กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์

Notices

เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ เก็บข้อธรรมจากบ้านอนุสาวรีย์มาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #101  
เก่า 29-03-2011, 00:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ถ้าพวกเรายังไม่โดนตีกรอบ ก็จะไม่รู้ว่าสภาพจิตของเราดิ้นรนขนาดไหน เพราะว่าเวลาต้องการอะไร เราก็สนองให้ทุกอย่าง แต่ศีลพระ ๒๒๗ ข้อ ทำให้สิ่งที่เราเคยได้ทำ กลายทำไม่ได้ทั้งนั้นเลย

ในเมื่อโดนตีกรอบ กิเลสก็ดิ้นตายชักเลย อย่างที่เขาเล่ากันขำ ๆ ว่า มีหนุ่มอยากจะบวช ถามหลวงพ่อว่า "หลวงพ่อบวชดีไหม ?" หลวงพ่อตอบว่า "ดี..บุญเยอะดี" พอถึงเวลาบวชเข้าไป "หลวงพ่อผมทำนี่ได้ไหม ?" "ไม่ได้..บาปตายเลย"

"ผมทำนั่นได้ไหมหลวงพ่อ ?"
"ไม่ได้..บาปตายเลย"
"หลวงพ่อบอกว่าผมบวชแล้วได้บุญเยอะ แต่ทำไมบวชเข้ามามีแต่บาปทั้งนั้น ?"

คราวนี้สภาพจิตที่ดิ้นรนแล้วได้รับการสนองตอบ อาการดิ้นรนก็ไม่หนัก แต่เมื่อไม่ได้รับการสนองตอบ แค่อดข้าวเย็นอย่างเดียวก็แย่แล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #102  
เก่า 29-03-2011, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : แล้วการไม่ได้กินข้าวเย็น ทำให้มีอาการกรดไหลย้อน ?
ตอบ : เขาบอกว่า ตัวตายดีกว่าศีลขาด จะไปกลัวอะไรกับกรดไหลย้อน

ถาม : อดไปเรื่อย ๆ อาการจะหนักไปเรื่อย ๆ
ตอบ : เขายังมีเภสัชฉันได้เยอะแยะ น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำตาล เนยใส เนยข้น

ถาม : เนยแข็งมีไหมคะ ?
ตอบ : เนยแข็งนั่นแหละ เขาเรียกว่าเนยข้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 29-03-2011 เมื่อ 09:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #103  
เก่า 29-03-2011, 00:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ทิดหนุ่ม ตอนที่เขาบวชอยู่ก็ไปยกแท่งปูนสำหรับทำขอบลานธรรมด้วยกัน แท่งปูนแท่งหนึ่งหนัก ๑๐๖ กิโลกรัม สองคนช่วยกันยกแท่งหนึ่ง อาตมาเห็นเขายกแบบยักแย่ยักยัน รู้สึกรำคาญ ก็ยกพรวดไปเลย ทิดหนุ่มเขาจับแท่งปูนแน่นไปหน่อย ก็เลยลอยตามแท่งปูนไปด้วย

เขาก็ไปนั่งบ่นว่า "หลวงพ่อทำไมน่ากลัวอย่างนี้ ?" นอกจากแท่งปูน ๑๐๖ กิโลกรัมแล้ว คนยังโดนยกลอยตามไปอีก อยากจะบอกเขาว่า "ที่คุณเห็นว่าน่ากลัวนั้น เหลือแค่ ๑ ใน ๑๐ ของสมัยก่อน ตอนนี้ผมแก่จนหมดสภาพแล้วว่ะ..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 29-03-2011 เมื่อ 11:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #104  
เก่า 29-03-2011, 00:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พระอริยเจ้าอย่างพระอรหันต์ยังสึกหรือไม่..?
ตอบ : บุคคลที่เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าอย่างแท้จริง ไม่ต้องถึงพระอรหันต์หรอก แค่พระโสดาปัตติมรรคก็ไม่คิดจะสึกแล้ว ท่านเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัยแล้ว จิตที่ปรามาสพระรัตนตรัยแม้แต่นิดหนึ่งก็ไม่มี เพราะฉะนั้น..ท่านก็ไม่รู้จะสึกไปทำเกลืออะไร..!

ถาม : แสดงว่า..
ตอบ : ถ้าหากบุคคลที่จิตละเอียดพอแล้ว ตนเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย แล้วทำตัวเองให้หลุดออกมา ถ้าสำหรับคนทั่วไปจะสึกก็สึกไปเถอะ ในส่วนที่คนทั่วไปทำแล้วไม่เห็นโทษ พระระดับนั้นท่านเห็นว่าเป็นการปรามาสพระรัตนตรัย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 02:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 158 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #105  
เก่า 29-03-2011, 01:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คืนก่อนที่หลวงตามหาบัวท่านจะไป ก่อนนอนก็ภาวนาเป็นปกติ แล้วเห็นหลวงตาแก่ ๆ ท่านไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจได้ยินว่า วันนี้ท่านจะไปแล้ว คิดว่าตัวเองฝันไป ก็เลยถอนจิตออกมา คิดว่าข่าวนั้นโกหก
ตอบ : ไม่เป็นไร พอโดนบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง ลักษณะที่ว่ามาเป็นทิพจักขุญาณในอนาคตังสญาณ ถ้าเป็นตอนนั้นรู้เดี๋ยวนั้น จะเป็นปัจจุปันนังสญาณ ถ้าผ่านไปแล้วนึกย้อนกลับได้ จะเป็นอตีตังสญาณ

ถาม : อย่างนี้จัดว่าเป็นท่านบอกเรา หรือจิตเราไปเอง ?
ตอบ : ถ้าสภาพจิตเราถึง ก็เหมือนกับเราตั้งเสาอากาศไว้ ใครส่งข่าวมาก็รู้เอง

ถาม : อย่างนี้ท่านก็ส่งไปทั่ว
ตอบ : ไม่รู้เหมือนกัน วันนั้นอาตมาเที่ยวไล่บอกเขาตอนเช้ามืดว่าท่านไปแล้ว ไม่มีใครเชื่อสักคน มีแต่คนเถียงว่า ได้ยินว่าอาการดีขึ้นแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #106  
เก่า 29-03-2011, 01:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลารถมาเราจะจับดูทะเบียนใช่ไหมคะ ? ส่วนหนูจับภาพค่ะ มันเหมือนเห็นภาพ ๓๖๐ องศาเป็นสามมิติค่ะ ถ้าใจปรับโฟกัสผิด ก็เห็นภาพผิดค่ะ
ตอบ : ต้องเห็น ๓๖๐ องศาเพราะทิพจักขุญาณไม่ถูกจำกัดด้วยทิศทางหรือสถานที่ มีประเภทหนึ่งก็คือ ถ้าเขามาในทิศที่ผิดปกติแล้วเราเห็นได้ ให้รู้ไว้ก่อนว่านั่นผีหรือเทวดา แต่ถ้าอยู่ตรงหน้าแล้วถึงจะเห็นได้ นั่นยังไม่แน่ ยังต้องพิจารณากันอีกที

ตอนที่อาตมาไปงานฉลองเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง ไปพักอยู่ที่เฮือนศิลารีสอร์ท มีผีมา ๒-๓ ชุดด้วยกัน ชุดแรกเขามาขอส่วนกุศลแล้วก็ไป ชุดที่สองมาขบวนใหญ่ ขอส่วนกุศลแล้วก็ไป ชุดที่สามมาคนเดียว เลือดท่วมตัวมาเลย ถามว่าเป็นอะไร ? เขาบอกว่าโดนรถชนตาย ไม่รู้จะไปไหน พอดีมีรถคันหนึ่งผ่านมา เขาก็เลยเกาะรถคันนั้น แล้วรถคันนั้นเข้ามาที่รีสอร์ท เขาก็เลยเปะปะอยู่ในนี้

พอเห็นว่าอาตมาอุทิศส่วนกุศลให้คนอื่นอยู่ เขาก็เลยมาขอบ้าง แล้วเขาก็ไป เสร็จแล้วก็มีเสียงเคาะประตูก๊อก ๆ อาตมาก็คิดว่า เออ..ผีชุดนี้มารยาทดีจริง ๆ พอมองออกไปเห็นแต่ประตูอย่างเดียว แสดงว่าไม่ใช่ผีแล้ว ลุกไปเปิดประตูพบว่าเป็นทิดตู่ คือถ้ามองแล้วเห็นทันทีเลยน่ะผี แต่นี่มองออกไปไม่เห็น ก็เลยไปเปิดประตูดู

ทิดตู่เขามาชวนไปเที่ยวผาหำหด ก็เลยบอกว่า "เอ็งไปกันเถอะ ข้าไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว" คือตรงนั้นเป็นหน้าผาตัดดิ่งลงไป คนมองก็ใจหวิว เขาเลยเรียกว่า ผาหำหด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 02:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #107  
เก่า 29-03-2011, 01:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เขาทำวิจัยกันแล้วว่า ความสูง ๓๒ ฟุตขึ้นไป มนุษย์ทุกรูปทุกนามอย่างน้อยต้องมีความกลัว เพียงแต่ว่ากลัวแล้วตั้งสติได้หรือไม่ได้ อย่างสมัยก่อนทหารเขาฝึกโดดร่มกัน เพื่อนบางคนครูฝึกต้องถีบลงไป เพราะเขาเห็นความสูงแล้วไม่กล้า ด่าว่าอย่างไรก็ไม่ยอมโดด

ถาม : ตอนที่ขึ้นไปบนเขาที่วัดท่าขนุน หนูก็ภาวนาไป กลัวว่าจะหลุดจากการภาวนา อยู่ดี ๆ เกิดกลัวความสูงขึ้นมา
ตอบ : จะได้รู้ไว้ว่า จริง ๆ แล้วเรายังกลัวตายอยู่ ขอบอกว่า ความกลัวทุกชนิดมีพื้นฐานจากความกลัวตายทั้งสิ้น อาตมาตามดูอยู่เป็นปี ๆ เลยนะ กว่าจะรู้ว่าความกลัวทุกชนิดมีพื้นฐานมาจากความกลัวตาย บางอย่างก็อ้อมโลกไปไกลมากเลย แต่ตอนสรุปก็จะมาสรุปลงที่ตรงกลัวตาย

ถาม : ถ้าเห็นเลือด อย่างอ่านข่าวฆาตกรรม จิตไปเชื่อมแล้วไม่กลัว
ตอบ : ตอนนั้นที่ไม่กลัวเพราะสภาพจิตทรงสมาธิอยู่ ถ้าหลุดออกมาก็เจ๊ง

ถาม :ไปโรงพยาบาล แค่เห็นเขาตรวจเลือดในวอร์ดก็หน้ามืดจะเป็นลม
ตอบ : วันก่อนพาพระไปเจาะเลือด อยากจะบอกพวกเราทุกคนว่า เราสามารถที่จะตั้งระดับสภาพร่างกายของเราเองได้ สมัยเด็ก ๆ อาตมาโดนหมอเสนารักษ์(หมอทหาร)ฉีดยา เขามือหนักมาก ฉีดยาแล้วเราต้องเดินเป๋ เจ็บตูดไปเป็นอาทิตย์ จึงทำให้เกลียดเข็มมาก พอคราวหลังโดนฉีดยาจะเป็นลมทุกครั้ง แค่เห็นเข็มก็เป็นลม

ตอนที่สมัครไปเป็นทหาร ต้องเจาะเลือดตรวจเพื่อดูกรุ๊ปเลือด แล้วก็ต้องฉีดยากันบาดทะยัก เพื่อเวลารบขึ้นมาถ้าบาดเจ็บ จะได้ไม่ตายเพราะเชื้อบาดทะยัก แต่อาตมาที่เห็นเข็มเข้าแล้วเป็นลม พอไปเจออย่างนั้นเข้าจะทำอย่างไร ? เนื่องจากว่าภาวนามาหลายปีแล้ว ก็เลยคิดว่า "กูจะไม่เป็นลม..กูจะไม่เป็นลม"

ร่างกายของเรามีระบบป้องกันตัวอัตโนมัติ ถ้าได้รับบาดเจ็บก็จะตัดให้เป็นลมหรือช็อก เพื่อให้ระบบร่างกายทำงานน้อยลง เป็นการสงวนพลังงานเอาไว้เพื่อรักษาตัวเอง พออาตมาไปทำอย่างนั้น กลายเป็นว่าไปตั้งระบบของร่างกายใหม่ ตั้งแต่นั้นมาโดนฉีดยาเท่าไรก็ไม่เป็นอะไร แสดงว่าเราสามารถตั้งระบบร่างกายของเราได้ ครั้งแรก ๆ ที่ร่างกายตัดให้เป็นลม เป็นการป้องกันตัวเร็วเกินไป เหมือนกับว่าไฟอ่อนนิดเดียวก็ตัดแล้ว เราก็ไปเพิ่มหน่อย คราวนี้ไฟแรงแค่ไหนก็ไม่ตัด


ถาม : ตั้งโปรแกรมใหม่ได้
ตอบ : ตั้งได้ อยู่ที่ใจของเรา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 29-03-2011 เมื่อ 09:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 159 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #108  
เก่า 29-03-2011, 02:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พอจิตเรารู้ว่าทำได้ เราก็ทำได้ขึ้นมาใช่ไหมคะ ? อย่างเราถักเปียตอนเด็ก ๆ ไม่ได้ พอโตขึ้นมาคิดว่าน่าจะทำได้ ก็ทำได้เลย
ตอบ : ถ้ามีของเก่าอยู่ ถึงเวลาเราจะเป็นเอง สมัยก่อนบวชอาตมาก็ถักเปียให้เพื่อนผู้หญิงได้ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน

ถาม : ก็เลยสับสนว่าบางครั้งเราทำไม่ได้ หรือว่าเราทำได้จริง ๆ กันแน่ แยกไม่ออกค่ะ ?
ตอบ : ถ้าทำไปถึงระดับหนึ่งแล้ว ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ก็ต้องสะสมกันนานทีเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 03:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 153 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #109  
เก่า 29-03-2011, 02:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พิจารณาอาหาเรปฏิกูลสัญญาอย่างไร ?
ตอบ : ก็แค่พิจารณาให้เห็นว่า อาหารทุกอย่างมีพื้นฐานมาจากความสกปรก พืชก็สกปรก สัตว์ก็สกปรก สัตว์ก็ไม่แปลกใช่ไหม ? เราเห็นว่ามีเลือด มีอุจจาระปัสสาวะเป็นปกติ โดยเฉพาะถ้าหากเราไปดูในฟาร์มเลี้ยงหมูเลี้ยงวัว จะเห็นว่าเละเทะไปหมดเลย

แต่ในเรื่องของพืช เราต้องเห็นว่ามีพื้นฐานมาจากความสกปรก ก็คือปุ๋ยทุกอย่าง เช่น ซากพืช ซากสัตว์ อุจจาระ ปัสสาวะ ที่พืชดึงเอาเป็นอาหาร ถ้าหากเป็นผลไม้เราก็ดูไปว่า จริง ๆ แล้ว เรากินสิ่งที่เน่า เพียงแต่ว่าเราเอามากินก่อนที่จะเน่าหมดสภาพนั่นเอง ผลไม้ที่กำลังเน่าได้ระดับพอดีเราเอามากินเสียก่อน

แล้วหลังจากนั้นสิ่งที่เรากินเข้าไปออกมาเป็นอะไร ? ก็กลายเป็นอุจจาระ ปัสสาวะทั้งหมด แล้วลองดูสิว่า ตอนที่ถ่ายออกมา เราทนดูโดยไม่รังเกียจได้ไหม ?

ถาม : ไม่ได้
ตอบ : นั่นแหละ..พิจารณาอย่างนั้น ให้เห็นว่า อาหารทุกอย่างมีพื้นฐานมาจากความสกปรก แล้วเรากินสิ่งที่สกปรกเข้าไป ร่างกายนี้ก็เลยสกปรกไปด้วย ขึ้นชื่อว่าการเกิดมามีร่างกายที่มีความสกปรกอย่างนี้เราไม่ต้องการอีก พอกำลังใจทรงตัวมั่นคงแล้ว เราก็เอากำลังใจช่วงสุดท้ายไปเกาะพระนิพพานแทน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 03:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 152 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #110  
เก่า 29-03-2011, 02:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเกิดฝันเห็นงานศพครูบาอาจารย์ที่เป็นที่รักที่เคารพของตัวเอง โดยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แปลความหมายได้อย่างไรบ้าง ?
ตอบ : เอาเป็นหลักธรรมจริง ๆ ก็คือ ทุกคนต้องตายหมด แม้กระทั่งเรา เพราะฉะนั้น..โปรดระวังเอาไว้ว่า เราก็จะตายอย่างนั้นด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 03:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #111  
เก่า 29-03-2011, 10:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ด้วยความเคยชิน อาตมาจะทดสอบไมโครโฟนด้วยการเป่า เพราะสมัยก่อนใครเคาะไมโครโฟน หลวงพ่อก็จะเคาะกบาลตามไปด้วยทันที ท่านบอกว่าข้างในไมโครโฟนจะมีฟิวส์บาง ๆ อยู่นิดเดียวเท่านั้น ถ้าไปทดสอบด้วยการเคาะ ฟิวส์จะขาด ไมโครโฟนก็จะเสีย ท่านจึงให้ทดสอบด้วยการเป่าแทน

หลวงพ่อท่านใช้ทุกอย่างประหยัดมาก และรักษาทุกอย่างพอ ๆ กับชีวิต ท่านบอกว่า ของทุกอย่างได้มาก็เพราะบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถ้าเราไม่ได้อาศัยบารมีท่าน สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นแก่เรา ถึงจะมีมาก ก็ใช้ฟุ่มเฟือยไม่ได้ เพราะว่าของที่ได้มาด้วยศรัทธา ราคาน้ำใจเขาประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ จึงต้องรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด

สมัยก่อนหลวงพ่อซื้อเครื่องเสียงที่ยังเป็นหลอดทรานซิสเตอร์อยู่ จะต้องอุ่นเครื่องประมาณ ๕ นาทีจึงจะทำงานได้ ท่านซื้อใช้ที่วัดท่าซุง ๑ เครื่อง และซื้อถวายวัดยางที่อยู่คนละฝั่งคลองอีก ๑ เครื่อง วัดยางเปลี่ยนไปสามเครื่องแล้ว ของวัดท่าซุงยังใช้เครื่องเดิมอยู่เลย

เวลาเสียบปลั๊กหรือถอดปลั๊ก ท่านให้ดึงตรง ๆ เสียบตรง ๆ ท่านบอกว่าดึงหมุน ๆ แล้วทำให้ปลั๊กหลวม เสียง่าย เพราะฉะนั้น..ท่านรู้จริงทั้งหมดและรักษาข้าวของดีมาก ก็เลยทำให้ของที่ท่านใช้อยู่ทนนานกว่าคนอื่นเขา

มีอยู่เที่ยวหนึ่ง ท่านเดินจากที่พักทางตึกอินทราพงษ์ริมน้ำ คือฝั่งวัดเก่า ข้ามมาที่ทางฝั่งโบสถ์ คือ ทางฝั่งวัดใหม่ ตรงไปที่ร้านอาหารป้ากิมกี พอพระเห็นหลวงพ่อเดินมาก็ตาลีตาเหลือกวิ่งไล่ตาม ว่าหลวงพ่อมาทำไม ท่านมาเดินดูและชี้ให้พระดู

เนื่องจากว่า พระท่านสั่งอาหารที่ร้านค้ามาฉัน หลวงพ่อท่านห้ามพระนั่งในร้าน ท่านบอกว่าพระนั่งร้านค้าแล้วน่าเกลียด ถ้าพระนั่งแล้วโยมเขาไม่กล้าเข้า ทางร้านเขาก็จะเสียรายได้ไป"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #112  
เก่า 29-03-2011, 10:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"พระจึงสั่งอาหารเข้ามาฉันในห้องใต้หอระฆัง ซึ่งเป็นห้องยาม พอฉันเสร็จพระก็เอาถ้วยชามพร้อมกับแก้วน้ำมากองไว้ตรงตีนบันได เพื่อรอเขามาเก็บเอาไปล้าง

หลวงพ่อท่านบอกว่า "พระท่านมาบอกว่า "..ไปดูความมักง่ายของลูกแกซิ..เอาไปวางกองไว้อย่างนั้น ถ้าหมาวิ่งมาสะดุุดแล้วของตกแตก หรือคนเดินเหยียบของแตกขึ้นมา ถ้าพระไม่ไปใช้หนี้ จะเจออาบัติปาราชิกไม่รู้ตัว เพราะตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เขาสูญเสียของสิ่งนั้น ๆ"

ปาราชิกนี่ขาดจากความเป็นพระเลยนะ แก้วน้ำใบหนึ่งราคาเกินหนึ่งบาทอยู่แล้ว ฉะนั้น..เราจะเห็นว่าสิ่งที่หลวงพ่อท่านทำเป็นแบบอย่างให้ ถ้าพระเณรที่อยู่กับท่านถอดแบบไปใช้ ไม่ต้องมากหรอก ได้สัก ๑ ใน ๑๐๐ ของหลวงพ่อท่านก็พอ สามารถไปได้ทั่วประเทศเลย

บรรดาบุคคลที่เคยวิ่งรับใช้หลวงพ่ออยู่ ปฏิปทาก็จะกลายเป็นแบบหลวงพ่อโดยไม่รู้ตัว เพราะโดนหล่อหลอมจากแม่พิมพ์นั้น ๆ มา บรรดาผู้ชายที่อยู่รับใช้หลวงพ่อมักจะอยู่ไม่นาน ในที่สุดก็บวชกันหมด มีหลวงตาวัชรชัยอยู่นานกว่าเพื่อน หลวงตาอยู่ ๘ ปี อาตมาอยู่ ๔ ปี ที่หลวงตาอยู่ถึง ๘ ปี เพราะหลวงตามีครอบครัว รอการตัดสินใจอยู่จึงช้า ส่วนคนอื่นเขาไม่มีครอบครัว หรือตัดใจจากครอบครัวได้ก็บวชกันเลย

เป็นผู้หญิงไม่ต้องเสียดายนะว่าไม่ได้บวช อย่างวันก่อนที่เขาว่า เป็นผู้ชายบวชแล้วได้กุศล เกิดเป็นผู้หญิงไม่ได้บวช ผู้หญิงควรจะทำอย่างไร ? ก็ทำตนให้เป็นพระอริยเจ้าไปเลย..! ดีกว่าบวชไปเสี่ยงนรกตั้งเยอะ..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #113  
เก่า 29-03-2011, 10:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default



พระอาจารย์กล่าวว่า "พระพุทธรูปศิลปะล้านช้างสังเกตได้ง่าย ๆ ว่า หน้าตักจะกว้างเป็นพิเศษจนเหมือนผิดส่วน ดังนั้น..หลวงพ่อโสธรจึงเป็นศิลปะล้านช้าง สังเกตได้ว่าหน้าตักท่านกว้างกว่าพระพุทธรูปทั่วไป"
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 4.jpg (52.8 KB, 736 views)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #114  
เก่า 29-03-2011, 10:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สงสัยมานานแล้ว หลวงพ่อสร้างพระคำข้าวซึ่งเป็นทางมหาลาภ เป็นรูปพระพุทธชินราช แต่พอพระหางหมาก ซึ่งเป็นในทางป้องกันแคล้วคลาด กลับเป็นหลวงพ่อโสธร สลับกันหรือเปล่า ?
ตอบ : ไม่ได้สลับกัน แล้วแต่ช่างเขาทำให้ ท่านมอบผงให้ช่างไปผลิตเอาเองตามใจเลย เพียงแต่ให้ใส่คำว่าวัดท่าซุงไว้ ตอนที่ทำหลวงพ่อไม่ได้เจตนาทำไว้บู๊ อาตมาเองก็ติดนิสัยหลวงพ่อมา หลวงพ่อบอกว่า ทำทางมหาลาภดีกว่า ถ้าชาวบ้านเขารวยก็ช่วยวัดได้ อาตมาก็ว่าเป็นนโยบายที่ดี

ปรากฏว่าพอพุทธาภิเษกแล้ว พระท่านสงเคราะห์ให้ พระท่านสงเคราะห์พิเศษขนาดนั้น พวกเราน่าจะระแวงว่าเป็นรุ่นท้าย ๆ แล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้ระแวงกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #115  
เก่า 29-03-2011, 10:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "สมัยโบราณเขานิยมผู้หญิงท้วมกัน ท้วมก็คือเกือบอ้วน หรืออวบระยะสุดท้าย ถ้าใครได้ดูรูปนู้ดของฝรั่ง เราจะเห็นว่ามีแต่ผู้หญิงอ้วน ๆ ทั้งนั้นเลย เพราะเขาถือว่ารูปร่างลักษณะอย่างนั้นจึงจะเป็นแม่พันธุ์ที่ดี ไม่ใช่เป็นแม่ที่ดีนะ

ยิ่งในยุคสมัยที่รบราฆ่าฟันกันอยู่ จำเป็นต้องสร้างกำลังพลขึ้นใหม่ ต้องอาศัยการมีลูกมาก ๆ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง มีลูกได้ ๑-๒ คน คนเป็นแม่ก็ไม่ไหวแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #116  
เก่า 29-03-2011, 10:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ในเรื่องของการปฏิบัติ เราต้องได้สร้างบุญร่วมกันมาก่อน ถึงจะตามกัน ถ้าไม่ได้สร้างบุญร่วมกันมาจะไม่เลื่อมใสกันหรอก เขาก็จะไปเลื่อมใสบุคคลที่เคยสร้างบุญร่วมกันมา"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #117  
เก่า 29-03-2011, 11:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของการปฏิบัติต้องระวังการทดสอบให้ดี ตั้งหลักไม่ทันนี่เสียท่าเขาแน่ โดยเฉพาะท่านที่กำลังใจยังไม่มั่นคง ถึงเวลาเสียแล้วจะเสียนาน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2011 เมื่อ 15:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #118  
เก่า 29-03-2011, 11:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อนุเสาวรีย์ หรือ อนุสาวรีย์ จึงจะถูก ?
ตอบ : อนุสาวรีย์ ความจริงมาจากคำว่า อนุสรณีย์ แปลว่าเครื่องอันเป็นที่ระลึกถึง แต่คนเขียนท่านเขียนหวัดไปหน่อย คนอ่านจึงอ่านเป็นอนุสาวรีย์ และก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่จริง ๆ คือ อนุสรณ์ หรือ อนุสรณีย์
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 29-03-2011 เมื่อ 17:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 158 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #119  
เก่า 29-03-2011, 11:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เมตตาในอุเบกขาเป็นอย่างไร ?
ตอบ : เมตตาในอุเบกขา ก็คือ เมื่อช่วยเขาไม่ได้ก็วางเฉย แต่ไม่ได้เฉยอย่างเดียว ถ้ามีโอกาสเมื่อไรก็พร้อมที่จะช่วยอีก

ถาม : แล้วอุเบกขาในเมตตา ?
ตอบ : อุเบกขาในเมตตาก็แค่กลับข้างกันเท่านั้น

ถาม : เฉยก่อนแล้วค่อยช่วย ?
ตอบ : ไม่ใช่ ถ้าหากว่าสงเคราะห์เกินประมาณ พวกคนพาลจะได้ใจ จึงต้องรู้จักการสงเคราะห์คนในระดับที่พอเพียงด้วย จึงจะเป็นอุเบกขาในเมตตา

ถาม : คนที่เป็นพุทธภูมิ เขามักจะห่วงคนอื่นมากกว่าห่วงตนเอง อันนี้ไม่ใช่ทางสายกลาง จะวางกำลังใจอย่างไร ?
ตอบ : วางกำลังใจอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่ห่วงคนอื่นมากกว่าตนเอง ก็ไม่ใช่พุทธภูมิ..!

กำลังใจของพุทธภูมิ เราจะเอาในเรื่องของหลักธรรมไปวัดไม่ได้ ส่วนที่เราเห็นว่าเป็นอัตกิลมถานุโยค ก็คือเกินกำลัง แต่สำหรับท่าน ท่านทำได้ เราแบกข้าวสารได้กระสอบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นช้าง ๗-๘ กระสอบ โยนใส่หลังก็ยังเฉย เราจะไปวัดด้วยเหตุผลธรรมดาไม่ได้ เพราะกำลังใจท่านมากกว่า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 29-03-2011 เมื่อ 17:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #120  
เก่า 30-03-2011, 14:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,063
ได้ให้อนุโมทนา: 74,934
ได้รับอนุโมทนา 3,170,118 ครั้ง ใน 22,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเมตตาสูงแล้วคนรับเขารับไม่ได้ จะกลายเป็นโทษแก่เขาหรือไม่ครับ ?
ตอบ : เมตตาจะต้องมีปัญญาประกอบด้วย อย่างที่ว่ามาแสดงว่าคุณมีเมตตาอย่างเดียว ในเรื่องบารมี ๑๐ นี้ ถ้าหากว่าเราทำตัวใดตัวหนึ่ง อีก ๙ ตัวก็จะมาด้วย โดยเฉพาะสำคัญที่สุดก็คือ ปัญญาบารมี ต้องดูวาระ ดูโอกาส ว่าควรที่จะปฏิบัติอย่างไร

ถ้าหากว่าเป็นในสัปปุริสธรรม ก็คือ กาลัญญุตา รู้กาลเทศะ เวลาไหนเหมาะ เวลาไหนควร รู้ปุคคลปโรปรัญญุตา รู้ว่าแต่ละบุคคลมีความต้องการอย่างไร

ถาม : พูดง่าย ๆ ก็คือ โดยพื้นฐานของกำลังใจควรมีเมตตา คิดว่าจะให้อยู่ ส่วนจะเป็นเวลาไหนอย่างไร ต้องใช้ปัญญาประกอบเข้าไป ?
ตอบ : มีปัญญารู้ว่าเวลาไหนควรจะอุเบกขา ไม่ใช่มีแต่เมตตาอย่างเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-03-2011 เมื่อ 17:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 137 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:28



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว