอียดที่ควรจะมีไปมาก...

มีผู้ถามว่าควรที่จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ? ทางวัดท่าขนุนก็แค่ประกาศลงสื่อโซเชียลให้ญาติโยมทั้งหลายได้รู้ทั่วกัน ส่วนที่เหลือก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรม ยกเว้นว่าท่านผู้เสียหายจะไปแจ้งความดำเนินคดีเสียเอง...

ขอแจ้งให้กับญาติโยมที่ไม่มีพระสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตแม้แต่องค์เดียวว่า ทางวัดยังเหลือพระสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตอยู่อีก ๒ เนื้อ คือเนื้อทองแดงกับเนื้อทองทิพย์ อย่างละ ๓,๐๐๐ เหรียญ ที่รอให้ผู้เปิดกระทู้จัดการส่งของเก่าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ค่อยหาวาระที่เหมาะสมมาลงให้บูชาต่อไป โปรดอดใจรอด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2020 เมื่อ 09:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #145  
เก่า เมื่อวานนี้, 08:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

(ก่อนบวงสรวงหล่อพระ) ที่เราเจอนี่คือหางพายุเท่านั้น ไม่ใช่หัว ถ้าพายุเกิดในทะเลจีนใต้ เรียกว่าไต้ฝุ่น เกิดทางทะเลอันดามัน อ่าวเบงกอล เรียกว่าไซโคลน เกิดทางด้านยุโรปคือเฮอริเคน เกิดทางด้านอเมริกาคือทอร์นาโด

คราวนี้พายุไต้ฝุ่น เป็นภาษาจีนเลย แต่เนื่องว่าภาษาจีนฮกเกี้ยนค่อนข้างจะอิทธิพล ก็เลยเป็นคำว่า “ไต้ฝุ่น” ภาษาฮกเกี้ยน “ไถ่ฟุ้ง” พอเขียนเป็นภาษาอังกฤษเลยอ่านว่า “ไต้ฝุ่น” ส่วนพายุไซโคลนอำพันเป็นชื่อไทย เพราะว่าแต่ละประเทศจะตั้งชื่อพายุ ๑๐ ชื่อ แล้วก็ส่งไป ถึงเวลาก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันคนละชื่อตามลำดับของพายุที่เกิดขึ้น กว่าจะวนมาถึงชื่อไทยอีกครั้งก็น่าจะนาน

ปรากฏว่านี่เพิ่งจะต้นฤดูฝน พายุเกิดขึ้น ๒ ลูกแล้ว ลูกแรกทางทะเลจีนใต้ ถล่มฟิลิปปินส์ไป เป็นชื่อฮกเกี้ยนว่า “หว่องฟุ้ง” แปลเป็นไทยว่า “แมลงภู่คำ” แต่ของจีนเขาแปลว่าผึ้งเหลือง เขาว่าพิษของผึ้งเหลืองเป็นพิษที่รุนแรงที่สุด แล้วลูกที่ ๒ ก็ก่อตัวขึ้นในอ่าวเบงกอลก็คือไซโคลนอำพัน เขาบอกว่าเป็นลูกที่แรงที่สุดในรอบ ๑๐ ปีของอ่าวเบงกอล ความเร็วลมแรกเริ่ม ๒๗๐ กิโลเมตร พัดขึ้นฝั่งอินเดียและบังคลาเทศด้วยความเร็วลม ๑๘๕ กิโลเมตร ก็ได้ไปหลายศพอยู่..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 10:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 124 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #146  
เก่า เมื่อวานนี้, 09:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องของภัยธรรมชาติต่าง ๆ จะรุนแรงขึ้นไปเรื่อยตามสภาพอากาศที่ย่ำแย่ โลกร้อนเท่าไร ความแปรปรวนของภูมิอากาศก็ยิ่งมากเท่านั้น เพราะว่าอากาศร้อนลอยตัวขึ้นเร็ว อากาศที่ไหลเข้ามาแทนที่ก็ทั้งเร็วและแรง จึงกลายเป็นพายุ ก่อให้เกิดความเสียหายมาก เดือดร้อนกันมาก

ประเทศไทยเราจะว่าโชคดีก็ใช่ เพราะว่าพายุที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้ กว่าจะเข้ามาก็จะต้องติดฟิลิปปินส์ ติดเวียดนาม ติดลาว ยิ่งก่อตัวขึ้นทางด้านเหนือมากเท่าไร กว่าจะผ่านมาถึงไทยก็แทบไม่มีผลกระทบแล้ว ถ้าก่อตัวขึ้นทางทะเลอันดามันก็ติดพม่า ติดส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย แต่คราวนี้ความที่พายุรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามสภาพอากาศ สิ่งที่เคยกระทบน้อยก็เลยกระทบมากขึ้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 10:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 128 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #147  
เก่า เมื่อวานนี้, 09:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าเราสังเกตจะเห็นว่าตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ สวรรคต ภัยธรรมชาติต่าง ๆ เหมือนกับปะทุขึ้นมาและรุนแรงเป็นพิเศษ ก็คือผู้มีบารมีที่เขาต้องเกรงใจไม่อยู่แล้ว จึงทำให้สิ่งทั้งหลายที่อั้นมานาน เพราะว่าท่านขอไว้ก็เริ่มอั้นไม่อยู่

ตอนนี้ประเทศของเราที่น่ากลัวมี ๓ อย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือภัยแล้ง อย่าคิดว่านี่เป็นหน้าฝนนะ บริเวณที่แล้งก็ยังประสบภัยพิบัติแล้งเป็นปกติ ประการที่สองคือปัญหาการเมือง ถ้าชวนคนลงถนนเมื่อไรก็เป็นเรื่องเมื่อนั้น ประการสุดท้ายคือภัยธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ อาตมาเองบอกมากกว่านี้ไม่ได้ พยายามพูดมากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้ว ไปตีความกันเอาเอง อย่างที่หลวงพ่อวัดระฆังท่านบอกว่ามีแต่จะร้ายแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 10:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 136 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #148  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"รับพัสดุด้วยครับ" พนักงานจากรถสีส้มถือกล่องพัสดุมาส่งให้ถึงหน้ากุฏิ พลังงานที่แผ่ออกมาจากกล่องพัสดุรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง น้อมจิตกราบอัญเชิญท่านเข้ากุฏิพร้อมกับการเซ็นรับ...

เป็นพัสดุที่ส่งมาจากคุณกอบชัย มงคลทิพย์ เมื่อเปิดออกมาก็พบกับมีดหมอเทพศาสตราลายเพชรพญาธรเล่มใหญ่ ของหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม กับลิงแกะจากไม้ตับเต่า ของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ที่ค่อนข้างจะหายากจนถึงยากที่สุด...

ทำการเจิมน้ำมันชาตรีรับขวัญมีดหมอ พลังงานที่แผ่ซ่านไปทั่วทำเอาขนลุกไปทั้งตัว ยังไม่ทันไรหลวงพ่อกวยก็ดึงอาตมาพรวด "ออกไปข้างนอก" แล้วชี้กลับไปยังร่างที่กำลังเช็ดถูมีดหมออยู่ "ดูเอาไว้..จะได้หายสงสัยเสียที"...

ที่อาตมาสงสัยก็คือ พลังงานของวัตถุมงคลแต่ละครูบาอาจารย์ที่แตกต่างกันนั้น นอกจากสมาธิจิตและวิชาการที่ศึกษามาแล้ว ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่ ? ในส่วนของสายหลวงพ่อวัดท่าซุงนั้นอาตมาไม่สงสัย พลังงานที่ท่วมฟ้าท้นดินนั้นเป็นพุทธบารมี ธรรมะบารมี สังฆบารมี ตลอดจนพรม เทวดา และครูบาอาจารย์ที่เมตตาช่วยสงเคราะห์ แล้วสายอื่น ๆ อย่างของหลวงปู่ทิม หลวงพ่อกวย นั้นเป็นอย่างไร ? ทำไมถึงทะลุทะลวงได้ดุดันถึงใจขนาดนี้ ?

สิ่งที่เห็นก็คือร่างกายของอาตมาที่นั่งอยู่นั้น มีพลังงานหมุนวนอยู่รอบกายในแนวตั้ง เป็นรูปเหมือนกับปีกผีเสื้อสองข้าง ดูเหมือนกับว่าปีกทั้งสองนั้นเป็นอิสระต่อกัน แต่ก็หมุนวนผสมกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...

"เอ้า..คราวนี้มาดูตรงนี้" ท่านลากพรวดเดียวไกลออกไป จนกระทั่งเห็นโลกเราโตประมาณลูกฟุตบอลเท่านั้น ภาพที่เห็นก็คือพลังงานที่แผ่ออกมาจากโลกเป็นไปในลักษณะเดียวกัน "นั่นคือสิ่งที่พวกแกเรียกว่าแรงแม่เหล็กโลก วิชาการทางสายจีนเรียกว่าไท้เก๊กหรือไท่จี๋ ทางสายอินเดียเรียกว่าพลังจักรวาล"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 19:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 89 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #149  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"คราวนี้มาดูสิ่งที่แกเคยมองมานานแล้ว" อาตมาโดนลากออกไปไกลลิบ มองย้อนกลับมาเห็นหมู่ดาราจักร (Galaxy) มากมายเต็มไปหมด แต่ละดาราจักรต่างก็ประกอบด้วยพลังงานมหึมาหลากล้น ทั้งกระจายออกและรวมเข้า เพื่อจัดระเบียบแต่ละดาราจักรให้มีขอบเขตเฉพาะของตน...

"ตรงนั้นคือกลุ่มหมอกเพลิง (Nebula) ที่ยังจัดระเบียบตัวเองไม่เสร็จ ถ้าจัดระเบียบตัวเองเสร็จแล้วก็จะเกิดเป็นดาราจักรใหม่ขึ้นมา ส่วนดาราจักรที่หมดพลังงานแล้ว ก็ระเบิดสลายตัวเองกลับไปเป็นกลุ่มหมอกเพลิงใหม่"

ไหนคนเขาบอกว่าหลวงพ่อเรียนหนังสือมานิดเดียว วันนี้ทั้งดาราศาสตร์ทั้งฟิสิกส์มาครบถ้วนเลย ? "ข้ามาเก่งตอนตายแล้วโว้ย..!"

พูดจบพลังจิตของท่านก็แผ่ออกจากกายเป็นกลุ่มก้อน ครอบคลุมทั้งดาราจักร ดึงเอาพลังงานพุ่งเป็นลำมหึมาเชี่ยวกรากตรงไปยังโลกมนุษย์ หมุนวนจนกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพลังแม่เหล็กโลก แล้วควบแน่นเป็นลำเล็กประมาณบาตรพระ พุ่งลงตรงกระหม่อมร่างของอาตมาที่นั่งเช็ดมีดหมออยู่ ดึงเอาพลังงานประจำร่างกายทั้งหมด พุ่งเข้าสู่มีดหมอในมือจนสว่างเจิดจ้าดุจพระอาทิตย์ยามเที่ยง..!

เหมือนกับร่างกายชาเห่อพองใหญ่ขึ้นหลายเท่า ขุมขนทุกเส้นตั้งชัน แผ่พลังงานออกมาเป็นระลอก...ระลอก ไม่ขาดสาย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 19:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 85 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #150  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,034
ได้ให้อนุโมทนา: 91,536
ได้รับอนุโมทนา 3,887,564 ครั้ง ใน 27,525 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หายสงสัยแล้วครับ..!" ถ้าไม่หายมีหวังตัวระเบิดตาย..! "คราวนี้แกดูนี่" พลังจิตของท่านพุ่งตรงไปเหมือนกับจะทะลุทะลวงฟ้า ผ่านครูบาอาจารย์หลายท่านเร็วจนมองแทบไม่ทัน ภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใหญ่มหึมาเต็มจักรวาลปรากฏอยู่ข้างหน้า...

เพียงหลวงพ่อท่านน้อมจิตกราบลงแทบพระบาท พลังงานประหนึ่งมหาสมุทรหลากล้นท้นท่วมก็ทะลักทลายกลบกลืนไปทั้งเอกภพ (Universe) หมู่ดาราจักร กลุ่มหมอกเพลิง และจักรวาลแห่งดวงดาวอื่น ๆ (Stars System) ถูกกลืนหายไปภายใต้พลังงานที่ยิ่งใหญ่จนประมาณไม่ได้..!

"นี่คืออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยที่พวกแกอาศัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก ข้าเองก่อนหน้านี้ใช้แค่พลังสมาธิสมาบัติเฉพาะตัว วิธีดึงพลังจากจักรวาลมาใช้งาน เพิ่งจะมารู้เอาตอนที่ตายแล้ว ถือว่ายกให้แกเอาไปใช้ก็แล้วกัน แต่พอเทียบกับคุณพระศรีรัตนตรัยแล้ว คงหมดราคาจนแกอาจจะไม่สนใจเลยก็ได้"

น้อมจิตกราบแทบพระบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแทบเท้าหลวงพ่อกวยที่เมตตาถ่ายทอดเพิ่มเติมความรู้ให้ "ผมเป็นคนงกครับหลวงพ่อ ต่อให้มีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ถ้ามีคนให้อีกบาทหนึ่งสลึงหนึ่งผมก็ยังรับอยู่ดี ถึงตัวเองจะไม่ได้ใช้งาน แต่ก็ยังเป็นประโยชน์กับลูกศิษย์ของหลวงพ่ออีกจำนวนมาก กราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ"

สติกลับคืนมาอยู่กับเนื้อกับตัว มือยังถือมีดหมอค้างอยู่ เจิมน้ำหอมน้ำมันรับขวัญมีดหมออยู่แท้ ๆ ดันฝันกลางวันแสก ๆ อีกแล้ว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : เมื่อวานนี้ เมื่อ 21:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 101 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
ตาย, ธานุพงษ์
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:47



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว