กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี > เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์

Notices

เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ เก็บข้อธรรมจากบ้านอนุสาวรีย์มาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 09-09-2009, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๒

หลวงพ่อกล่าวว่า "ปัจจุบันนี้เท่าที่มองเห็นในเรื่องการศึกษา ส่วนใหญ่สักแต่ว่าเรียนให้ผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้คิดจะเอาความรู้อะไรเลยจริง ๆ ในเมื่อแต่สักให้เรียนผ่านไปเฉย ๆ พวกวิชาการต่าง ๆ มันก็จะอ่อนลงไปทุกวัน ถ้าหากเปรียบเทียบสถิติในเรื่องการศึกษาเราสู้ใครไม่ได้หรอก พวกที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกมาถือว่าเป็นอัฉริยภาพเฉพาะตัวของเขา ภาพรวมนี่มันห่างไกลประเทศอื่นมากเหลือเกิน

ตั้งแต่ใช้ระบบสอบซ่อมขึ้นมา เด็กไม่ให้ความสนใจในการสอบเลย เพราะว่าตกก็ซ่อมได้ เขาก็เลยไปสนใจเรื่องอื่นแทน ในเมื่อไม่ให้ความสนใจไม่ให้ความสำคัญ แล้วมันจะเอาความสามารถที่แท้จริงมาจากไหน"


"พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ต่อไปสัญญาและปัญญาของคนจะทรามลงไปเรื่อย มันเป็นเรื่องจริง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 09-09-2009 เมื่อ 00:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 09-09-2009, 01:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

หลวงพ่อเล็กท่านเล่าให้ฟังว่า เวลาท่านเรียนท่านทุ่มให้สุดตัว ชนิดที่ว่าถ้าอาจารย์ความรู้ไม่แน่นจริง โดนซักขึ้นมาแทบจะหอบผ้าหนีไปเลย และด้วยความเคยชินของท่าน งานทุกอย่างเวลาทำแล้วต้องดี ยิ่งอาจารย์ท่านใดมีการตำหนิแล้วให้แก้ไข หลวงพ่อก็จะชอบมาก เพราะจะได้รู้ว่าตนมีข้อบกพร่องตรงไหน

นอกจากนี้ท่านยังบอกว่า ตอนเรียนปริญญาตรีเทอมแรก พวกรุ่นน้องเดินถือแฟลชไดร์ทมาเป็นแถว มาขอก๊อปตัวอย่างรายงานจากท่าน (อาจารย์สั่งให้ทำ) หลวงพ่อบอกว่า รายงานของท่านที่ทำไป ยังคิดว่ามันไม่ดีด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าดีที่สุดให้เขามาเลียนแบบ

"ตอนที่ย้อนกลับไปอ่านก็เห็นข้อบกพร่องในรายงานเยอะแยะ แต่มันดันกลายเป็นดีที่สุดให้เขามาเลียนแบบ เพราะว่าตอนที่เราเรียนไม่ว่าอยู่ในระดับใดก็ตาม มุมมองที่เราเรียนจะไม่กว้างพอ ในเมื่อมุมมองไม่กว้างพอ ความคิดไม่เป็นระบบพอ งานมันออกมาดีแค่ไหน มันดีแค่ระดับนั้น พอเราก้าวพ้นแล้วมาตรวจดู ก็จะมาคิดว่า ก่อนหน้านั้นเราทำไปได้อย่างไร"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 09-09-2009 เมื่อ 13:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 147 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 09-09-2009, 04:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ท้ายสุดท่านกล่าวว่า "ถ้าถามว่าการเรียนที่ผ่านมามันมีประโยชน์หรือเปล่า......มีประโยชน์มาก แต่ว่าส่วนใหญ่มันเป็นประโยชน์ทางโลก แต่ถ้าจะเอาประโยชน์จากการปฏิบัติ มันเฉพาะตัวของใครของมัน ก็คือ ใครสามารถรักษาอารมณ์ได้ขณะที่เรียน ก็เท่ากับว่ากำลังปฏิบัติอยู่ในตัวอยู่แล้ว

จากที่เรียนมาด้วยกันสี่ปี เพื่อนมันจะเห็นข้อต่างไปเรื่อย ๆ เพราะของเราเสมอต้นเสมอปลาย แต่ของเขานี่ถอยไปเรื่อย กลายเป็นว่าต่อให้ไม่มีอะไรก้าวหน้าเลยก็ตาม ระยะห่างมันจะทิ้งห่างไปเรื่อย เพราะเพื่อนเขาถอยหลัง ฉะนั้นการเรียนนี่ ประโยชน์ทางธรรมมีน้อย ยกเว้นสามารถรักษากำลังใจตัวเองเอาไว้ได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 146 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 09-09-2009, 04:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : เรื่องการสึกนี่ จะสึกตามฤกษ์สะดวกจะได้ไหม
ตอบ : จริง ๆ ถ้าบวชไม่ต้องมีฤกษ์ แต่สึกจะต้องมี เพราะว่าการสึก คือ การจากที่เย็นไปสู่ที่ร้อน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 145 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 09-09-2009, 04:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

หลวงพ่อบอกว่า "วันที่ ๔ ตุลาคม เป็นวันออกพรรษา วันที่ ๕ ตุลาคม ตักบาตรเทโว สนุกไปกันใหญ่ พวกเราเตรียมตัวไปตักบาตรเทโวด้วยแล้วกัน ตักบาตรเทโวที่วัดท่าขนุน จะเป็นงานใหญ่ของอำเภอ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 14-09-2009 เมื่อ 19:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 146 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 09-09-2009, 12:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : (ไม่ได้ยิน)
ตอบ : ท่องคาถาเงินล้านเยอะ ๆ คาถาเงินล้านจะมีคาถาปัดอุปสรรคด้วย ช่วยให้สำเร็จด้วย และเกี่ยวข้องกับเรื่องลาภผลโดยตรง ท่องให้ได้วันละ ๑๐๘ จบ หรือมากกว่านั้นก็ได้ แต่ต้องสม่ำเสมอทุกวัน อย่างเช่นถ้าเราทำ ๑๐๘ จบ ก็ต้อง ๑๐๘ จบทุกวัน ถ้าทำสักสองเดือนติดกันแล้วทุกอย่างจะคล่องตัว แต่ว่าต้องท่องแบบคุณภาพนะ ไม่ใช่เร่งให้จบ

ทำเป็นกรรมฐานไปเลย เช้าสัก ๓๖ จบ
กลางวัน ๓๖ จบ
เย็น ๓๖ จบ มันจะได้ไม่หนักเกินไป

ถาม : แล้วที่อยู่ที่เดิม
ตอบ : ถ้าหากมันมีความคล่องตัว อยู่ที่ไหนมันก็อยู่ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 146 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 09-09-2009, 13:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : (สอนหนังสือเด็กแล้วเด็กไม่สนใจเรียน)
ตอบ : เข้าใจคำว่าสอนกระดานดำไหม ว่าของเราไปเรื่อยตั้งแต่ต้นจนจบ เขาจะคุย จะเล่นอะไรเรื่องของเขา ถึงเวลาข้อสอบออกมาแล้วเขาจะรู้เองว่าเจออะไรบ้าง

ถาม : คือทางโรงเรียนเขาให้เราช่วยเหลือด้วย
ตอบ : ช่วย.....แต่ช่วยด้วยการซ่อมสัก ๔ รอบ แล้วเด็กมันจะจำเราไปจนวันตาย สอนเหมือนกับว่าไม่มีพวกเขาอยู่ด้วย ทำแบบนั้น

ถาม : แต่คนที่ตั้งใจเรียนเขาก็ตั้งใจค่ะ
ตอบ : ใช่ คนที่เขาสนใจเขาจะได้ ส่วนคนที่ไม่สนใจต่อไปก็เกิดโทษแก่ตัวเขาเอง ไม่ใช่เรา

ถาม : แต่คนที่ไม่สนใจ เขาก็จะไม่สนใจเลย
ตอบ : เขาจะทำอะไรเรื่องของเขา คะแนนออกมาแล้วเขาจะรู้บทเรียนเอง

ถาม : ถ้าบังคับ
ตอบ : ไม่ต้องบังคับ เขาจะทำอย่างไรก็เรื่องของเขา ก็บอกแล้วว่าเราสอนกระดานดำของเราไป แต่ถ้าเขาสอบตก ก็ให้เขาซ่อมไปเรื่อย ติด ร. ไปเรื่อย อย่างน้อยให้ซ่อมสัก ๔ ครั้งแล้วค่อยปล่อยผ่าน แล้วมันจะเข็ดเอง

ถาม : แล้วอย่างนี้ทางโรงเรียนเขารู้ เขาก็จะมองว่าเราสอนไม่มีประสิทธิภาพ
ตอบ : เราสอนมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเขาไม่ต้องการคนอย่างเรา เราก็ไปหาที่อื่นต่อ

ถาม : ใจหนูอยากจะช่วยพวกเขาค่ะ อย่างคนที่เขาตั้งใจ
ตอบ : ก็ถ้าเราสอนของเราไปอย่างเต็มที่ คนดีก็จะได้ของเขาไปเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกังวลกับเขา ทำแค่ที่ทำได้ ไม่ใช่ว่าไปแบกโลกทั้งโลก ประเภทป้อนอาหารถึงปากแล้วบ้วนทิ้ง แถมยังพ่นใส่หน้าเราด้วย แล้วยังจะไปป้อนมันอีกหรือ ก็เอาคนที่มันกินสิ พูดง่าย ๆ ว่าทั้งห้องถ้ามีคนสนใจเรียนเพียงแค่ ๑ คน ก็พอแล้ว

ถาม : แต่อาจารย์ที่นั่นเขาบอกว่าอย่าไปซีเรียสกับเด็กนัก ก็คือ...
ตอบ : ก็ใช่ ถึงได้บอกว่าไม่ต้องซีเรียส

ถาม : เขาบอกว่าสอนแค่ครึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว อย่าไปยัดให้เต็มเวลา แล้วคนที่ดี ๆ......
ตอบ : เราสอนของเราไป เอาสักครึ่ง อย่างเช่นว่าชั่วโมงครึ่งเป็นอย่างน้อยแล้วค่อยปล่อย อาตมาเองก็สอนครึ่งเวลาแล้วค่อยปล่อย

ถาม : แต่หนูโดนผู้ใหญ่ตักเตือนมาว่า อย่าปล่อยก่อนเวลา
ตอบ : ถ้าเด็กมันต่อรองก็บอกว่า อาจารย์โดนมาแล้ว เขาด่ามา เพราะฉะนั้นปล่อยก่อนไม่ได้หรอก พวกเธอจะทำอะไรก็เชิญ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 09-09-2009 เมื่อ 13:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 125 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 09-09-2009, 13:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

หลวงพ่อบอกว่า "เดือนที่แล้วนอกจากจะมีแต่คนแห่ไปไหว้พระอุปคุตแล้ว ยังมีจดหมายส่งมาอีกว่า ขอรายการวัตถุมงคลที่เป็นพระอุปคุตทุกแบบ พร้อมราคาด้วย

จะเห็นได้ว่าแรงโฆษณานี่มันรุนแรงมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 130 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 09-09-2009, 13:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

หลวงพ่อก็กล่าวว่า "จริง ๆ ในเรื่องของอาหารถ้าเรามีวินัยตัวเอง อย่างโบราณเขาบอกว่ากินแค่รู้รส แต่ส่วนใหญ่แล้วห้ามใจไม่อยู่ เคยมีเด็กคนหนึ่ง ซื้อขนมปังไส้สัปปะรดใส่โหลให้เขา มันกินจนหมดเกลี้ยง ทั้ง ๆ ที่ คนทั่วไปกินสัก ๕-๖ ชิ้นกรอกน้ำตามไป มันอิ่มแน่ แต่นี่กินหมดโหลเลย นั่นแสดงว่าเขาห้ามปากตัวเองไม่ได้ "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 25-08-2014 เมื่อ 14:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 129 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 10-09-2009, 14:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

มีคนมากราบเรียนถามเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำบายศรี หลวงพ่อเล็กได้กล่าวว่า "เดี๋ยวนี้ตำราการทำบายศรีของหลวงพ่อ(ฤๅษี) ไปกันใหญ่ ก็เพราะว่าคนทำมันไม่รู้ เติมนั่นเติมนี่ตามใจเยอะ

ข้าวสุกหรือข้าวสวยมันอยู่ในบายศรีปากชามอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเรื่องของถั่วเขียวคั่วเป็นของสำหรับบายศรีตั้งศาลพระภูมิ

บางท่านก็จะมีทองหยิบฝอยทอง ซึ่งอันนั้นเขาบวงสรวงกรมหลวงชุมพรโดยเฉพาะ

หลายท่านก็มีขนมจีนมาด้วย ถ้าขนมจีนน้ำพริกก็เป็นการบวงสรวงกรมหลวงชุมพร แต่ถ้าหากเป็นขนมจีนทั่วไป จะเป็นน้ำพริกน้ำยาอะไรก็ตาม เขาใช้สำหรับทำการบวงสรวงเฉพาะในวัดเท่านั้น เพราะว่าหลวงปู่ขนมจีนท่านขอเอาไว้

บางท่านก็เล่นปลาช่อนแป๊ะซะเสียด้วย ถ้าหากบวงสรวงมีได้ก็ดี แต่ถ้าหากมีศาลเจ้าที่อยู่ก็ตั้งที่ศาลเจ้าที่เลย เพราะว่าปลาแป๊ะซะนี่เจ้าที่เขาขอให้เป็นสัญลักษณ์

บายศรีนั้นมีกำลังเท่าไร....ทำเท่านั้น ไม่ใช่ไปจำกัดว่าต้องเป็นสามชั้น ห้าชั้นอะไร อย่างนั้นมันไม่ใช่"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 13:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 117 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 10-09-2009, 14:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : พักหลังนี่ภาวนาแล้วเครียด ๆ แล้วก็ปวดตรงตา
ตอบ : กำหนดรู้แล้วก็ผ่อนคลาย

ถาม : ต้องทำกรรมฐานกองไหน
ตอบ : ให้กำหนดดูที่ศูนย์กลางกายแทน อย่าไปกำหนดไว้ตรงหน้า ถ้ากำหนดไว้ตรงหน้า....เผลอใช้สายตาแล้วมันจะเครียด กำหนดตามลมไปให้มันอยู่ตรงที่สุดลม ให้มันนิ่งไว้

ถาม : ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพพระใช่ไหม สั่งจิตวางไว้
ตอบ : ไม่ต้อง สั่งจิตวางไว้เฉย ๆ หรือจะกำหนดเป็นลูกแก้วอะไรก็ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 115 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 10-09-2009, 14:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

หลวงพ่อเล็กกล่าวถึงหลวงพ่อวิรัชว่า "พี่วิรัชจะว่าไปแล้ว ท่านน่าจะมีอานิสงส์อย่างพระอานนท์ พระอานนท์อุปัฏฐากรับใช้พระพุทธเจ้ามานาน ถามว่าก่อนนั้นมีคนอุปัฏฐากไหม.....มี แต่ว่าท่านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าไม่นาน

อย่างพระจุนทะเถระก็เคยอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า พระเมฆิยะก็เคยอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าแต่ว่าทิ้งไป ทิ้งเลย เพราะว่าท่านเห็นที่ที่เหมาะใจในการปฏิบัติ พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอย่าเพิ่งไปเลย แต่ว่าท่านไม่ฟัง ท่านวางบาตรและสังฆาฏิของพระพุทธเจ้าไว้ แล้วก็ไปปฏิบัติของท่าน พระพุทธเจ้าก็ต้องถือบาตรและสังฆาฏิเสด็จไปเอง

พอพระอานนท์บวชเข้ามา พระสงฆ์ท่านก็เลยลงมติให้พระอานนท์รับหน้าที่อุปัฏฐาก พระอานนท์จึงได้ขอพร ๘ ประการ อย่างเช่นว่า อย่าประทานผ้าไตรจีวรดี ๆ ให้ อย่าพาท่านไปในที่ที่นิมนต์ด้วย เพื่อป้องกันคนอื่นว่าท่านรับหน้าที่เพราะเห็นแก่ลาภ แล้วอย่างข้อที่ว่าถ้าไปเทศน์ที่ไหนขอให้มาเทศน์ซ้ำให้ท่านฟังด้วย ข้อนี้เพื่อป้องกันว่าถึงเวลาเขาถามแล้ว ท่านตอบไม่ได้ คนจะตำหนิว่าอยู่ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าเสียเปล่า แค่นี้ก็ไม่รู้ แล้วท่านก็ทำหน้าที่มาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งพระพุทธเจ้าปรินิพพาน

พระพุทธเจ้าท่านบอกพระอานนท์ว่าในกาลต่อไปข้างหน้าชาวบ้านจะศรัทธามาก เพราะว่าได้อุปัฏฐากใกล้ชิดมาก่อน ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้ามาก สามารถที่จะกล่าวสอนธรรมได้เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านกล่าว ท่านจำได้หมด แล้วคนก็จะติด

อย่างพี่วิรัชคนจะให้การสนับสนุนมาก เพราะท่านเคยใกล้ชิดหลวงพ่อมาก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 13:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 128 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 10-09-2009, 14:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : พระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุ ทำไมเดี๋ยวนี้จึงมีมาก
ตอบ : ก็ต้องถามสิ ว่าทำไมคนถึงรู้จักมากขึ้น

ถาม : คนรู้จักมากขึ้น ?
ตอบ : หลายส่วนทำขึ้น เมื่อหลายส่วนทำขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเดี๋ยวนี้เครื่องมันผลิตได้ง่ายจะตายไป แต่ถ้าหากใจเรายึดมั่นก็เหมือนของจริง สำคัญตรงว่าเราระลึกนึกถึง แต่ถ้าเราไม่ระลึกนึกถึง มีแต่ความลังเลสงสัย ต่อให้เป็นของจริงก็เหมือนของปลอม แต่ถ้าเราระลึกนึกถึงด้วยความเชื่อมั่น ด้วยความศรัทธา ของปลอมก็เหมือนของจริง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 13:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 122 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 10-09-2009, 14:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : กรรมที่เราไม่เจตนา ที่เป็นวิบาก อย่างนี้เราจะแก้ไขอย่างไรครับ

ตอบ : ถ้าเป็นไปได้ขอขมาโดยตรงเลย ถ้าหากว่าไม่ได้ก็สร้างทาน ศีล ภาวนาให้มากเข้าไว้ เดี๋ยวมันตามไม่ทัน เพราะว่าไม่ได้เจตนานี่แรงมันน้อย มันต้องรอกรรมอื่นแสดงผลแล้ว มันจึงโผล่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 118 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 10-09-2009, 14:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : เวลาถวายสังฆทาน ยกพระพุทธรูปมาวาง ควรหันหน้าพระพุทธรูปไปทางด้านไหน
ตอบ : ยกมาถวายให้ถึงที่ก็สมควรแล้ว มันอยู่ที่เขาสบายใจ บางคนก็สบายใจว่าหันหน้าให้ผู้รับ บางคนก็สบายใจว่าหันหน้าให้ตัวเอง เพราะฉะนั้นอันไหนสมควรกว่ากันไม่ต้องคิดถึง คิดถึงอย่างเดียวว่าให้ถึงมือพระก็ใช้ได้แล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 13:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 120 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 11-09-2009, 14:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

เถรีไม่แน่ใจว่าทุกท่านทราบหรือยังว่า ตอนนี้วัดท่าขนุนได้กลายเป็นศูนย์ฝึกอบรมการปฏิบัติธรรมแล้ว ช่วงที่ผ่านมาทางวัดได้ฝึกอบรมการปฏิบัติให้กับทางผู้คุมเรือนจำ มีอยู่ตอนหนึ่งหลวงพ่อท่านได้เล่าเกี่ยวกับการบรรยายธรรมให้ฟังว่า

"วันสุดท้ายบอกเขา (ผู้คุมเรือนจำ) ให้เอาธรรมะทั้งหมดที่บรรยายมาไปประยุกต์ใช้ให้ได้ โดยเฉพาะตัวพรหมวิหาร ขอให้คิดว่าทุกคนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเขาเป็นผู้ต้องขังเพราะทำผิดมา

เนื่องจากการตัดสินของศาลนั้นเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏเฉพาะหน้าเท่านั้น ซึ่งมันอาจจะถูกหรือไม่ถูก แต่ละคนถ้าหากเขาทำชั่ว ทำผิด ในระหว่างที่เขาต้องโทษ ก็คือ เขากำลังชดใช้อยู่แล้ว ถ้าหากเราไปซ้ำเติมเขามันจะเกิดโทษแก่ตัวเราเอง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 14:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 111 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 11-09-2009, 14:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

หลวงพ่อเล็กเล่าให้ฟังว่า "สมัยก่อนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านไม่คบกับพวกวงการพระเครื่อง เพราะว่าโดนมันเล่นซะเจ็บเลย

ตอนนั้นท่านสั่งสร้างพระปิดตา ต.ช.ด. รุ่น ๑ เป็นพระปิดตาเล็ก ๆ เหมือนกับสามเหลี่ยมแต่ว่าตัดเหลี่ยม สั่ง ๓๐,๐๐๐ องค์ เยอะมากเลยในสมัยนั้น ปรากฏว่ามัน(แอบ)ปั๊มเกินเป็นเท่าตัว หลวงพ่อท่านก็เลยสั่งระงับ พิธีพุทธาภิเษกก็ยกเลิกไปเลย แล้วหนังสือพิมพ์ก็ไปตีข่าวว่า ฤๅษีลิงดำทราบด้วยญาณ มีการปั๊มเกินจำนวนมาก จึงสั่งระงับการสร้างปิดตา ต.ช.ด. พอเรื่องมันเงียบหลวงพ่อท่านก็สั่งเอามาพุทธาภิเษกแจก มันปั๊มมา ๖๐,๐๐๐ เกินมาหนึ่งเท่า

สมเด็จคำข้าวและสมเด็จหางหมากก็ลักษณะนั้น มันนัดส่งงานแล้วเลื่อนออกไปสองเดือน ลองคิดดูแม่พิมพ์ ๑๓ ตัว สองเดือนมันปั๊มเท่าไหร่ ผงก็ของเรา เนื้อก็ของเรา พิมพ์ก็ของเราอีกต่างหาก จะไปหาจุดตำหนิที่ไหน

ถ้าหากหลวงพ่อคบหากับพวกตลาดวัตถุมงคล ชื่อเสียงท่านจะดังมากกว่านี้อีก แต่ว่าที่ท่านไม่เอาก็เพราะว่าคนมันจะมาเพราะเครื่องรางของขลัง ไม่ได้มาเพราะธรรมะ แบบเดียวที่ไปวัดท่าขนุนแล้วไปถามว่า พระอุปคุตรุ่นนี้ราคาเท่าไหร่ มันจ้องจะไปเอาวัตถุมงคลกันอย่างเดียว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 14:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 117 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 11-09-2009, 14:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : สติในสัมโพชฌงค์กับสติธรรมดา ต่างกันอย่างไร
ตอบ : จริง ๆ เหมือนกัน เพียงแต่ว่าสติในสัมโพชฌงค์เป็นสติที่มุ่งมั่นเพื่อการหลุดพ้นโดยตรง สติทั่ว ๆ ไป อาจจะเป็นสติสัมปชัญญะ การระลึกได้ จะว่าไปก็คือสติตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่าเน้นหรือไม่เน้นเท่านั้นเอง

ในมหาสติปัฏฐานสูตรที่ท่านบอกวิธีการปฏิบัติ จะมี อาตาปี ก็คือ เพียรเพ่ง สร้างตบะในการแผดเผากิเลส สัมปชาโน มีความรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ สติ มีความระลึกได้ว่าเรากำลังทำอะไรเฉพาะหน้าอยู่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 14:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 11-09-2009, 14:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : คาถาที่หลวงพี่บอกให้ท่อง....
ตอบ : แสดงว่าเราไม่ได้เรื่อง ใช้คำภาวนา มันไม่ใช่ท่อง ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ตัวคาถาไม่ใช่สักแต่ว่าท่อง ๆ ให้มันคล่องปากไป คาถามันจะมีผลต่อเมื่อสมาธิทรงตัว ไม่ใช่เราท่องไปเรื่อยเปื่อยไม่มีสมาธิ แล้วผลมันจะเกิดได้อย่างไร ไปทำใหม่ ใช้คำว่าภาวนาคาถา ไม่ใช่ท่อง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 11-09-2009 เมื่อ 14:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 109 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 11-09-2009, 14:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 11,118
ได้ให้อนุโมทนา: 23,037
ได้รับอนุโมทนา 1,773,572 ครั้ง ใน 13,961 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : หนูอยากถามว่าการกินเจเป็นการละเว้นสัตว์หรือไม่
ตอบ : ถ้าเราไม่กินเนื้อสัตว์ก็เท่ากับว่าเป็นการงดเว้น

ถาม : แล้วมันดีไหม
ตอบ : ดีไหม...ก็ต้องดูว่าถามแง่ไหน ถ้าแง่ในทางโลก คนที่อายุไม่ถึง ๑๘ ปีไม่ควรกิน

ถาม : แล้วเจเป็นมังสวิรัติหรือเปล่าคะ
ตอบ : จริง ๆ แล้วเจกับมังสวิรัตมันความหมายเดียวกัน เพียงแต่ว่าอาหารเจบางอย่างเขาไม่งดเว้น เพราะว่าเขาไปถือเอาตามวรรณกรรมของจีน เช่น อาหารเจเขาไม่งดเว้นหอยนางรม เขาเชื่อว่าครั้งหนึ่งที่มีพระถังซำจั๋งอดอาหาร แล้วเฮ่งเจียหาให้ไม่ได้ ก็อธิษฐานเอาไม้กระบองกวน ๆ อยู่ในทะเล ว่าถ้ามีอะไรติดขึ้นมาก็ถือว่าเป็นอาหารเจ ปรากฏว่ามีหอยนางรมติดขึ้นมา เขาก็เลยถืออย่างนั้น แต่ว่ามังสวิรัติงดเว้นเนื้อสัตว์ทุกประเภท

เพียงแต่ว่าอายุยังน้อยร่างกายยังต้องการสารอาหารอยู่ ถ้าหากว่าไปกินเจซะทีเดียว บางทีก็ขาดสารอาหารบางส่วนเหมือนกัน ทำให้เวลาอายุมากแล้วกระดูกจะเสียได้ง่าย เมื่อครู่ถามว่าเรามุ่งเอาประโยชน์ด้านไหน ถ้าถามในเรื่องทางโลกมันก็คือข้อบกพร่องอยู่ ในเรื่องของทางธรรม พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้ห้าม
ท่านบอกว่าเนื้อสัตว์นั้นถ้าหากไม่รู้ว่าเขาฆ่าเพื่อเรา ไม่เห็นว่าเขาฆ่าเพื่อเรา ไม่รังเกียจว่าเขาฆ่าเพื่อเรา ก็กินได้


ถาม : แล้วการที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นการที่เรากินเพราะเขาฆ่าเพื่อเราหรือคะ
ตอบ : ถ้าเราไม่กินเขาก็ฆ่าอยู่ดี แต่ว่าขอให้ดูนะ ดูตัวอย่างคนอินเดีย คนอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูจะเป็นมังสวิรัติโดยอัตโนมัติเลย ตัวเขาเท่าตึก เวลาจะคุยเราต้องแหงนคอมอง นั่นเขาเป็นมังสวิรัติตั้งแต่เด็กเลย แต่ว่าเขากินพวกถั่ว พวกงา พวกนมแทน ก็แปลว่ามันต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนด้วย ถ้าจะเป็นมังสวิรัติก็กินแบบฮินดูเขา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:08



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว