กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 04-12-2019, 18:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,158
ได้ให้อนุโมทนา: 85,549
ได้รับอนุโมทนา 3,584,584 ครั้ง ใน 25,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันอาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราทั้งหมดเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ ที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ วันนี้มีญาติโยมท่านหนึ่งมาถามว่า ปฏิบัติธรรมไปแล้วเกิดความเบื่อขึ้นมา ทำอะไรต่อไม่ถูก รู้สึกจิตใจเศร้าหมอง ต้องแก้ไขอย่างไร ? ซึ่งสำหรับนักปฏิบัติอย่างพวกเรา ถ้าสะสมกำลังของ ศีล สมาธิ ปัญญา ไปถึงระดับหนึ่ง ก็จะพบกับความเบื่อหน่าย หรือว่านิพพิทาญาณนี้

นิพพิทาญาณนั้น เป็น ๑ ในวิปัสสนาญาณ ๙ ตามนัยของวิสุทธิมรรค ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าถ้าเราไม่เบื่อ เราก็ยังยึด ยังเกาะ ยังกอบโกยใส่ตัวอยู่ ถ้าเบื่อ...อันดับแรก สถานเบาก็หยุด สถานหนักขึ้นก็ละ ทิ้งห่างออกจาก รัก โลภ โกรธ หลง ถ้าหากว่าสามารถทำได้ถึงที่สุด ก็วาง รัก โลภ โกรธ หลง ลงทุกอย่าง

คราวนี้การที่จะหยุด จะละ จะวางได้นั้น ส่วนสำคัญที่สุดก็คือปัญญา บุคคลที่เข้าถึงนิพพิทาญาณ ถ้าหากว่าศีลและสมาธิทรงตัว แต่ปัญญาไม่พอ เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมา ก็จะทำอะไรไม่ถูก บางทีก็หงุดหงิด กลัดกลุ้ม รำคาญใจ พาให้เสียผลการปฏิบัติไปด้วย แล้วหลายท่านก็เลยพลอยเกลียดพลอยกลัวอารมณ์ใจเช่นนั้นไปเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นของดีที่สุด และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาให้อยู่กับเราไประยะหนึ่ง ซึ่งยาวนานไม่เท่ากัน

เหตุที่ต้องรักษาให้อยู่กับเรา เพื่อให้จิตซึ่งมีสภาพจำได้รู้ว่า การเกิดมามีร่างกายนี้ การเกิดมาบนโลกใบนี้ จะมีแต่เรื่องเบื่อหน่ายอย่างนี้เข้ามาเสมอ คราวนี้ถ้าหากว่าปัญญาของท่านเพียงพอ ก็จะสามารถก้าวข้ามไปได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-12-2019 เมื่อ 03:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 05-12-2019, 21:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,158
ได้ให้อนุโมทนา: 85,549
ได้รับอนุโมทนา 3,584,584 ครั้ง ใน 25,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คราวนี้เราจะใช้ปัญญาในแง่มุมไหนถึงจะก้าวข้ามไปได้ ? ก็ให้พิจารณาว่า เราซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นคือพระนิพพาน ถ้าเปรียบกับวัฏสงสารอันยาวไกลหาต้นหาปลายไม่เจอ ชั่วชีวิตนี้ที่เหลือของเรานี้ก็สั้นนิดเดียว เหมือนกับกะพริบตาครั้งหนึ่งก็ผ่านไปแล้ว ในเมื่อระยะเวลาสั้น ๆ แค่นี้ ทำไมเราจะอยู่ให้ดีไม่ได้ ? แต่ขึ้นชื่อว่าการเกิดใหม่มาพบแต่เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้จะไม่มีสำหรับเราอีก เราไม่ต้องการร่างกายนี้อีกแล้ว ไม่ต้องการการเกิดมาในโลกนี้อีกแล้ว เป้าหมายเดียวของเราก็คือพระนิพพาน

ถ้าท่านสามารถทำใจเช่นนี้ได้ ก็จะก้าวพ้นความเบื่อคือนิพพิทาญาณ ไปเป็นสังขารุเปกขาญาณ ก็คือรู้จักปล่อยวาง เห็นว่าธรรมดาเป็นเช่นนั้น แต่คราวนี้สังขารุเปกขาญาณก็มีมากน้อยไม่เท่ากันอีก การปล่อยวางระดับสูงสุด อย่างเช่นพระอรหันต์ก็อาจจะ “ช่างมัน..ช่างเถอะ” ถ้าปล่อยวางระดับต่ำลงมาหน่อยก็ “ช่างหัวมัน” ถ้าระดับของพวกเราก็อาจจะต้องหนักหน่อย “ช่างโคตรพ่อโคตรแม่มัน” แต่ขอให้เห็นธรรมดาให้ได้...ช่างมันให้ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-12-2019 เมื่อ 02:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 05-12-2019, 21:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,158
ได้ให้อนุโมทนา: 85,549
ได้รับอนุโมทนา 3,584,584 ครั้ง ใน 25,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่สามารถจะก้าวพ้นความเบื่อหน่าย ขณะเดียวกันก็ไม่อาจจะปล่อยวาง โดยเฉพาะวางการปรุงแต่งของใจ ตาเห็นรูป..ไม่คิด หูได้ยินเสียง..ไม่คิด จมูกได้กลิ่น..ไม่คิด ลิ้นได้รส..ไม่คิด กายสัมผัส..ไม่คิด ระมัดระวังรักษาใจไม่ให้ไหลไปกับ รัก โลภ โกรธ หลง ก็คือสักแต่ว่าได้เห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่าได้รส สักแต่ว่าสัมผัส ไม่คิดต่อให้เกิดโทษกับตนเอง ถ้าลักษณะอย่างนั้น รัก โลภ โกรธ หลง ก็เกิดไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ไปเพิ่มเติมเชื้อให้เกิด

ถ้าสามารถละเว้นได้ในระยะเวลาที่ยาวนานเพียงพอ เราก็จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ เข้าสู่พระนิพพานได้ดังที่ปรารถนา ดังนั้น...ท่านที่เกิดนิพพิทาญาณขึ้นมา ต้องใช้ปัญญาประกอบให้เห็นว่า การที่เราปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น ถ้าสามารถไปได้ในชาตินี้ เทียบกับการเกิดเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบแล้ว เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แค่นิดเดียว ดังนั้น...อะไรเกิดขึ้นกับเรา ก็ “ช่างมัน..ช่างเถอะ” พยายามละ พยายามวางลง แล้วท่านก็จะก้าวพ้นไปสู่สังขารุเปกขาญาณตามที่ตนเองปรารถนา

ลำดับต่อไปขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันอาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย น้องผักชี)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-12-2019 เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:24



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว