กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > กระทู้ธรรม > ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 07-11-2011, 11:03
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,932
ได้ให้อนุโมทนา: 20,342
ได้รับอนุโมทนา 174,070 ครั้ง ใน 4,951 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default อุบัติเหตุคือเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

อุบัติเหตุคือเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

๑. “หลวงปู่สิม ท่านเคยสอนให้ซ้อมตายด้วยอุบัติเหตุ คือพุ่งจิตให้เข้าถึงพระนิพพานให้ได้ในขณะจิตเดียวเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่สนใจกาย ไม่สนใจเวทนาของกาย เมื่อตอนซ้อมทำได้ดี แต่พอเจอของจริงกลับทำไม่ได้ เพราะคำว่า...อุบัติเหตุหมายถึงเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันหรือไม่บอกให้รู้ล่วงหน้า ดังนั้น ผู้ใดไม่หมั่นซ้อมให้ชำนาญ ก็ไม่มีทางสอบผ่านได้ จุดนี้ท่านฤๅษีจึงแนะนำให้มุดไว้ก่อนมันจะมา หมายถึงซ้อมอยู่เป็นปกติด้วยความไม่ประมาทในกิเลส เช่น ไฟราคะ-โทสะ-โมหะ ซึ่งรวมทั้งอุบัติเหตุด้วย

๒. “เห็นหรือยังจิตที่ยังเกาะติดอยู่กับขันธ์ ๕ ในขณะที่ประสบอุบัติเหตุไฟช็อตขึ้นมา มองจุดนี้ให้ดี ๆ เพราะนั่นแหละคือของจริง ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของเที่ยง และความตายของชีวิตไม่มีนิมิตเครื่องหมายจริง ๆ เพราะฉะนั้น พวกเจ้าพึงซ้อมจิตให้เกาะพระนิพพานเข้าไว้ และใช้ปัญญาพิจารณาขันธ์ ๕ ว่า มันไม่ใช่เรา ไม่เป็นของเรา ไม่มีในเราให้มาก ๆ จิตจักได้คลายความหน่วงเหนี่ยวในขันธ์ ๕ ลงได้ อย่าไปคิดว่าร่างกายมันจักตายดี ๆ เพราะกฎของกรรมปาณาติบาตอันพวกเจ้าได้สร้างมาแล้วในอดีตชาติ มันจักส่งผลเข้ามาเป็นระยะ ๆ ป่วยไข้ไม่สบายบ้าง ประสบกับอุบัติเหตุบ้าง ชีวิตของร่างกายก็มีโอกาสจักตายเลว ๆ ได้ คือหมายถึงไม่ใช่แก่ตาย แต่เป็นอายุสั้นพลันตายก็ได้ ขออย่าให้มีความประมาทในชีวิตก็แล้วกัน จดจำบทเรียนใกล้ตายหรือเกือบตายในครั้งนี้เอาไว้สอนใจ เตือนสติเอาไว้ให้ดี ๆ”

๓. “เมื่อเห็นธรรมดาแล้ว ก็จงอย่าไปสนใจจริยาของผู้อื่น และเมื่อเห็นธรรมดาของร่างกายอันจักตายได้ตลอดเวลา ก็พึงสนใจอารมณ์ของใจให้มาก ๆ เพราะการรู้อารมณ์ นั่นแหละ...ทำให้พ้นทุกข์ได้ เวลาปัจจุบันสำหรับนักปฏิบัตินั้นสำคัญมาก เพราะอดีต-อนาคตเป็นตัวฟุ้งออกไป ให้จิตอยู่ในปัจจุบันเป็นหลัก จักมีความสุขความสงบมาก การห่วงไปข้างหน้ารังแต่จักทำให้เกิดวิตกกังวล ไม่เกิดผลประโยชน์อันใด การคิดถึงอดีตที่ล่วงมาแล้ว ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติให้ดูขณะจิตในปัจจุบันเข้าไว้ อย่าทิ้งการพิจารณากายคตาฯ มรณาฯ และอสุภกรรมฐาน เพราะสิ่งเหล่านี้พึงซ้อมอยู่ในกายทุกเมื่อเชื่อวัน พยายามพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง

๔. “อย่าท้อใจไปกับอุปสรรคภายนอกให้ตัดทิ้งไป จงดูอุปสรรคภายในคือดูอารมณ์ของจิต พยายามคุมกำลังใจให้เข็มแข็งเข้าไว้ โดยการตรวจดูบารมี ๑๐ ทุกวัน จุดไหนบกพร่องให้พิจารณาจุดนั้นด้วยปัญญา อย่าคิดว่าทำไม่ได้ ให้อาศัยความใจเย็น ความสงบของจิตหรือการระงับนิวรณ์ ๔ ประการ ชั่วขณะหนึ่ง... เมื่อจิตหยุดจากกิเลสชั่วคราวดีแล้ว ก็ตั้งสติ มีสัมปชัญญะกำหนดรู้ในพฤติกรรมของตนเองว่า กาย-วาจา-ใจของตนเอง อยู่ในศีล-สมาธิ-ปัญญาหรือไม่ มีกำลังใจบกพร่องในบารมี ๑๐ ข้อไหนบ้าง ทุกวันนี้มองกันไม่เห็น เพราะโมหะมันขัง จิตตกเป็นทาสของนิวรณ์ ๕ ประการอยู่เรื่อยมา ให้รู้ตัวกันไว้เสียบ้าง จึงจักเห็นผลของการปฏิบัติ”


ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่มที่ ๙
รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่ www.tangnipparn.com

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ลัก...ยิ้ม : 07-11-2011 เมื่อ 15:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 72 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:48



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว