กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 11-06-2019, 00:33
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงปฏิบัติกรรมฐานเช้ามืด วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒

ให้ทุกคนนั่งตัวตรง คำว่าตัวตรงในที่นี้ไม่ใช่นั่งเกร็ง นั่งตัวตรง ขยับหามุมที่รู้สึกว่ากระดูกสันหลังทุกข้อตั้งเรียงเป็นแถวตรง บางทีในความรู้สึกของเรานั้น รู้สึกว่าหงายไปทางด้านหลังมากเกิน แต่ความจริงแล้วเป็นจุดที่พอดี ทำให้พวกเรานั่งได้ทน นั่งได้นาน

จากนั้นกำหนดความรู้สึกทั้งหมดของเราไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..กำหนดรู้ตามไปพร้อมกับคำภาวนา หายใจออก..กำหนดรู้ตามไปพร้อมกับคำภาวนา ถ้ามีความคล่องตัวแค่นึกก็เป็นแล้ว แต่ถ้าความคล่องตัวไม่มี ก็ต้องตั้งใจสู้กับกิเลส ซึ่งก็คือความฟุ้งซ่านไปในอารมณ์อื่น พอจะภาวนาก็ชวนให้คิดไปถึงเรื่องอื่น เมื่อรู้ตัวก็ดึงกลับมาที่ลมหายใจเข้าออกเสียใหม่ หายใจเข้าพร้อมกับคำภาวนา หายใจออกพร้อมกับคำภาวนา

เมื่อรู้สึกว่าคำภาวนาเริ่มหนักแน่น มั่นคง ทรงตัว ไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ให้กำหนดภาพพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งที่เรารักเราชอบมากที่สุด หายใจเข้า..ให้ภาพพระไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ให้ภาพพระไหลตามลมหายใจออกมา หายใจเข้า..ให้ภาพพระเล็กลง..เล็กลง..ลงไปอยู่ในท้อง หายใจออก..ให้ภาพพระใหญ่ขึ้น..ใหญ่ขึ้น..ไปอยู่บนศีรษะก็ได้ หรือจะหายใจเข้า..ให้ภาพพระใหญ่ขึ้น..ใหญ่ขึ้นจนครอบตัวเราไว้ หายใจออก..ให้ภาพพระเล็กลง..เล็กลงไปอยู่บนศีรษะของเรา

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2019 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 11-06-2019, 00:35
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

จำไว้ว่าอย่าใช้สายตาเพ่งภาพพระ แต่เป็นการกำหนดนึกถึง จะชัดเจนหรือไม่ชัดเจนก็ไม่เป็นไร สำคัญอยู่ตรงที่เรานึกได้หรือไม่ ความชัดเจนจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อสมาธิของเราทรงตัวมากกว่านี้ หายใจเข้า..ภาพพระไหลลงไปอยู่ในท้อง หายใจออก..ภาพพระเลื่อนขึ้นไปอยู่บนศีรษะ หายใจเข้า..ภาพพระไหลลงไปอยู่ในท้อง หายใจออก..ภาพพระเลื่อนขึ้นไปบนศีรษะ

จนกระทั่งรู้สึกว่าภาพพระและลมหายใจมั่นคงกำหนดได้ง่ายแล้ว ก็กำหนดภาพพระให้นิ่งอยู่บนศีรษะของเรา หายใจเข้า..ให้ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ให้ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น การที่เรารู้สึกว่ามีเงามืดอยู่ เป็นแค่อุปาทานของเราเองเท่านั้น ความสว่างไสวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่มีประมาณ ไม่มีส่วนใดสามารถก่อให้เกิดเงามืดได้ หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2019 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 41 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 11-06-2019, 00:37
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

เมื่อรู้สึกว่าภาพพระสว่างไสวชัดเจนอยู่บนศีรษะแล้ว ก็กำหนดใจให้รัศมีสีขาวสว่างไสวขององค์พระแผ่กว้างออกไป หายใจเข้า..รัศมีสีขาวแผ่กว้างออกไป..กว้างออกไป หายใจออก..รัศมีสีขาวแผ่กว้างออกไป..กว้างออกไป ให้ตั้งใจว่า นั่นคือพระเมตตาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่แผ่ปรกไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกภพ ทุกภูมิ ทุกหมู่ ทุกเหล่า

ให้ตั้งใจว่า..มนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น ได้ตกล่วงไปแล้วในวันหนึ่งคืนหนึ่ง ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จงไปเสวยสุขในสุคติภพโดยถ้วนหน้ากันเถิด

มนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น ตกอยู่ในความทุกข์ยาก เศร้าหมอง เดือดร้อน ลำเค็ญ ทุกข์กาย ทุกข์ใจ เจ็บไข้ได้ป่วย พิกลพิการใด ๆ ก็ดี ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จงได้ล่วงพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงเถิด

มนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ที่ชีวิตของท่านทั้งหลายเหล่านั้น มีความสุขความเจริญดีอยู่แล้ว ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จงมีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยเถิด

มนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น พึงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันและกัน เสียสละให้ปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ยากยิ่งกว่าตนให้พ้นทุกข์ เพื่อยังโลกทั้งหลายไปสู่สันติสุขอันสมบูรณ์ด้วยเถิด

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2019 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 11-06-2019, 00:38
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

หายใจเข้า..ให้รัศมีสีขาวสว่างไสวแผ่กว้างออกไป..กว้างออกไป หายใจออก..ให้กลับมาสว่างไสวที่บนศีรษะของเรา หายใจเข้า..ภาพพระสว่างไสวกว้างออกไป..กว้างออกไป หายใจออก..ให้กลับมาสว่างไสวที่ศีรษะของเราตามเดิม

เมื่อรู้สึกว่าภาพพระสว่างไสวชัดเจนอยู่ในห้วงนึกของเราแล้ว ให้เลื่อนภาพพระเข้ามาอยู่ในศีรษะของเรา มาแทนที่สมองของเรา หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น ให้ความสว่างไสวเหล่านี้ แทนที่อยู่ในศีรษะของเรา เหมือนกับศีรษะของเราว่างเปล่า มีแต่องค์พระสว่างไสวปรากฏอยู่แทน

เมื่อภาพชัดเจนแล้ว ให้น้อมจิตน้อมใจกราบลงตรงนั้น ลูกจะยกเอาพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาพินิจพิจารณา ขอให้สามารถรู้เห็นได้ชัดเจนแจ่มใส และมีปัญญาญาณแก่กล้า สามารถตัดละใน รัก โลภ โกรธ หลง ต่าง ๆ โดยเฉพาะความปรารถนาในร่างกายนี้ลงไปได้ด้วยเถิด

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2019 เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 11-06-2019, 00:43
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

เมื่อภาพพระชัดเจนดีแล้ว ให้กำหนดใจยกเอาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา พระองค์ท่านตรัสว่า ร่างกายนี้ไม่เที่ยง สรรพสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง คือนอกจากตัวเราแล้ว ตัวของคนอื่น ของสัตว์อื่น วัตถุธาตุต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง สลายไปในที่สุด

เราลองมานึกดูตัวเรา นึกย้อนกลับไปก่อนที่จะมายังศาลานี้ ย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งตื่น ย้อนไปถึงตอนหลับ ย้อนไปถึงเมื่อวานตอนค่ำ เมื่อวานตอนเย็น เมื่อวานตอนบ่าย เมื่อวานตอนเที่ยง เมื่อวานตอนสาย เมื่อวานตอนเช้า เมื่อวานตอนย่ำรุ่ง ย้อนขึ้นไปวันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า ย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้ว ครึ่งเดือนที่แล้ว เดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว สองปีที่แล้ว สามปีที่แล้ว สี่ปีที่แล้ว ห้าปีที่แล้ว สิบปีที่แล้ว

ย้อนไปจนกระทั่งถึงวันแรกที่เราปฏิสนธิในท้องแม่ เป็นจุดเล็ก ๆ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น น้ำเชื้อของพ่อผสมกับไข่ของแม่ แล้วโดนไฟธาตุของแม่เคี่ยวเข้า ก็เริ่มแตกตัวออกมา จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด จากแปดเป็นสิบหก สิบหกเป็นสามสิบสอง จากสามสิบสองเป็นหกสิบสี่ ค่อย ๆ จับเป็นก้อนใหญ่ขึ้นมา

ถ้าหากว่าเที่ยงแท้แน่นอนก็ต้องไม่เปลี่ยนแปลง แต่นี่เปลี่ยนแปลงจากจุดปฏิสนธิเล็ก ๆ ที่แทบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ค่อย ๆ เติบโตขึ้นมา เริ่มมีเค้าของดวงตากับหน้าผาก มีเค้าของหน้าตา มีปัญจสาขา คือหนึ่งศีรษะ สองแขน สองขา ค่อย ๆ มีอวัยวะภายในภายนอกสมบูรณ์ ถ้าเที่ยงแท้แน่นอนก็ต้องไม่เปลี่ยนแปลง แต่นี่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2019 เมื่อ 02:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 11-06-2019, 00:45
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ถ้าหากว่าความเลือนลางไม่ชัดเจนปรากฏขึ้น ก็กลับไปอยู่กับภาพพระ อยู่กับลมหายใจเข้าออกให้ทรงตัว หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น จนกระทั่งภาพพระสว่างไสวมั่นคงดีแล้ว ค่อยมาดูกันต่อไป

ร่างกายนี้มีความไม่เที่ยงเป็นปกติ ตอนนี้เจริญเติบโตมาถ้วนทศมาสแล้ว ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ก็ปรากฏขึ้น ก็คือคลอดเคลื่อนจากครรภ์มารดาออกมาสู่โลกภายนอก จากเด็กเล็กนอนหงายตะกายอากาศ ก็ต้องค่อยหัดพลิก หัดคว่ำ หัดคลาน หัดยืน หัดเดิน หัดวิ่ง จากไม่มีฟันก็มีฟัน ค่อย ๆ เติบโตเป็นเด็กเล็ก เป็นเด็กโต เป็นเด็กหนุ่มเด็กสาว เป็นคนหนุ่มคนสาว เคลื่อนคล้อยไปสู่วัยกลางคน เคลื่อนไปสู่วัยชรา ท้ายสุดก็ตาย

ธรรมดาร่างกาย
ของเราเป็นเช่นนี้ ร่างกายของคนอื่นก็เป็นเช่นนี้ ร่างกายของสัตว์อื่นก็เป็นเช่นนี้ วัตถุธาตุทั้งหลายก็เป็นเช่นนี้ มีความไม่เที่ยงเป็นปกติ เราเห็นชัดเจนแล้ว เรายอมรับว่า นี่เป็นความจริงของร่างกาย ให้น้อมจิตน้อมใจกราบลงแทบพระบาทขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ท่านทรงเมตตานำเอาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มาเปิดเผย ให้เราได้มีโอกาสรู้เห็นตามสภาพความเป็นจริง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2019 เมื่อ 02:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 13-06-2019, 00:24
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

กำหนดภาพพระให้ชัดเจนแจ่มใสอยู่ในศีรษะของเรา หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น จนกระทั่งสว่างไสวชัดเจนแล้ว ให้ยกเอาหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาพิจารณาต่อไป ให้นึกย้อนกลับไปเหมือนเดิม ย้อนกลับไปเมื่อวาน สองวันที่แล้ว สามวันที่แล้ว สี่วันที่แล้ว ห้าวันที่แล้ว สัปดาห์ที่แล้ว ครึ่งเดือนที่แล้ว เดือนที่แล้ว สองเดือนที่แล้ว สามเดือนที่แล้ว สี่เดือนที่แล้ว ห้าเดือนที่แล้ว ครึ่งปีที่แล้ว หนึ่งปีที่แล้ว สองปีที่แล้ว สามปีที่แล้ว ย้อนไปเรื่อย ๆ จนกลับไปเป็นจุดปฏิสนธิเล็ก ๆ ในท้องแม่ตามเดิม

วันนี้เรามาดูว่า สภาพร่างกายมีความทุกข์เป็นปกติเป็นอย่างไร เกิดมาเป็นจุดปฏิสนธิที่อ่อนแอบอบบาง พร้อมที่จะดับสลาย แต่โดนไฟธาตุของแม่เคี่ยวเผาลนอยู่ตลอดเวลา เหมือนอยู่ในซึ้งนึ่งของ ทั้งร้อน ทั้งอึดอัด ทั้งปวดเมื่อย พยายามดิ้นรนเตะถีบ แสดงให้แม่รู้ว่าเราเมื่อยและปวดปานใด แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่กลับคิดว่าเราแข็งแรง เรานั่งท่าเดียวนาน ๆ แค่นี้ก็เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว นี่เราต้องขดอยู่ท่าเดิมตลอดระยะเวลา ๙-๑๐ เดือน ความปวดความเมื่อยระดับนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องทนขนาดไหน ? มีความทุกข์ยากลำบากเพียงใด ? ดูให้เห็น มองให้ชัด

เมื่อถึงเวลาต้องคลอดต้องเคลื่อนจากท้องแม่ออกมากระทบกับอากาศ แสบร้อนไปทั้งผิวกาย..ร้องไห้จ้า ร่างกายสกปรกโสโครกต้องชำระล้าง หิวต้องกิน ไม่อิ่มก็แสบท้อง กระหายต้องดื่ม ไม่มีก็ลำบากซมซาน ดีไม่ดีก็อดตาย ปวดอุจจาระปวดปัสสาวะต้องถ่าย เจ็บไข้ได้ป่วยต้องรักษาพยาบาล ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ อีดอัดคับข้องไปหมด บอกอะไรผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ เพราะว่าผู้ใหญ่ตีความผิดเสมอ พ่อแม่ตีความผิดเสมอ ต้องเพียรพยายามด้วยตัวเอง กว่าจะพลิกกลับตัวได้เหนื่อยแทบตาย ต้องใช้พลังงานทั้งหมดในร่างกายกระเสือกกระสนคืบไป คลานไป หัดตั้งไข่หกล้มหกลุกนับครั้งไม่ถ้วน จนยืนได้ เดินได้ หัดเดินใหม่ ๆ ก็ล้มลุกคลุกคลาน เจ็บปวด เมื่อยไปทั้งตัว จนกระทั่งวิ่งได้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-06-2019 เมื่อ 02:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 13-06-2019, 00:26
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

จากการกินนมแม่ก็เปลี่ยนเป็นกินอาหาร แต่ร่างกายนี้ก็ยังคงสกปรก ต้องชำระร่างกาย ต้องปวดอุจจาระ ต้องปวดปัสสาวะ เจ็บไข้ได้ป่วยต้องรักษาพยาบาล หลายรายก็ตายตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก มีความทุกข์กับการกินนอน ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตาลงไป ต้องพยายามศึกษาเรียนรู้ ว่าทำอย่างไรจะรักษาชีวิตให้รอด จนกระทั่งสามารถพูดได้ บอกกล่าวเรื่องที่ต้องการได้ แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจ

ต้องเรียนหนังสือ ศึกษาหาความรู้ ต้องแย่งชิงกันเข้าโรงเรียนตั้งแต่อนุบาล เดินทางไปโรงเรียน ต่อให้พ่อแม่มีรถ เราก็ยังอยากนอน อยากพักผ่อน ให้สมกับที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต โดนบังคับให้ตื่น ต้องแต่งตัว ต้องไปโรงเรียน ไปรถเมล์สาธารณะก็เบียดก็อัดกันแทบตาย ไปถึงโรงเรียนแล้วก็ต้องทุ่มเทสมองศึกษาวิชาการ กระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้าง กลัวเรียนไม่ทันบ้าง กลัวสอบตกบ้าง มีแต่ความทุกข์ มีแต่ความเครียดอยู่ตลอดเวลา

ต่อให้เราโชคดีไม่เคยสอบตกเลย จนกระทั่งเรียนจบชั้นสูงสุดตามที่เราปรารถนาแล้ว ก็ยังต้องตะเกียกตะกายหางานทำ สมัครงานที่ไหนก็รู้สึกว่าเขาจะปฏิเสธไปเสียหมด พอได้งานมาก็โดนลูกน้องอัดขึ้นไปบ้าง โดนเจ้านายกระแทกลงมาบ้าง มีการกระทบกระทั่งกันอยู่ตลอดเวลา อะไรมาก็ด่วน อะไรมาก็เร็ว ต้องได้ มีแต่ความเครียดความทุกข์อยู่ตลอดเวลา แค่นั้นยังไม่พอ ยังตะเกียกตะกายหาคู่ หาทุกข์มาเพิ่มเติม บางรายก็รักชอบกันตั้งแต่ชั้นประถม บางรายดีหน่อยก็ชั้นมัธยม บางรายกรรมน้อยหน่อยก็มาตอนเรียนมหาวิทยาลัย พอเริ่มรักก็เริ่มทุกข์ กลัวเขาไปมีคนอื่น กลัวเขาไม่รักเราตอบ เมื่อถึงเวลากระทบกระทั่งกันหน่อย ก็ร้องไห้ร้องห่มจะเป็นจะตาย ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวพ่อแม่จะรับไม่ได้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-06-2019 เมื่อ 02:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 13-06-2019, 00:28
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ถ้าสมมติว่าอุปสรรคเหล่านี้ไม่มีและแต่งงานได้ ก็เวรกรรมหนักขึ้นไปอีก หากอยู่คนเดียว จะกินเมื่อไร จะนอนเมื่อไรก็ได้ ตอนนี้มีสองคนขึ้นมา ถึงเวลาเขาหิวก็เหมือนกับเราหิวด้วย เขาป่วยก็เหมือนกับเราป่วยด้วย กลายเป็นว่าต้องดูแลร่างกายนี้เพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งร่าง จากขันธ์ ๕ ก็เป็นขันธ์ ๑๐ ความทุกข์เพิ่มขึ้นมาหนึ่งเท่าตัว เพราะว่าทั้งคู่ต่างก็หนาว ต่างก็ร้อน ต่างก็หิว ต่างก็กระหาย ต่างก็เจ็บไข้ได้ป่วย ต่างก็สกปรกโสโครก ทำให้ต้องคอยดูแล

ถ้าหากว่ามีลูกเล็ก ๆ ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก เพราะว่ากลัวจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดี เมื่อลูกเอาแต่ใจตัวเอง สุดยอดอาละวาด ต้องการทุกอย่างที่ขวางหน้า จากขันธ์ ๑๐ ก็กลายเป็นขันธ์ ๑๕ เป็นขันธ์ ๒๐ แบกภาระหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งตัวเรา ทั้งคู่ครอง ทั้งลูกของเรา ก็ล้วนแล้วแต่หนาว ร้อน หิว กระหาย เจ็บไข้ได้ป่วย สกปรกโสโครกเหมือน ๆ กัน มีภาระหน้าที่ต้องหาให้กิน หาให้ดื่ม ต้องรักษาพยาบาล ต้องป้องกันหนาว ต้องป้องกันร้อน ต้องทำความสะอาดร่างกาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-06-2019 เมื่อ 02:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 13-06-2019, 00:29
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

พอยิ่งแก่ก็ยิ่งดูแลยาก หลายต่อหลายคนก็ต้องไปเจ็บเนื้อเจ็บตัวด้วยการทำศัลยกรรมเพื่อให้ดูดี แต่ร่างกายก็ไม่ปรานี วิ่งไปหาความแก่ความเหี่ยวอยู่เสมอ เรื่องเหล่านี้เป็นความทุกข์เกินที่จะทน ร่างกายก้าวไปสู่วัยชรา ทำอะไรก็ลำบาก งก ๆ เงิ่น ๆ หลังก็ค่อม ผมก็ขาว หนังก็เหี่ยว ตาก็ฟาง จะก้าวจะเดินแต่ละครั้งติดขัดไปหมด ตื่นนอนขึ้นมาก็ปวดเมื่อยไปทั้งร่างกาย มีแต่ความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความสกปรก ติดตามเราอยู่ตลอดเวลาที่เปลี่ยนไป จากความทุกข์เท่าเดิมก็เหมือนกับทุกข์มากขึ้น และในที่สุด..ถ้าหากว่าเวทนาบีบคั้นหนักเข้า ร่างกายทนอยู่ไม่ได้..แตกดับ..ก็ตาย

พอตายแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะหมดทุกข์ แต่ไปเวียนว่ายอยู่ในกองทุกข์ไม่รู้จบ ถ้าดวงซวยมาก ๆ ก็ตกนรกบ้าง เป็นเปรตบ้าง เป็นอสุรกายบ้าง เป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าง ถ้าสร้างความดีไว้จนได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็มีแต่ความทุกข์ เป็นพรหมเป็นเทวดาก็มีสิทธิ์พลาดลงอบายภูมิได้ ต้องทุกข์ยากอยู่กับเภทภัยต่าง ๆ ในวัฏสงสารไม่รู้จบ ขึ้นชื่อว่าร่างกายที่เต็มไปด้วยความทุกข์เช่นนี้ เราเห็นชัดเจนแล้ว เราไม่มีความปรารถนาอีกแล้ว ขึ้นชื่อว่าการเกิดมาในร่างกายที่เต็มไปด้วยความทุกข์เช่นนี้ การเกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์เช่นนี้ จะไม่มีกับเราอีก เราต้องการที่เดียวคือพระนิพพาน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-06-2019 เมื่อ 02:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 14-06-2019, 01:59
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น เมื่อความสว่างไสวชัดเจนอยู่ในศีรษะของเราแล้ว ให้น้อมจิตน้อมใจยกเอาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาพิจารณา ร่างกายนี้ไม่เที่ยง เราเห็นจริงและยอมรับแล้ว ร่างกายนี้เป็นทุกข์ เราเห็นจริงและยอมรับแล้ว แต่พระองค์ตรัสว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรานั้นเป็นอย่างไร ?

พระองค์ท่านตรัสว่า ร่างกายนี้ประกอบขึ้นมาจากธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ส่วนที่แข็งเป็นแท่ง เป็นก้อน เป็นชิ้น เป็นอัน จับได้ต้องได้ เรียกว่าธาตุดิน มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ กระดูก เยื่อในกระดูก อวัยวะภายในใหญ่น้อย เช่น ปอด ตับ ม้าม หัวใจ เป็นต้น ส่วนไหนที่แค่นแข็ง จับได้ต้องได้ เรียกว่าธาตุดิน วางกองไว้ส่วนหนึ่ง

ส่วนที่ไหลไปไหลมา เอิบอาบเคร่งตึงอยู่ในร่างกาย เรียกว่าธาตุน้ำ มีเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำตา น้ำลาย น้ำดี ไขมันเหลว ปัสสาวะ แยกเอาไว้อีกกองหนึ่ง

อีกส่วนที่พัดไปมาในร่างกาย และค้างอยู่ในช่องว่างของร่างกาย เรียกว่าธาตุลม มีลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมที่ค้างในช่องหู ในช่องจมูก ลมที่ค้างในท้องในไส้เรียกว่าแก๊ส ลมพัดที่ขึ้นเบื้องสูง ลมที่พัดลงเบื้องต่ำ ลมพัดที่ไปมาทั่วร่างกาย ที่เรียกว่าความดันโลหิต แยกเอาไว้อีกกองหนึ่ง

ส่วนที่ให้ความอบอุ่นในร่างกาย เรียกว่าธาตุไฟ มีไฟธาตุที่กระตุ้นร่างกายให้เจริญเติบโตขึ้น ไฟธาตุที่เผาผลาญร่างกายให้ทรุดโทรมลง ไฟธาตุที่ช่วยสันดาปย่อยอาหาร ไฟธาตุที่กระตุ้นร่างกายให้กระวนกระวายยามป่วยไข้ แยกเอาไว้ส่วนหนึ่ง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-06-2019 เมื่อ 03:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 14-06-2019, 02:02
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

กองแรกเป็นดิน กองที่สองเป็นน้ำ กองที่สามเป็นลม กองที่สี่เป็นไฟ ดูกันอีกที ธาตุดิน มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ กระดูก เยื่อในกระดูก อวัยวะภายในภายนอกใหญ่น้อยทั้งปวง ธาตุน้ำ คือเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำตา น้ำลาย น้ำดี ไขมันเหลว ปัสสาวะ ธาตุลม คือลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมที่ค้างในช่องหู ช่องจมูก ลมที่ค้างในท้องในไส้ ลมพัดขึ้นเบื้องสูง ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมพัดไปทั่วร่างกาย ธาตุไฟ คือไฟธาตุที่กระตุ้นร่างกายให้เจริญเติบโต ไฟธาตุที่เผาผลาญร่างกายให้ทรุดโทรมลง ไฟธาตุที่ช่วยเผาผลาญย่อยอาหาร ไฟธาตุที่ยังให้กระวนกระวายยามป่วยไข้

กองนี้คือดิน กองนี้คือน้ำ กองนี้คือลม กองนี้คือไฟ หมดเกลี้ยงไม่เหลืออะไรเป็นเราเป็นของเรา พอเอามาขยำ ๆ รวมกัน มีหัว มีหู มีหน้า มีตา ก็ไปยึดว่าเป็นตัวกูของกู ทั้ง ๆ ที่เราเป็นผู้อาศัยชั่วคราวเท่านั้น เหมือนคนขับรถยนต์ อาศัยรถเพื่อเป็นพาหนะไปสู่จุดหมายปลายทาง ถ้าหากว่าพัง เราก็ต้องหาพาหนะคันใหม่ ถ้าทำบุญไว้ดี ก็ได้พาหนะสวย ๆ ราคาแพง ๆ คุณภาพดี ๆ ถ้าทำบาปไว้เยอะ ก็ได้รถโปเก ขับไปซ่อมไป เราแค่อาศัยเพียงชั่วคราวก่อนไปพระนิพพานเท่านั้น ร่างกายนี้ไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเราเลย เราเห็นชัดเจนแล้ว

กำหนดใจนึกถึงภาพพระพุทธรูป หายใจเข้า..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น หายใจออก..ภาพพระสว่างขึ้น..ตัวเราสว่างขึ้น ถ้าระหว่างพิจารณารู้สึกว่าภาพพระลางเลือนเคลื่อนคลายไปเมื่อไร ให้กลับมาอยู่กับภาพพระและลมหายใจเข้าออกเสียก่อน จนกระทั่งภาพพระมั่นคงชัดเจนแจ่มใส ค่อยพิจารณาต่อ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 14-06-2019, 02:04
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ในเมื่อเอาดิน น้ำ ไฟ ลม มาปั้นเป็นสภาพร่างกายนี้ให้เราอาศัยชั่วคราว ถ้าหากธาตุใดธาตุหนึ่งบกพร่อง เราก็เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าพร่องมาก ๆ ก็ตาย ธาตุลมขาดไป ธาตุไฟก็ดับ เหลือแต่ธาตุดินกับธาตุน้ำที่แข็งทื่อ ผ่านเวลาไปไม่นาน ถ้าไม่มีธาตุไฟคอยควบคุม ธาตุน้ำก็ล้นเกิน ดันร่างกายให้อืด พอง พอล้นเกินมาก ๆ ก็ดันเอาธาตุดิน คือผิวกายของเราปริแตก น้ำเลือดน้ำเหลืองน้ำหนองไหลโทรม ส่งกลิ่นเหม็นตลบไปไกล

ตัวเราก็เป็นอย่างนี้ คนอื่นก็เป็นอย่างนี้ สัตว์อื่นก็เป็นอย่างนี้ ยังมีอะไรที่อยากได้ใคร่มีอีกหรือไม่ ? เหล่าสัตว์ทั้งหลายที่กินซากศพเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นนกแร้ง เหี้ย ตะกวด หมา หนอน แมลง มาฉีก มาทึ้ง มาดึง มาลาก เอาเนื้อหนังมังสา อวัยวะภายนอกภายในไปกิน เราจะเห็นว่า ร่างกายนี้มีแต่ความสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นไปไกล ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ นี่คือตัวเรา นี่คือคนที่เรารัก นี่คือสัตว์ที่เรารัก มีสภาพแบบเดียวกันทั้งหมด
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 14-06-2019, 02:06
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

จนกระทั่งเลือดเนื้อหมดไป เหลือแต่โครงกระดูกที่ยังยึดโยงอยู่ด้วยเส้นเอ็น ผ่านการแผดเผาของแดด ผ่านการโกรกพัดของลม ผ่านการชะของฝน เส้นเอ็นต่าง ๆ ก็เปื่อยผุไป กะโหลกศีรษะกลิ้งไปทาง กระดูกฟันหล่นเกลื่อนกลาดไป กระดูกกรามก็กลิ้งเกลื่อนไป กระดูกข้อต่อคอที่เป็นข้อ ๆ ก็หลุดไป กระดูกไหปลาร้าที่เป็นรูปสามเหลี่ยมหลุดไป กระดูกหัวไหล่ กระดูกต้นแขน กระดูกข้อศอก กระดูกปลายแขน กระดูกข้อมือ กระดูกฝ่ามือ กระดูกนิ้วมือ ไปจนถึงเล็บมือ กระดูกสันหลังที่เป็นข้อ ๆ เรียงกันไปจนถึงก้นกบ กระดูกหน้าอกที่เหมือนกับเป็นแผ่นเดียวกัน แต่ความจริงแล้วแยกส่วน เชื่อมประสานกัน เชื่อมโยงเข้าหากันด้วยซี่โครงที่เป็นวง ๆ เกลือกกลิ้งไปกันคนละทิศคนละทาง กระดูกบั้นเอวที่ช่วยให้ก้มเงยได้ก็หลุดไป กระดูกสะโพกที่เราใช้นั่ง เป็นแผ่นเว้า ๆ มีห่วงใหญ่อยู่ตรงกลางก็หลุดไป กระดูกต้นขา กระดูกหัวเข่า กระดูกหน้าแข้ง กระดูกข้อเท้า กระดูกส้นเท้า กระดูกฝ่าเท้า กระดูกนิ้วเท้า ตลอดจนเล็บเท้า กระจัดกระจายเกลื่อนไปทั้งพื้น

ถ้าไม่ชัดเจนก็ประกอบขึ้นมาใหม่ จากเล็บเท้า นิ้วเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า ข้อเท้า หน้าแข้ง หัวเข่า ต้นขา ส่วนกลาง ก้นกบ สันหลัง ซี่โครง กระดูกหน้าอก ไหปลาร้า หัวไหล่ ต้นแขน ข้อศอก ต้นแขน ข้อมือ ฝ่ามือ นิ้วมือ เล็บมือ ต้นคอ กรามล่าง ฟัน กะโหลกศีรษะ ประกอบขึ้นมาแล้วปล่อยกระจัดกระจายลงไปใหม่ กระจัดกระจายแล้วประกอบขึ้นมาใหม่ ค่อย ๆ ดูทีละชิ้น ผีหลอกชัด ๆ แต่เขาเอาเนื้อเอาหนังมาหุ้มมาฉาบมาทา ใส่อวัยวะที่เป็นเครื่องจักรเข้าไป ตัวเราเป็นจิตวิญญาณที่มาอาศัยอยู่ตามบุญตามบาป ก็ไปยึดว่าเป็นตัวกูของกู ไปยึดว่าร่างกายคนอื่นก็เป็นของกู แม้กระทั่งสัตว์อื่นก็เป็นของกู หมูหมากาไก่ก็ของกู
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 14-06-2019, 02:09
นายกระรอก's Avatar
นายกระรอก นายกระรอก is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2014
ข้อความ: 373
ได้ให้อนุโมทนา: 87,115
ได้รับอนุโมทนา 67,491 ครั้ง ใน 1,172 โพสต์
นายกระรอก is on a distinguished road
Default

ปล่อยให้หล่นกระจายลงไปใหม่ โดนแดดเผา โดนลมโกรก โดนฝนซัด ค่อย ๆ เก่าลง ๆ ผุ พัง ยุบ เปื่อย กลายเป็นดิน หมดเกลี้ยงไม่เหลืออะไรแม้แต่นิดเดียว ไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเราแม้แต่หน่อยเดียว ในเมื่อสภาพความเป็นจริงของร่างกายเป็นเช่นนี้ จะเกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง สลายไปในที่สุด ดำรงชีวิตอยู่ก็เต็มไปด้วยความทุกข์ ขึ้นชื่อว่าการเกิดมาทุกข์เช่นนี้ การเกิดมามีร่างกายเช่นนี้ จะไม่มีสำหรับเราอีก เราต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน

ให้น้อมจิตน้อมใจกราบลงที่ภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นคือพุทธนิมิตแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนพระนิพพาน เราเห็นพระองค์ท่าน คือเราอยู่ใกล้พระองค์ท่าน เราอยู่ใกล้พระองค์ท่าน คือเราอยู่บนพระนิพพาน ประคับประคองรักษากำลังใจเอาไว้ตรงจุดนี้ จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา
.
.
.
พุทโธ พุทโธ พุทโธ ได้ยินหนอ ได้ยินหนอ ได้ยินหนอ ค่อย ๆ คลายความรู้สึกออกมา แบ่งความรู้สึกส่วนหนึ่งไว้ที่ภาพพระและคำภาวนาของเรา ก่อนจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอะไร ให้กำหนดใจให้แน่วนิ่งอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายก่อนแล้วค่อยขยับ ไม่อย่างนั้นสมาธิของเราจะคลายจะเคลื่อนหายไป นี่คือการฝึกหัดในการปฏิบัติของฌานใช้งาน ดูว่าเราจะประคับประคองเอาไว้ได้นานเท่าไร การปฏิบัติธรรมแต่ละครั้ง เราต้องรักษาอารมณ์ใจนี้ให้อยู่กับเราให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เป็นเดือนเป็นปีได้ยิ่งดี ถ้ายิ่งรักษาได้นานเท่าไร สภาพจิตก็ผ่องใสเท่านั้น ปัญญาก็จะเกิดมากเท่านั้น ขยับร่างกายให้หายเมื่อยขบ แล้วเตรียมตัวทำวัตรกันต่อไป


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงปฏิบัติกรรมฐานเช้ามืด ณ วัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทะเลและนาทาม)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นายกระรอก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:17



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว