กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #101  
เก่า 22-11-2020, 09:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การปฏิบัติเพื่อความเป็นพระโสดาบัน มีจุดพิจารณาสำคัญอยู่ตรงไหนครับ ?
ตอบ : อยู่ตรงที่ว่ากำลังใจเราจะเกาะพระนิพพานแน่นแฟ้น พูดง่าย ๆ คือรักพระนิพพานอย่างชนิดที่ยอมตายได้เพื่อพระนิพพาน ถ้าเข้าถึงจะเป็นเองโดยอัตโนมัติ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2020 เมื่อ 16:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 155 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #102  
เก่า วันนี้, 09:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : (การสร้างตะกรุดมหาสะท้อน) ?
ตอบ : เขียนแล้วเสกด้วยคาถา เมสัมมุกขา สัพพาหะระติ เตสัมมุกขา ๑๐๘ จบ ไม่ต้องไปขอคนอื่น ขอพระตรง ๆ ได้เลย เรื่องนี้ท่านให้ไว้นานแล้ว เพียงแต่วัสดุที่สร้างตะกรุดต้องเป็นทองคำ นาก หรือเงินเท่านั้น ไปดำเนินการได้ รู้วิธีแล้วก็ลุย
เลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 92 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #103  
เก่า วันนี้, 09:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สอบถามเรื่องพระวินัยครับ เรื่องของมหาปเทส ๔ เกี่ยวกับกาลิกที่ว่าเรื่องอาหาร ?
ตอบ : กาลิกไม่ต้องใช้มหาปเทสเพราะว่าชัดเจนอยู่แล้ว

ถาม : (ไม่ชัด) ?
ตอบ : ใช่...ก็คืออะไรเป็นยามกาลิก อะไรเป็นยาวกาลิก
อะไรเป็นสัตตาหกาลิก อะไรเป็นยาวชีวิก พวกนี้ระบุแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ต้องอาศัยมหาปเทส มีแต่โลณเภสัชคือเกลือ ที่เขามีการตีความกันในช่วงการสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๒ ที่ภิกษุวัชชีบุตรเอาเกลือไปทำอาหาร แล้วยังนับอายุเป็นยาวชีวิกอยู่ ซึ่งปกติแล้วไม่ได้ เพราะว่าต้องนับอายุที่สั้นที่สุดก็คือเป็นอาหาร ก็ได้แค่หลังเพล ถ้าคุณต้องการก็ต้องให้เขาประเคนใหม่ ตรงนี้เขาตีความกันตอนสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๒

ถาม : สงสัยว่า ถ้าสละแล้วเขาคืนให้มา ก็ไม่ต้องประเคนใช่ไหมครับ ?
ตอบ : ไม่ใช่..โดยปกติแล้วท่านให้ตัดใจสละทิ้งไปเลย แต่โดยมารยาทแล้ว ถึงเราสละให้คนอื่น คนอื่นเขาก็จะคืนให้เรามา เราก็ให้โยมประเคนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้ลำบากอะไรมากหรอก ทำให้ถูกไว้ดีกว่า

ถาม : ไม่ต้องอาศัยการตีความด้วยมหาปเทส ?
ตอบ : คือมหาปเทส ๔ ท่านให้ไว้สำหรับเรื่องที่ตีความยากจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #104  
เก่า วันนี้, 09:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หนูป่วย แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งที่หายใจไม่ค่อยสะดวก คราวนี้เราเกิดความรู้สึกว่า ถ้าถึงเวลาเราหายใจไม่ออกจริง ๆ เราควรจะทำกรรมฐานอย่างไร ?
ตอบ : ก็แค่กำหนดรู้อย่างเดียว รู้ว่าตอนนี้หายใจไม่ออก รู้ว่าตอนนี้หายใจไม่สะดวก รู้ว่าตอนนี้จะตาย แล้วก็แบ่งความรู้สึกส่วนหนึ่งเกาะพระหรือเกาะพระนิพพานไว้

ถาม : ตามรู้คือคิดหรือคะ ?
ตอบ : ไม่ใช่คิด ตอนนี้เป็นอย่างไร รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างนั้น จะตายอยู่แล้วยังต้องคิดไปอะไรอีก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 82 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #105  
เก่า วันนี้, 09:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ส่วนใหญ่ญาติโยมทำอะไรช้า ก็เลยไม่เคยชินกับความเร็วของวัดท่าขนุน อาตมาออกจากกรรมฐานมา นั่งรับศรัทธาญาติโยมที่ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย พอหมดคนก็ไปพัก หกโมงครึ่งลงมาบวชสามเณร เจ็ดโมงครึ่งทำบวงสรวง เสร็จแล้วก็เข้าโบสถ์บวชพระ ๓๙ รูป สิบโมงห้าสิบเจ็ดนาที ออกมาเททองหล่อพระตอน สิบเอ็ดโมง ประมาณ ๑๐ นาทีก็เสร็จเรียบร้อย แล้วก็ไปฉันเพลกัน ญาติโยมเป็นหมื่นยังสงสัยว่า "นี่งานเสร็จแล้วหรือ ?"

ในระยะเวลาที่เท่ากัน ถ้าหากว่ากำลังใจของคนที่รวบรัดตัดตรงจะไม่ยุ่งยาก ทำอะไรมุ่งเอาประโยชน์ที่มากที่สุดและตรงที่สุดเท่านั้น โดยเฉพาะมุ่งเอาเฉพาะงานตรงหน้าเท่านั้น ก็จะทำงานได้มากกว่าคนอื่นเขา"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 87 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #106  
เก่า วันนี้, 09:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "พรุ่งนี้มีม็อบ ได้ยินว่านักเรียนก็จะไปม็อบ รู้สึกว่านักเรียนสมัยนี้ฉลาดกว่าครูบาอาจารย์

ไปนึกถึงเคออส ความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดจากปิศาจ ๗ ตนช่วยกันสร้างขึ้นมา แล้วบรรดานักคิดก็เอามาสร้างเป็นทฤษฏี ความจริงความสับสนวุ่นวายไม่มีอะไรหรอก ก็เกิดจาก รัก โลภ โกรธ หลง ในใจของเรานี่แหละ เป้าหมายใหญ่ก็เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของตน

ดังนั้น...เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม ถ้าอยากจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร ให้คิดเจาะลงไปเลยว่า เรื่องนี้ถ้าเป็นอย่างนี้ใครได้ประโยชน์ ถ้าเป็นอย่างนั้นใครได้ประโยชน์ ตีวงพักเดียวก็ได้ตัวการแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ตัณหาคือความทะยานอยาก ถ้ารู้จักควบคุมไปให้ถูกทาง จะสร้างความเจริญให้กับโลกเป็นอย่างมาก แต่ถ้าไปผิดทาง ก็จะสร้างความฉิบหายวุ่นวายให้กับโลกเป็นอย่างมากเช่นกัน

โลกเราในปัจจุบันไม่มีเวลาที่จะมาวุ่นวายแบบนี้ สิ่งที่ควรจะสนใจก็คือ ทำอย่างไรที่จะผลิตอาหารให้เพียงพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เอาแค่แต่ละประเทศก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยไปเลี้ยงโลก ถ้าเป็นบ้านเราก็คือ ทำตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 84 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #107  
เก่า วันนี้, 10:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ถ้าใครอ่านหนังสือ The Visionary ที่เขาแปลเป็นไทยว่า ผู้มองเห็นอนาคต ที่กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงงานทุกอย่างเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน อีกไม่นาน ถ้าหากว่าภาวะสงครามตลอดจนกระทั่งความวุ่นวายปะทุถึงขีดสุด ทุกคนจะเห็นว่าสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพ มีประโยชน์มหาศาลขนาดไหน เพราะไม่ว่าเขาจะวุ่นวายขนาดไหนก็ตาม เราจะสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

แต่คราวนี้ด้วยความประมาทอย่างหนึ่ง ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ฟังดูแล้วไม่ช่วยให้รวยอีกอย่างหนึ่ง ก็เลยทำให้คนสนใจที่จะปฏิบัติน้อย ยกเว้นคนที่มีปัญญาเห็นความมั่นคงในครอบครัว ว่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความมั่นคงในอาหาร มีความมั่นคงในสุขภาพ มีความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัย ถ้าหากว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มีสมบูรณ์พร้อม เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครก็อยู่ได้

อย่างสมัยโบราณ เรื่องของอาหาร หัวไร่ชายนามีมากมาย เพราะว่าผู้คนยังไม่มาก สมัยอาตมายังเด็กอยู่ ยังได้ยินเพลงชาติเก่า ที่เนื้อร้องมีระบุจำนวนประชากรไทยว่ามี ๑๘ ล้านคน สมัยนี้ ๖๘ ล้านคน ต่างกัน ๕๐ ล้านคน ก็แปลว่าต่างกันประมาณ ๕ เท่า ทรัพยากรย่อมไม่เพียงพอ

สมัยก่อนเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ใช้สมุนไพรใบยาตามหัวไร่ชายนา ตามป่าตามเขา ชาวบ้านทำงานหนัก กินอาหารแต่ผักแต่ปลา ไม่ค่อยได้กินเนื้อ แต่สุขภาพแข็งแรงมาก ขนาดบาทหลวงลา ลูแบร์ รายงานถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ว่า คนไทยตัวเล็ก ผิวคล้ำ ล่ำสัน แต่แข็งแรงมาก ๆ เพราะว่าอยู่กับธรรมชาติ เราแค่หวนคืนไปสู่สิ่งที่บรรพบุรุษของเราทำกันมาก็จบแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 84 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #108  
เก่า วันนี้, 10:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แต่ปัจจุบันนี้ ทุกอย่างของพวกเราเลียนแบบต่างประเทศ เพราะเห็นว่าโก้เก๋ แม้กระทั่งเรือนชานบ้านช่องก็สร้างตามแบบของยุโรปอเมริกา กลายเป็นว่าถ้าไม่มีเครื่องปรับอากาศแล้วอยู่ไม่ได้ หลายคนสร้างบ้านเรือนทรงสเปน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ บ้านทรงนั้นต้องการเก็บความอบอุ่นไว้ในบ้านมากที่สุด หลังคามีส่วนลาดให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้หิมะเกาะทับถมจนกระทั่งพัง พอมาอยู่บ้านเราก็กลายเป็นเตาอบดี ๆ นี่เอง

ในเรื่องของภูมิปัญญาคนโบราณ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จะเหมาะสมอยู่ในทุกโอกาส คนไทยสมัยก่อนสร้างบ้านใต้ถุนสูง ถึงเวลาหน้าหนาวอยู่บนเรือน ก่อไฟใต้ถุนบ้าน ถึงเวลาหน้าร้อนอยู่ใต้ถุน มีหลังคา มีพื้นบ้านกันสองชั้นไม่ร้อน ลมเข้าทุกทิศทุกทาง หน้าน้ำหลากมีเรือขึ้นคานอยู่ใต้ถุน พอถึงเวลาเดือน ๙ เดือน ๑๐ ก็เริ่มตอกหมันยาเรือ ทาน้ำมันกันแล้ว เอาลงจากคานเตรียมไว้ เดือน ๑๑ น้ำไหลนอง เดือน ๑๒ น้ำทรง ลงเรือกันเป็นปกติ สมัยนี้เอารถเบนซ์ผูกไว้ น้ำท่วมทีรถเบนซ์ก็สำลักน้ำ...!

อาตมาให้แนวคิดไว้นานแล้วนะ ว่าหมู่บ้านจัดสรรให้ทำเป็นเรือนแพ ติดลูกทุ่นให้มั่นคง มีเสาหลัก ๔ มุม เอาไว้คล้องห่วง ถึงเวลาน้ำขึ้นเท่าไร ก็ลอยตามน้ำสูงเท่านั้น ไม่เดือดร้อนกับใคร ถ้าไม่มั่นใจก็เสาหลักสูงสัก ๑๐ เมตรไปเลย เผื่อน้ำท่วมเยอะ น่าจะขายดีนะ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 81 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #109  
เก่า วันนี้, 10:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"The Visionary กษัตริย์ผู้เห็นอนาคต ฝรั่งยกย่องขนาดนั้น แต่คนไทยเราไม่สนใจเลย

ตอนนี้บ้านเรามีขบวนการ CIA คอยเกาะติดม็อบอยู่ตลอด พอถึงเวลาก็จะวิ่งนำไปรอ ไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้นปิ้ง ส้มตำ กาแฟ สารพัด

ส่วนหนึ่งที่คณะสงฆ์หนักใจก็คือเรื่องของพระหนุ่มเณรน้อยที่ขาดการอบรม ไม่ฟังมติ ระเบียบหรือคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่เป็นกฎหมายคณะสงฆ์ ไปร่วมขบวนประท้วงหรือว่าร่วมปราศรัย สิ่งนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว เกิดจากความบกพร่องของเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์

ถ้าหากว่าพระอุปัชฌาย์อาจารย์เข้มงวด อบรมสั่งสอนดี เรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเจ้าอาวาสเข้มงวด อบรมสั่งสอนดี เรื่องเหล่านี้ก็จะไม่เกิด เพราะฉะนั้น ๒ ด่านที่สำคัญก็คือด่านเจ้าอาวาสและด่านพระอุปัชฌาย์ แต่ว่าเจ้าอาวาสบางท่านก็เป็นพระอุปัชฌาย์เสียเอง อย่างอาตมาเป็นต้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 80 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #110  
เก่า วันนี้, 10:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,815
ได้ให้อนุโมทนา: 95,544
ได้รับอนุโมทนา 4,054,588 ครั้ง ใน 28,338 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เมื่อเป็นเช่นนั้น เราต้องชี้แจงว่าอะไรเหมาะ อะไรควร อะไรไม่เหมาะไม่ควรต่อสมณสารูป อย่างที่ปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณะ เขาพิจารณากันทุกวัน ๆ ว่าเรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว อาการกิริยาใด ๆ ที่เป็นของสมณะ เราต้องทำอาการกิริยานั้น ๆ ตัวเราติตัวเราเองโดยศีลได้หรือไม่ ? ผู้รู้ใคร่ครวญแล้วติตัวเราโดยศีลได้หรือไม่ ? กาย วาจา ใจ ที่ดีกว่านี้ยังมีอยู่อีก เราต้องทำกายวาจาใจเหล่านั้นให้ได้ เป็นต้น

ก็แปลว่าท่านทั้งหลายที่ไป เพราะว่าขาดการอบรม เนื่องจากว่าสมัยนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นพระอุปัชฌาย์เป็ด คือไข่แล้วทิ้ง ไม่ใช่พระอุปัชฌาย์ไก่ที่ไข่แล้วฟูมฟัก แต่ว่าคนเปรียบเทียบอย่างนี้ แสดงว่าไม่เคยเห็นเป็ดเทศ เป็ดเทศฟักไข่นี่ ห่วงไข่กว่าแม่ไก่อีก ถึงขนาดตีกับพ่อไก่อย่างชนิดที่หมดสภาพ แผ่หราไปด้วยกันทั้งคู่ อาตมาก็เคยเห็นมาแล้ว เพราะว่าพ่อไก่จะไปแย่งรังให้แม่ไก่วางไข่ ตรงไหนที่นกหรือว่าเป็ดไก่แย่งกัน แปลว่าปลอดภัย ปลอดภัยจากอะไร ? อยู่สูงจากพื้นเพียงพอที่จะพ้นจากบรรดางูเงี้ยวเขี้ยวขอหรือว่าสัตว์กินเนื้อ ด้านบนมีสิ่งบดบังอันตรายที่มาจากทางด้านบนได้ เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าหากว่าเจอพระอุปัชฌาย์เป็ด ก็ทำให้ลูกศิษย์เละเทะอย่างที่เห็น สร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กรก็คือคณะสงฆ์ไทย จึงควรไปเคี่ยวเข็ญกันที่พระอุปัชฌาย์อาจารย์แทน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 17:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 79 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 11 คน ( เป็นสมาชิก 4 คน และ บุคคลทั่วไป 7 คน )
จุนเจือ, ผิดหวัง, โภคะ, ลูกพระ
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:54



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว