กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 28-08-2018, 22:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,158
ได้ให้อนุโมทนา: 85,549
ได้รับอนุโมทนา 3,584,564 ครั้ง ใน 25,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default ปกิณกธรรมก่อนแจกวุฒิบัตร ช่วงงานบวชเนกขัมมะวันแม่แห่งชาติ ปี ๒๕๖๑

ต้องขออนุโมทนากับพวกเราทั้งหมด ที่ร่วมกันสร้างความดีถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ ถ้าใครดูข่าวในพระราชสำนักจะเห็นว่า พระองค์ท่านก็บำเพ็ญกุศลเป็นการส่วนพระองค์ แต่ไม่มีพระกำลังแล้ว ถึงขนาดประทับนั่งเอียงข้างแล้ว

การที่ไปฉายแสงเพื่อฆ่าเชื้อมะเร็ง ก็ทำให้พระฉวีวรรณบางส่วนไหม้เป็นหย่อม ๆ ก็แปลว่าแม่ของแผ่นดินของพวกเรา ซึ่งเจริญพระชนมายุ ๘๖ พรรษาแล้ว ถ้าหากว่าเป็นชาวบ้านก็ระดับคุณย่าคุณยาย อาจจะถึงคุณทวดแล้ว ในขณะนี้พระวรกายเสื่อมโทรมไปตามอายุสังขาร แม้ว่ากำลังพระทัยจะเข้มแข็งแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานความเสื่อมสภาพของร่างกายที่มีมาตามปกติได้

เราเห็นตรงส่วนนี้แล้วพึงระลึกอยู่เสมอว่า ตัวเราไม่นานก็เป็นเช่นนี้ เราจะต้องเป็นเช่นนี้ ขึ้นชื่อว่าการเกิดมาพบกับร่างกายที่มีสภาพเยี่ยงนี้จะไม่มีสำหรับเราอีก เราต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน แล้วให้พวกเราตั้งกำลังใจสุดท้ายไว้ที่พระนิพพาน

ถ้าไม่รู้จักพระนิพพาน ก็ให้นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งที่เรารักเราชอบมากที่สุด ตั้งใจว่านั่นคือองค์แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนพระนิพพาน เราเห็นพระองค์ท่านคือเราอยู่กับพระองค์ท่าน เราอยู่กับพระองค์ท่านคือเราอยู่บนพระนิพพาน แต่ละวันพยายามรักษาอารมณ์ใจให้อยู่กับภาพพระอย่างนี้ไว้ให้นานที่สุด เพื่อเป็นเครื่องประกันว่า เมื่อถึงเวลาถ้าสิ้นอายุขัยตายลงไปก็ดี หรือเกิดอุบัติเหตุอันตรายใด ๆ ถึงแก่ชีวิตก็ตาม เราจะได้มีสุคติเป็นที่ไปเป็นอย่างน้อย ถ้าหากว่าสามารถรวบรัดตัดตรงมุ่งเข้าสู่พระนิพพานได้ นั่นคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเรา

เมื่อเลิกรากลับบ้านไปแล้ว ต้องพยายามประคับประคองรักษาอารมณ์ใจในการปฏิบัติของเราเอาไว้ ใครสามารถรักษาศีลแปดเป็นระยะเวลาที่ยาวนานสืบต่อไปได้ก็ให้รักษาไปเลย ถ้าหากว่ารักษาไม่ได้ให้ลดลงมารักษาศีลห้า ต่ำกว่านี้ไม่มี ในเมื่อต่ำกว่านี้ไม่มี ก็แปลว่าอย่างน้อยศีลห้าเราต้องมี เมื่อเรามีศีล มีการระมัดระวังศีลเป็นปกติ สมาธิของเราก็จะทรงตัว แล้วก็ใช้กำลังสมาธิในการพิจารณาตัดละร่างกายของเราไป

ถ้าไม่เห็นความดีในร่างกายของเรา ก็จะไม่เห็นความดีในร่างกายคนอื่น จะไม่เห็นความดีในร่างกายสัตว์อื่น และไม่เห็นความดีอะไรเลยในโลกนี้ ในเมื่อเราไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะมาให้ห่วงให้พะวงให้ยึด เราก็จะเป็นผู้อยู่เหนือโลก เข้าถึงโลกุตรธรรม ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนเอาไว้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
ปกิณกธรรมก่อนแจกวุฒิบัตร ช่วงบวชเนกขัมมะวันแม่แห่งชาติ
วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๑

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทะเล)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-08-2018 เมื่อ 01:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:27



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว