กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 25-05-2018, 08:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ท่านใดที่ถวายทองคำเพื่อหล่อพระ กรุณาเขียนชื่อเขียนนามสกุลมาด้วย ยกเว้นบางท่านที่เดินมาถึงก็ถอดจากนิ้ว ถอดจากคอ ถอดจากหูมาเลย ถ้าอย่างนั้นอาตมาจะลงบัญชีเป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ท่านพระครูสุภกิจชยาภรณ์ หรือพระครูศุภชัย วัดหนองมะคัง ถวายหลวงปู่ปานพิมพ์ขี่ไก่มา ๑ องค์ ขอให้เอาไปประมูลเพื่อสร้างพระพุทธรูปทองคำ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2018 เมื่อ 11:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 148 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 25-05-2018, 21:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

(พูดถึงเรื่องการแบ่งปันที่นั่งในศาลา)

มาวัดเพื่อที่จะวัดความดีในใจของเรา อย่าเห็นแก่ตัวเอาสบายคนเดียว การแสดงออกของเราจะชัดเจนมากว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเห็นแก่ส่วนรวม เป็นคนดีพอที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมหรือแปลกแยกจากสังคมจะเห็นได้ชัด

ใครมีอาสนะกรุณาสละด้วย เพราะว่าการที่เอาที่นั่งมาจะทำให้นั่งลำบาก คนอื่นเขาโดนเราเบียดกินที่ไป ถ้าหากว่ามีอาสนะสัก ๓ ที่ก็แย่งคนอื่นนั่งไป ๒ คนแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2018 เมื่อ 03:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 136 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 25-05-2018, 21:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลวงพี่มหาเอ หรือท่านพระมหานันทวัฒน์ เขมธมฺโม เปรียญธรรม ๖ ประโยคจากวัดปากน้ำภาษีเจริญ อดีตก็คือพระวัดท่าขนุน อาตมาเป็นเจ้าภาพบวชให้ด้วยตัวเอง ท่านก็รับภารธุระแทนอาตมาหลายอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของเครื่องบายศรีบวงสรวง ท่านและคณะศิษย์ช่วยกันทำให้ทุกครั้ง โดยที่อาตมาไม่ต้องเสียเงินเสียทองอะไรเลย

โดยเฉพาะงวดนี้ ความคิดของท่านกับอาตมาตรงกันโดยมิได้นัดหมาย บายศรีของท่านเป็นรูปปลาอานนท์ กะจะพลิกแผ่นดินกันเลย เดี๋ยวก็ต้องดูว่า ถ้าพลิกกว้าง ๆ ไม่ได้ก็เอาสักหน้าจอบเดียวก็ยังดี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2018 เมื่อ 03:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 137 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 25-05-2018, 21:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

น้ำมนต์เสาร์ ๕ เอาไปต่อเพิ่มได้ เทใส่โอ่งใส่อ่างอะไรไว้ก็ได้ พอถึงเวลาจวนหมดก็ตักของเก่าออกมา เติมน้ำใหม่ใส่ลงไป ใกล้เต็มแล้วก็เอาของเก่าเททับหน้า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2018 เมื่อ 03:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 136 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 25-05-2018, 22:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

(พูดถึงการรับยันต์) งวดนี้คนใหม่เยอะก็เลยช้านิดหนึ่ง เขาไม่เข้าใจว่าจะรับยันต์อย่างไร ภาวนาก็ไม่ค่อยจะมีสมาธิ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2018 เมื่อ 03:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 139 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 25-05-2018, 22:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ไม่ว่าจะท่านที่อยู่ในศาลานี้หรือว่าอยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศก็ดี สามารถรับยันต์ได้ อย่างทางด้านวัดเกาะแก้ว จังหวัดสุพรรณบุรี นำโดยท่านอาจารย์สมชาย วัดหรือว่าสถานที่ปฏิบัติอื่น ๆ ถ้าตั้งใจจะรับยันต์เกราะเพชรเป็นหมู่คณะแบบนั้นก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน เพราะว่าถ้าท่านสามารถรวมคนได้มาก ๆ จะเดินทางมาวัดก็จะลำบาก ท่านอาจารย์สมชายมาขออนุญาตตั้งแต่หลายปีก่อน อาตมาถึงได้บอกว่าจัดพิธีที่ศาลาวัดนั่นเลย แล้วก็รับไปพร้อมกันทั้งวัด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2018 เมื่อ 03:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 142 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 29-05-2018, 09:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ญาติโยมทั้งหลาย ในเรื่องของยันต์เกราะเพชรนั้นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ยันต์เกราะเพชรคือบารมีของพระพุทธเจ้า ซึ่งยันต์เกราะเพชรนั้นมีที่มาจากตำราพระร่วงสมัยสุโขทัย สมัยนั้นมีการสร้างธงมหาพิชัยสงครามเพื่อใช้ในการนำทัพ ธงผืนเดียวคุ้มครองทหารได้ทั้งกองทัพ ไม่ว่าจะกี่หมื่นกี่แสนนายก็ป้องกันได้หมด

แต่คราวนี้ธงมหาพิชัยสงครามเป็นธงที่เขียนยาก ทำยาก ครูบาอาจารย์ท่านเลยตัดเอาส่วนคอธงที่เป็นบทสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิ โสฯ ถึง ภควาติ เอามาจัดเรียงเสียใหม่ เป็น ๘ แถว แถวละ ๗ ตัว บางคนเรียกว่า อิติปิ โสฯ ๘ ทิศ แล้วอ่านตามขวางว่า

อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา
ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง เป็นต้น

มีอุปเท่ห์ต่างกันไปตามแต่ละบท อย่างเช่นบทแรกเรียกว่า ฝนแสนห่า เป็นบทใช้สำหรับเรื่องของความแคล้วคลาด สามารถเดินกลางฝนได้โดยที่ตัวไม่เปียก

บทที่ ๒ เรียกว่ากระทู้ ๗ แบก มีเอาไว้สำหรับเรื่องของอยู่ยงคงกระพัน ท่านว่าแบกไม้มา ๗ แบก ไล่ทุบจนไม้หักหมดก็ยังไม่สามารถที่จะทำอันตรายได้ เป็นต้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 112 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 29-05-2018, 09:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แล้วทำการชักสูตรสำเร็จออกมาเป็นยันต์เกราะเพชร ซึ่งยันต์เกราะเพชรนั้นท่านบอกว่ามีอานุภาพหลายอย่างด้วยกัน

ประการที่ ๑ บุคคลที่รับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว ท่านว่าถ้าไม่หมดอายุขัยจริง ๆ จะไม่ตายโหง ต่อให้บาดเจ็บหนักหนาสาหัสอย่างไรก็รักษาจนหายกลับมา ซึ่งเรื่องนี้อาตมาพบด้วยตนเองมาหลายวาระ ทั้งบุคคลที่รู้จักและทั้งโยมแม่ของตัวเอง

ขนาดโยมแม่ตัวเอง โดนรถบี้กระจาย กระดูกด้านขวาตั้งแต่กรามลงไปหักหมดทุกท่อนเลย อยู่ห้องไอซียู ๑๘ วัน อาตมาไปถวายสังฆทานกับหลวงพ่อวัดท่าซุง กราบเรียนท่านว่า "แม่โดนรถชน อยู่ไอซียูมา ๑๘ วันแล้ว ผมเกรงว่าจะไม่รอด ขออนุญาตทำบุญถวายสังฆทานให้กับแม่ล่วงหน้าครับ"

หลวงพ่อท่านถามว่า "แม่แกรับยันต์เกราะเพชรไปบ้างหรือเปล่า ?" ก็กราบเรียนท่านว่า "รับไปหลายครั้งครับ" ท่านบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นไม่ตายหรอก" แล้วก็เป็นเรื่องจริง แต่ว่าต้องรักษาตัวอยู่ถึง ๓ ปี กว่าที่ร่างกายจะฟื้นคืนดีมาตามเดิม เป็นคำยืนยันว่า บุคคลที่รับยันต์เกราะเพชรไป ถ้าไม่ถึงอายุขัยจริง ๆ จะไม่ตายโหง

ประการที่ ๒ จะไม่ตายด้วยพิษของสัตว์มีพิษทุกประเภท เรื่องนี้อาตมาไม่ได้ตั้งใจทดสอบ แต่โดนด้วยตนเอง คือโดนงูกะปะกัดที่ชีพจรข้อมือจม ๔ เขี้ยวเลย ใครอยากดูรอยแผล ปัจจุบันนี้ยังมีให้ดูอยู่ ซึ่งอาตมาเองก็แค่เอาน้ำล้าง ติดพลาสเตอร์แล้วก็ทำงานต่อไป เล่นเอาพระลูกศิษย์ที่มาจากปักษ์ใต้ประสาทรับประทาน บอกว่า "อาจารย์ครับ ไอ้ตัวอย่างนี้กัดนี่บวมทั้งตัว ขนาดเลือดออกตามขุมขนเลยนะครับ แล้วก็เน่าหล่นไปทีละชิ้น" อาตมาตอบว่า "ท่านไม่ต้องห่วง ผมรับยันต์เกราะเพชรมาแล้ว ผมมั่นใจว่ายันต์เกราะเพชรคุ้มครองได้

ถ้าหากว่ายันต์เกราะเพชรคุ้มครองไม่ได้ แปลว่าสูญหายไปแล้ว ซึ่งการที่ยันต์จะสูญหายก็คือ ไม่ดื่มสุราก็ลักขโมย ถ้าอย่างนั้น ผมก็ไม่สมควรที่จะเป็นพระอยู่แล้ว" ก็ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากมีความปวดจากพิษงู วิ่งจากแผลขึ้นมาถึงข้อศอก แล้วก็โดนยันต์เกราะเพชรดันกลับไป แล้วก็วิ่งขึ้นมาใหม่อย่างนั้นอยู่ ๓ - ๔ ครั้งก็หายไปเฉย ๆ หลังจากนั้นอาตมาก็จับงูทุกชนิดเป็นว่าเล่น

แม้กระทั่งงูจงอางตัวยาวเป็น ๓ - ๔ เมตรก็จับเล่นเป็นปกติ เพราะมั่นใจว่าถ้าเราไม่ทำผิดข้อห้าม ยันต์เกราะเพชรจะคุ้มครองได้จริง ๆ แม้กระทั่งโดนตะขาบกัด เพราะไปเหยียบตอนเดินบิณฑบาต ก็จะบวมอยู่แค่บริเวณที่กัดเท่านั้น ไม่สามารถที่จะลามสูงขึ้นมาได้ โดนต่อต่อย ก็ปวดเป็นวงอยู่ประมาณเหรียญ ๑๐ บาท ไม่ไปไหน หลังจากนั้นแล้วก็คันอย่าบอกใครเลย แสดงว่าพิษเริ่มกลายเป็นลม ระเหยออกทางผิวหนัง เป็นต้น

ดังนั้น ในเรื่องของการไม่ตายด้วยสัตว์มีพิษนั้น ถ้าญาติโยมไม่ได้มั่นใจขนาดอาตมา ถ้าโดนงูกัดก็ไปหาหมอเสียก่อน เป็นการประกันความเสี่ยงไปในตัวก็ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 112 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 29-05-2018, 09:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ประการที่ ๓ อานุภาพของยันต์เกราะเพชรจะป้องกันไม่ให้ท่านตายด้วยไสยศาสตร์ทุกประเภท คำว่าไม่ให้ตายด้วยไสยศาสตร์ ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บ อาตมาเองเคยโดนเจ็บปางตาย กราบเรียนถามหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านว่า "ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ?" ท่านตอบว่า "ไสยศาสตร์เหมือนกับไฟ ยันต์เกราะเพชรเหมือนกับผนังกั้นไม่ให้ไฟนั้นเผามาถึงตัวเรา แต่ถ้าไฟกองใหญ่มาก ๆ ความร้อนก็ต้องมาถึงเราบ้าง"

ดังนั้น..แม้ว่ายันต์เกราะเพชรจะป้องกันไม่ให้เราตายเพราะพิษของไสยศาสตร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจ็บ อันนี้อาตมาโดนมากับตัวเองเต็ม ๆ ซาบซึ้งดีเป็นที่สุด

ข้อสุดท้ายท่านบอกว่า อานุภาพของยันต์เกราะเพชรสะท้อนคืนไสยศาสตร์ทุกประเภท ไม่ว่าเขาจะทำเราด้วยไสยศาสตร์ ตั้งใจจะให้เราเป็นอย่างไร เจ็บอย่างไร ตายอย่างไร เขาจะเป็นแบบนั้นเอง ซึ่งเรื่องนี้อาตมาเองก็เจอมา เพราะว่ามีหลายคนเห็นว่าอาตมาเป็นพระหนุ่ม ทั้ง ๆ ที่บอกว่าอายุ ๖๐ ปีแล้วก็ไม่ยอมเชื่อ เพราะว่าเขาอายุ ๖๐ แล้วหน้าตาประมาณจะเป็นพ่อของอาตมาได้ ก็เลยมีการลองของ อาตมาก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากลองได้ก็ลองไป

แม้กระทั่งการไปพุทธาภิเษกในที่หลายแห่ง ก็มีผู้หวังดีอยากจะลองว่าพระอาจารย์หนุ่ม ๆ แบบนี้จะแน่สักแค่ไหน ถึงได้รับนิมนต์มาเข้าพิธีนี้ ก็มีการลองกันซึ่ง ๆ หน้าหลายวาระ ซึ่งเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ต้องบอกว่า เป็นบุญของอาตมาที่ครูบาอาจารย์ท่านจัดพิธีเป่ายันต์เกราะเพชรและอาตมาได้เข้ามา ๑๗ ครั้งด้วยกัน เพราะฉะนั้น...ท่านใดคิดจะทำไสยศาสตร์ใส่อาตมา ยินดีต้อนรับทุกเวลา ถ้าเจ็บเองตายเองก็ไม่ต้องไปโทษใคร เพราะว่าอาตมาไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากภาวนาตามปกติเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 117 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 29-05-2018, 09:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ก็แปลว่าการที่ท่านทั้งหลาย ถ้ารับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว รักษาไว้ได้

อันดับแรก ถ้าไม่ถึงอายุขัยจะไม่ตายโหง

อันดับที่ ๒ ถ้าหากว่าโดนสัตว์พิษทั้งหลายกัด จะไม่ตายด้วยพิษของสัตว์มีพิษ

อันดับที่ ๓ จะไม่ตายด้วยอำนาจของไสยศาสตร์ ไม่ว่าจะวิชาของใครก็ตาม

อันดับสุดท้าย ใครทำไสยศาสตร์ใส่เรา จะโดนสะท้อนกลับไปทั้งหมด

แล้วถามว่าการรักษายันต์เกราะเพชรเอาไว้ได้ ต้องรักษาอย่างไร ? ท่านว่าให้รักษาศีลอย่างน้อย ๒ ข้อ คือ ไม่ลักขโมยและไม่ดื่มสุรา ไม่เสพยาเสพติด

ถามว่าการลักขโมยนั้นมีโทษอย่างไร ? ท่านบอกว่าเป็นการเบียดเบียนคนอื่น การดื่มสุราหรือเสพยาเสพติดเป็นการเบียดเบียนตัวเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 114 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 29-05-2018, 09:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในส่วนของการรักษายันต์เกราะเพชรนั้น เรื่องของสุราท่านเน้นไว้ว่า ถ้าเป็นการรักษาโรคตามสูตร อย่างเช่นประเภทยาดอง ให้กินตามหมอสั่ง ถ้าเป็นการกินตามหมอสั่ง ยันต์เกราะเพชรยังอยู่ได้ แต่ถ้ากินเอาเมากินเอาสนุก ยันต์เกราะเพชรจะสูญหายทันที โดยเฉพาะระยะนี้ให้ระมัดระวังในเรื่องของอาหารให้มาก อาตมาเจอมาแล้ว ทั้งช็อกโกแลตไส้บรั่นดี ทั้งไอศกรีมรสรัม ทั้งอาหารที่ใส่เหล้า แต่โชคดีว่าเป็นคนจมูกไว พอได้กลิ่นก็รู้ว่ากินไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องละไว้

ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายรับประทานลงไป ความรู้สึกไว ๆ จะรู้เลยว่าร้อนวาบออกผิวหนังตัวเอง แปลว่ายันต์เกราะเพชรโบกมือลา มีโอกาสค่อยมารับการเป่ายันต์ฯ ใหม่

ในส่วนของการรักษายันต์เกราะเพชรเพื่อที่จะให้ยันต์คุ้มครองป้องกันนั้น ท่านให้ตื่นเช้าขึ้นมาภาวนาพุทโธให้กำลังใจตั้งมั่น แล้วหลังจากนั้นกลืนน้ำลาย ๓ ครั้ง ยันต์เกราะเพชรจะคุ้มครองได้ทั้งวัน ถ้าท่านไม่แน่ใจ ก่อนนอนก็ทำแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง อานุภาพยันต์เกราะเพชรจะได้รักษาท่านทั้งวันและทั้งคืน การรักษายันต์เกราะเพชรเพื่อให้คุ้มครองเรานั้น ภาวนาเอาไว้ทั้งกลางวันและกลางคืนจะเป็นปลอดภัยที่สุด ในส่วนของการภาวนา เราจะใช้พุทโธ หรืออิติปิ โสฯ ทั้งบทก็ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 112 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 29-05-2018, 09:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พิธีเป่ายันต์เกราะเพชร ไม่ได้เป่าให้โยมทีละคน แต่เป่าทีทั้งศาลา สี่ห้าพันคนแบบนี้ ขืนไปเป่าทีละคนอาตมาก็เป็นลมตายพอดี การเป่ายันต์เกราะเพชรตั้งแต่สมัยหลวงปู่ปานหรือหลวงพ่อฤๅษีก็ตาม เขาเป่ากันทีละศาลา และถ้าหากว่าญาติโยมมีความเคารพในพระรัตนตรัยจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมในศาลาก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของประเทศหรือมุมไหนของโลก ถ้าท่านตั้งใจรับด้วยความเคารพ ก็สามารถรับยันต์ได้ทั้งหมด

แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเรารับยันต์ได้แล้ว ? ท่านบอกว่าในขณะที่เราภาวนาตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสั่ง ถ้ารู้สึกว่าหนักหัว หนักไหล่ มีอาการร้อนวูบวาบคล้ายจะเป็นไข้ หรือว่าขนลุก บางคนก็สั่นทั้งตัว ถ้าลักษณะนี้แปลว่ายันต์เกราะเพชรกำลังเข้าตัวของท่านแล้ว ให้รักษาอารมณ์เอาไว้จนกระทั่งได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 114 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 29-05-2018, 09:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สำหรับในพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร ครูบาอาจารย์ท่านให้ขอบารมีท้าวมหาราชพร้อมด้วยบริวารทั้งหมด ให้ช่วยขับไล่ไสยศาสตร์ต่าง ๆ ที่ติดตัวท่านทั้งหลายมา โดยเฉพาะพวกคุณผี ก็คือพวกที่ใช้ผีคุมเรามา เมื่อถึงเวลาพวกผีทั้งหลายเหล่านี้อยู่ไม่ได้ ก็จะดิ้นรนร้องโวยวาย ท่านทั้งหลายไม่ต้องตกใจ เราภาวนาของเราไปเรื่อย ๆ เป็นหน้าที่ของท้าวมหาราชและบริวารท่านจะจัดการให้เอง แต่ว่าส่วนใหญ่ที่พบมาก็คือ พอมีคนออกอาการแปลก ๆ หรือร้องเสียงดังอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นก็จะว่างไปโดยอัตโนมัติ ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกไม่มีที่ให้นั่ง แสดงว่ามีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริง

เมื่อเรารับยันต์เกราะเพชรเสร็จพิธีแล้ว ธูปเทียนที่ใช้ในการรับยันต์นั้น จะมีอานุภาพคล้ายกับมีดหมอ ถ้าเราไปเจอผีเจ้าเข้าสิงที่ไหน ให้ว่า นะโมพุทธายะ ใช้ธูปเทียนนั้นตีหรือว่าจี้ไล่ ผีจะออกทันที

แต่ที่อาตมาใช้ส่วนใหญ่ก็คือ ถึงเวลาจะบนพระหรือบนเจ้าที่เจ้าทาง บนเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ไหน อาตมาจะใช้ธูปเทียนชุดนี้ รู้สึกว่าได้ผลดีมาก ใครจะเลียนแบบก็ได้ ก็แปลว่าเมื่อรับยันต์เกราะเพชรแล้ว ให้รักษาธูปเทียนเอาไว้ ติดตัวเราไป ใช้แทนมีดหมอหรือติดบ้านเอาไว้ก็ได้ หรือว่าถ้าถึงเวลาจำเป็นขึ้นมาจะบนบานศาลกล่าวที่ไหน สามารถใช้งานได้ เพราะว่าอาตมาลองมาแล้วด้วยตัวเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 116 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 29-05-2018, 18:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ขอย้ำอีกครั้งว่ายันต์เกราะเพชรเป็นบารมีของพระพุทธเจ้า บุคคลใดที่ได้รับการครอบครูเป่ายันต์เกราะเพชรไปแล้ว สามารถจัดพิธีได้ถูกต้อง ก็อาราธนาบารมีพระท่านให้สงเคราะห์ได้ทุกคน ปัจจุบันนี้ลูกศิษย์สายเดียวกันที่ได้รับการครอบครูเป่ายันต์เกราะเพชรมา ทั้งที่มรณภาพและสึกหาลาเพศไปแล้ว ที่อยู่นอกวัดก็มีท่านพระปลัดวิรัช โอภาโส หรือหลวงพ่อวิรัช วัดธรรมยานที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ท่านพระครูภาวนาพิลาศ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี วัดเขาวง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และตัวอาตมาเอง พระครูวิลาศกาญจนธรรม เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้ นอกเหนือจากนี้ ท่านทั้งหลายก็สึกหาลาเพศหรือมรณภาพไป ส่วนที่เหลืออยู่ในวัดท่าซุงเหลืออยู่ท่านเดียว เป็นรุ่นพี่ของอาตมา ไม่ใช่เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

คราวนี้ท่านทั้งหลายที่สึกหาลาเพศไป ถ้าบวชเข้ามาใหม่ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะทำการเป่ายันต์เกราะเพชรได้ ดังนั้น...ท่านไม่ต้องหนักใจเพราะว่ายังมีอีกหลายท่านที่สืบสายอยู่ แต่ว่าอาตมาเองก็อายุ ๖๐ ปีแล้ว ปีหน้าจะจัดงานฉลองแซยิดแล้ว ท่านที่สึกหาลาเพศไปมีอยู่ท่านเดียวที่อายุน้อยกว่า แต่ก็ใกล้เคียงกัน ที่เหลือแปลว่าแก่กว่าทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกสักกี่วัน ดังนั้นในส่วนนี้ ถ้าท่านที่ได้รับการครอบครูไปแล้ว มีการจัดเป่ายันต์ที่ไหน ถ้าญาติโยมสงสัยมาสอบถามอาตมาได้ ว่าท่านนั้น ๆ ได้รับการครอบครูไปหรือเปล่า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 29-05-2018, 18:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อย่าลืมว่าการเป่ายันต์เกราะเพชรนั้น ตามสายของหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ทำได้เฉพาะวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเท่านั้น จะเป็นเดือนใดก็ได้ ถ้าเป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๕ ก็ยิ่งดี เขาเรียกว่ากระทิงวัน กระทิงวันนี้มีอานุภาพเพิ่มเป็น ๒ เท่า

ถ้าได้วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรงคือปีที่ ๕ ก็จะเป็นตรีวัน มีอานุภาพเพิ่มขึ้นเป็น ๓ เท่า

เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ถ้าหากว่าญาติโยมไปแล้วเป่ายันต์ได้ทุกเวลาก็ดี หรือว่าเป่ายันต์ได้ทั้งวันเสาร์วันอาทิตย์ก็ดี หรือว่าเดินสายรับจ้างเป่ายันต์เกราะเพชรให้ก็ดี ขอให้รู้ว่าไม่ใช่ลูกศิษย์สายหลวงพ่อวัดท่าซุง ไม่ทราบว่าท่านทั้งหลายเหล่านั้นศึกษาวิชาการมาจากไหน

บางท่านบอกว่าเรียนมาจากหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค อาตมาอยากจะบอกหลวงปู่ปานมรณภาพไป ๘๐ ปี ขึ้น ๘๑ ปีแล้ว ถ้าบุคคลนั้นเป็นพระบอกว่าเรียนจากหลวงปู่ปาน อย่างน้อยต้องอายุ ๑๐๑ ปี เพราะว่าพระเราจะบวชก็ต่อเมื่ออายุ ๒๐ ไปแล้ว

เพราะฉะนั้น...ถ้าบอกว่าเป็นลูกศิษย์รับการครอบครูเป่ายันต์จากหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค อายุไม่ถึง ๑๐๑ ปีขอยืนยันว่าเป็นของปลอมแน่นอน ในส่วนที่ท่านทั้งหลายไปเข้าพิธี ถามว่ามีผลหรือไม่ ? ถ้าท่านมีความเคารพในพระรัตนตรัยจริง ๆ คุณความดีตรงนั้นจะรักษาท่านเอง ในส่วนของยันต์เกราะเพชร อาตมาไม่รับรองว่าจะได้ไปรักษาตัวหรือเปล่า ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 29-05-2018, 18:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ส่วนในเรื่องของการเป่ายันต์นั้น บางปีท่านก็สั่งให้ทำ บางปีท่านก็ไม่ได้สั่งให้ทำ ถ้าปีไหนที่สั่งให้ทำ ให้รู้ว่าสถานการณ์ของประเทศชาติไม่ค่อยจะดี จำเป็นที่จะต้องอาศัยกำลังใจของญาติโยมส่วนใหญ่ เพื่อที่จะแก้ไขชะตากรรมของประเทศ จากหนักให้เป็นเบา จากเบาให้เป็นหาย หรือว่าจะเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ดังนั้น...ในการเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งนี้ อาตมาเองจริง ๆ อยากให้สถานการณ์บ้านเมืองเราเปลี่ยนเป็นดี แต่ดูท่าว่าจะหนักหนาเกินกำลัง ก็ยังคงตั้งใจไว้ว่า ถ้าเปลี่ยนสถานการณ์ทั้งประเทศไม่ได้ อย่างน้อย ๆ เปลี่ยนรัฐบาลก็เอา แต่ไม่รู้เหมือนกันว่ารัฐบาลท่านจะยอมให้เปลี่ยนหรือเปล่า...!

แต่ว่าเราสามารถพิสูจน์ทราบได้ในระยะเวลาใกล้ ๆ ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน ช่วงนี้เป็นฤดูร้อน ถ้าภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นตรงกันข้าม แปลว่าการทำครั้งนี้มีผลอยู่บ้าง ถึงได้เตือนว่าให้ท่านทั้งหลายเมื่อกลับไปแล้ว ทำ ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องที่หนึ่งก็คือเอาเสื้อกันหนาวออกมาซัก เตรียมใส่ เรื่องที่สองก็คือเตรียมร่มกันฝนเอาไว้ด้วย ถ้าใครอยู่ในกรุงเทพฯ ก็ให้เตรียมเรือเอาไว้ด้วย แต่ว่าในกรุงเทพฯ ปกติก็มีเรือด่วนอยู่แล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2018 เมื่อ 18:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 115 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 01-06-2018, 08:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

(พูดถึงการสร้างวัด) ที่วัดท่าขนุนนี่ต้องรื้อทิ้งไปเยอะ ของเก่าเกะกะไปหมด อันไหนที่อยู่กับร่องกับรอยก็เหลือไว้ บูรณะขึ้นมาใหม่ ส่วนไหนขาดก็สร้างเพิ่มเติมไป ถ้าหากไม่มีสายตานี่วัดจะกลายเป็นสลัม ตรงนี้แต่เดิมเป็นศาลาการเปรียญ หอฉัน แล้วก็หอระฆัง อาตมายุบ ๓ ส่วนมาเป็นส่วนเดียวเลย กลายเป็นศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สายหลังนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-06-2018 เมื่อ 16:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 102 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 01-06-2018, 08:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ญาติโยมด้านนอก ถ้ากินอาหารเสร็จแล้วมาพักในศาลานะ ข้างในศาลาหลังนี้เย็นกว่า เหตุที่เย็นเพราะว่า อันดับแรกเลย ทำไว้สูง โยมจะเห็นว่าชั้นแรกนี่สูงถึง ๘ เมตร ครั้งแรกที่ทำ พอมีกำหนดคร่าว ๆ จากพระท่าน ก็อธิบายให้ช่างเขาทราบว่าในนี้จะมีทั้งศาลา มีทั้งมณฑป แต่ไม่มีใครนึกภาพออก จนกระทั่งทำมาให้เห็นอย่างนี้ เขาถึงจะรู้ว่ามณฑปหน้าตาเป็นอย่างไร ศาลาหน้าตาเป็นอย่างไร

โดยเฉพาะข้างฝา นำเสนอด้วยความภูมิใจว่า ถ้าไม่ได้ระดับปืนใหญ่หรือรถถังนี่ถล่มศาลาหลังนี้ไม่สำเร็จแน่ เพราะว่าอาตมาให้ก่อด้วยอิฐแดงพิเศษ ยาวเกือบศอก แล้วไม่ได้วางตามยาว แต่วางขวาง ๆ อาตมาเองทำไปแล้วผนังศาลาหลังนี้หนาประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ในเมื่อหนามากก็เลยมีสภาพคล้าย ๆ กับถ้ำ ก็คือกลางวันจะเย็น กลางคืนจะอุ่น

ส่วนที่ ๒ ก็คือยังมีชั้นบนอีก ๒ ชั้น ในเมื่อมีชั้นบนอีก ๒ ชั้น ความร้อนลงมาถึงยากมาก ฉะนั้น...เมื่ออยู่ในนี้จะรู้สึกว่าไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศก็ค่อนข้างจะเย็นสบาย

ถ้าหากว่าใครจะไปสร้างที่ไหน อนุญาตให้ถอดแบบไปได้ ตอนนี้ที่ได้ยินมีอยู่วัดหนึ่ง คือวัดของท่านพระครูปลัดเทียนชัย วัดบายตึ๊กเจีย ที่ปทุมธานี บอกว่าขออนุญาตเอาแบบไปทำ อาตมาให้ด้วยความยินดี...ไม่หวง ถ้าวัดใดไม่มีแนวคิดบอกได้ เดี๋ยวจะช่วยคิดให้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-06-2018 เมื่อ 16:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 104 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 01-06-2018, 08:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องของการสร้างวัด ถ้าไม่มีสายตา วัดจะรกเป็นสลัม เมื่อรกเป็นสลัม ไปทางด้านไหนก็เกะกะเลอะเทอะไปหมด อาตมาเองมาทำวัดนี้รื้อของเก่าทิ้งไปหลายหลัง แล้วก็ทำของใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย ก็เลยกลายเป็นวัดอย่างที่ญาติโยมเห็นอยู่

ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ มาบูรณะครั้งแรก มีป้ายเบ้อเร่อเขียนว่าวัดท่าขนุนชี้เข้ามาตรงหน้าโบสถ์ แต่ญาติโยมจะเชื่อหรือไม่ว่า อาตมามองไม่เห็นโบสถ์เลย..! เพราะว่ารอบโบสถ์เป็นดงระกำ ถ้าโยมรู้จักต้นระกำ หน้าตาคล้าย ๆ ต้นปาล์มประเภทหนึ่ง เพียงแต่ว่าลำต้นติดดิน แล้วก็ใบสูงชะลูดไป โดยเฉพาะว่าแต่ละใบมีหนามยาวเป็นนิ้ว ๆ เต็มไปหมด แล้วหนามเปราะมาก เหยียบเมื่อไรหักคาเท้าก็น้ำตาเล็ดเมื่อนั้น เพราะว่าต้องผ่าออกอย่างเดียว อาตมารื้อดงระกำทิ้งไปทั้งดง ถึงมองเห็นโบสถ์วัดท่าขนุนได้

ในส่วนนี้ถ้าหากว่าญาติโยมไปทะนุบำรุงวัดที่ไหน พยายามจัดระเบียบหมวดหมู่ แบ่งวัดให้ออกเป็นพุทธาวาส ธรรมาวาส และสังฆาวาส

พุทธาวาส พูดง่าย ๆ ว่าที่อยู่ของพระพุทธเจ้า ส่วนใหญ่ก็คือโบสถ์ วิหาร เจดีย์ ให้อยู่ในหมู่เดียวกัน

ธรรมาวาส ส่วนใหญ่ก็คือศาลาการเปรียญที่ใช้แสดงธรรม ใช้ทำบุญทั่วไป

สังฆาวาส คือ เขตที่อยู่ของพระสงฆ์

สำหรับของวัดท่าขนุนนี่มีเขตแม่ชีอีกต่างหาก อยู่คนละฝั่งวัดกันเลยกับของพระ คือพระจะอยู่ด้านตะวันออกสุด ส่วนแม่ชีอยู่ด้านตะวันตกสุด ถ้าไม่ได้มาสวดมนต์ทำวัตรร่วมกันก็ไม่ต้องเจอหน้ากัน ยกเว้นตอนฉันอาหารเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-06-2018 เมื่อ 16:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 100 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 01-06-2018, 08:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,300
ได้ให้อนุโมทนา: 70,443
ได้รับอนุโมทนา 3,047,125 ครั้ง ใน 21,635 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ฉะนั้น...หลักการจัดวัดง่าย ๆ ก็คือ ให้จัดระเบียบบรรดาศาลา วิหาร โบสถ์ เจดีย์ กุฏิพระ โรงครัว ถ้าเป็นโบราณยังมีชันตาฆระ ซึ่งก็คือเรือนไฟเอาไว้สำหรับอบตัวแก้ไข้ ให้แยกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน ลักษณะของแปลนวัดก็มีหลายอย่างด้วยกัน เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นลักษณะไม้กางเขน หรือว่าเป็นลักษณะตัวแอลในภาษาอังกฤษ ก็แล้วแต่สภาพที่ดินของวัดจะเป็นไป

การบริหารวัดทั้งหมดในปัจจุบันต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทางราชการไม่มีให้ ก็แปลว่าแต่ละวัดอาศัยศรัทธาญาติโยมสงเคราะห์กันเอง แล้ววัดเราปัจจุบันนี้ก็ยังโดนบีบ ทั้งจากผู้เจตนาดีแต่โง่ไปหน่อย กับพวกเจตนาร้าย ตั้งใจให้วัดอยู่ไม่ได้ ด้วยการมาเน้นว่าพระห้ามรับเงินเพราะว่าพระวินัยระบุเอาไว้ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นเมื่อสี่ห้าสิบปีก่อนก็เป็นไปได้ เพราะว่าคนยังให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์พระอยู่มาก เข้าร้านอาหารก็ฉันฟรี ขึ้นรถเดินทางก็ขึ้นฟรี แต่มาในสมัยปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ เข้าร้านอาหาร เข้าโรงพยาบาล ไม่มีใครสงเคราะห์พระ แบบก่อนหน้านี้อีกแล้ว

ขณะเดียวกันก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานก็ทรงอนุญาตไว้ว่า ศีลพระ คือ สิกขาบทไหนไม่เป็นไปตามยุคสมัย สงฆ์พึงหวังก็ให้เพิกถอนสิกขาบทนั้นได้ แต่ปรากฏว่าไม่มีการเพิกถอน เราก็รักษาศีลกันมาในลักษณะของการโกหกตัวเอง ก็คือศีลห้ามรับเงิน แต่เรารับกันเป็นปกติ

เพียงแต่ว่าการรับเงินนี่เราต้องเข้าใจว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าป้องกันไม่ให้พระเกิดความโลภ จึงได้ทรงห้ามการรับเงินเอาไว้ แต่ถ้าหากว่าท่านรับมาแล้ว ใช้จ่ายในส่วนของวัดวาอาราม ในการสาธารณประโยชน์ ถ้าลักษณะอย่างนี้ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้มีโทษตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสห้ามไว้

แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือมีพระธรรมยุตที่ท่านว่าท่านเคร่งครัดมาก ท่านไม่รับเงิน อาตมาจะพูดถึงศีลพระให้โยมฟังว่าในสิกขาบทที่ ๘ ของนิสสัคคิยปาจิตตีย์กัณฑ์ มีการระบุไว้ว่า ภิกษุห้ามรับเงินและทองหรือข้าวของที่ใช้แทนเงินทอง ถ้าหากว่าผู้ใดรับต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ คือต้องสละทิ้ง

สิกขาบทที่ ๙ กล่าวไว้ว่า ภิกษุรับเองก็ดี ให้ผู้อื่นรับแทนก็ดีซึ่งเงินทองหรือสิ่งของที่ใช้แทนเงินทองต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ก็แปลว่ารับเองก็โดน ให้คนอื่นรับก็โดน

อาตมาก็เลยสงสัยว่าพระธรรมยุตที่ว่าเคร่งครัดนักหนา ไม่รับเงินแต่ให้ลูกศิษย์รับแทน ก็แปลว่าโดนอาบัติเหมือนกัน ก็คือศีลขาดเท่ากัน แต่ทำไมท่านไปเข้าใจว่าท่านเองเคร่งครัดกว่า บริสุทธิ์กว่า ซึ่งเรื่องนี้โยมสามารถไปเปิดดูในพระวินัยปิฎก ซึ่งระบุเอาไว้ชัด ๆ ว่าเรื่องของศีลพระเป็นอย่างไร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-06-2018 เมื่อ 16:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 94 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:33



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว