กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 23-02-2019, 19:58
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default สนทนาก่อนเวียนเทียน วันมาฆบูชา ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

สำหรับวันนี้ก็มีแขกผู้ใหญ่ก็คือคณะของท่านวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี (คุณจริญญา จักรกาย) มาเยี่ยมเยียน ท่านจะได้เห็นว่าการวางผางประทีปของวัดท่าขนุนที่พัฒนามาแค่ ๖-๗ ปี ทำไมถึงกลายเป็น Unseen Thailand แล้วขณะเดียวกันก็กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรมไปแล้วด้วย

ซึ่งในส่วนนี้ถ้าหากว่าความบ้าไม่พอก็ทำไม่สำเร็จ เนื่องจากว่าแต่ละงานต้องใช้งบประมาณเยอะมาก เราซื้อเศษเทียนกิโลกรัมละ ๓๓ บาท แต่ละงานเราหลอมเศษเทียนไปเกือบ ๒ ตัน คูณออกมาแล้วจะเป็นตัวเลขที่มหัศจรรย์มาก..!

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 19:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 71 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 23-02-2019, 20:01
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ในเรื่องของการเวียนเทียนนั้นเป็นการถวายแสงสว่างเป็นพุทธบูชา แล้วคราวนี้การเวียนเทียนเราก็มีดอกไม้ธูปเทียนด้วย ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๐ ทานวัตถุที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ ว่าเป็นของที่ควรต่อการถวายบูชาต่อพระรัตนตรัย บาลีท่านว่า “อันนัง ปานัง วัตถัง ยานัง มาลา คันธัง วิเลปะนัง เสยยาวะสะถัง ปะทีเปยยัง ทานะวัตถู อิเม ทะสะ” ก็คือสิ่งทั้งสิบอย่างนี้ จัดเป็นทานวัตถุ วัตถุที่ควรแก่การให้ ได้แก่

อันนัง คือข้าว ข้าวสุก
ปานัง คือน้ำ..ให้ข้าวให้น้ำเป็นทาน
วัตถัง คือผ้า
ยานัง คือยานพาหนะ จะเป็นรถ เรือ เครื่องบิน ใช้ได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น..ถ้าโยมถวายเครื่องบินส่วนตัว พระท่านก็ต้องรับ เพราะว่าเป็นทานวัตถุที่สมควร ...(หัวเราะ)...
มาลา คือดอกไม้ เน้นเอาดอกไม้สด
คันธัง คือของหอม บรรดาน้ำอบน้ำหอมต่าง ๆ ที่พวกเราไปถวายเป็นพุทธบูชากัน
วิเลปะนัง เครื่องลูบไล้ สมัยนี้คือเครื่องประทินผิว น่าจะประมาณพวกโลชั่น หรือว่าเบบี้ออยล์ สมัยพุทธกาลเน้นน้ำมันทาเท้า
เสยยา เครื่องนอน
วะสะถัง เครื่องนั่ง ก็แปลว่าที่นอนที่นั่งได้หมด จะเป็นเตียงขนาดคิงไซส์ หรือว่าโซฟาราคาสักตัวละสามหมื่นห้าหมื่นก็ถวายไปเถอะ พระท่านรับได้ ...(หัวเราะ)...
ปะทีเปยยัง เครื่องตามประทีป ที่เรามาจุดเทียนกันนี่แหละ แต่เดิมเพื่อให้แสงสว่าง แต่เรามาทำสวยงามเป็นพุทธบูชา

ก็แปลว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราถวายไปแล้ว ก็เป็นการกระทำตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้เกี่ยวกับทานวัตถุทั้ง ๑๐ ประการ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 03:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 23-02-2019, 20:03
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

คราวนี้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้มีอานิสงส์อย่างไร ? เราเอาแค่ในงานนี้ก็คือดอกไม้ ธูป เทียน การถวายธูปเทียนนั้นเป็นการถวายของหอมและแสงสว่างเป็นพุทธบูชา ส่วนการถวายดอกไม้สดนั้น รู้อยู่แล้วว่าเป็นสิ่งสวยงามควรค่าแก่การเป็นพุทธบูชา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ถ้าไม่ใช่บรรดารัตนชาติต่าง ๆ แล้ว ก็มีแต่ดอกไม้ที่ดูงดงามและดูดีที่สุด

ดังนั้น..ในการที่เราถวายธูปคือของหอม แสงสว่างคือเทียน เป็นพุทธบูชา ท่านบอกว่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือขจรขจายไปไกล มีทางชีวิตอันสว่างและเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะการถวายประทีปเป็นพุทธบูชามีผลพิเศษ ถ้าเผลอเกิดชาติใหม่จะมีอานิสงส์ได้ทิพจักขุญาณด้วย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 03:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 68 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 23-02-2019, 20:04
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ส่วนเรื่องของการถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชานั้นดูให้ดี ๆ อย่าให้เป็นดอกไม้ที่แก่เกินไปหรือเหี่ยวเลย เรื่องนี้มีมาในเวสสันดรชาดก กล่าวถึงนางอมิตดาว่า ได้ชูชกซึ่งอายุถึง ๘๐ ปีแล้วเป็นสามี พระอรรถกถาจารย์ท่านได้เฉลยเอาไว้ว่า นางอมิตดาในชาติก่อนนั้น ถวายดอกไม้เหี่ยวเป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัย เพราะฉะนั้น..สมัยนี้ถ้าใครกลัวว่าจะได้สามีหรือภรรยาอายุมาก ๆ ชาตินี้แก้ไม่ทันแล้ว ก็ถวายดอกไม้ตูม ๆ เอาไว้เผื่อชาติต่อไปจะได้ติดคุกข้อหาพรากผู้เยาว์กับเขาบ้าง..! ...(หัวเราะ)... หรือไม่ก็เพื่อความสวยงามที่หนักแน่นและมั่นคง ก็ถวายดอกไม้พลาสติกไปเลย จะได้สาวพลาสติกมาเป็นเนื้อคู่ ดูดีไม่รู้จักเบื่อ พอถึงเวลาเริ่มเหี่ยวก็ไปดึงหน้าใหม่..!

เรื่องของความสวยความงามขอให้เป็นไปตามวัยเถอะ ถ้าหากว่าต้องไปบังคับตัวเองให้สวยตลอดเวลานี่เป็นเรื่องที่เหนื่อยมาก

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 03:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 66 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 23-02-2019, 20:08
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ใครอยากได้รูปสวย ๆ ต้องไปเซลฟี่บนยอดเขาพระพุทธเจติยคีรี เพราะว่ามองลงมาแล้วจะได้เห็นชัดเจนว่าเราวางผางประทีปเป็นรูปหรือตัวอักษรอะไร งานนี้หลัก ๆ เลยก็คือรูปหลวงพ่อทองคำวัดท่าขนุน ที่เราจะหล่อวันที่ ๙ มีนาคมนี้ เวลาหล่อ ๐๙.๒๐ น. โปรดอย่ามาช้า คาดว่าถ้าท่านมาถึงสิบโมง ทุกอย่างก็จะโดนเก็บเรียบไปแล้ว ก็แปลว่าวันงานวันที่ ๙ อาตมาจะไม่เลี้ยงเพล เก็บเกลี้ยงตอนสิบโมง ท่านก็เชิญกลับบ้านไปหากินกันเองเถอะ ...(หัวเราะ)... หรือไม่ก็ไปอุดหนุนร้านค้าในตลาด วัดท่าขนุนจริงใจมาก เลี้ยงก็บอกว่าเลี้ยง ไม่เลี้ยงก็บอกว่าไม่เลี้ยง..!

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 03:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 23-02-2019, 20:12
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

สำหรับญาติโยมทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศ ดูการถ่ายทอดสดจากเว็บวัดท่าขนุน ไม่ว่าจะผ่านทางยูทูบก็ดี ทางมือถือก็ตาม ถ้าหากว่าท่านไม่มีโอกาสออกจากบ้านเรือนไปวัดวาอาราม เห็นคนอื่นเขาสร้างบุญสร้างกุศล เราก็อนุโมทนาตาม จัดเป็นปัตตานุโมทนามัย ยินดีในงานบุญของคนอื่นเขา

การทำความยินดีในงานบุญนี้ ถ้าวางกำลังใจถูกจะได้บุญอย่างน้อย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคนทำ ก็แปลว่าเราโมทนาอย่างเดียวได้เกือบเท่ากับเขาทำเอง ฉะนั้น..ในส่วนของปัตตานุโมทนามัยจึงเป็นบุญที่ได้ยาก ไม่ใช่ได้ง่าย เพราะว่าสำคัญตรงที่เราต้องวางกำลังใจให้ถูก ปัตตานุโมทนามัยนั้นก็คือ ในขณะที่เราไม่มีโอกาสได้ทำความดีหรือสร้างบุญกุศลในส่วนนั้น แล้วคนอื่นได้ทำ เราจึงพลอยยินดีกับเขาด้วยอย่างจริงใจ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 03:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 70 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 23-02-2019, 20:14
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

แต่ในปัจจุบันนี้ ปัตตานุโมทนามัยนั้น ญาติโยมร้อยละ ๙๐ วางกำลังใจผิด เห็นเขาทำบุญก็ยกมือสาธุ แต่การสาธุของเรานั้นแฝงความหมายว่า “กูจะเอาของมึง” ในเมื่อเป็นลักษณะนั้น เราวางกำลังใจผิด อานิสงส์แห่งปัตตานุโมทนามัยย่อมไม่ได้ หรือว่าได้ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้น..ทำอย่างไรที่เราจะยินดีกับผู้อื่นอย่างจริงใจ ว่าเขามีโอกาสได้สร้างบุญ ช่างเป็นโอกาสที่ดีเหลือเกินหนอ เราจะได้สร้างบุญแบบนั้นบ้างเมื่อไร เป็นต้น

ดังนั้น..คำว่าสาธุ ที่แปลว่าดีแล้วคำเดียว สามารถสร้างบุญสร้างกุศลให้แก่เราได้ไม่น้อยเลย ขอเพียงวางกำลังใจให้ถูกต้องเท่านั้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 03:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 24-02-2019, 19:31
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ไม่ต้องกลัวว่าผางประทีปจะดับหมด ถ้าดับหมดจริง ๆ ก็ประมาณตีสองไปแล้ว ถ้าเวียนเทียนเสร็จแล้วทุกคนมีโอกาสได้ชมผางประทีปอย่างแน่นอน และอย่าลืมตลาดชุมชนหน้าวัดท่าขนุน คืนนี้งานแสดงหลัก ๆ เลยคือรำวงย้อนยุค ย้อนไปได้ไกลมาก แต่ละคนล้วนแล้วแต่สี่สิบกว่าห้าสิบกว่าทั้งนั้น..! ถึงเวลาเราก็ไปย้อนยุคกับเขา อาตมาเองก็ต้องไปแจกรางวัล วัดท่าขนุนมีรำวงไม่ขัดต่อระเบียบและศีลธรรมอันดีงาม ไม่ผิดตามมติมหาเถรสมาคม เพราะว่ารำวงของเราไม่มีนุ่งน้อยห่มน้อย มีแต่นุ่งมากจนเกินไป..!

ในส่วนของการจัดงานวัด ถ้าหากว่าเป็นงานการกุศลตามเทศกาล ตามกฎมหาเถรสมาคมท่านบอกว่าจัดได้เลย แต่ถ้าหากว่าเป็นงานมหกรรมที่เราจัดขึ้น ต้องขออนุญาตตามลำดับชั้น ถ้าจัด ๓ วัน ขออนุญาตต่อเจ้าคณะอำเภอ จัด ๗ วัน ขออนุญาตต่อเจ้าคณะจังหวัด เกิน ๗ วันขึ้นไป ขออนุญาตต่อเจ้าคณะภาค

เรื่องทั้งหลายเหล่านี้เป็นทั้งระเบียบ เป็นทั้งมติมหาเถรสมาคม แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเราไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ค่อยรู้ จนกว่าจะต้องไปทำหน้าที่พระสังฆาธิการจริง ๆ ก็คืออย่างน้อยต้องเป็นเจ้าอาวาสเลย ระดับรองเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาส ถ้าไม่ได้ตั้งใจศึกษาก็จะไม่ทราบว่าเรื่องเหล่านี้มีเป็นมติ มีเป็นระเบียบ เป็นคำสั่ง เป็นประกาศมหาเถรสมาคม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 19:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 57 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 24-02-2019, 19:35
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

(กล่าวกับพระที่รับพานดอกไม้) ถ้าไม่รู้จะเอาไว้ที่ไหนก็เทินหัวเอาไว้ก่อน ต้นตำรับการเทินหัวมาจากอินเดีย ต่อมาถึงพม่า เข้ามาไม่ค่อยจะถึงไทย ผมเคยถามเขาว่าทำไมต้องเทินหัวด้วย ? เขาบอกว่าจะได้เอามือไว้ทำอย่างอื่น เพราะฉะนั้น..สาวแขกหรือสาวพม่าเวลาช็อปปิ้งนี่น่ากลัวมาก คือบรรทุกไว้บนหัวครึ่งค่อนคันรถแล้ว มือสองข้างยังหิ้วได้อีกด้วย..!

วันก่อนผมเห็นคลิปใครไม่รู้ช็อปปิ้ง น่าจะเกิน ๒๐ ถุง ค่อย ๆ ทยอยหิ้วมาไว้ตรงไฟแดง แล้วก็หิ้ววิ่งข้ามทางม้าลายไปทีละ ๒-๓ ถุง ไปกองไว้ฝั่งโน้นแล้วก็วิ่งกลับมาหิ้วอีก ท้ายสุดจราจรทนดูไม่ได้ต้องไปช่วยหิ้ว อันนั้นแสดงว่าปฏิบัติตามธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด ก็คือสุขของคฤหัสถ์ ๔ ท่านบอกว่า ฆราวาสทั่วไปมีความสุขอยู่ ๔ อย่าง คือ สุขในการมีทรัพย์ สุขในการจ่ายทรัพย์ สุขในการไม่เป็นหนี้ และสุขในการทำงานที่ไม่มีโทษ

บรรดานักช็อปปิ้งนี่ปฏิบัติตามในข้อสุขของการจ่ายทรัพย์ ต่อให้ไม่ได้จ่ายขอให้ได้ดูก็ยังดี ถือว่าเป็นอาหารตา เป็นวิญญาณาหาร อาหารที่กระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ เป็นต้น ถ้าขาดอาหารทั้งหลายเหล่านี้แล้วบางคนเฉาตาย ไม่ได้ช็อปปิ้งแล้วไปไม่เป็น ถึงเวลาเดินห้าง เวลาหายไปครึ่งวันไม่รู้ตัว ลูกขอให้ช่วยทำการบ้านหน่อย แม่บอกว่าไม่มีเวลา แต่อีตอนเดินช็อปปิ้ง ๔-๕ ชั่วโมงไม่รู้ว่าเอาเวลามาจากไหน..!?

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 19:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 24-02-2019, 19:36
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ถึงเวลาเวียนเทียนเสร็จแล้ว ให้วางดอกไม้ธูปเทียนไว้บนกำแพงแก้วที่เขาตามประทีปอยู่ คาดว่าคงจะรู้โดยทั่วกันแล้ว อย่าเอามาวางสุมไว้ที่โบสถ์ เพราะว่าเคยเผาโบสถ์มาแล้ว ถึงเวลาก็วางไว้ที่โบสถ์ ที่วางไว้ขอบหน้าต่างก็เผาบานหน้าต่างไป ที่วางชิดกำแพงโบสถ์ก็เผากำแพงไป ให้เอาไปวางไว้ที่รั้ว เผารั้วไปเถอะ...ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าทาสีใหม่อยู่เรื่อย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 19:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 52 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 24-02-2019, 19:38
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

เดี๋ยวอีกสักครู่เมื่อเวียนเทียนเสร็จ พวกเรารับพรแล้ว ก็แยกย้ายกันไปชมผางประทีปและไปเที่ยวตลาดชุมชนหน้าวัดกัน ความตั้งใจของอาตมาคือจะจัดตลาดแบบนี้อย่างน้อยปีละ ๓ ครั้ง คาดว่าครั้งหน้าน่าจะเป็นเดือนมิถุนายน ญาติโยมที่อยู่ในสังกัดชุมชนคุณธรรมวัดใดก็ตามที่มีสินค้า จะเป็นการฝีมือก็ดี หรือว่าพืชผลการเกษตรก็ตาม เมื่อถึงเวลาแล้วก็ให้นำมาจำหน่ายได้

อาตมาช่วงนี้ไม่ได้คิดอะไร คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดีเท่านั้น อาตมาถือว่าฝันเฟื่องคิดเกินในหลวงรัชกาลที่ ๙ ไปมาก ในหลวงรัชกาลที่ ๙ นั้น พระองค์ท่านตั้งอยู่บนความเป็นจริง ตั้งใจว่าช่วยให้ประชาชนทุกคนพออยู่พอกิน ของอาตมาตั้งใจให้ประชาชนทุกคนร่ำรวย..ซึ่งเกินกำลังไป แต่ไม่เป็นไร ถ้าหากว่าทุกท่านตั้งใจปฏิบัติในพระคาถาเงินล้าน เดี๋ยวก็รวยเหมือนกับเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนเองแหละ..!

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 19:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 55 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 24-02-2019, 19:42
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 362
ได้ให้อนุโมทนา: 87,739
ได้รับอนุโมทนา 69,450 ครั้ง ใน 1,236 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

เพราะฉะนั้น..ช่วงนี้ที่อาตมาบอกก็คือว่าไม่ได้คิดเรื่องอะไร นอกจากว่าทำอย่างไรให้ญาติโยมมีงาน มีเงิน ถึงเวลาถ้าเขามีงานมั่นคง มีเงินใช้ ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็จะอนุเคราะห์สงเคราะห์ให้แก่วัด ให้แก่พระภิกษุสามเณรเองโดยอัตโนมัติ ช่วงนี้เราก็กำลังจะเลือกตั้ง ไม่รู้ว่าจะได้เลือกตั้งหรือเปล่า ? เพราะว่ามีบางคนกลัวแพ้ มีการลอบส่งสัญญาณให้ทหารออกมาข่มขู่ กดดัน ถ้ายังไม่ยอมอีกก็อาจจะถึงขนาดปฏิวัติ

พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ชัดแล้วว่า การกิน การนอน การเสพกาม การเสวยอำนาจ ถ้าไม่ใช่บุคคลผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร จะไม่มีใครเบื่อ มีแต่จะแสวงหาให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไป โกวเล้งถึงได้กล่าวว่า เด็กผู้ชายอายุ ๘ ขวบ ไปจนถึงตาเฒ่าอายุ ๘๐ ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น มีภรรยาคนที่หนึ่งก็หาคนที่สอง มีคนที่สองก็หาคนที่สาม ท้ายสุดบอกว่ามีคนที่สิบแปดก็ยังหาคนที่สิบเก้า เชิญตามสบาย..ถ้าเลี้ยงไหว..! ยกเว้นอย่างเดียวคือไปนับถือศาสนาอิสลาม เพราะว่าอิสลามนั้นผู้หญิงเลี้ยงผู้ชาย ก็ไปมีสัก ๔ คนคงจะพอเลี้ยง
ได้..!

เดี๋ยวพวกเราไหว้พระพร้อมกัน แล้วก็จะได้ไปเตรียมเวียนเทียนกันต่อไป



พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
สนทนาก่อนเวียนเทียน วันมาฆบูชา
วันอังคารที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย นายกระรอก)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2019 เมื่อ 19:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:35



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว